หน้าหลัก / รักโบราณ / ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่ / ตอนที่ 6 ครึกครื้นเช่นนี้เชียวหรือ

แชร์

ตอนที่ 6 ครึกครื้นเช่นนี้เชียวหรือ

ผู้เขียน: Naiyana
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-18 19:50:41

หลังจากที่ซูเชี่ยวได้ป้ายเข้าออกสำนักนางก็ตรงดิ่งกลับมาที่ห้องพักทันที แล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวออกไปเจอโลกข้างนอกสำนักครั้งแรก ทำให้นางยิ้มรื่นอย่างตื่นเต้น หญิงสาวหมุนตัวเพื่อดูความเรียบร้อยหน้ากระจก วันนี้จะออกไปข้างนอกไม่จำเป็นต้องใส่ชุดที่เป็นเครื่องแบบของทางสำนัก นางเลือกชุดสีเขียวอ่อนมิ้นต์เรียบๆ มาตัวหนึ่ง ช่วยเพิ่มให้หญิงสาวงามสง่าเรียบร้อยแบบหญิงสาวที่โตขึ้นมานิดหนึ่งถึงหน้าตานางจะดูอ่อนเยาว์ก็ตาม ผมดำยาวครึ่งบนถูกจัดทรงเล็กน้อยและปักด้วยปิ่นรูปผีเสื้อ และไม่ลืมนำหยกสีเขียวมิ้นต์มาห้อยไว้ที่เอว

ก๊อกๆ!!

“ใคร" หญิงสาวร้องถามคนที่มาเยือน

“ข้าเองเจียอี่” ทันทีที่ได้ยิน ซูเชี่ยวรีบเดินไปเปิดประตูให้ วันนี้เจียอี่ก็ไม่ได้แต่งกายด้วยเครื่องแบบสำนักเช่นกัน นางแต่งด้วยชุดสีม่วงอ่อนด้วยหน้าตาที่น่ารักของนางยิ่งทำให้นางดูอ่อนเยาว์เพิ่มไปอีก

“เจ้าพร้อมหรือยัง” เจียอี่ถามหญิงสาวตรงหน้า

“เออออคือว่า คนที่นี่เขาใช้อะไรในการซื้อขายหรือ” หญิงสาวถามเจียอี่เพราะนางไม่รู้จริงๆ ตั้งแต่มาที่โลกนี้ก็อยู่แต่ในสำนักไม่มีเรื่องให้ต้องใช้เงินสักครั้ง พอเห็นสีหน้าของเจียอี่ที่ทำหน้าสงสัยจึงได้รีบพูดดักไว้

“ข้าหมายถึงเงินน่ะ พอดีแต่ก่อนข้ามีคนคอยดูแลเรื่องพวกนี้ จึงไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไหร่” ซูเชี่ยวรีบพูดจากนั้นเดินไปหยิบถุงผ้าที่นางคาดว่าเป็นเงินมา 2 ถุงให้เจียอี่ดู เจียอี่รับมาและเปิดดูข้างใน ทั้ง 2 ถุงด้วยสีหน้าตกตะลึง เพราะเงินข้างในเยอะมาก

“พระเจ้า! นี่เจ้าจะเอาไปหมดนี่เลยเหรอ” เจียอี่ถามซูเชียวด้วยสีหน้าตกใจ ซูเชี่ยวไม่ตอบแต่ยังจ้องหน้าเจียอี่ด้วยความสงสัย

นี่นางหยิบออกมาจากกล่องในตู้เสื้อผ้าน้อยแล้วนะ ในนั้นยังมีอีก 20 กว่าถุงนางเห็นว่ามันมีเยอะเลยคิดว่ามันคงไม่มีค่ามากหรอก เพราะคนบ้าที่ไหนจะเอาเงินมาไว้กับตัวเยอะๆ แบบนี้แทนที่จะฝากธนาคารไว้ แต่นางไม่รู้เลยว่าเหตุที่เจ้าของร่างเก่าเอาเงินมาไว้ติดตัวเยอะถึงเพียงนี้เพราะว่า นานมากกว่าจะได้กลับบ้านและเจ้าของร่างเก่าเป็นคนที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยขนาดไหน

เจียอี่ถอนหายใจจากนั้นเริ่มอธิบายให้ซูเชี่ยวฟัง

“เฮ้อ นี่คือเหรียญภู่ทอง 1 เหรียญภู่ทองมี 100 เหรียญภู่เงิน” เจียอี่อธิบาย และหยิบเงินเหรียญภู่เงินของตัวเองออกมาให้ซูเชี่ยวดู ซูเชี่ยวได้แต่ยกมือเกาที่ท้ายทอยและยิ้มออกมา

“เจ้าเอาไปแค่ 1 ถุงผ้าก็พอ ขื่นเจ้าเอาไปหมด 2 ถุงนี้เราจะซวยโดนโจรปล้นกันแน่” เจียอี่พูดออกมาเพื่อตักเตือน ถึงนางจะมีพลังขั้นสูง แต่ก็สามารถปกป้องได้แค่ตัวเอง ไม่สามารถช่วยหญิงสาวอีกคนได้แน่ ซูเชี่ยวที่ได้ยินดังนั้นก็นำอีกถุงไปเก็บให้เรียบร้อยนางยังไม่อยากที่จะจบชีวิตตอนนี้ จากนั้นพากันเดินออกมาที่หน้าประตูสำนัก

ซูเชี่ยวและเจียอี่แสดงป้ายที่หน้าประตูสำนักจากนั้นก็พากันเดินออกมา ทั้งสองคนเลือกที่จะเดินแทนการจ้างรถม้าด้วยความที่ตลาดอยู่ไม่ห่างจากสำนักมากนัก และซูเชี่ยวอยากที่จะเดินสำรวจวิถีชีวิตของคนที่นี่ ในโลกใบก่อนนางเลือกห้องพักที่ใกล้กับที่ทำงานเพื่อที่จะเดินไปทำงานได้ในตอนเช้าเป็นการออกกำลังกายรูปแบบหนึ่ง ส่วนเจียอี่นางมีพลังภายในอยู่แล้วแค่นี้ไม่อาจจะทำให้นางเหนื่อยได้ หญิงสาวทั้ง 2คนใช้เวลาเกือบ 2 เค่อก็ได้ยินเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวมาจากด้านหน้า ทำให้ทั้ง 2 ยิ้มให้กันเพราะนั้นแสดงว่าพวกนางมาถึงจุดหมายแล้ว กว่าจะมาถึงได้ทำเอาซูเชี่ยวต้องปาดเหงื่อทีเดียว โลกก่อนนางเดินไหวแต่โลกใบนี้และในร่างกายที่อ่อนแอนี้ทำให้นางต้องหยุดพัก 1 ครั้งถึงเดินมาถึง ทั้ง 2 คนเดินเข้าไปข้างในตลาดตามทางเดิน ที่2ข้างทางเป็นร้านค้าชาวบ้านที่ต่างยืนเรียกลูกค้าอย่างครึกครื้น ซูเชี่ยวที่เห็นภาพตรงหน้าก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด ตลาดที่นางเคยเห็นแค่ในหนังหรือซีรี่ส์ที่เคยดูบ้างบางคราวในวันหยุด วันนี้ได้เห็นของจริงทำให้นางมีความสุขเป็นอย่างมาก

“เจ้าเดินดูของและหาโรงเตี๊ยมแถวนี้รอข้าไปก่อน อีก 2 ชั่วยามเรามาพบกันที่นี่ ข้าต้องไปทำธุระก่อน” เจียอี่บอกซูเชี่ยวที่กำลังยืนมองนั้นมองนี่อย่างตื่นตา

“ได้ๆ เจ้าไปเถอะ” ซูเชี่ยวพูดและยิ้มให้เจียอี่ หลังจากที่เจียอี่เดินออกไป ซูเชี่ยวเเวะร้านนั้นเข้าร้านนี้อย่างมีความสุข เป็นคุณหนูแห่งจวนแม่ทัพเงินก็มีงานก็ไม่ต้องทำเหมือนโลกก่อนนี่มันสบายจริงๆ เลยนะ หญิงสาวใช้เวลาเลือกซื้อของประมาณ 1 ชั่วยาม ก็รู้สึกพึงพอใจกับของที่ได้ล้วนเป็นของที่ไม่ได้แพงอะไร แต่เป็นของที่นางชอบและตั้งใจเลือกเป็นอย่างดี และไม่ลืมที่จะซื้อของเผื่อเจียอี่ด้วย ก็ในโลกนี้นางพึ่งมีเพื่อนแค่คนเดียวจะให้หญิงสาวซื้อให้ใครได้อีก คิดไปแล้วก็ทำให้คิดถึงเพื่อนสนิทในโลกเก่า เซี่ยวหลินเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยจนทำงาน นางและเซี่ยวหลินเช่าบ้านอยู่ด้วยกันไม่รู้ตอนนี้นางจะเป็นอย่างไรบ้าง หญิงสาวถอนหายใจออกมาเมื่อคิดถึงเรื่องที่มาอยู่ที่นี่

“จ๊อก~~”

เสียงท้องหญิงสาวร้องดัง นางเพิ่งนึกได้ว่านี้ก็เลยยามจื่อมาแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวเลยจึงเดินเข้าโรงเตี๊ยมใกล้ๆ หลังหญิงสาวเดินเข้าไปแล้วที่ซอกซอยเล็กๆ มีชายฉกรรจ์ 3 คนยืนอยู่ที่มุมมืด พวกเขาตามดูนางตั้งแต่นางเดินเข้ามาในตลาดจนแยกกับเจียอี่ แต่ก็หาจังหวะเข้าไปไม่ได้สักที พวกมันคิดว่าจะจัดการเมื่อซูเชี่ยวออกมา

ภายในโรงเตี๊ยมเยี่ยนฮวา

“เชิญแม่นางท่านนี้ขอรับ ไม่ทราบว่าท่านต้องการนั่งตรงไหนขอรับ” พนักงานชายวัย 20 กว่าปีเข้ามาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ข้าขอที่นั่งเงียบๆ สักที่” หญิงสาวตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มกลับไป รอยยิ้มและความสวยของนางทำให้พนักงานชายหน้าแดง ปกติแล้วคนที่นี่ไม่ค่อยคุยหรือยิ้มแย้มแบบนี้ให้บ่าวหรือลูกจ้างพนักงานมากนัก เพราะเขาถือว่าคนพวกนี้เป็นคนชั้นต่ำสุดในที่นี่ แต่ไม่ใช่กับนางที่มาจากโลกที่แล้วที่มนุษย์มีความเท่าเทียมกัน

“เชิญแม่นางท่านนี้ที่ชั้น 2 ขอรับ “พนักงานชายเดินนำขึ้นไปที่ขั้น 2 มีฉากกั้นเป็นล๊อกๆ ดูเป็นส่วนตัว มีทางเดินตรงกลาง 1 ข้างเป็นวิวที่มองลงไปเห็นสีสันของตลาดที่ดูครึกครื้น อีกด้านเป็นวิวแม่น้ำที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาและดูสงบ ซูเชี่ยวเลือกนั่งฝั่งแม่น้ำเพื่อดูวิวระหว่างทานอาหารและรอเจียอี่ทำธุระ นางสั่งอาหารมา 3-4 อย่างระหว่างกินก็หยิบหนังสืออ่านเล่นที่ซื้อติดมือมาอ่านข้ามเวลา กินและอ่านไปด้วยดูวิวไปด้วยเป็นนิสัยที่นางทำจนติดมา หญิงสาวใช้เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม ก็จ่ายเงินและเดินออกมาเพื่อไปรอเจียอี่ตามที่นัดกันไว้ เมื่อหญิงสาวเดินออกมาจากร้านนางเห็นเด็กสาวคนหนึ่งอายุราว 12-13 ปี เดินมาประกบแล้วขอความช่วยเหลือ

“พี่สาวช่วยข้าด้วย ข้าพลัดหลงกับท่านพ่อท่านแม่” เด็กสาวสีหน้าเศร้า เสื้อผ้าหน้าตามอมแมม

“เจ้าพลัดหลงที่ใดจำได้เหรอไม่” ซูเชี่ยวย่อตัวลงให้ตัวเท่ากับเด็กหญิง และถามด้วยความเป็นห่วง

“ข้าจำไม่ได้ พี่สาวไปส่งข้าหน่อยได้หรือไม่” ซูเชี่ยวที่เห็นอย่างนั้นก็ทำหน้าหนักใจ นางพึ่งมาที่นี่ครั้งเเรกจะไปรู้จักทางได้อย่างไร หากหลงเข้านางคงหาทางกลับมาไม่ได้แน่ เด็กหญิงตรงหน้าที่เห็นว่าซูเชี่ยวกำลังปฏิเสธก็รีบพูดขึ้นว่า

“น๊าพี่สาวไปส่งข้าหน่อยบ้านข้าไม่ไกลจากที่นี่ รับรองท่านไม่หลงแน่นอน หากท่านพาข้ากลับท่านพ่อท่านแม่จะได้ไม่ตีข้า” ซูเชี่ยวคิดหนัก แต่เห็นว่าเด็กสาวตรงหน้าดูไม่มีพิษภัยเลยคิดว่าจะเดินไปส่งเเค่ครึ่งทางพอ ซูเชี่ยวจูงมือเด็กหญิงเดินเข้าซอยนั้นออกซอยนี้มา 1 เค่อแล้วจนไม่ได้ยินเสียงผู้คนที่ตลาดแล้ว

“อีกไกลหรือไม่เด็กน้อย" นางถามเด็กสาวเพราะกลัวจะเกินเวลาที่นัดกับเจียอี่เอาไว้ เเต่พูดยังไม่ขาดคำก็มีกลุ่มชาย 5-6 คนเดินมาล้อมนางและเด็กสาวไว้

“ไม่ต้องกลัวหลบหลังพี่สาว” นางปลอบเด็กที่กำลังจับมืออยู่ พวกชายฉกรรจ์ทุกคนหัวเราะพร้อมกัน เด็กหญิงที่จับมือนางอยู่จู่ๆ ก็สะบัดมือทิ้งและวิ่งออกไปอย่างไว

“ติดกับแล้วนี่นางโดนหลอกหรือเนี่ย” ซูเชี่ยวคิดในใจ ทำดีไม่ได้ดีจริงๆ เลยข้าเนี่ย หญิงสาวมองชายฉกรรจ์ที่ค่อยๆ เดินเข้ามาเรื่อยๆ

“พวกเจ้าต้องการอะไรข้ามีเงินข้ามีเงิน” ซูเชี่ยวตวาดออกไปด้วยความหวาดกลัว และล้วงถุงเสื้อเพื่อหาเงินแต่แล้วกลับไม่พบถุงเงิน เป็นไปไม่ได้หายไปไหน

“สาวน้อยเจ้าหาสิ่งนี้อยู่หรือ” 1 ในชายฉกรรจ์พูดขึ้น พร้อมทั้งหัวเราะและโยนถุงเงินของนางเล่น ไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไรหญิงสาวพยายามนึกถึงและคิดได้น่าจะเป็นตอนที่เด็กผู้หญิงคนนั้นมาประกบนางและเอาไปตอนที่นางไม่ทันได้ตั้งตัวเเน่ๆ ชายทั้ง 5 คนเริ่มเข้ามาหาหญิงสาวเรื่อยๆ

“เงินก็ไม่มี สวยๆ แบบนี้คืนนี้อยู่เป็นเพื่อนพวกข้าหน่อยก็แล้วกัน"

ซูเชี่ยวตอนนี้นางรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมากได้แต่ถอยหนีจนล้มลงไปกับพื้น นางหยิบไม้ที่หาได้ใกล้ตัวชูขึ้นเพื่อป้องกันตัว แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ตรงหน้ากลับหัวเราะและก้าวเข้ามาใกล้ จังหวะที่พวกนั้นยื่นมือหวังจะจับหน้าหญิงสาว ดวงอาทิตย์ที่ก่อนหน้านี้ถูกบังด้วยเมฆหนาได้โผล่พ้นออกมา แสงอาทิตย์ส่องกระทบกับหยกที่ห้อยอยู่ที่ข้างเอวหญิงสาวเกิดเเสงสะท้อน และจู่ๆก็มีหลุมน้ำวนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เมตรที่หน้าหญิงสาวทำให้ชายฉกรรจ์ 5 คนกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง

“ลูกพี่มันมีพลังภายในธาตุน้ำ เอาไงต่อดี” 1 ในชายฉกรรจ์พูดขึ้น “แค่ผู้หญิงนางเดียวพวกเรามีถึง 5 คนจะกลัวอะไรวะ จับนาง” ชายฉกรรจ์ที่คาดว่าเป็นหัวหน้าสั่งเสียงเข้ม แต่ก่อนที่พวกชายฉกรรจ์จะได้ก้าวเท้าเข้าไปกลับมีพัดสีแดงรูปมังกรติดปีก ด้ามสีดำกระแทกพวกชายฉกรรจ์ทั้ง5 พร้อมกันจนทำให้พวกมันที่พึ่งลุกขึ้นได้ล้มไปอีกที การกระแทกครั้งนี้แรงกว่าพลังจากน้ำวนเมื่อสักครู่มาก

“ใครว่ามีนางคนเดียวมีข้าอีกคนต่างหาก” เสียงนั้นพูดขึ้นมาพร้อมกับการปรากฏตัวของชายผมสีน้ำเงินเข้มยาวแต่ดวงตากลับเป็นสีดำเทาใบหน้าคมคาย ดูหล่อเหลา สวมชุดสีขาวร่างกายสูงสง่าอย่างกับเทพเซียน ทันทีที่เขาย่างกรายถึงพื้นดินใบพัดเมื่อสักครู่ก็กลับมาอยู่ที่มือของเขา ชายฉกรรจ์พวกนั้นต่างพากันถอยหนี ชายหนุ่มที่พึ่งปรากฏตัวเดินไปก้มเก็บถุงเงินของซูเชี่ยวที่พวกนั้นทำตกไว้ และเดินมาตรงหน้านาง

“ขอบคุณคุณชายเป็นอย่างมากที่ช่วยข้าเมื่อครู่นี้” ซูเชี่ยวที่มัวแต่ตะลึงอยู่ได้สติและลูกขึ้นกล่าวขอบคุณ

“ไม่ทราบว่าเเม่นางเจ็บตรงไหนหรือไม่” เสียงทุ้มกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

“ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ” หญิงสาวยิ้มและตอบออกไปตามความจริง

“ไม่ทราบว่าเเม่นางจะไปที่ใดให้ข้าไปส่งหรือไม่”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ พวกนั้นคงไม่กล้ามาแล้วข้ามีนัดกับเพื่อน นี้ก็ใกล้เวลาแล้วขอเสียมารยาทไป และขอบคุณคุณชายอีกครั้งเจ้าค่ะ” ซูเชี่ยวกล่าวออกไปอย่างจริงใจ

“ไม่เป็นไร เชิญแม่นาง” ซูเชี่ยวเพียงยิ้มตอบและเดินออกมา

ชายหนุ่มที่เหลือบตาไปเห็นป้ายที่เขียนว่าสำนักวารีหยกซูเชี่ยว ที่ทำตกไว้แต่ก็ไม่ทันได้บอก นางก็เดินออกมาจนไม่เห็นเงาหลังแล้ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 30 กลับจวน

    ณ จวนแม่ทัพแม่ทัพซูเจิน และซูเชี่ยวเดินทางกลับเมืองหลวงพร้อมทุกคนในกองทัพ และแยกออกมาเพื่อกลับจวน เมื่อทั้งคู่ลงจากรถม้าก็เห็นซูเหวินและคนอื่นๆ มารอรับอยู่ด้านหน้าจวน“เชี่ยวเออร์” ซูเหวินร้องเรียกขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นซูเชี่ยวลงมาจาก รถม้า ซูเชี่ยวเดินเข้ามาหานาง และเมื่อมาถึงนางก็โดนสวมกอดทันที“ท่านแม่” ซูเชี่ยวเอ่ยขึ้นขณะที่โดนสวมกอด อบอุ่นจริงๆ นี่สินะที่เรียกว่าครอบครัว ด้วยหน้าตาที่งดงามและคล้ายนางขนาดนี้ ทำให้นางเข้าไปหาอย่างไม่ลังเล เมื่อเห็นท่านแม่ของร่างนี้นางจึงรู้ได้ทันทีว่าได้ความงามมาจากใคร นี่สินะที่เรียกว่างามล่มเมือง ขนาดอายุมากแล้วแต่ความสวยไม่ลดน้อยลงเลย“เชี่ยวเออร์ แม่คิดถึงเจ้าเหลือเกิน” แม่ทัพเจินที่เดินมาตามหลัง เมื่อได้ยินที่ฮูหยินพูดก็ยิ้มกว้างพลางเอ่ยเเซวฮูหยินของตัวเอง“คิดถึงเเค่เชี่ยวเออร์เท่านั้นหรือ สงสัยข้าจะตกกระป๋องซะแล้ว” ขณะที่เเม่ทัพเจินพูดก็ทำสีหน้าเศร้าสร้อยอย่างไม่จริง“ซูเหวินคารวะท่านพี่เจ้าค่ะ” ซูเหวินพูดขึ้นและย่อกายลงมาเล็กน้อย“เข้าไปในจวนเถอะ” ซูเจินพูดพลางโอบทั้ง 2 คนเดินเข้าไปภายในจวนแม่ทัพกว้างใหญ่ บริเวณโดยรอบร่มรื่น การตกแต่งสวนสวย

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 29 ครั้งนี้ข้าจะไม่เมาอีกแล้วท่านสำนัก

    ในที่สุดการเดินทางครั้งนี้ก็สิ้นสุดลง ลี่หยางและทุกคนเดินทางมาถึงกองทัพที่ชายเเดนเป็นที่เรียบร้อย เมื่อมาถึงด้านหน้าค่ายกองทัพ ก็เห็นทุกคนมารอรับอยู่แล้ว เมื่อทุกคนลงมาจากรถม้าและหลังม้าได้ก็เดินเข้าไปที่หน้าค่ายพร้อมกัน ซูเจินแม่ทัพใหญ่ที่ยืนรออยู่นานแล้ว ได้แต่ชะเง้อคอคอยดูอย่างร้อนรน เขาได้ข่าวว่าคณะเดินทางของสำนักวารีหยกถูกลอบทำร้ายก็ยิ่งทำให้เขายืนอย่างไม่เป็นสุข“คารวะท่านเเม่ทัพ” ลี่หยางพูดขึ้น และตามด้วยศิษย์คนอื่นๆ“คารวะเจ้าสำนักวารีหยก” ซูเจินพูดด้วยรอยยิ้ม เมื่อพูดเสร็จก็ชะเง้อหน้ามองหาใครคนใดคนหนึ่ง“เชิญๆ” ซูเจินกล่าวขึ้นจากนั้นเดินนำเข้าไปด้านใน ลี่หยางถูกพาเข้ามาในกระโจมหลักทันที ส่วนคนอื่นๆ ก็เพียงรอแค่ด้านนอก ลี่หยางเข้าไปไม่นานก็ออกมาจากกระโจม พร้อมกับแม่ทัพซูเจินด้วยเช่นกันซูเจินกวาดตามองเหล่าศิษย์ของสำนักวารีหยกเพื่อหาใครสักคน จนสายตาไปสะดุดหญิงสาวที่กำลังนั่งดื่มน้ำอยู่ จากนั้นรีบเดินไปหาด้วยความคิดถึง“เชี่ยวเออร์” ซูเจินพูดขึ้นมาทันทีที่เห็นซูเชี่ยว ทางด้านซูเชี่ยวที่เห็นอย่างนั้นก็หันมาตามทิศทางเสียง เป็นชายวัยกลางคนประมาณ 50 ต้นๆ ถึงอายุมากแล้วแต่กลับดูบึกบึ

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 28 ทนหน่อย ข้าจะทำแผลให้

    การเดินทางตลอด 2 วันที่ผ่านมาเพื่อเข้าเมืองหลวงก็สิ้นสุดลง เมื่อตอนนี้ทุกคนอยู่หน้าประตูเมืองหลวง รอการตรวจป้ายเข้าออก ตอนนี้บ้านเมืองยังอยู่ในสงคราม ทำให้ทหารที่ประตูเมืองต้องเคร่งครัดเป็นอย่างมาก แต่ในระหว่างที่พวกเขารอตรวจอยู่นั้น ได้มีทหารจำนวนหนึ่งตรงมาทางพวกเขา คนที่ขี่ม้านำหน้าสุดไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือชุนฮวา ทันทีที่นางมาถึงก็กระโดดลงจากหลังม้าทันที“ศิษย์ชุนฮวาคารวะอาจารย์” ชุนฮวากล่าวขึ้นเมื่อร่างกายถึงพื้น ลี่หยางเพียงพยักหน้ารับ เหล่าทหารกว่า 100 นาย ที่ไม่เคยเห็นชายหนุ่ม ขณะตามชุนฮวามาด้วยก็รู้สึกตกตะลึง เขาคืออาจารย์ของนางจริงๆ หรือ เหตุใดถึงยังดูหนุ่มถึงเพียงนี้ ชุนฮวามีความสามารถจนขนาดฝ่าบาทยังเอ่ยชมไม่หยุดปาก ยกนางเหนือเหล่าทหารทุกคน เอ็นดูนางเหมือนลูกสาวแท้ๆ ขนาดเมื่อเจอเชื้อพระวงศ์ยังไม่จำเป็นต้องคำนับ ยกเว้นฮองเฮาและฮ่องเต้ ด้วยอายุยังน้อยของชายหนุ่มทำให้เหล่าทหารเหล่านั้นอดดูแคลนลี่หยางไม่ได้ชุนฮวามองไปโดยรอบพบว่ามีชาวบ้านมากมายต่อแถวเพื่อเข้าวังหลวง เกรงว่าธุระด่วนที่นางจะบอกอาจารย์คงพูดตรงนี้ไม่ได้ ลี่หยางที่เห็นเช่นนั้นจึงพยักหน้าให้นางจากนั้นเดินนำเข้าไปในรถม้า

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 27 ข้าทำได้แล้ว

    วันนี้ก็ครบกำหนดเวลาที่ซูเชี่ยวต้องทำการทดสอบ เพราะพรุ่งนี้ทุกคนที่เข้าร่วมกับกองทัพที่เมืองหลวงต้องออกเดินทางแต่เช้า ซูเชี่ยวมาทดสอบที่ลานกว้างในการทดสอบอย่างครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ศิษย์ทุกคนก็มาคอยให้กำลังใจนางเช่นเคย“สู้ๆ ศิษย์พี่” เสียงของศิษย์ที่มาเป็นกำลังใจเอ่ยเสียงตะโกนออกมา“เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว” เฟยซิ่นพูดขึ้นและนำลูกแก้วออกมาตรงหน้าหญิงสาว ซูเชี่ยวเดินเข้าไปหยุดที่หน้าเฟยซิ่นรองเจ้าสำนัก“ข้าขอให้เจ้าประสบความสำเร็จ และผ่านการทดสอบ” เฟยซิ่นพูดอย่างให้กำลังใจหญิงสาวและถอยห่างลูกแก้วออกไป 3 ก้าวซูเชี่ยวมองไปที่ลูกแก้วที่ลอยอยู่ในอากาศด้วยความมุ่งมั่น จากนั้นปล่อยพลังภายในออกมา ระหว่างมือนางปรากฏแสงสีขาว แต่ครั้งนี้เจิดจ้ากว่าทุกครั้ง แสงสีขาวที่หมุนรอบตัวนางหมุนแรงคล้ายพายุขนาดย่อม จนทำให้ตัวนางลอยขึ้นบนอากาศ เส้นผมพัดเป็นคลื่นด้วยเเรงมหาศาล จากนั้นลูกแสงพวกนั้น หมุนกันเป็นเกลียวขึ้นไปบนฟ้ารวมกันเป็นเเสงลูกใหญ่ และพุ่งลงมาที่ตัวหญิงสาวขณะลอยอยู่กลางอากาศ เมื่อเเสงสลายหายไปเกิดรูปผีเสื้อเล็กๆ สะท้อนแสงที่ระหว่างคิ้ว หญิงสาวค่อยๆ ทะยานลงสู่พื้นดินช้าๆ เมื่อเท้านางเเตะที่พื้นรูปผี

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 26 หยกนั้นช่วยข่มพลังธาตุไฟในกายเจ้า

    หลังกลับมาจากตำหนักหยกขาววันนั้นซูเชี่ยวก็เอาแต่ซ้อมตลอดเวลา จนแทบจะไม่ได้พักผ่อนร่างกาย อยากที่จะบรรลุถึงระดับ 60 เร็วๆ เพราะการเพิ่มระดับช่วง50-60 เป็นช่วงที่พลังภายในเพิ่มขึ้นยากที่สุดซูเชี่ยวพึ่งกลับมาจากตำหนักเมี่ยนเปาหลังจากทานอาหารกลางวัน นางคิดว่าจะกลับมางีบหน่อย ช่วงนี้หญิงสาวรู้สึกร่างกายเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก เมื่อนางเข้ามาในห้องก็พบกับขนมกุ้ยฮวาอยู่บนโต๊ะน้ำชา“ใครเอามาให้” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองออกมา จากนั้นยกจานที่ใส่ขนมขึ้นเพื่อจะชิมขนม แต่เมื่อยกขึ้นก็เห็นกระดาษโน้ตเล็กๆ“อย่าฝึกหนักจนเกินไป การพักผ่อนเป็นเรื่องสำคัญ” ซูเชี่ยวอ่านตามกระดาษโน้ตนั้น“ชื่อก็ไม่เขียน ใส่ยาพิษหรือเปล่าเนี้ย” ขณะที่พูดหญิงสาวก็ก้มลงไปสูดดมที่ขนมทันที แต่ก็ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรผิดปกติ จึงนั่งกินขนมด้วยความเอร็ดอร่อย จากนั้นจึงงีบนอนหลังกินขนมเสร็จ ซูเชี่ยวหลับไปกว่า 1 ชั่วยาม ตื่นมาอีกทีก็ยามอิ๋นแล้ว นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงียอยู่ แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าคือใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าสำนักที่กำลังนั่งมองนางอยู่“เป็นไปไม่ได้” ซูเชี่ยวพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะขยี้ตาตัวเองเพื่อไล่อาการงัวเงียให้ห

  • ซูเชี่ยว นางร้ายกลับตัวเป็นคนใหม่   ตอนที่ 25 วันทดสอบพลังภายใน

    การสอบเพื่อจบการศึกษาของสำนักวารีหยก แบ่งเป็นการสอบทฤษฎีและปฏิบัติ ในการสอบทฤษฎีศิษย์ทุกคนต้องมีคะแนนสอบมากกว่าครึ่งจึงถือว่าผ่าน ส่วนการสอบปฏิบัติเป็นการทดสอบพลังภายในที่ต้องเพิ่มขึ้นจากตอนแรกที่เข้ามาศึกษามากกว่า 60 ส่วนขึ้นไป ต้องผ่านการทดสอบทั้ง 2 อย่างนี้จึงถือว่าผ่านและสามารถจบการศึกษาได้ ฉะนั้น3 อาทิตย์ที่ผ่านมาศิษย์ทุกคนในชั้นปี 5จึงกระตือรือร้น และมักหมกตัวอยู่ที่ตำหนักใฝ่คุณธรรมเพื่อหาความรู้ใส่ตัว และบางคนก็ทบทวนความรู้ที่ผ่านมา ส่วนพลังภายในเป็นเรื่องที่ไม่มีศิษย์คนใดเป็นกังวลมากนัก เพราะตลอดระยะ 5 ปีที่ศึกษามาทุกคนต่างฝึกฝนมาอย่างดีจนบางคนเพิ่มขึ้นมาจนถึง 80 ส่วน แต่นั้นก็ยังเป็นพลังภายในขั้นกลางหรือขั้นสูง แต่ไม่ใช่กับซูเชี่ยวที่มีพลังขั้นสูงสุดการที่จะเพิ่มพลังภายในขึ้นได้ย่อมยากเย็นมากกว่าการเพิ่มพลังภายในขั้นกลางและขั้นสูง ถึงแม้ว่านางจะฝึกฝนอย่างหนักช่วงที่ฝึกกับเจ้าสำนัก แต่ตอนนั้นพลังนางก็ยังอยู่ระดับที่45 ฉะนั้นตลอด 3 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ถึงนางจะฝึกฝนอย่างหนัก แต่ระดับพลังก็ยังไม่ถึง 60 ตอนนี้อยู่แค่ 53 เท่านั้นเหลืออีกแค่ 3 วันเท่านั้นที่จะถึงวันที่ทำการทดสอบ นางจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status