LOGINหลี่เซวียนไม่แม้แต่จะปรายตามองนาง เขากลับขึ้นไปบนหลังม้าและทิ้งคำพูดไว้เพียงประโยคเดียว
“เจ้าไม่คู่ควร”
จากนั้นเขาก็ควบม้าออกไปทันทีไม่สนใจว่าเจ้าเมืองชิงโจวและบุตรสาวจะรู้สึกอับอายต่อชาวเมืองที่มายืนรอส่งกองทัพเช่นไร หลี่เซวียนได้เรียนรู้แล้วว่าถ้าหากเขาไม่แสดงท่าทีที่ชัดเจนออกไปสุดท้ายแล้วจะกลายเป็นเขาเองที่ต้องมาแก้ไขความเข้าใจผิดทีหลังทั้งยังทำให้สตรีที่เขารักต้องเสียใจ
หลี่เซวียนเร่งทหารให้รีบเดินทางอย่างร้อนใจ ถ้าหากว่าไป๋ชิงรุ่ยมากับเขาด้วยป่านนี้เขาก็คงมีคนที่สามารถให้ปรึกษาแก่เขาได้ น่าเสียดายที่ไป๋ชิงรุ่ยได้รับภารกิจอื่นเสียก่อน ตอนนี้มีเพียงจงหลางที่ติดตามอยู่ข้างกายเขา หลี่เซียนไม่รู้ว่างจงหลางจะสามารถให้คำปรึกษากับเขาได้หรือไม่
หลี่เซวียนถอนหายใจออกมาหนักๆ
“ข้าจะต้องทำอย่างไรเมื่อกลับไปที่เมืองหลวง ข้าไม่อยากให้นางโกรธเคืองข้าเช่นนี้เลย”
หลี่เซวียนพูดกับจงหลางหลังจากที่ทั้งสองขี่ม้าเดินเคียงกัน
“คุณชายขอรับ ข้าเองก็ไม่เคยมีความรักเช่นกันแต่ถ้าหากมองในมุมของข้านะขอรับ ข้าคิดว่าความรักนั้นมีเพียงความจริงใจเท่านั้นที่จะสามารถแก้ไขเรื่องทุกอย่างได้ ข้าขอบังอาจแนะนำท่านสักเล็กน้อยนะขอรับ พูดความจริงทั้งหมดให้ฮูหยินน้อยฟังและรอคำตอบของนางว่านางจะยอมเชื่อใจท่านอีกครั้งหรือไม่”
หลี่เซวียนนิ่งเงียบคิดตามที่จงหลางพูด
“แล้วถ้าหากนางไม่ยินยอมที่จะคืนดีกับข้าเล่า”
หลี่เซวียนครียดขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้นางเข้าใจผิดในวันนั้น
“เช่นนั้นท่านก็ต้องตามตื๊อนางและพิสูจน์ให้นางเห็นว่าท่านจริงใจกับนางและมีนางแต่เพียงผู้เดียว”
“แล้วถ้ามันยังไม่ได้ผลเล่า”
จงหลางก็รู้สึกจนใจกับคุณชายของเขาเหมือนกัน คุณชายเห็นจงหลางผู้นี้เป็นที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญด้านความรักไปแล้วหรือ ท่านควรถามเรื่องนี้กับคุณชายไป๋นะขอรับ จงหลางนึกอย่างรำคาญคุณชายของตนที่ตกหลุมรักฮูหยินน้อยจนโงหัวไม่ขึ้น
“เช่นนั้นก็ต้องเจ็บตัวให้นางเห็นเท่านั้นขอรับถ้าฮูหยินน้อยรักคุณชายจริงนางจะต้องสงสารและเห็นใจอย่างแน่นอน แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น.....”
นางก็จะปล่อยให้ท่านตายทั้งอย่างนั้น จงหลางต่อคำพูดสุดท้ายในใจไม่กล้าพูดออกมา
“ใช่แล้วถ้านางรักข้าเมื่อนางเห็นข้าบาดเจ็บนางจะต้องเห็นใจและยอมคืนดีกับข้าอย่างแน่นอน”
หลี่เซวียนนึกแผนที่จะใช้ขอคืนดีกับเสิ่นเยว่อย่างอารมณ์ดี จงหลางได้แต่ส่ายหัวให้กับนายน้อยของตนที่อารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนเขาตามแทบไม่ทัน
กองทัพที่ถูกส่งไปช่วยเหลือชาวเมืองชิงโจวได้เดินทางมาถึงเมืองหลวงแล้วหลี่เซวียนรีบขี่ม้าเข้าวังหลวงเพื่อรายงานเรื่องทั้งหมดและส่งเอกสารรายงานให้แก่ฮ่องเต้ได้ทอดพระเนตร ท่าทางรีบร้อนของเขาทำให้พระองค์นึกอยากแกล้งขึ้นมา
“ข้าไม่ได้พบเจ้าตั้งนานเจ้าอยู่คุยกับข้าสักครู่สินี่ก็ใกล้ถึงเวลาอาหารเที่ยงแล้วเช่นนั้นก็ทานที่นี่กับข้าเถอะ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หลี่เซวียนมีท่าทางหงุดหงิดทันทีแต่เขาก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้เพราะนี่เป็นคำสั่งของฮ่องเต้ ตลอดเวลาที่อยู่ในวังหลวงหลี่เซวียนมีท่าทางกระสับกระส่ายจนคนรอบข้างมองออกอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อฮ่องเต้เห็นว่าตนเองได้แกล้งบุตรชายของศิษย์น้องจอมหัวแข็งคนนั้นแล้วเขาก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที นึกถึงตอนที่ยังฝึกอยู่ที่สำนักมังกรผงาดด้วยกันเจ้าคนที่ชอบทำอะไรตามใจตนเองจนกระทั่งแต่งงานสุดท้ายก็ตกยู่ใต้อาณัติเมีย เห็นแล้วก็รู้สึกอยากแกล้งบุตรชายของเขาสักหลายๆ ทีแต่วันนี้เขาจะปล่อยเจ้าเด็กนี่ไปก่อน
เมื่อหลี่เซวียนถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว ฮ่องเต้ก็หัวเราะไล่หลังเขาไปอย่างอารมณ์ดี เมื่อออกจากวังหลวงหลี่เซวียนก็ขี่ม้าตรงไปที่จวนมหาเสนาบดีเสิ่นทันทีเพราะเขารู้ว่านางจะต้องอยู่ที่จวนตระกูลเสิ่นแน่ๆ หลังจากที่นางโกรธเขาจนกระทั่งทิ้งใบหย่าเอาไว้เช่นนี้
“ข้ามาพบคุณหนูของเจ้า”
หลี่เซวียนลงจากหลังม้าแล้วแจ้งองครักษ์ที่เฝ้าอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ องครักษ์มองหลี่เซวียนอย่างประหลาดใจหลังจากคารวะท่านเขยแล้วเขาก็ตอบคำถามแปลกประหลาดที่ท่านเขยคนนี้ถามออกมา
“ท่านเขยคงเข้าใจผิดไปกระมังขอรับคุณหนูไม่ได้มาที่นี่หลายเดือนแล้วข้าได้ยินมาว่าคุณหนูตามท่านไปที่ชิงโจวมิใช่หรือ”
หลี่เซวียนมององครักษ์คนนั้นไม่มีท่าทีเหมือนคนที่กำลังโกหกเลย ถ้านางไม่อยู่ที่นี่แล้วนางจะหายไปไหนได้
“เช่นนั้นข้าอยากพบท่านแม่ยาย”
องครักษ์รีบเข้าไปแจ้งให้เสิ่นฮูหยินทราบ จากนั้นไม่นานพ่อบ้านก็ออกมาเชิญหลี่เซวียนไปที่ห้องโถงรับแขกทันที
เมื่อหลี่เซวียนไปถึงเขาก็ทำท่าคารวะเต็มพิธีการกับแม่ยายของตนจากนั้นจึงนั่งลง
“ข้าได้ยินว่าเจ้าพึ่งจะกลับมาถึงมิใช่หรือเหตุใดรีบร้อนมาที่นี่เล่าหรือว่าบุตรสาวคนนั้นของข้าได้สร้างเรื่องให้เจ้าหนักใจอีกแล้วอย่างนั้นหรือ”
เสิ่นฮูหยินไม่มีท่าทางแปลกใจเลยเมื่อเห็นหลี่เซวียนมาที่นี่ นางได้รับสารจากองครักษ์ที่นางส่งไปดูแลเสิ่นเยว่แล้ว และเรื่องที่เสิ่นเยว่ทะเลาะกับหลี่เซวียนนางก็รู้ทั้งหมด ความเคลื่อนไหวของทั้งสองคนต่างอยู่ในสายตาของนาง
“นางไม่ได้อยู่ที่นี่ข้าเองก็ไม่รู้ว่านางอยู่ที่ใดเจ้าต้องใช้ความสามารถของเจ้าเพื่อตามหานาง เรื่องที่พวกเจ้าทั้งสองคนเป็นคนก่อพวกเจ้าก็ต้องแก้ไขด้วยตนเอง”
หลี่เซวียนมองเสิ่นฮูหยินอย่างแปลกใจเหมือนกับว่าแม่ยายของเขารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว
“ถ้าเยว่เอ๋อไม่ได้อยู่ที่นี่เช่นนั้นข้าก็ต้องขอตัวก่อนวันหลังข้าจะมาเยี่ยมท่านแม่ยายกับท่านพอตาใหม่ขอรับ”
หลี่เซวียนประสานมือคารวะแล้วรีบร้อนออกไปทันที
“ส่งจดหมายไปบอกพี่ชายของข้าว่าให้ซ่อนเยว่เอ่อเอาไว้สักพัก ให้ข้าได้ดูหน่อยว่าลูกเขยคนนี้ของข้านั้นมีความสามารถเช่นไร เรื่องนี้อย่าให้เยว่เอ่อรู้กำชับสาวใช้ของนางให้ดี”
สิ้นคำสั่งของเสิ่นฮูหยิน สายลมก็วูบผ่านไปไม่เหลือแม้เพียงเงา หลี่เซวียนกลับมาที่เรือนของตนหลังจากที่ไปคารวะท่านพ่อท่านแม่ของเขาแล้ว ทั้งสองไม่ได้ถามหาลูกสะใภ้ที่หายออกไปจากจวนเมื่อหลายเดือนก่อน เรื่องที่ชิงโจวเสิ่นฮูหยินได้แจ้งให้พวกเขาได้รู้แล้ว พวกเขาทำได้เพียงมองอยู่ห่างๆ เท่านั้นปล่อยเรื่องทั้งหมดให้เป็นการตัดสินใจของบุตรชาย
หลี่เซวียนหลังจากอาบน้ำชำระกายเสร็จแล้วเขาก็ล้มตัวลงบนเตียงที่ทั้งสองเคยนอนร่มกัน ถึงแม้ความสัมพันธ์ของทั้งสองจะยังไม่ถึงขั้นลึกซึ้งแต่นางกับเขาก็ถือว่าได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งที่ขีดเอาไว้ก่อนที่ทั้งสองจะแต่งงานกัน
“เยว่เอ๋อเจ้าอยู่ที่ไหนกันแน่ เหตุใดถึงได้หนีไปและโกรธข้ามากมายเพียงนั้น”
หลี่เซวียนสูดดมกลิ่นหอมที่ยังหลงเหลือเอาไว้ในห้องและบนที่นอนทั้งที่นางไม่ได้อยู่ที่นี่มานานหลายเดือน ภาพความทรงจำที่นางกับเขาทำร่วมกันต่างผุดขึ้นมาในหัว ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกินเยว่เอ๋อของข้า หลี่เซวียนหลับไปทั้งที่ยังกอดหมอนของนางเอาไว้เช่นนั้นจนถึงเช้า
วันต่อมาหลี่เซวียนได้แจ้งให้บิดามารดาของเขาทราบว่าเขาจะออกไปตามหาเสิ่นเยว่ทั้งยังยื่นหนังสือขอลาพักกับฝ่าบาทไปแล้วถึงแม้ฮ่องเต้จะไม่อนุมัติเขาก็ยื่นคำขาดว่าจะขอลาออก ทำให้ชายวัยกลางคนที่ชอบกลั่นแกล้งหลี่เซวียนถึงกับมีน้ำโหไล่ตะเพิดเขาออกจากห้องทรงงาน และยังพูดทิ้งท้ายก่อนที่หลี่เซวียนจะออกจากห้องไปว่า
“ห้ามโผล่หัวกลับมาถ้ายังหานางไม่พบ”
“กระหม่อมจะต้องพานางกลับมาให้ได้พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ถอนหายใจออกมาแรงๆ
“ลูกชายเจ้านั่นก็วุ่นวายไม่แพ้บิดาตอนที่ยังหนุ่ม เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ”
ฮ่องเต้บ่นกับฉีกงกงที่คอยรับใช้อยู่ข้างกายจากนั้นก็หันไปสนใจงานที่กองแทบจะสูงท่วมหัวอยู่ตรงหน้า
ปรมาจารอวิ๋นทะยานมายืนอยู่ต่อหน้าเสิ่นเยว่บังร่างของนางเอาไว้พร้อมกับเด็กทั้งสองคน“เจ้าคนแซ่อวิ๋นเจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร นางเป็นฮูหยินของศิษย์คนเล็กของข้าเช่นนั้นนางก็นับว่าเป็นศิษย์ของข้าเช่นกัน”แล้วทั้งสองก็เริ่มเถียงกันอีกครั้ง ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างปวดหัวไปตามๆ กันแต่ใครจะกล้าเข้าไปห้ามการต่อสู้ของปรมาจารย์ทั้งสอง พวกเขายังรักชีวิตตนเองอยู่นะ“ท่านตาทวด”มือเล็กๆ จับที่แขนเสื้อของปรมาจารย์อวิ๋นเขย่าเบาๆ“บินๆ”หลี่ซีฮันกับหลี่เล่อเล่อพูดออกมาพร้อมกัน ดึงความสนใจของชายชราทั้งสองมาที่พวกเขาทันที“โอ้ เจ้าคงเป็นบุตรชายบุตรสาวฝาแฝดของหลี่เซวียนสินะ ข้าคือท่านอาจารย์ปู่ของพวกเจ้าทั้งสองคน ไหนเรียกอาจารย์ปู่ซิ”เด็กทั้งสองคนหันมามองเสิ่นเยว่กับหลี่เซวียนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เสิ่นเยว่พยักหน้าให้พวกเขา“ท่านอาจารย์ปู่”เสียงเล็กๆ สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันปรมาจารย์ต้วนถึงกับน้ำตาซึม หลายปีแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกเช่นนี้ครั้งแรกที่พบหลี่เซวียนตอนห้าขวบที่แคว้นโจวเจ้าเด็กนั่นก็มองเขาด้วยสายตาอย่างนี้เหมือนกัน“เด็กดีๆ”ปรมาจารย์อวิ๋นส่งเสียงหึ!! ออกมาด้วยความหมั่นไส้ คนไม่มีครอบครัวก็เป็นเ
เสียงเล็กๆ ดังมาจากทางด้านหลังของหลี่ซีฮัน หลี่เล่อเล่อวิ่งเข้ามาหาเสิ่นเยว่ด้วยเช่นกันนางกอดขาของเสิ่นเยว่แล้วใช้ใบหน้าเล็กถูไถท่าทางออดอ้อน เด็กคนนี้ร่าเริงเหมือนนางชอบหัวเราะและชอบแอบหนีออกไปเล่นนอกจวน มารดาของเสิ่นเยว่ถึงกับบอกว่าถึงเวลาของนางต้องรับกรรมที่เคยทำกับเสิ่นฮูหยินเอาไว้แล้วเรือลำใหญ่จอดเทียบท่าครอบครัวสกุลหลี่และครอบครัวสกุลเสิ่นลงจากเรือพร้อมกัน พวกเขากลับมาที่หุบเขาแสงจันทร์อีกครั้งในรอบสองปี อีกไม่นานจะมีการจัดงานวันเกิดของท่านปรมาจารย์อวิ๋นจื่อเฉินจ้าวหุบเขาแสงจันทร์ท่านตาของเสิ่นเยว่และเป็นวันเกิดของเสิ่นเยว่เช่นกัน หลังจากที่เสิ่นเยว่แต่งงานกับหลี่เซวียนแล้วนางก็ยังไม่ได้พบท่านตาเลยสักครั้งทั้งๆ ที่ท่านจะไปหานางที่แคว้นโจวในวันเกิดทุกปี ดูเหมือนว่าเรื่องที่นางแต่งงานท่านตาจะยังไม่หายเคือง“ถึงแล้วๆ ยินดีต้อนรับทุกคน”เจ้าสำนักมังกรผงาดออกมาต้อนรับที่หน้าสำนักด้วยตนเอง พวกเขาเข้าไปทักทายพอเป็นพิธีแล้วเดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน“พี่ใหญ่ท่านพ่อออกมาจากหุบเขาหรือยัง“เสิ่นฮูหยินถามเจ้าสำนักมังกรผงาดหลังจากเดินเข้ามาที่ห้องโถงกลางครบทุกคนแล้ว“ออกมาแล้วและก็ไปแล้ว”จ้า
หลี่เซวียนพึมพำเบาๆ แม่นมอุ้มเด็กทารกแรกเกิดสองคนมาที่ห้องอุ่นด้านข้างที่จัดเอาไว้สำหรับพักฟื้นของเสิ่นเยว่หลังจากนางตื่นขึ้นมา เหล่าญาติผู้ใหญ่ของเสิ่นเยว่และหลี่เซวียนต่างมายืนรอดูหลานน้อยที่พึ่งคลอดของพวกเขา ลุงของเสิ่นเยว่ที่หุบเขาแสงจันทร์ก็นั่งรอดูหน้าหลานด้วยความใจจดใจจ่อ อวิ๋นชิงเฟิงยืนมองพวกเขาที่รุมล้อมเด็กทารกชายหญิงทั้งสองคนด้วยความเหม่อลอย“เจ้าอยู่ที่ไหนจ้าวหว่านหนิง”อวิ๋นชิงเฟิงได้แต่ครุ่นคิดกับตนเองอย่างใจลอย หลายเดือนมานี้เขาออกตามหานางทุกที่แต่กลับไร้ร่องรอยของนางหลี่เซวียนเห่อลูกน้อยทั้งสองของเขาเป็นอย่างมาก ครั้งนี้เขาก็ยื่นหนังสือลาพักอีกครั้งฮ่องเต้ได้แต่ส่ายหัวให้กับเจ้าเด็กคนนี้“เจ้าเด็กบ้านั่น ดูที่บุตรชายของเจ้าทำกับข้าสิ”ฮ่องเต้หันไปถลึงตาใส่หลี่เหอที่เป็นทั้งแม่ทัพใหญ่คู่บัลลังก์และสหายร่วมสำนัก ส่วนหลี่เหอก็ทำได้แต่ยืนหน้าตายอยู่เช่นนั้นเพราะเขาเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี เมื่อก่อนที่หลี่เซวียนคลอดเขาก็เคยยื่นหนังสือลาพักไปหลายเดือน ทำเอาฮ่องเต้ถึงกับเดือดปุดๆ ผ่านไปยี่สิบกว่าปีฮ่องเต้ยังขุดเอาเรื่องนี้มาต่อว่าเขาอยู่หลายครั้งหลี่เซวียนหลังจากออกมาจากว
เสิ่นเยว่บิดปากเล็กน้อย ให้กับท่าทางของกวนหวั่นอวี๋ทั้งยังถลึงตาใส่หลี่เซวียนอีกครั้ง“พวกเจ้าที่เป็นบุรุษล้วนแต่พลาดท่าให้กับแม่ดอกบัวขาวแบบพวกนาง ข้าแค่ดูการแสดงของนางแค่นี้ข้าก็รู้แล้วว่านางตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ถ้าหากพวกเขามองไม่ออกก็สมควรยุบสำนักทิ้งไปซะเพราะแค่งิ้วของสตรีนางหนึ่งก็ไม่สามารถมองออก ข้าจะฟ้องท่านตาให้ลงโทษพวกเขาให้หมด”เสิ่นเยว่รู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เมื่อไหร่จะจบเรื่องสักที ทำไมพี่ชิงเฟิงถึงเอาแต่ถามนางเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง ถึงเสิ่นเยว่จะไม่เข้าใจในจุดประสงค์ของอวิ๋นชิงเฟิงแต่หลี่เซวียนนั้นพอจะมองออก เขาหันไปเอามือโยกหัวเจ้าตัวเล็กที่นับวันยิ่งอารมณ์ร้ายขึ้นทุกวัน ไม่ว่าใครก็สามารถทำให้นางหงุดหงิดได้ด้วยเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ด้านอวิ๋นชิงเฟิงยังคงซักถามกวนหวั่นอวี๋ต่อไป“เจ้าบอกว่าเจ้าสำนักเลี่ยงหวงวางยานอนหลับข้าในงานเลี้ยงที่หุบเขาม่านหมอกแล้วจ้าวหว่านหนิงรู้เรื่องนี้หรือไม่”กวนหวั่นอวี๋กลอกตาไปมาเพื่อคิดหาคำตอบว่าจะตอบหลี่เซวียน อย่างไรให้เป็นธรรมชาติ“นางย่อมต้องทราบแน่นอนเจ้าค่ะ เพราะนางเป็นคนของสำนักเลี่ยงหวง....”ยังไม่ทันที่กวนหวั่นอวี๋
เขาพึมพำเบาๆ กับตนเองอวิ๋นชิงเฟิงแกะจดหมายฉบับแรกที่ด้านหน้าซองเขียนชื่อของเขาเอาไว้ เมื่อเขาอ่านเนื้อหาในจดหมายจนจบ ใบหน้าของอวิ๋นชิงเฟิงก็ทะมึนไปทันที เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกจากศาลาตรงไปที่เรือนของบิดา“เฟิงเอ๋อเจ้ามาหาพ่อแต่เช้ามีเรื่องด่วนอันใดหรือ”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยที่กำลังเดินหมากกับหลี่เหอบิดาของหลี่เซวียนหันไปถามอวิ๋นชิงเฟิงอย่างอารมณ์ดี อวินชิงเฟิงไม่พูดสิ่งใดเขายื่นจดหมายให้บิดาได้อ่านเอง หลังจากที่อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยอ่านจดหมายจบเขาก็สบถออกมาอย่างลืมตัว“เรื่องเหลวไหลทั้งเพ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจ้าวหว่านหนิงสักนิดเหตุใดนางต้องเป็นผู้รับผิดต่อเรื่องนี้ด้วย”อวิ๋นชิงเฟิงจับสังเกตต่อคำพูดที่ผิดปกติของบิดาได้เขามองอวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยนิ่งๆ ท่าทางเช่นนั้นของบุตรชายทำให้เจ้าสำนักมังกรผงาดถึงกับปาดเหงื่อเพราะเขาได้หลุดปากพูดเรื่องสำคัญออกไปแล้ว“ข้าคิดว่าท่านพ่อคงต้องมีคำอธิบายให้แก่ข้า”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยเห็นว่าเรื่องทั้งหมดไม่สามารถปิดบังเอาไว้ได้แล้ว เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ“ถ้าอย่างนั้นก็ไปที่ห้องโถงกลางเถอะ”เจ้าสำนักอวิ๋นให้พ่อบ้านไปตามเหล่าผู้อาวุโสและคนสำคัญของสำนักมังก
ผ่านไปไม่นานภายในห้องแสงเทียนก็ถูกดับลงเหล่าผู้อาวุโสที่แอบเฝ้าดูต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะเสียงที่ดังลอดออกมาจากภายในห้อง พวกเขาหาใช่เด็กเล็กที่ไม่เข้าใจว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยอวิ๋นชิงเฟิงก็ทำตามที่เขาได้รับปากเอาไว้ แต่อีกด้านของมุมมืดมีสายตาของใครคนหนึ่งที่หลบซ่อนอยู่จ้องมองไปที่หน้าห้องของทั้งสองคนด้วยสายตาเคียดแค้นเช้าวันต่อมาอวิ๋นชิงเฟิงยังคงทำทุกอย่างเหมือนเป็นปกติ จ้าวหว่านหนิงก็เช่นกันท่าทางของนางนั้นดูออกว่ามีความสุขกว่าใครๆ หลังจากคารวะน้ำชาผู้อาวุโสผ่านไป จ้าวหว่านหนิงก็กลับไปที่ห้องของนาง นางไม่คิดเลยว่าอวิ๋นชิงเฟิงผู้สุภาพเรียบร้อยจะดุดันเพียงนั้นเล่นเอานางแทบไม่ได้นอนทั้งคืนถึงจ้าวหว่านหนิงจะถูกสั่งสอนเรื่องในห้องหอมาก่อนหน้านี้แล้วแต่นางก็ยังรู้สึกเขินอายในการกระทำของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่ดี ในระหว่างที่จ้าวหว่านหนิงกำลังเพ้อถึงรสรักของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่นั้น เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้นเบาๆ จ้าวหว่านหนิงคิดว่าเป็นอวิ๋นชิงเฟิงนางจึงรีบออกไปดู คนที่เขามาในห้องของนางไม่ใช่อวิ๋นชิงเฟิงแต่เป็นสตรีที่มีใบหน้างดงามแต่ซีดขาวเล็กน้อย จ้าวหว่านหนิงเพ่งมองนางอยู่ครู่หนึ
พี่ชายทั้งห้าของเสิ่นเยว่ตอนนี้ได้เดินทางมาที่หุบเขาแสงจันทร์เช่นกันหลังจากที่พวกเขาได้ทราบเรื่องทั้งหมดจากมารดา พี่ชายทั้งห้าของนางก็เอาแต่ก่นด่าหลี่เซวียนไม่หยุด จากนั้นจึงพากันออกเดินทางจากเมืองหลวงไปยังหุบเขาแสงจันทร์ เสิ่นเยว่เมื่อทราบว่าพี่ชายของนางมาที่นี่นางก็รีบวิ่งออกไปพบพวกเขาทันที“พี่ใ
หลี่เซวียนมองจดหมายในมือของเขาอย่างสับสนและมึนงง หลังจากรับจดหมายจากลี่ลี่ที่เสิ่นเยว่ทิ้งไว้ให้แล้วเขาก็ควบม้ากลับค่ายไปทันทีทั้งวันหลี่เซวียนเอาแต่เหม่อลอยเหมือนกำลังครุ่นคิดเรื่องใดอยู่ และท่าทางไม่เป็นตัวของตัวเองจนกระทั่งจงหลางสังเกตเห็นแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามเขาออกไป จงหลางพอจะได้ยินเรื่องที่ฮ
อวิ๋นชิงเฟิงกำลังจะพูดกับนางเมื่อเห็นร่างเล็กเดินน้ำตานองหน้าออกมาจากกระโจม ด้านหลังนางมีหลี่เซวียนที่ยังไม่ทันได้แต่งตัวให้เรียบร้อยเดินตามออกมา“เยว่เอ๋อเจ้าฟังข้าก่อนนี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด”เสิ่นเยว่หยุดยืนหันหลังให้หลี่เซวียน“ไม่ว่าเรื่องที่เจ้าพูดจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องที่เจ้าเพียงพูดเพื่อ
“ให้ลี่ลี่มาจัดการเรื่องนี้ เรากลับกันเถอะข้าอยากไปดูสักหน่อยว่าสี่คนนั้นจัดการไปถึงไหนแล้ว”เสิ่นเยว่กลับมาพร้อมกับชิงจู๋เมื่อนางมาถึงเรือนที่นางเช่าเอาไว้ ที่นั่นมีชาวบ้านหลายคนมาสมัครเป็นคนงานให้นาง เสิ่นเยว่รู้ว่าตนเองอาจจะช่วยชาวเมืองเรื่องอื่นไม่ได้แต่เรื่องเงินรับรองว่านางไม่แพ้ใคร“เป็นยังไ







