เข้าสู่ระบบหลี่เซวียนพูดออกมาเรียบๆ เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองนางเหมือนกลัวว่าภาพของนางจะทำให้สายตาของเขาแปดเปื้อน เจียงหลีเจ็บปวดกับท่าทางของเขายิ่งนัก
“ที่ข้าพูดเป็นเรื่องจริงทั้งหมด หรือพวกท่านจะปฏิเสธว่าวันนั้นที่ทะเลสาบว่านเหลียวพวกท่านไม่ได้มีเรื่องทะเลาะกับข้า”
สายตาหลายคู่หันมามองเสิ่นเยว่กับหลี่เซวียนทันที
“เจ้าคงจะเข้าใจผิดไปกระมัง ที่เจ้ามีเรื่องด้วยคือคุณหนูตระกูลหลินเพื่อนสนิทของเจ้ามากกว่า พวกเราสองคนเป็นแค่เพียงคนที่อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้น ถ้าทุกท่านไม่เชื่อสามารถถามคุณหนูหลินก็ได้ ถึงวันนี้นางจะไม่ได้มาที่นี่ แต่ข้าคิดว่าน่าจะมีบางคนที่มางานวันนี้ได้ไปเดินเล่นที่ทะเลสาบว่านเหลียวเช่นกัน เรื่องที่พวกนางทะเลาะกันแย่งบุรุษน่าจะมีคนเห็นไม่น้อย”
แล้วก็มีอีกสองสามคนมายืนยันว่าพวกเขาเห็นหลินซูเมิ่งกับเจียงหลีทะเลาะกันจริงๆ
“วันนั้นข้ายังนึกไม่ถึงเลยว่าคุณหนูเจียงที่แสนเรียบร้อยจะพูดเช่นนั้นออกมา”
มีคุณหนูหลายคนที่ซุบซิบคุยกันเสียงดัง คนที่มามุงดูต่างได้ยิน
“แต่หลินซูเมิ่งไม่ได้มาที่งานเลี้ยงวันนี้ มีแต่เจ้าที่มาและเจ้าก็เกลียดข้าที่ข้าเคยบอกรักสามีเจ้า ดังนั้นวันนี้เจ้าจึงได้แก้แค้นข้าเช่นนี้”
แล้วสายตาหลายคู่ก็หันกลับมามองเสิ่นเยว่ทันที
เสิ่นเยว่ตบมือให้กับความดันทุรังและความหน้าด้านของเจียงหลี
“เจ้าบอกว่าข้าเป็นคนวางยาเจ้าใช่หรือไม่ เช่นนั้นห้องนี้เป็นข้าที่เตรียมเอาไว้ก่อนทั้งที่ที่นี่เป็นเรือนของเจ้าใช่หรือไม่ เป็นข้าที่บังคับพาเจ้ามาที่ห้องนี้ใช่หรือไม่ หรือว่าเป็นข้าที่บังคับให้คุณชายเจิ้งมาที่นี่กัน คุณหนูเจียงเจ้าแต่งเรื่องได้น่าสนใจยิ่งนัก ว่างๆ ควรเอาเรื่องของเจ้าส่งให้นักกวีเขียนออกมาเป็นบทละครงิ้ว ดูท่าจะต้องโด่งดังและเป็นที่นิยมแน่”
เสิ่นเยว่พูดออกไปทั้งยังหัวเราะเยาะนางอย่างไม่ไว้หน้าคนตระกูลเจียงเลยสักนิด เสิ่นเยว่มีอะไรที่ต้องกลัวแค่ตระกูลเจียงเล็กๆ เท่านั้น ถึงท่านอาของเจียงหลีจะเป็นพระสนมที่อยู่ในวัง แต่นางหรือจะใหญ่เท่าเสิ่นฮองเฮาที่เป็นป้าแท้ๆ ของนาง ฮองเฮาทั้งรักและเอ็นดูนางเหมือนลูกในไส้ ท่านแม่ของนางยังน่ากลัวกว่าคนตระกูลเจียงทั้งตระกูลเสียอีก
“เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”
นายท่านเจียงตวาดเสิ่นเยว่เสียงดัง
“นายท่านเจียงท่านตวาดผิดคนแล้ว ข้าหาใช่บุตรสาวของท่านที่ทำเรื่องบัดสีในวันเกิดของท่านย่าของนางนะ คนที่ท่านควรจะโกรธน่าจะเป็นบุตรสาวสุดที่รักของท่านมากกว่า อีกอย่างทำไมท่านไม่ถามคุณชายเจิ้งเล่าว่ามันเกิดเรื่องอันใดขึ้น แทนที่จะมาถามข้าว่าเรื่องที่ข้าพูดหมายความว่าอย่างไร”
แล้วแขกที่มางานเลี้ยงวันนี้ต่างก็เห็นด้วยกับคำพูดของเสิ่นเยว่
“เป็นเรื่องจริงที่ฮูหยินน้อยหลี่พูด มีสาวใช้ทำชุดของข้าเปื้อน ทุกท่านที่อยู่ในงานเลี้ยงบางคนก็เห็นมิใช่หรือ อีกอย่างสาวใช้นางนั้นก็เป็นคนพาข้ามาที่ห้องนี้เพื่อเปลี่ยนชุด แต่เป็นคุณหนูเจียงที่แอบอยูหลังม่านพุ่งเข้ามากอดข้าก่อน ข้านึกว่านางเป็นสาวใช้ของจวนสกุลเจียงที่อยากยกระดับฐานะของตนเองก็เท่านั้น หลังจากนั้นก็เป็นตามที่พวเจ้าเห็นเรื่องทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้”
เสิ่นเยว่เดินมาด้านหน้าเจียงหลีเล็กน้อย
“นี่ก็เป็นเรื่องที่ข้าเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าเพื่อเล่นงานเจ้าด้วยอย่างนั้นหรือ แต่ว่านะ .......”
เสิ่นเยว่หันไปมองหลี่เซวียนเล็กน้อย
“คุณชายเจิ้งเจ้าบอกว่าสาวใช้เป็นคนพาเจ้ามาที่ห้องนี้ใช่หรือไม่”
เจิ้งอี้หางพยักหน้ารับ
“เช่นนั้นแล้วที่สาวใช้จวนตระกูลเจียงไปเชิญสามีข้ามาที่ห้องนี้ก่อนหน้านี้เล่า ทั้งนางยังแอบอ้างชื่อของข้าเพื่อที่ต้องการให้สามีข้าตามนางมาที่นี่ เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไร นายท่านเจียงท่านต้องให้คำอธิบายแก่ข้าในเรื่องนี้ด้วยมิใช่หรือ หรือพวกเจ้าตระกูลเจียงใช้การจัดงานเลี้ยงหาสามีให้บุตรสาว โชคดีที่สามีข้าเดินไปเข้าห้องน้ำแล้วพบกับข้าที่นั่นก่อน ไม่เช่นนั้นคนที่อยู่ในห้องนั้นกับนางก็คงจะเปลี่ยนเป็นอีกคน”
เสิ่นเยว่หันไปมองเจียงหลีที่ทำท่าทางโกรธแค้นจนแทบอยากจะฆ่านางให้ตาย
“คุณหนูเจียงเจ้ามีคำอธิบายให้กับข้าในเรื่องนี้หรือไม่หรือว่าทั้งหมดเจ้าจะบอกว่าเป็นฝีมือของข้าอีก นั่นเป็นสาวใช้ส่วนตัวของเจ้านะนางไม่ใช่สาวใช้ของข้า”
เสิ้นเยว่พยักหน้าให้ชิงจู๋พาสาวใช้ส่วนตัวของเจียงหลีเข้ามา ท่าทางสาวใช้ดูหวาดกลัวอย่างมาก ดูท่าจะโดนชิงจู๋ใช้วิธีทรมานไม่ให้เห็นบาดแผลมาแน่ๆ
แล้วสาวใช้นางนั้นก็สารภาพออกมาจนหมด ว่าเจียงหลีต้องการให้หลี่เซวียนรับนางเป็นฮูหยินรอง และที่นางทำทั้งหมดก็เพื่อที่จะต้องการหักหน้าเสิ่นเยว่
“นั่นไม่ใช่เรื่องจริงนังสาวใช้ทรยศ เจ้าถูกซื้อตัวจากเสิ่นเยว่ใช่หรือไม่เจ้าพูดโกหกท่านพ่อท่านต้องโบยนางให้ตายนะเจ้าคะ นางกำลังใส่ร้ายข้า”
สาวใช้หมอบคลานตรงหน้านายท่านเจียงเพื่อร้องขอชีวิต นายท่านเจียงโมโหจนใบหน้าแดงก่ำ มาถึงขั้นนี้แล้วหากเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็โง่เต็มทน แต่เสิ่นเยว่มาที่นี่วันนี้นางไม่ได้แค่มาเที่ยวเล่นเปล่าๆ ถ้าหากปล่อยให้นางได้ออกโรงด้วยตนเองแล้วละก็ นางจะต้องตอกตะปูปิดฝาโลงเจียงหลีให้ไม่มีหน้าเดินบนถนนได้อีก
“พูดเรื่องบ่าวทรยศนายแล้วข้าก็มีของฝากมาให้เจ้าด้วยนะคุณหนูเจียง”
เสิ่นเยว่ตบมือสองครั้ง สาวใช้สองคนของเสิ่นเยว่ที่มาอยู่ทีนี่ตั้งเเต่เมื่อใดไม่มีใครรู้ ลากบ่าวรับใช้ที่เรือนของหลี่เซวียนมาสี่คนโยนลงตรงหน้าเจียงหลี เสิ่นเยว่ชี้ไปที่พวกเขาทีละคน
“นี่เป็นคนกวาดลานเรือน นี่เป็นคนดูแลม้า นี่เป็นคนทำความสะอาดเสื้อผ้า ส่วนนี่เป็นคนเฝ้าหน้าเรือน ทั้งหมดนี่เป็นคนที่เจ้าจ่ายเงินซื้อตัวพวกเขาเอาไว้ข้าได้นำพวกเขามาส่งคืนเจ้าแล้ว ข้ารู้สึกทึ่งในความสามารถของเจ้าจริงๆ คุณหนูเจียงคนพวกนี้ทำงานที่จวนตระกูลหลี่มานานกว่าห้าปีแต่เจ้าสามารถซื้อตัวพวกเขาได้ดูท่าจะต้องทุ่มเงินไปไม่น้อยถึงได้ทำให้พวกเขากล้าทรยศนายได้เช่นนี้”
เสิ่นเยว่ลุกขึ้นแล้วมองไปรอบๆ
“พวกท่านที่มาที่นี่ในวันนี้ก็ต้องระวังเอาไว้ด้วยนะ วันนี้พวกเขากล้าซื้อตัวบ่าวที่จวนตระกูลหลี่ วันหน้าไม่รู้ว่าพวกเขาจะแอบซื้อตัวบ่าวในเรือนของพวกท่านตระกูลใดอีก”
เสิ่นเยว่ชี้ไปที่ขุนนางบางคนที่มางานเลี้ยงวันเกิดฮูหยินผู้เฒ่าเจียง ทุกคนต่างทำหน้าขยาด เมื่อนึกถึงว่าเรื่องส่วนตัวของตนจะถูกรายงานให้ผู้อื่นรู้
“ฮูหยินน้อยหลี่เจ้าพูดจาไร้สาระอันใด เรื่องที่บุตรสาวของข้าทำ เจ้ามีหลักฐานหรือไม่ เจ้าเอาแต่พูดเพียงฝ่ายเดียวเช่นนี้จะเป็นการใส่ความ เจ้าสามารถแบกรับเรื่องนี้ไหวหรือ”
ปรมาจารอวิ๋นทะยานมายืนอยู่ต่อหน้าเสิ่นเยว่บังร่างของนางเอาไว้พร้อมกับเด็กทั้งสองคน“เจ้าคนแซ่อวิ๋นเจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร นางเป็นฮูหยินของศิษย์คนเล็กของข้าเช่นนั้นนางก็นับว่าเป็นศิษย์ของข้าเช่นกัน”แล้วทั้งสองก็เริ่มเถียงกันอีกครั้ง ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างปวดหัวไปตามๆ กันแต่ใครจะกล้าเข้าไปห้ามการต่อสู้ของปรมาจารย์ทั้งสอง พวกเขายังรักชีวิตตนเองอยู่นะ“ท่านตาทวด”มือเล็กๆ จับที่แขนเสื้อของปรมาจารย์อวิ๋นเขย่าเบาๆ“บินๆ”หลี่ซีฮันกับหลี่เล่อเล่อพูดออกมาพร้อมกัน ดึงความสนใจของชายชราทั้งสองมาที่พวกเขาทันที“โอ้ เจ้าคงเป็นบุตรชายบุตรสาวฝาแฝดของหลี่เซวียนสินะ ข้าคือท่านอาจารย์ปู่ของพวกเจ้าทั้งสองคน ไหนเรียกอาจารย์ปู่ซิ”เด็กทั้งสองคนหันมามองเสิ่นเยว่กับหลี่เซวียนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เสิ่นเยว่พยักหน้าให้พวกเขา“ท่านอาจารย์ปู่”เสียงเล็กๆ สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันปรมาจารย์ต้วนถึงกับน้ำตาซึม หลายปีแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกเช่นนี้ครั้งแรกที่พบหลี่เซวียนตอนห้าขวบที่แคว้นโจวเจ้าเด็กนั่นก็มองเขาด้วยสายตาอย่างนี้เหมือนกัน“เด็กดีๆ”ปรมาจารย์อวิ๋นส่งเสียงหึ!! ออกมาด้วยความหมั่นไส้ คนไม่มีครอบครัวก็เป็นเ
เสียงเล็กๆ ดังมาจากทางด้านหลังของหลี่ซีฮัน หลี่เล่อเล่อวิ่งเข้ามาหาเสิ่นเยว่ด้วยเช่นกันนางกอดขาของเสิ่นเยว่แล้วใช้ใบหน้าเล็กถูไถท่าทางออดอ้อน เด็กคนนี้ร่าเริงเหมือนนางชอบหัวเราะและชอบแอบหนีออกไปเล่นนอกจวน มารดาของเสิ่นเยว่ถึงกับบอกว่าถึงเวลาของนางต้องรับกรรมที่เคยทำกับเสิ่นฮูหยินเอาไว้แล้วเรือลำใหญ่จอดเทียบท่าครอบครัวสกุลหลี่และครอบครัวสกุลเสิ่นลงจากเรือพร้อมกัน พวกเขากลับมาที่หุบเขาแสงจันทร์อีกครั้งในรอบสองปี อีกไม่นานจะมีการจัดงานวันเกิดของท่านปรมาจารย์อวิ๋นจื่อเฉินจ้าวหุบเขาแสงจันทร์ท่านตาของเสิ่นเยว่และเป็นวันเกิดของเสิ่นเยว่เช่นกัน หลังจากที่เสิ่นเยว่แต่งงานกับหลี่เซวียนแล้วนางก็ยังไม่ได้พบท่านตาเลยสักครั้งทั้งๆ ที่ท่านจะไปหานางที่แคว้นโจวในวันเกิดทุกปี ดูเหมือนว่าเรื่องที่นางแต่งงานท่านตาจะยังไม่หายเคือง“ถึงแล้วๆ ยินดีต้อนรับทุกคน”เจ้าสำนักมังกรผงาดออกมาต้อนรับที่หน้าสำนักด้วยตนเอง พวกเขาเข้าไปทักทายพอเป็นพิธีแล้วเดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน“พี่ใหญ่ท่านพ่อออกมาจากหุบเขาหรือยัง“เสิ่นฮูหยินถามเจ้าสำนักมังกรผงาดหลังจากเดินเข้ามาที่ห้องโถงกลางครบทุกคนแล้ว“ออกมาแล้วและก็ไปแล้ว”จ้า
หลี่เซวียนพึมพำเบาๆ แม่นมอุ้มเด็กทารกแรกเกิดสองคนมาที่ห้องอุ่นด้านข้างที่จัดเอาไว้สำหรับพักฟื้นของเสิ่นเยว่หลังจากนางตื่นขึ้นมา เหล่าญาติผู้ใหญ่ของเสิ่นเยว่และหลี่เซวียนต่างมายืนรอดูหลานน้อยที่พึ่งคลอดของพวกเขา ลุงของเสิ่นเยว่ที่หุบเขาแสงจันทร์ก็นั่งรอดูหน้าหลานด้วยความใจจดใจจ่อ อวิ๋นชิงเฟิงยืนมองพวกเขาที่รุมล้อมเด็กทารกชายหญิงทั้งสองคนด้วยความเหม่อลอย“เจ้าอยู่ที่ไหนจ้าวหว่านหนิง”อวิ๋นชิงเฟิงได้แต่ครุ่นคิดกับตนเองอย่างใจลอย หลายเดือนมานี้เขาออกตามหานางทุกที่แต่กลับไร้ร่องรอยของนางหลี่เซวียนเห่อลูกน้อยทั้งสองของเขาเป็นอย่างมาก ครั้งนี้เขาก็ยื่นหนังสือลาพักอีกครั้งฮ่องเต้ได้แต่ส่ายหัวให้กับเจ้าเด็กคนนี้“เจ้าเด็กบ้านั่น ดูที่บุตรชายของเจ้าทำกับข้าสิ”ฮ่องเต้หันไปถลึงตาใส่หลี่เหอที่เป็นทั้งแม่ทัพใหญ่คู่บัลลังก์และสหายร่วมสำนัก ส่วนหลี่เหอก็ทำได้แต่ยืนหน้าตายอยู่เช่นนั้นเพราะเขาเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี เมื่อก่อนที่หลี่เซวียนคลอดเขาก็เคยยื่นหนังสือลาพักไปหลายเดือน ทำเอาฮ่องเต้ถึงกับเดือดปุดๆ ผ่านไปยี่สิบกว่าปีฮ่องเต้ยังขุดเอาเรื่องนี้มาต่อว่าเขาอยู่หลายครั้งหลี่เซวียนหลังจากออกมาจากว
เสิ่นเยว่บิดปากเล็กน้อย ให้กับท่าทางของกวนหวั่นอวี๋ทั้งยังถลึงตาใส่หลี่เซวียนอีกครั้ง“พวกเจ้าที่เป็นบุรุษล้วนแต่พลาดท่าให้กับแม่ดอกบัวขาวแบบพวกนาง ข้าแค่ดูการแสดงของนางแค่นี้ข้าก็รู้แล้วว่านางตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ถ้าหากพวกเขามองไม่ออกก็สมควรยุบสำนักทิ้งไปซะเพราะแค่งิ้วของสตรีนางหนึ่งก็ไม่สามารถมองออก ข้าจะฟ้องท่านตาให้ลงโทษพวกเขาให้หมด”เสิ่นเยว่รู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เมื่อไหร่จะจบเรื่องสักที ทำไมพี่ชิงเฟิงถึงเอาแต่ถามนางเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง ถึงเสิ่นเยว่จะไม่เข้าใจในจุดประสงค์ของอวิ๋นชิงเฟิงแต่หลี่เซวียนนั้นพอจะมองออก เขาหันไปเอามือโยกหัวเจ้าตัวเล็กที่นับวันยิ่งอารมณ์ร้ายขึ้นทุกวัน ไม่ว่าใครก็สามารถทำให้นางหงุดหงิดได้ด้วยเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ด้านอวิ๋นชิงเฟิงยังคงซักถามกวนหวั่นอวี๋ต่อไป“เจ้าบอกว่าเจ้าสำนักเลี่ยงหวงวางยานอนหลับข้าในงานเลี้ยงที่หุบเขาม่านหมอกแล้วจ้าวหว่านหนิงรู้เรื่องนี้หรือไม่”กวนหวั่นอวี๋กลอกตาไปมาเพื่อคิดหาคำตอบว่าจะตอบหลี่เซวียน อย่างไรให้เป็นธรรมชาติ“นางย่อมต้องทราบแน่นอนเจ้าค่ะ เพราะนางเป็นคนของสำนักเลี่ยงหวง....”ยังไม่ทันที่กวนหวั่นอวี๋
เขาพึมพำเบาๆ กับตนเองอวิ๋นชิงเฟิงแกะจดหมายฉบับแรกที่ด้านหน้าซองเขียนชื่อของเขาเอาไว้ เมื่อเขาอ่านเนื้อหาในจดหมายจนจบ ใบหน้าของอวิ๋นชิงเฟิงก็ทะมึนไปทันที เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกจากศาลาตรงไปที่เรือนของบิดา“เฟิงเอ๋อเจ้ามาหาพ่อแต่เช้ามีเรื่องด่วนอันใดหรือ”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยที่กำลังเดินหมากกับหลี่เหอบิดาของหลี่เซวียนหันไปถามอวิ๋นชิงเฟิงอย่างอารมณ์ดี อวินชิงเฟิงไม่พูดสิ่งใดเขายื่นจดหมายให้บิดาได้อ่านเอง หลังจากที่อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยอ่านจดหมายจบเขาก็สบถออกมาอย่างลืมตัว“เรื่องเหลวไหลทั้งเพ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจ้าวหว่านหนิงสักนิดเหตุใดนางต้องเป็นผู้รับผิดต่อเรื่องนี้ด้วย”อวิ๋นชิงเฟิงจับสังเกตต่อคำพูดที่ผิดปกติของบิดาได้เขามองอวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยนิ่งๆ ท่าทางเช่นนั้นของบุตรชายทำให้เจ้าสำนักมังกรผงาดถึงกับปาดเหงื่อเพราะเขาได้หลุดปากพูดเรื่องสำคัญออกไปแล้ว“ข้าคิดว่าท่านพ่อคงต้องมีคำอธิบายให้แก่ข้า”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยเห็นว่าเรื่องทั้งหมดไม่สามารถปิดบังเอาไว้ได้แล้ว เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ“ถ้าอย่างนั้นก็ไปที่ห้องโถงกลางเถอะ”เจ้าสำนักอวิ๋นให้พ่อบ้านไปตามเหล่าผู้อาวุโสและคนสำคัญของสำนักมังก
ผ่านไปไม่นานภายในห้องแสงเทียนก็ถูกดับลงเหล่าผู้อาวุโสที่แอบเฝ้าดูต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะเสียงที่ดังลอดออกมาจากภายในห้อง พวกเขาหาใช่เด็กเล็กที่ไม่เข้าใจว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยอวิ๋นชิงเฟิงก็ทำตามที่เขาได้รับปากเอาไว้ แต่อีกด้านของมุมมืดมีสายตาของใครคนหนึ่งที่หลบซ่อนอยู่จ้องมองไปที่หน้าห้องของทั้งสองคนด้วยสายตาเคียดแค้นเช้าวันต่อมาอวิ๋นชิงเฟิงยังคงทำทุกอย่างเหมือนเป็นปกติ จ้าวหว่านหนิงก็เช่นกันท่าทางของนางนั้นดูออกว่ามีความสุขกว่าใครๆ หลังจากคารวะน้ำชาผู้อาวุโสผ่านไป จ้าวหว่านหนิงก็กลับไปที่ห้องของนาง นางไม่คิดเลยว่าอวิ๋นชิงเฟิงผู้สุภาพเรียบร้อยจะดุดันเพียงนั้นเล่นเอานางแทบไม่ได้นอนทั้งคืนถึงจ้าวหว่านหนิงจะถูกสั่งสอนเรื่องในห้องหอมาก่อนหน้านี้แล้วแต่นางก็ยังรู้สึกเขินอายในการกระทำของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่ดี ในระหว่างที่จ้าวหว่านหนิงกำลังเพ้อถึงรสรักของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่นั้น เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้นเบาๆ จ้าวหว่านหนิงคิดว่าเป็นอวิ๋นชิงเฟิงนางจึงรีบออกไปดู คนที่เขามาในห้องของนางไม่ใช่อวิ๋นชิงเฟิงแต่เป็นสตรีที่มีใบหน้างดงามแต่ซีดขาวเล็กน้อย จ้าวหว่านหนิงเพ่งมองนางอยู่ครู่หนึ
ใบหน้าของคนทั้งสี่แข็งค้างไปทันที ดูเหมือนหลี่เซวียนจะเดาเรื่องทั้งหมดได้ถูกต้อง เสิ่นเยว่ที่ไม่เข้าใจหันมองคนนั้นทีคนนี้ที“รู้เรื่องอะไรหรือ”นางหันไปถามหลี่เซวียน หลี่เซวียนลูบผมที่นุ่มสลวยของนางอย่างรักใคร่“ความลับถ้าเจ้าอยากรู้คืนนี้ข้าจะเล่าให้ฟังบนเตียง”หลี่เซวียนกระซิบข้างหูของเสิ่นเยว่เบ
หลี่เซวียนอธิบายเสียงอ่อยเขากลัวว่านางจะไม่เชื่อจึงถอดเสื้อออกให้นางดู แผ่นหลังของเขามีรอยแผลเป็นสีชมพูเป็นทางยาวจากด้านบนขวาลากยาวไปจนถึงด้านล่างซ้าย เสิ่นเยว่ลูบมันอย่างแผ่วเบา“ยังเจ็บอยู่หรือไม่”เสิ่นเยว่ถามเสียงเบาเหมือนกลัวว่าเสียงของนางจะกระทบทำให้แผลของเขาปริแตก“ไม่เจ็บแล้วนี่เป็นแผลที่เก
เสิ่นเยว่เกือบจะถึงจุดสุดยอดหลี่เซวียนก็แกล้งหยุดเพื่อให้นางร้องขอให้เขาช่วยนาง เป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้งจนเสิ่นเยว่แทบจะทนไม่ไหว“หลี่เซวียนได้โปรดช่วยปลดปล่อยข้าที”เสียงแหบแห้งที่ครางกระเส่าทำให้หลี่เซวียนเกือบจะทนไม่ไหว เขาอยากจะสอดใส่เข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของนาง แต่นี่เป็นครั้งแรกของเสิ่นเยว่
เสิ่นเยว่หันไปมองตามนิ้วของจ้าวหว่านหนิงพวกเขาต่างหันไปมองอวิ๋นชิงเฟิงเป็นตาเดียวอวิ๋นชิงเฟิงถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ“คุณหนู้จ้าวเจ้าคงจะเข้าใจอะไรผิดไปบางอย่างเยว่เอ๋อนางเป็นลูกพี่ลูกน้องของข้าและนางแต่งงานแล้ว กับ......”อวิ๋นชิงเฟิงชี้ไปที่หลี่เซวียน คราวนี้สายตาทั้งหมดหันมารวมกันที่หลี่เซวียน จ







