로그인หลี่เซวียนมองหน้าของสตรีที่นั่งอยู่ด้านข้างเขาด้วยสายตาหยาดเยิ้ม ใบหน้าของเขาแดงเรื่อลามไปถึงใบหู เจ้าคนโง่นี่โดนควันของกำยานปลุกกำหนัดที่จุดเอาไว้ในห้องแล้วสินะ ทำไมนางถึงได้เชื่อใจนะว่าเขาจะต้องจัดการเรื่องนี้เองได้ ถ้าหากว่านางไม่มาที่นี่วันพรุ่งนี้เจียงหลีก็คงได้ถูกส่งตัวไปที่ตระกูลหลี่ในฐานะฮูหยินรองแล้ว
เสิ่นเยว่มองคนที่เปิดประตูเข้ามา นางคือเจียงหลีอย่างที่คิด นี่นางไม่คิดจะรอให้ฤทธิ์ของกำยานปลุกกำหนัดทำงานก่อนหรือไง รีบอะไรขนาดนั้น เสิ่นเยว่ครุ่นคิดเหมือนว่านางต้องการให้คนอื่นมาเห็นนางทำอะไรกับ หลี่เซวียนโดยเร็ว เสิ่นเยว่ยิ้มอย่างมีเลศนัย
เจียงหลีเดินวนหาหลี่เซวียนทั่วห้องแต่ไม่พบเขา แต่นางให้สาวใช้จับตาดูห้องนี้เอาไว้แล้วนางบอกว่าไม่เห็นหลี่เซวียนออกจากห้องนี้ไปนี่นา แล้วเขาจะไปอยู่ที่ไหนได้ อีกไม่นานสาวใช้ของนางก็จะไปตามคนอื่นมาที่นี่แล้ว แล้วตอนนี้เขาหายไปไหนกัน
เสิ่นเยว่ที่นั่งอยู่บนคานพยายามแกะมือที่เหมือนปลาหมึกของหลี่เซวียนออกจากตัวของนาง
“เจ้าตั้งสติหน่อย กินยานี่เข้าไปก่อน”
เสิ่นเยว่ยัดยาลูกกลอนใส่ปากของหลี่เซวียน นี่เป็นยาแก้พิษที่เสิ่นเยว่กินก่อนที่จะเข้ามาในห้องนี้ แต่หลี่เซวียนสูดดมกำยานเข้าไปแล้ว ต้องรออีกสักครู่ยาแก้พิษถึงจะออกฤทธิ์
เจียงหลีที่เข้ามาในห้องนี้ได้สักพักก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ตอนนี้นางได้สูดควันของกำยานปลุกกำหนัดเข้าไปแล้วจึงต้องหาทางระบายความต้องการออกไป แต่ตอนนี้หลี่เซวียนหายออกไปจากห้องนี้แล้ว นางคิดไม่ออกว่าต้องทำอย่างไร หากว่านางออกไปจากห้องนี้ในสภาพเช่นนี้จะต้องเกิดเรื่องอย่างแน่นอน
เสียงเดินจากด้านนอกตรงมาที่ห้องนี้ เจียงหลีที่ยังพอมีสติอยู่ก็รีบไปแอบหลังม่านเพื่อรอดูว่าใครคือคนที่เข้ามาในห้อง ท่าทางและการแต่งตัวของเขาไม่ต่างจากหลี่เซวียน เพราะบุรุษผู้นั้นใส่ชุดสีดำที่หลี่เซวียนใส่เป็นประจำเจียงหลีจึงตัดสินว่าเขาคือหลี่เซวียน เมื่อเจียงหลีเห็นเช่นนั้นความต้องการที่นางอดทนมาตลอดก็หมดลง
เจียงหลีพุ่งเข้าใส่บุรุษผู้นั้นอย่างไม่ทันให้เขาได้ตั้งตัว นางพยายามฉีกทึ้งเสื้อผ้าของตนเองเพื่อระบายความร้อนที่พวยพุ่งออกจากกายนางความต้องการของเจียงหลีตอนนี้ถึงขีดสุดแล้ว บุรุษผู้นั้นในคราแรกก็รู้สึกตกใจเช่นกัน เขาไม่นึกเลยว่าสาวใช้นำทางให้เขามาเปลี่ยนชุดที่ห้องนี้ ด้านในห้องจะมีสตรีที่งดงามรอเขาอยู่ และดูท่าทางเหมือนนางเองที่เป็นคนต้องการให้เขามีอะไรกับนาง
บุรุษผู้นั้นยังคิดว่าสาวใช้ของที่นี่ช่างงดงามกว่าอนุที่เรือนเขายิ่งนัก นางคงจะอยากปีนเตียงบุตรชายขุนนางเพื่อยกระดับของตนเองให้มีฐานะขึ้นสินะ ได้อนุที่งดงามเช่นนี้กลับจวนไปด้วยเขาย่อมไม่มีทางปฏิเสธ ถึงอย่างไรที่เรือนของเขาก็มีอนุอยู่แล้วถึงสิบคนเพิ่มอีกสักคนจะเป็นไรไป
เจิ้งอี้หางบุตรชายคนเดียวของราชเลขาเจิ้งผู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องของความเจ้าชู้ เขาเป็นคนชอบของสวยงามในเรือนหลังจึงมีสตรีมากมายทั้งสาวใช้ในเรือนที่หน้าตางดงามล้วนแล้วแต่ถูกเขาจัดการไปหมดแล้ว
เพราะเป็นบุตรชายที่ราชเลขาเจิ้งมีตอนแก่เขาถึงได้ตามใจบุตรชายเจ้าสำราญคนนี้มาก ไม่นานจากนั้นฉากร่วมรักของทั้งสองก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นเพราะเจิ้งอี้หางก็สูดควันของกำยานเข้าไปจึงทำให้เขามีอารมณ์ร่วมอย่างรวดเร็ว
หลี่เซวียนที่ได้สติกลับมาครบถ้วนแล้วหลังจากกินยาลูกกลอนแก้พิษที่เสิ่นเยว่ให้กับเขาไป หลี่เซวียนยกมือขึ้นปิดตาเสิ่นเยว่ที่กำลังมองทั้งสองคนกำลังนัวเนียกันที่เตียง ดีที่มีม่านปิดบังเอาไว้จึงเห็นเพียงแค่เงาเท่านั้น แต่เสียงที่น่าอายของทั้งสองคนนั้นก็ดังเล็ดลอดออกมาทำเอาทั้งสองคนที่นั่งอยู่บนคานถึงกับหน้าแดงด้วยความเขินอาย
“ออกไปจากที่นี่เถอะ ดูท่าว่าอีกไม่นานสาวใช้ของเจียงหลีคงจะต้องตามคนมาที่นี่เป็นแน่”
เสิ่นเยว่พยักหน้าให้เขาทั้งที่ใจอยากจะดูฉากรักของทั้งสองคนต่อ แต่สามีปลอมๆ ของนางกลับไม่ยอมให้อยู่ที่นี่
เมื่อเสิ่นเยว่กับหลี่เซวียนออกจากห้องนั้นไปเพียงไม่นาน เสียงเดินของใครหลายคนก็ตรงมาที่ห้องนั้นอย่างรีบร้อน เพราะสาวใช้ไปแจ้งให้นายท่านเจียงทราบว่ามีเสียงที่น่าอายดังเล็ดลอดออกมาจากห้องพักที่เตรียมเอาไว้รับรองแขกที่มาเยือนที่จวนในวันนี้
เมื่อพวกเขาหยุดที่หน้าห้องนั้น เสียงร้องครวญครางอย่างสุขสมของสตรีและบุรุษดังออกมาจากในห้อง
เสิ่นเยว่และหลี่เซวียนแอบมองอยู่ห่างๆ รอดูว่านายท่านเจียงจะทำอย่างไรเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ในห้องเป็นบุตรสาวที่ตนเองภาคภูมิใจ
“เปิดประตู ข้าอยากจะรู้นักว่าใครที่มันช่างใจกล้าถึงได้มาทำเรื่องบัดสีน่ารังเกียจในวันเกิดของท่านแม่”
นายท่านเจียงสั่งให้บ่าวรับใช้ชายพังประตูเข้าไป ถึงแม้ว่าด้านนอกจะมีคนยืนมุงมากกว่ายี่สิบคนแต่สองร่างที่กำลังควบขี่กันอย่างเมามัน ก็ยังไม่สามารถแยกออกจากกันได้เพราะยังคงตกอยู่ในฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัดจึงทำให้ไม่รับรู้ว่ามีคนมากเพียงใดที่กำลังมองฉากรักของตนเองอยู่
บ่าวสองคนถูกสั่งให้ลากสองคนที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตนเองออกจากกัน เมื่อได้เห็นหน้าของทั้งสองคนชัดๆ นายท่านเจียงแทบเป็นลม บุตรสาวที่เขาเอ็นดูที่สุดคนนี้ กำลังเปลือยกายล่อนจ้อน ท่าทางนางจะยังไม่ได้สติจากฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัดเพราะหลังจากที่หลุดออกจากเจิ้งอี้หาง นางก็ทำท่าจะพุ่งเข้าหาบ่าวชายที่พยุงนางอยู่
“เร็วเข้าไปเอาผ้าห่มมาปิดร่างของนางเอาไว้ นี่มันเกิดอันใดขึ้นมีใครตอบข้าได้บ้าง สาวใช้ของหลีเอ๋อหายไปไหนไปตามนางมาเดี๋ยวนี้”
นายท่านเจียงตวาดบ่าวที่มุงอยู่เสียงดัง บ่าวชายอีกคนที่แยก เจิ้งอี้หางออกจากเจียงหลีสาดน้ำเย็นใส่เขาถังใหญ่ ทันทีที่โดนความเย็นของน้ำ เจิ้งอี้หางก็ได้สติกลับมาทันที
“นี่มันเกิดอันใดขึ้น ทำไมทุกคนถึงได้มามุงดูข้าเช่นนี้”
เจิ้งอี้หางมองไปรอบๆ เห็นมีคนมากมายยืนล้อมเขาเอาไว้ อีกทั้งตัวเขายังแก้ผ้าอยู่เนื้อตัวเขาเปียกจนสั่นไปทั้งตัว ราชเลขาเจิ้งให้บ่าวของเขาไปเอาชุดใหม่มาให้เจิ้งอี้หางเปลี่ยน
“หางเอ๋อเจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าเจ้าทำอะไรลงไป ถึงแม้ข้าจะตามใจเจ้าแต่ไม่คิดว่าเจ้า ถึงกลับกล้าทำเรื่องบัดสีเช่นนี้”
ราชเลขาเจิ้งถลึงตาใส่บุตรชายที่พึ่งได้สติกลับมาด้วยความโมโห เขาจะทำอะไรสาวใช้ในเรือนอย่างไรก็ได้เพราะนั่นมันเป็นจวนของสกุลโจว แต่ที่นี่จวนตระกูลเจียงเจ้าลูกโง่คนนี้ช่างไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจเอาเสียเลย
“ท่านพ่อท่านกำลังพูดเรื่องอะไรนางก็เป็นแค่สาวใช้เหตุใดต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่เช่นนี้”
เจิ้งอี้หางยังคงเถียงบิดาออกไปข้างๆ คูๆ เจียงหลีที่พึ่งได้สติกลับมาก็เอาแต่ร้องไห้ ไม่กล้าเงยหน้ามองผู้คนเพราะความอับอาย มันเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร มันควรจะเป็นหลี่เซวียวสิเหตุใดถึงเป็นเจิ้งอี้หางคนน่ารังเกียจคนนี้ไปได้
แต่แล้วเจียงหลีก็นึกขึ้นได้ บางที่นี่อาจจะเป็นฝีมือของเสิ่นเยว่สตรีน่าตายนั่น นางลุกขึ้นยืนทั้งที่ยังเจ็บแปลบช่วงล่าง
“ท่านพ่อ เรื่องทั้งหมดต้องเป็นฝีมือของใครบางคนที่ต้องการทำร้ายข้าแน่ท่านจะต้องให้ความเป็นธรรมกับข้านะเจ้าคะใครๆ ในเมืองหลวงต่างก็รู้ดีว่าข้าเป็นคนเช่นไร ข้าไม่เคยมีศัตรูที่ไหนเลยนอกจาก....”
เจียงหลีหยุดเอาไว้เพียงเท่านั้นเพื่อให้ทุกคนได้คิดตาม
“เจ้าจะบอกว่าเป็นเพราะข้าอย่างนั้นหรือคุณหนูเจียง หรือเจ้าจะบอกว่าเป็นเพราะสามีข้ากันที่เป็นศัตรู”
เจียงหลีถลึงตาใส่เสิ่นเยว่ที่เดินเข้ามาพร้อมกับหลี่เซวียน
“คุณหนูเจียงอาหารกินมั่วได้แต่คำพูดพูดมั่วไม่ได้ เจ้าควรไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูดออกมา เพราะมันจะเป็นการใส่ร้ายผู้อื่น”
ปรมาจารอวิ๋นทะยานมายืนอยู่ต่อหน้าเสิ่นเยว่บังร่างของนางเอาไว้พร้อมกับเด็กทั้งสองคน“เจ้าคนแซ่อวิ๋นเจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร นางเป็นฮูหยินของศิษย์คนเล็กของข้าเช่นนั้นนางก็นับว่าเป็นศิษย์ของข้าเช่นกัน”แล้วทั้งสองก็เริ่มเถียงกันอีกครั้ง ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างปวดหัวไปตามๆ กันแต่ใครจะกล้าเข้าไปห้ามการต่อสู้ของปรมาจารย์ทั้งสอง พวกเขายังรักชีวิตตนเองอยู่นะ“ท่านตาทวด”มือเล็กๆ จับที่แขนเสื้อของปรมาจารย์อวิ๋นเขย่าเบาๆ“บินๆ”หลี่ซีฮันกับหลี่เล่อเล่อพูดออกมาพร้อมกัน ดึงความสนใจของชายชราทั้งสองมาที่พวกเขาทันที“โอ้ เจ้าคงเป็นบุตรชายบุตรสาวฝาแฝดของหลี่เซวียนสินะ ข้าคือท่านอาจารย์ปู่ของพวกเจ้าทั้งสองคน ไหนเรียกอาจารย์ปู่ซิ”เด็กทั้งสองคนหันมามองเสิ่นเยว่กับหลี่เซวียนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เสิ่นเยว่พยักหน้าให้พวกเขา“ท่านอาจารย์ปู่”เสียงเล็กๆ สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันปรมาจารย์ต้วนถึงกับน้ำตาซึม หลายปีแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกเช่นนี้ครั้งแรกที่พบหลี่เซวียนตอนห้าขวบที่แคว้นโจวเจ้าเด็กนั่นก็มองเขาด้วยสายตาอย่างนี้เหมือนกัน“เด็กดีๆ”ปรมาจารย์อวิ๋นส่งเสียงหึ!! ออกมาด้วยความหมั่นไส้ คนไม่มีครอบครัวก็เป็นเ
เสียงเล็กๆ ดังมาจากทางด้านหลังของหลี่ซีฮัน หลี่เล่อเล่อวิ่งเข้ามาหาเสิ่นเยว่ด้วยเช่นกันนางกอดขาของเสิ่นเยว่แล้วใช้ใบหน้าเล็กถูไถท่าทางออดอ้อน เด็กคนนี้ร่าเริงเหมือนนางชอบหัวเราะและชอบแอบหนีออกไปเล่นนอกจวน มารดาของเสิ่นเยว่ถึงกับบอกว่าถึงเวลาของนางต้องรับกรรมที่เคยทำกับเสิ่นฮูหยินเอาไว้แล้วเรือลำใหญ่จอดเทียบท่าครอบครัวสกุลหลี่และครอบครัวสกุลเสิ่นลงจากเรือพร้อมกัน พวกเขากลับมาที่หุบเขาแสงจันทร์อีกครั้งในรอบสองปี อีกไม่นานจะมีการจัดงานวันเกิดของท่านปรมาจารย์อวิ๋นจื่อเฉินจ้าวหุบเขาแสงจันทร์ท่านตาของเสิ่นเยว่และเป็นวันเกิดของเสิ่นเยว่เช่นกัน หลังจากที่เสิ่นเยว่แต่งงานกับหลี่เซวียนแล้วนางก็ยังไม่ได้พบท่านตาเลยสักครั้งทั้งๆ ที่ท่านจะไปหานางที่แคว้นโจวในวันเกิดทุกปี ดูเหมือนว่าเรื่องที่นางแต่งงานท่านตาจะยังไม่หายเคือง“ถึงแล้วๆ ยินดีต้อนรับทุกคน”เจ้าสำนักมังกรผงาดออกมาต้อนรับที่หน้าสำนักด้วยตนเอง พวกเขาเข้าไปทักทายพอเป็นพิธีแล้วเดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน“พี่ใหญ่ท่านพ่อออกมาจากหุบเขาหรือยัง“เสิ่นฮูหยินถามเจ้าสำนักมังกรผงาดหลังจากเดินเข้ามาที่ห้องโถงกลางครบทุกคนแล้ว“ออกมาแล้วและก็ไปแล้ว”จ้า
หลี่เซวียนพึมพำเบาๆ แม่นมอุ้มเด็กทารกแรกเกิดสองคนมาที่ห้องอุ่นด้านข้างที่จัดเอาไว้สำหรับพักฟื้นของเสิ่นเยว่หลังจากนางตื่นขึ้นมา เหล่าญาติผู้ใหญ่ของเสิ่นเยว่และหลี่เซวียนต่างมายืนรอดูหลานน้อยที่พึ่งคลอดของพวกเขา ลุงของเสิ่นเยว่ที่หุบเขาแสงจันทร์ก็นั่งรอดูหน้าหลานด้วยความใจจดใจจ่อ อวิ๋นชิงเฟิงยืนมองพวกเขาที่รุมล้อมเด็กทารกชายหญิงทั้งสองคนด้วยความเหม่อลอย“เจ้าอยู่ที่ไหนจ้าวหว่านหนิง”อวิ๋นชิงเฟิงได้แต่ครุ่นคิดกับตนเองอย่างใจลอย หลายเดือนมานี้เขาออกตามหานางทุกที่แต่กลับไร้ร่องรอยของนางหลี่เซวียนเห่อลูกน้อยทั้งสองของเขาเป็นอย่างมาก ครั้งนี้เขาก็ยื่นหนังสือลาพักอีกครั้งฮ่องเต้ได้แต่ส่ายหัวให้กับเจ้าเด็กคนนี้“เจ้าเด็กบ้านั่น ดูที่บุตรชายของเจ้าทำกับข้าสิ”ฮ่องเต้หันไปถลึงตาใส่หลี่เหอที่เป็นทั้งแม่ทัพใหญ่คู่บัลลังก์และสหายร่วมสำนัก ส่วนหลี่เหอก็ทำได้แต่ยืนหน้าตายอยู่เช่นนั้นเพราะเขาเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี เมื่อก่อนที่หลี่เซวียนคลอดเขาก็เคยยื่นหนังสือลาพักไปหลายเดือน ทำเอาฮ่องเต้ถึงกับเดือดปุดๆ ผ่านไปยี่สิบกว่าปีฮ่องเต้ยังขุดเอาเรื่องนี้มาต่อว่าเขาอยู่หลายครั้งหลี่เซวียนหลังจากออกมาจากว
เสิ่นเยว่บิดปากเล็กน้อย ให้กับท่าทางของกวนหวั่นอวี๋ทั้งยังถลึงตาใส่หลี่เซวียนอีกครั้ง“พวกเจ้าที่เป็นบุรุษล้วนแต่พลาดท่าให้กับแม่ดอกบัวขาวแบบพวกนาง ข้าแค่ดูการแสดงของนางแค่นี้ข้าก็รู้แล้วว่านางตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ถ้าหากพวกเขามองไม่ออกก็สมควรยุบสำนักทิ้งไปซะเพราะแค่งิ้วของสตรีนางหนึ่งก็ไม่สามารถมองออก ข้าจะฟ้องท่านตาให้ลงโทษพวกเขาให้หมด”เสิ่นเยว่รู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เมื่อไหร่จะจบเรื่องสักที ทำไมพี่ชิงเฟิงถึงเอาแต่ถามนางเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง ถึงเสิ่นเยว่จะไม่เข้าใจในจุดประสงค์ของอวิ๋นชิงเฟิงแต่หลี่เซวียนนั้นพอจะมองออก เขาหันไปเอามือโยกหัวเจ้าตัวเล็กที่นับวันยิ่งอารมณ์ร้ายขึ้นทุกวัน ไม่ว่าใครก็สามารถทำให้นางหงุดหงิดได้ด้วยเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ด้านอวิ๋นชิงเฟิงยังคงซักถามกวนหวั่นอวี๋ต่อไป“เจ้าบอกว่าเจ้าสำนักเลี่ยงหวงวางยานอนหลับข้าในงานเลี้ยงที่หุบเขาม่านหมอกแล้วจ้าวหว่านหนิงรู้เรื่องนี้หรือไม่”กวนหวั่นอวี๋กลอกตาไปมาเพื่อคิดหาคำตอบว่าจะตอบหลี่เซวียน อย่างไรให้เป็นธรรมชาติ“นางย่อมต้องทราบแน่นอนเจ้าค่ะ เพราะนางเป็นคนของสำนักเลี่ยงหวง....”ยังไม่ทันที่กวนหวั่นอวี๋
เขาพึมพำเบาๆ กับตนเองอวิ๋นชิงเฟิงแกะจดหมายฉบับแรกที่ด้านหน้าซองเขียนชื่อของเขาเอาไว้ เมื่อเขาอ่านเนื้อหาในจดหมายจนจบ ใบหน้าของอวิ๋นชิงเฟิงก็ทะมึนไปทันที เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกจากศาลาตรงไปที่เรือนของบิดา“เฟิงเอ๋อเจ้ามาหาพ่อแต่เช้ามีเรื่องด่วนอันใดหรือ”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยที่กำลังเดินหมากกับหลี่เหอบิดาของหลี่เซวียนหันไปถามอวิ๋นชิงเฟิงอย่างอารมณ์ดี อวินชิงเฟิงไม่พูดสิ่งใดเขายื่นจดหมายให้บิดาได้อ่านเอง หลังจากที่อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยอ่านจดหมายจบเขาก็สบถออกมาอย่างลืมตัว“เรื่องเหลวไหลทั้งเพ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจ้าวหว่านหนิงสักนิดเหตุใดนางต้องเป็นผู้รับผิดต่อเรื่องนี้ด้วย”อวิ๋นชิงเฟิงจับสังเกตต่อคำพูดที่ผิดปกติของบิดาได้เขามองอวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยนิ่งๆ ท่าทางเช่นนั้นของบุตรชายทำให้เจ้าสำนักมังกรผงาดถึงกับปาดเหงื่อเพราะเขาได้หลุดปากพูดเรื่องสำคัญออกไปแล้ว“ข้าคิดว่าท่านพ่อคงต้องมีคำอธิบายให้แก่ข้า”อวิ๋นเจี้ยนเจวี๋ยเห็นว่าเรื่องทั้งหมดไม่สามารถปิดบังเอาไว้ได้แล้ว เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ“ถ้าอย่างนั้นก็ไปที่ห้องโถงกลางเถอะ”เจ้าสำนักอวิ๋นให้พ่อบ้านไปตามเหล่าผู้อาวุโสและคนสำคัญของสำนักมังก
ผ่านไปไม่นานภายในห้องแสงเทียนก็ถูกดับลงเหล่าผู้อาวุโสที่แอบเฝ้าดูต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะเสียงที่ดังลอดออกมาจากภายในห้อง พวกเขาหาใช่เด็กเล็กที่ไม่เข้าใจว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยอวิ๋นชิงเฟิงก็ทำตามที่เขาได้รับปากเอาไว้ แต่อีกด้านของมุมมืดมีสายตาของใครคนหนึ่งที่หลบซ่อนอยู่จ้องมองไปที่หน้าห้องของทั้งสองคนด้วยสายตาเคียดแค้นเช้าวันต่อมาอวิ๋นชิงเฟิงยังคงทำทุกอย่างเหมือนเป็นปกติ จ้าวหว่านหนิงก็เช่นกันท่าทางของนางนั้นดูออกว่ามีความสุขกว่าใครๆ หลังจากคารวะน้ำชาผู้อาวุโสผ่านไป จ้าวหว่านหนิงก็กลับไปที่ห้องของนาง นางไม่คิดเลยว่าอวิ๋นชิงเฟิงผู้สุภาพเรียบร้อยจะดุดันเพียงนั้นเล่นเอานางแทบไม่ได้นอนทั้งคืนถึงจ้าวหว่านหนิงจะถูกสั่งสอนเรื่องในห้องหอมาก่อนหน้านี้แล้วแต่นางก็ยังรู้สึกเขินอายในการกระทำของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่ดี ในระหว่างที่จ้าวหว่านหนิงกำลังเพ้อถึงรสรักของอวิ๋นชิงเฟิงอยู่นั้น เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้นเบาๆ จ้าวหว่านหนิงคิดว่าเป็นอวิ๋นชิงเฟิงนางจึงรีบออกไปดู คนที่เขามาในห้องของนางไม่ใช่อวิ๋นชิงเฟิงแต่เป็นสตรีที่มีใบหน้างดงามแต่ซีดขาวเล็กน้อย จ้าวหว่านหนิงเพ่งมองนางอยู่ครู่หนึ
พี่ชายทั้งห้าของเสิ่นเยว่ตอนนี้ได้เดินทางมาที่หุบเขาแสงจันทร์เช่นกันหลังจากที่พวกเขาได้ทราบเรื่องทั้งหมดจากมารดา พี่ชายทั้งห้าของนางก็เอาแต่ก่นด่าหลี่เซวียนไม่หยุด จากนั้นจึงพากันออกเดินทางจากเมืองหลวงไปยังหุบเขาแสงจันทร์ เสิ่นเยว่เมื่อทราบว่าพี่ชายของนางมาที่นี่นางก็รีบวิ่งออกไปพบพวกเขาทันที“พี่ใ
หลี่เซวียนไม่แม้แต่จะปรายตามองนาง เขากลับขึ้นไปบนหลังม้าและทิ้งคำพูดไว้เพียงประโยคเดียว“เจ้าไม่คู่ควร”จากนั้นเขาก็ควบม้าออกไปทันทีไม่สนใจว่าเจ้าเมืองชิงโจวและบุตรสาวจะรู้สึกอับอายต่อชาวเมืองที่มายืนรอส่งกองทัพเช่นไร หลี่เซวียนได้เรียนรู้แล้วว่าถ้าหากเขาไม่แสดงท่าทีที่ชัดเจนออกไปสุดท้ายแล้วจะกลายเ
หลี่เซวียนมองจดหมายในมือของเขาอย่างสับสนและมึนงง หลังจากรับจดหมายจากลี่ลี่ที่เสิ่นเยว่ทิ้งไว้ให้แล้วเขาก็ควบม้ากลับค่ายไปทันทีทั้งวันหลี่เซวียนเอาแต่เหม่อลอยเหมือนกำลังครุ่นคิดเรื่องใดอยู่ และท่าทางไม่เป็นตัวของตัวเองจนกระทั่งจงหลางสังเกตเห็นแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามเขาออกไป จงหลางพอจะได้ยินเรื่องที่ฮ
อวิ๋นชิงเฟิงกำลังจะพูดกับนางเมื่อเห็นร่างเล็กเดินน้ำตานองหน้าออกมาจากกระโจม ด้านหลังนางมีหลี่เซวียนที่ยังไม่ทันได้แต่งตัวให้เรียบร้อยเดินตามออกมา“เยว่เอ๋อเจ้าฟังข้าก่อนนี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด”เสิ่นเยว่หยุดยืนหันหลังให้หลี่เซวียน“ไม่ว่าเรื่องที่เจ้าพูดจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องที่เจ้าเพียงพูดเพื่อ







