เข้าสู่ระบบหญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ ตื่นตระหนกกับท่าทางเหมือนคนสติแตกของชายหนุ่มเธอเริ่มกลัวเขาขึ้นมา หากยังเก็บอาการได้ดีอย่างคนควบคุมตัวเองเป็น
“ฉันไม่รู้จักนาย อย่ามาตู่อะไรบ้าๆแบบนี้นะ นายรู้หรือเปล่าว่าฉันลูกใคร”
เธอมองหาทางรอด เมื่อคิดว่าคนตรงหน้าเริ่มจะคลุ้มคลั่ง
“ฉันชื่อลีเดีย เป็นลูกสาวของเฟอร์นันโด ราโดรเปรเรส รู้จักไหมตระกูลราโดรเปรเรสที่ยิ่งใหญ่”
ใบหน้าขาวๆแดงกล่ำเมื่อได้ยินเธอประกาศตัวตน ดวงตาคมมองจ้องใบหน้าอ่อนใสที่เชิดขึ้นอย่างถือดีของหญิงสาว ด้วยแววตาเจ็บปวด ดวงตายาวเรียวคู่นั้นมองตอบเขาด้วยสายตาแข็งกร้าว เธอกำลังใช้สายตาพิฆาตเขาให้ตายดับลงตรงนี้ นภวินท์ร้าวไปทั้งใจเมื่อเห็นแววตานั้น
ไม่มีอีกแล้ว... แววตาที่เคยมองเขาอย่างอ่อนหวาน...
ไม่มีสายตาของหญิงสาว ที่เคยทอประกายด้วยความรักยามมองมา ...
เหลือเพียง... สายตาของคนแปลกหน้า แววตาของคนที่ไม่รู้จักกัน..
“โธ่... กี้” เขาครางอย่างเจ็บปวด
ร่างบางถูกดึงมาแนบอกกว้าง นภวินท์กอดรัดร่างน้อยแน่น ไม่นำพาต่ออาการแข็งขืนของเธอ ซุกซบใบหน้ากับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมเส้นผมหอมนิ่มของเธอ
“กี้ ผมรักคุณนะ ผมจะทำให้คุณจำผมให้ได้” เขาพึมพำบอกเธอด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
อ้อมกอดนั้น อบอุ่น... คุ้นเคย... จนทำให้คนที่โดนกอดรัดนิ่งงัน ลีเดียหยุดดิ้นรนเมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม หัวใจเต้นรัวแรงขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ มันไม่ได้เกิดจากความกลัว
แต่มันเต้นเองความรู้สึกประหลาดล้ำ แผ่ซ่านเข้ามาครอบคลุม ภาพบางอย่างวาบผ่านมาในหัวก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นพยายามค้นหา หากพบเพียงความเลือนลาง เสียงทุ้มนุ่มยังคงกระซิบพรอดพร่ำอยู่ข้างหู
“กี้ คุณรู้ไหม สองปีมานี้ผมทรมานมากแค่ไหน ผมเหมือนคนบ้าที่เอาแต่นั่งคิดถึงคุณ”
เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ ยกมือประคองใบหน้างามไว้ ก่อนจะแนบหน้าผากเธอแนบชิดกับหน้าผากของเขา ตาสบตาในระยะใกล้ ลมหายใจร้อนผะผ่าวรินรดกัน
“ขอบคุณที่คุณไม่จากผมไป ขอโอกาสให้ผมอีกครั้งนะกี้”
ดวงตาคู่นั้นจ้องมองเธอด้วยแววตาอบอุ่น สะกดให้ความคิดต่อต้านเลือนหายไป ลีเดียไม่รู้ตัวว่าเธอยอมให้เขากอด ยอมให้เขาใกล้ชิดสนิทแนบได้อย่างไร ไม่มีผู้ชายคนไหนทำกับเธอแบบนี้มาก่อน แม้แต่พี่ราฟพี่ชายต่างสายเลือดได้เพียงแค่โอบไหล่กอดหลวมๆเท่านั้น
หัวใจของหญิงสาวเต้นแผ่วลงในจังหวะที่นุ่มนวลขึ้น เธอผ่อนคลายในอ้อมกอดของเขา วางใจให้เขาชิดใกล้ คล้ายกับไม่เป็นตัวของตัวเอง
“ขอให้ผมได้รักคุณ ดูแลคุณด้วยหัวใจและชีวิตทั้งชีวิตของผม” เสียงกระซิบของเขา ดังแผ่วๆ ชิดริมฝีปากนุ่ม ทำให้หญิงสาวรู้สึกตัว
“อย่า... อย่านะ อุ๊บ ! ”
ริมฝีปากอุ่นจัดประทับลงมาปิดกั้นเสียงท้วงแผ่วเบานั้น ในหัวของลีเดียคล้ายกับมีลูกข่างหมุนติ้วภายใน ภาพหลากหลายประเดประดังเข้ามาจนสับสน หญิงสาวหลับตาลงเมื่อรู้สึกปวดจี๊ดขึ้นมา ร่างบางดิ้นรนไปมาเมื่อความปวดนั้นทวีความรุนแรงขึ้น เธอผลักอกกว้างของเขา ผละออกห่างจากร่างหนา ส่ายหน้าไปมาแรงๆ
“โอ๊ย ! ฉันปวดหัว” เธอกรีดร้องเสียงดัง ก่อนจะหมุนกายวิ่งหนีไป ทิ้งให้ชายหนุ่มมองตามแผ่นหลังบางด้วยความห่วงใย
นภวินท์ไม่วิ่งตามเธอไป เขารู้ว่าเธอกำลังหวั่นไหว เขาไม่อยากทำให้เธอต้องสับสนมากไปกว่านี้ ยังมีเวลาที่เขาจะค่อยๆทบทวนความทรงจำของเธอให้กลับมา หลังจากเสร็จงานเขาจะบุกไปหาเธอที่คฤหาสน์ของตระกูลราโดรเปรเรส อยากรู้นักว่าตาแก่เจ้าเล่ห์อย่างเฟอร์นันโด จะตอบคำถามเขายังไง !
การสู้วัวจบลงอย่างสวยงาม เมื่อมาทาดอร์หนุ่มใช้ดาบแทงหัวใจของวัวกระทิงจนล้มลงขาดใจตายด้วยดาบเดียว หลังจากที่วัวกระทิงถูกพิคาดอร์ หรือคนขี่ม้า ล่อให้วัววิ่งมาชนม้า ในขณะเดียวกันก็จะแทงวัวตัดกำลัง พิคาดอร์อีกคนจะเอาผ้าสีชมพูมาโบกล่อ แล้ววิ่งหลบไปยังที่กั้น ซึ่งวัววิ่งเข้าไปไม่ถึง บันเดริเยโล่ หรือพวกหอกสั้นสามคน ก็ปักหอกสั้นที่ประดับด้วยพู่งดงามหลากสียาวราวหนึ่งเมตรสามคู่ไปรอบๆหนอกวัว เพื่อให้วัวก้มหัวต่ำๆ จะได้ไม่เป็นอันตรายเกินไปแก่มาทอดอร์ ก่อนฆ่าวัวมาทาดอร์หนุ่มจะใช้ผ้าสีแดงในการล่อวัว ราฟาเอลแสดงความสามารถในการล่อให้วัวขวิดอย่างหวาดเสียว
ร่างสูงในชุดมาทาดอร์ที่เป็นเสื้อแจ๊คเก็ตทำจากผ้าไหมประดับด้วยดิ้นเงินดิ้นทองงดงาม และกางเกงรัดรูปสีขาวกระจ่าง เรียกว่าชุดแห่งแสงสว่าง หรือ suit of lights. อาภรณ์นั้นทำให้คนสวมสง่างามราวกับเจ้าชาย ใบหน้าคมสันดูเคร่งขรึมชวนหลงไหล มือหนาจับผ้าสีแดงสดสะบัดโบกไปมา ในลีลาอันพริ้วไหวราวกับการร่ายรำของพญามัจจุราช วัวกระทิงที่มีหอกปักคาเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างบ้าคลั่ง ร่างสูงโยกหลบเจ้าวัวตัวใหญ่ให้ผ่านไปอย่างเฉียดฉิว เรียกเสียงฮือฮาและกรีดร้องจากคนดูดังลั่น ผ้าสีแดงยังคงสะบัดโบกพริ้วไปมา ล่อหลอกให้วัวกระทิงดุพุ่งเข้าใส่ มาทาดอร์หนุ่มเคลื่อนไหวร่างกายของตนหลบหลีกอย่างมีศิลปะ
ลีลาการวาดลวดลายของมาทาดอร์ชื่อก้อง ทำให้สิงหกัลยาทนนั่งอยู่ไม่ไหว หญิงสาวลุกขึ้นส่งเสียงเชียร์เขาอย่างลืมตัว
“เก่งมาก จัดการมันเลยค่า !”
เมื่อเห็นวัวเริ่มอ่อนแรง ราฟาเอลก็หยิบมีดดาบแหลมคมขึ้นมาชู ดวงตาสีควันบุหรี่นิ่งสงบขณะจดจ้องวัวกระทิงตัวใหญ่ ปลายดาบชี้ไปยังเป้าหมาย ก่อนจะใช้เวลาเพียงเสี้ยวนาทีกดปลายมีดแทงลงไปตัดขั้วหัวใจของเจ้าวัวชะตาขาดอย่างแม่นยำ เจ้าวัวตัวหนาหนักล้มลงกองแทบเท้า ร่างสูงสง่าในชุดมาทาดอร์สีขาวประดับเพชรพราวพรายยืนนิ่งสงบมองดูเจ้าวัวค่อยๆแน่นิ่งไป ราวห้านาทีเขาก็ตัดหูของมันชูให้คนดูทั้งสนามดู
เฮ !!!
เสียงฮือฮา ดังก้องขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือ สิงหกัลยามองมาทาดอร์หนุ่มตาเป็นประกายด้วยความปลาบปลื้ม นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นการสู้วัวแบบเต็มๆตา หญิงสาววิ่งลงไปจากอัฒจรรย์ เมื่อเห็นสาวๆหลายคนวิ่งไปยืนอออยู่ข้างสนาม เสียงกรีดร้องชื่นชมดังเซ็งแซ่ มาทาดอร์หนุ่มเดินเข้ามาโค้งให้ผู้ชม เมื่อการแสดงจบลงอย่างสวยงาม
หลังจากการแสดงสิ้นสุดลง สิงหกัลยายังตามติดเหล่าแฟนคลับของมาทาดอร์หนุ่มไปรอดูเขาที่ประตูทางออก ร่างสูงสง่าเดินออกมาทักทายกับแฟนคลับของตัวเอง
“ราฟาเอล ทางนี้ ราฟาเอล ! ” สาวน้อย สาวใหญ่ พากันร้องเรียกมาทาดอร์หนุ่ม พลางยื่นมือไปสัมผัสเขา
ราฟาเอลโปรยยิ้มให้แฟนคลับของเขาด้วยหัวใจเบิกบาน สายตาเล็งดูสาวๆที่ส่งเสียงเรียกเขา คืนนี้ข้างกายของมาทาดอร์หนุ่มจะมีหนึ่งในสาวๆเหล่านี้เคียงข้าง ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สุดเท่ห์ เดินมาหาหญิงสาวที่แต่งตัวแปลกตากว่าคนอื่น การแต่งกายและความสวยของเธอสะดุดตาเขา หากมองไม่ผิดเธอคงเป็นพวกลูกผสม ผิวกายนวลเนียนกว่าสาวๆหลายคนในที่นั้น ทำให้เขาต้องพิศมองเธอทั่วร่าง รูปร่างสูงโปร่งหากไม่ผอมบาง มีอะไรแบบที่ผู้หญิงควรจะมีครบถ้วน ริมฝีปากบางยกขึ้นเมื่อเห็นแววปลาบปลื้มฉายออกมาจากดวงตาคู่สวยนั้น
“ให้เกียรติเป็นแขกพิเศษ ในงานเลี้ยงฉลองของผมคืนนี้ได้หรือเปล่า”
ราฟาเอลเลือกใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนากับเธอ
สิงหกัลยาอ้าปากค้าง ตะลึงงันกับคำขอนั้น เผลอพยักหน้ารับอย่างลืมตัว ร่างสูงจับมือบางให้หงายขึ้นก่อนจะวางหูวัวบนฝ่ามือเธอ เลือดวัวส่งกลิ่นคาวคลุ้งกระทบจมูก ทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวชักมือหนี แต่ไม่ทันการณ์เมื่อหูวัวเจ้ากรรมถูกมาทาดอร์หนุ่มจับยัดใส่มือเธอไว้ ก่อนที่เขาจะก้มลงประทับริมฝีปากอุ่นร้อนบนเรียวปากนุ่มนั้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
“อี๋... ไอ้บ้า ! ” หญิงสาวผงะหนี ยันหน้าคมเข้มนั้นออกห่าง
เพลี๊ยะ !!!
ฝ่ามือน้อยฟาดเข้าใส่เต็มเหนี่ยวจนอีกฝ่ายหน้าหัน ท่ามกลางความตกตะลึงของคนนับร้อยที่อยู่รายรอบ เจ้าของฝ่ามือพิฆาตถอยหลังกรูดก่อนจะขว้างหูวัวในมือใส่หน้ามาทาดอร์หนุ่ม แล้วหันหลังวิ่งหนีไม่คิดชีวิต
ร่างสูงโปร่งในชุดรุ่มร่ามแบบยิปซีของสาวลูกครึ่งวิ่งฝ่าฝูงชนออกมาจากสนามสู้วัว โดยไม่หันหลังไปมอง เมื่อเจ้าตัวหยุดพักหอบหายใจ พบว่าตัวเองวิ่งเข้ามาในตรอกเล็กตรอกหนึ่ง ทันใดนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
โอ๊ย !!!
สิงหกัลยาตัวแข็งทื่อ เมื่อเธอเห็นร่างของผู้ชายคนหนึ่งล้มลงต่อหน้า ที่อกด้านซ้ายมีมีดแหลมปักคาอยู่ เจ้าของมีดหันมาเห็นเธอเข้า มันรีบดึงมีดออกมาจากอกของชายเคราะห์ร้าย วิ่งตรงรี่เข้ามาหา ไม่ต้องบอกสาวลูกครึ่งก็ถอยหลังกรูด วิ่งเอาตัวรอดไม่คิดชีวิต ร่างบางวิ่งออกมาจากตรอกแคบนั้น ดวงตากลมโตมองเห็นร่างคุ้นตาของรุ่นพี่หนุ่ม จึงวิ่งตรงรี่เข้าไปหา
“เฮียวินท์ เฮียวินท์ช่วยหนูด้วย ! ”
ร่างสูงเพรียวสวมกระโปรงยาวรุ่มร่ามนั้น วิ่งมากอดนภวินท์เอาไว้แน่น ใบหน้าซีดเผือดแทบไม่มีสีเลือด เนื้อตัวสั่นสะท้านและหอบหายใจแรงจนน่าสงสาร ช่างภาพหนุ่มจับไหล่รุ่นน้องจอมยุ่งไว้มั่น ดันให้ห่างจากอก
“เกิดอะไรขึ้นยายลิง มีใครทำอะไรแกหรือเปล่า” นภวินท์มองสำรวจร่างบางด้วยความห่วงใย
สิงหกัลยาเบ้ปาก น้ำหูน้ำตาไหลพราก เนื้อตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้รู้สึกตกใจและหวาดกลัวจนลิ้นแข็งพูดอะไรไม่ออกได้แต่ร้องไห้โฮ มือบางกำเสื้อของรุ่นพี่หนุ่มไว้แน่น สะอื้นฮักอย่างน่าสงสาร
“ฮือ... เฮียวินท์ หนู...หนูกลัว ฮือ...” เจ้าหล่อนร้องไห้จ้าเสียงดัง จนคนที่อยู่บริเวณนั้นหันมาดู
นภวินท์ลูบหน้าเช็ดน้ำตาให้ เขาโอบประคองร่างบางไว้แน่นพยายามให้คนที่มีท่าทางตกใจสงบสติอารมณ์ได้โดยเร็ว ผ่านไปร่วมสิบนาที สิงหกัลยาก็ยังพูดไม่รู้เรื่อง ชายหนุ่มจึงต้องพาเธอขึ้นแท็คซี่กลับโรงแรม เขาพาไปส่งที่ห้องพัก อยู่เป็นเพื่อนจนเจ้าตัวอาการดีขึ้น
“เล่าได้หรือยัง ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแก ฮึ ยายลิง” เขาส่งผ้าชุบน้ำเย็นผสมโคโลญ ให้เช็ดหน้า
สิงหกัลยารับผ้ามาเช็ดคราบน้ำตาและขี้มูกออกจากใบหน้ามอมแมมนั้น หญิงสาวหยิบขวดน้ำมาเปิดดื่ม ใบหน้าซีดเซียวค่อยมีสีเลือดขึ้นเมื่อเจ้าตัวผ่อนคลายลง พร้อมจะเล่าทุกอย่างให้รุ่นพี่ฟัง
ดวงอาทิตย์ค่อยๆเคลื่อนลงจากผืนฟ้า ร่างเพรียวบางหยุดนิ่งมองแสงสุดท้ายของดวงตะวัน จวบจนลำแสงสีทองอาบไล้แผ่นน้ำก่อนจะจมหายไป ท้องฟ้าเริ่มกระจ่างตาด้วยแสงของดวงดาวพริบพราวระยับ ราวกับเกล็ดอัญมณีบนผืนผ้ากำมะหยี่สีนิล ร่างนั้นเดินขึ้นมาจากน้ำ ก่อนจะทรุดกายนั่งลงบนหาดทราย แล้วชันเข่าขึ้นรองรับคางเล็กที่ก่ายเกย แขนเรียวเสลาโอบรัดท่อนขาเพรียว ดวงตากลมโตทอดมองริ้วคลื่นสีขาวของท้องทะเลยามราตรีด้วยแววตาครุ่นคิด คำพูดของผู้ให้กำเนิดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้คนเป็นลูกต้องพกความกังวลใจมาเป็นเพื่อนเดินเล่น“ลีโอโนร่า หนูต้องกลับมาอยู่กับป๋า ไม่ต้องกลับไปเมืองไทยแล้ว”คาลอส บิดาของเธอเอ่ยขึ้น เมื่อพบหน้าบุตรสาวที่ไม่ได้เจอกันมาร่วมสองปี สองพ่อลูกนั่งคุยกันที่สวนสวยในคฤหาสน์ของ นิโคไลน์ กอนซาเลส หลังจากคนของผู้เป็นบิดาพาตัวเธอมาจากคฤหาสน์ประจำตระกูลราโดรเปรเรส “ไม่ได้หรอกค่ะป๋า หนูต้องไปช่วยน้าเป๋งทำงาน แล้วยังจะต้องดูแลคุณตาคุณยายอีก” สิงหกัลยาทักท้วง นอกจากงานในบริษัทของเปรมศักดิ์แล้ว สิงหกัลยายังต้องดูแลคุณตาคุณยายของเธอ ที่แก่มากแล้ว ท่านทั้งสองรักเธอมากดูแลเธอมาตั้งแต่แรกเกิด ความผูกพันนี
“ฉันรู้ว่าพวกแกอยู่ตรงนั้น ออกมาซะดีๆ อย่าให้ฉันต้องเสียแรงเข้าไปลากตัวพวกแกออกมาเลย”ไอ้คนตัวโตเอ่ยเสียงเครียด มันยกปืนเล็งไปยังชายผ้าที่โผล่ออกมา หากไม่มีเสียงตอบรับใดใด ชวนให้รู้สึกโมโหขึ้นมาปลายนิ้วกระดิกลั่นไกเข้าใส่ โดยไม่ต้องเสียเวลาเกลี้ยกล่อมเมื่อจุดหมายเดียวคือความตาย ใยต้องเสียเวลาคิดให้เปลืองสมองเปรี๊ยง!!!ผลั๊วะ!!!ของแข็งถูกฟาดเข้าใส่ท้ายทอยของเจ้าตัวใหญ่เต็มแรง พร้อมกับวัตถุชนิดเดียวกันเหวี่ยงเข้าใส่อีกคนซึ่งตัวเล็กกว่าและผอมเกร็ง ที่ยืนอยู่ข้างๆคนแรกเต็มเหนี่ยว ส่งผลให้สองร่างทรุดฮวบลงกองกับพื้นในทันที“พวกมันเป็นคนของใคร ทำไมถึงเล่นงานเรา”นภวินท์ใช้ปลายท่อนไม้จิ้มคนที่นอนอยู่ พลางก้มลงเก็บปืนของอีกฝ่ายมาส่งให้ลีเดีย หญิงสาวรับมาถือไว้ ในมืออีกข้างมีปืนลักษณะเดียวกันอีกกระบอกอยู่“ไอ้สองตัวนี่ เคยไล่ฆ่าฉันกัลลีโอโนร่ามาครั้งหนึ่งแล้ว” ลีเดียเดินเข้ามายืนข้างๆนภวินท์ เธอจำวายร้ายสองคนนี้ได้ พวกมันฝากรอยแผลไว้ที่แขนของเธอเมื่อไม่กี่วันก่อนที่พัมโพลนา ไม่นึกว่าจะหวนมาเล่นงานเธออีกครั้งที่ซานเซบาสเตียนแห่งนี้“ตกลงพวกมันต้องการเล่นงานคุณสินะ ผมเลยซวยมารับเคราะห์ไปด้วย”น
ฟิลลิปมองร่างสง่างามของผู้เป็นนาย ที่นอนทอดกายสงบนิ่งบนเตียงในเซฟเฮ้าส์ เขาวางยานอนหลับให้นิโคไลน์หลังจากกลับมาจาบรับประทานอาหารกับลีเดีย คาลอสลุงของนายจ้างสายตรงมาหาเขาเพื่อสั่งการบางอย่าง ฟิลลิปรับคำสั่งจากคาลอสมาโดยตลอด เมื่ออีกฝ่ายรู้ว่าเขาสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ดี จึงไม่เสียเวลาสั่งงานผ่านนิโคไลน์อีก“ฟิลลิป เตรียมการให้พร้อม ไอ้ราฟาเอล กำลังจะไปบุกชิงตัวน้องสาวของมัน แกจัดการเก็บไอ้หลานหน้าโง่ของฉันให้ไกลๆ อย่าให้มันเข้ามาขวางทางได้ ฉันมีแผนเด็ดเตรียมต้อนรับพวกราโดรเปรเรส” มาเฟียอิตาเลี่ยนสั่งการนิโคไลน์ไม่รู้ตัวว่าถูกลูกน้องคนสนิทวางยาและจัดการนำตัวมาไว้ที่เซฟเฮ้าส์แห่งนี้ ฟิลลิปสั่งให้คนควบคุมตัวลีเดียอย่างหละหลวม เขารู้ว่าฝ่ายตรงข้ามคงบุกมาในไม่ช้านี้ หญิงสาวคนนั้นเป็นแค่เบี้ยตัวเล็ก เอาไว้ล่อหมากตัวสำคัญอย่างราฟาเอลต่างหาก“ลูคัส ตามนังลีเดียไป ใช่... ไม่ต้องออกมาให้พวกมันรู้ตัว ถ้าแกมีโอกาสจัดการนังลีเดียได้เลย ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ท่านนิโคไลน์จะไม่มีวันรู้ว่าเป็นฝีมือแก ทำตามที่ฉันบอก”ฟิลลิปเอ่ยเสียงเหี้ยม เขาปรายตามองใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นนายด้วยสายตาเทิดทูน ผู้
นภวินท์หันขวับไปมองทันที เปิดโอกาสให้ลีเดียสะบัดตัวหลุดจากอ้อมแขน กว่าจะรู้ว่าถูกเธอหลอกก็โดนเข่าน้อยๆซัดเข้าจุดยุทธศาสตร์ ร่วงลงไปกองกับพื้นทรายในไม่ถึงนาที“ฉันไม่ใช่นางเอกนิยายตบจูบนะ ถึงจะได้โง่ปล่อยให้คุณรังแกง่ายๆ” รอยยิ้มเย้ยหยัน มาพร้อมกับเสียงหัวเราะสะใจรู้จักลีเดียน้อยไปเสียแล้ว ถ้าไม่คิดว่าเคยรู้สึกดีๆกันมาก่อน เธอจะจัดหนัก จัดเต็มๆแม็ก ให้อีกฝ่ายแน่นอน“ถ้าหายจุกแล้ว ก็ตามฉันไปที่รถนะ ฉันอยากกลับแล้ว หมดอารมณ์เดินเล่น” คนพูดสะบัดหน้าหนี เดินกลับมายังรถที่จอดไว้ นานกว่าสิบนาที นภวินท์ถึงจะพาร่างของตนเดินกลับมาได้ เขามองคนที่นั่งกอดอกเอนหลังบนเบาะรถอย่างเคืองจัดไม่นึกว่าเจ้าหล่อนจะร้ายกาจขนาดนี้ เห็นตัวเล็กๆ ไม่คิดว่าจะมีพิษสง เขาประมาทเอง ชายหนุ่มไม่โทษใครนอกจากโทษตัวเอง เขาประจำที่คนขับ นำรถเคลื่อนตัวจากตรงนั้น ดวงตาคมลอบมองหญิงสาวเป็นระยะ สมองก็คิดแผนแก้ลำยายตัวแสบไปด้วยณ คฤหาสน์ ตระกูลราโดรเปรเรส ราฟาเอลกำลังเตรียมตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ พร้อมกองกำลังพิเศษที่ถูกส่งมาช่วยปฏิบัติภาระกิจชิงตัวประกัน ข้อมูลจากลีเดียทำให้พี่ชายรู้ที่อยู่น้องสาว เขาไม่เชื่อว่านิโคไลน์จะยอมทร
หลังจบมื้อค่ำ ลีเดียขอตัวกลับที่พักทันทีโดยไม่สนใจโปรแกรมพิเศษที่นิโคไลน์เตรียมไว้ให้ หญิงสาวรู้สึกรำคาญหลานชายของคาลอสจนแทบทนไม่ไหว เธอไม่เถียงว่านิโคไลน์เป็นผู้ชายที่หล่อเหลาคนหนึ่ง แต่รูปลักษณ์ของเขาไม่ช่วยให้น่าสนใจเท่าใดนัก เมื่ออีกฝ่ายพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจเหมือนเธอเป็นเจ้าหญิง หากมันกลับทำให้เขาดูน่าเบื่อ ในขณะที่ผู้ชายอีกคนที่ร่วมโต๊ะด้วยกลับเมินเฉยต่อเธอ บางคราก็ส่งสายเหยียดหยันมาให้ เขาไม่พูดกับเธอไม่เอาใจ ไม่ชวนคุย แต่ท่าทีและแววตากลับรบกวนหัวใจเหลือเกิน“ผมขอไปส่งคุณที่ห้องพักนะครับ ลีเดีย”นิโคไลน์ทอดเสียงนุ่มนวล ขณะมองหญิงสาวด้วยแววตาหยาดเยิ้ม คงเป็นเพราะฤทธิ์ไวน์ที่เขาดื่มไปบวกกับเสน่ห์อันเย้ายวนของหญิงสาว ทำให้ชายหนุ่มเริ่มควบคุมตัวเองไม่ไหว“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองได้” ลีเดียยิ้มให้คนอาสาอย่างเสียไม่ได้ หากอีกฝ่ายยังดื้อดึงทำท่าไม่ยอมฟัง ทำให้คุณหนูลีเดียจำต้องใช้ไม้ตาย “นิโคไลน์ ถ้าคุณอยากจะเป็นเพื่อนฉันต่อไป ขอความเป็นส่วนตัวให้ฉันสักนิด ฉันไม่ชอบให้ใครมาตามติดเหมือนปลิง คุณเป็นคนฉลาด คุณคงรู้ว่าควรทำตัวยังไง”คำพูดนั้นทำเอาคนฟังสะอึกแทบหายเมา นิโคไลน์ชาไปทั้งหน้า เขา
สิ่งที่หญิงสาวพูด ทำให้นภวินท์คิดหนัก เขาจะปล่อยให้เธออยู่ใกล้ชิดกับนิโคไลน์แบบนี้ไม่ได้ แต่จะพาตัวเธอไปส่งที่บ้านก็เกรงว่า บิดาของเธอจะหาเหตุมาทำร้ายเพื่อนของเขาได้ ชายหนุ่มคิดหาหนทางอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนความคิดบางอย่างจะวาบขึ้นมาในหัว“ถ้าเธออยากไปจากที่นี่ก็ได้ แต่เธอต้องสัญญากับฉันก่อน ว่าเธอจะไม่กลับมายุ่งกับเพื่อนของฉันอีก”“จะให้สาบานก็ยังได้ ฉันไม่อยากยุ่งกับเพื่อนสุดที่รัก สุดสวาทของนายหรอกนะ แต่นายจะพาฉันไปได้ยังไง คนของนิโคไลน์คงไม่ยอมปล่อยให้เราหนีไปไหนง่ายๆหรอก”ลีเดียไม่กล้าบอกเขาว่า คนของบิดากำลังจะบุกมาช่วยเธอเหมือนกัน เธอแกล้งพูดให้นิโคไลน์วางใจว่าเธอจะยอมร่วมมือกับเขา แต่ความจริง หญิงสาวไม่คิดจะทำตามแผนปัญญาอ่อนนั่นสักนิด เธอบอกที่อยู่ให้ทางนั้นรู้ รอเวลาการมาถึงของพี่ชาย ราฟาเอลจะมารับตัวเธอด้วยตัวเอง เธอแค่ถ่วงเวลาให้นิโคไลน์ตายใจ จนยอมปล่อยเธอมาหานภวินท์ หญิงสาวรู้ว่าตอนนี้คนของนิโคไลน์กำลังจับตามองเธออยู่ จึงแกล้งเล่นตามเกมส์เขาไป“ฉันจะหาทางเอง” เขาบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ดวงตาคมวาวกล้าอย่างคนเจ้าอารมณ์ท่าทางของชายหนุ่ม ทำให้ลีเดียนึกหวั่นใจ นี่คงเป็นนิสัยจริงๆของเ







