Accueil / รักโบราณ / ณ อนันต์ / วาสนาที่มิอาจตัดขาด 1

Partager

วาสนาที่มิอาจตัดขาด 1

last update Date de publication: 2026-01-15 13:22:50

ซุนเจิงกำมือแน่น สูดลมหายใจเข้าลึก ในใจค่อนขอดตนเองไม่หยุดหย่อน แต่เครื่องมือสื่อสารที่พกติดตัวมาด้วยก็เสียงดังขึ้น จนคนเป็นเจ้าของแอบสะดุ้งตกใจ ก่อนจะคว้าเจ้าเครื่องมือสื่อสารนั้นออกมารับ

“ใคร?” แม้จะอารมณ์ขุ่นมัวหรือตกใจกับเสียงเรียกเข้า แต่เมื่อครู่นี้เขาก็สังเกตได้ว่าบนหน้าจอของเจ้าเครื่องมือสื่อสารนั้นปรากฏชื่อของยายแก่เหอลี่อิง แต่ทำไมถึงมีเสียงผู้ชายดังขึ้นมาจากปลายสายกัน และเมื่อได้ยินคำอธิบาย คิ้วที่ขมวดเมื่อครู่ก็พลันหายไปในทันที แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกแทน

“ตอนนี้ยายแก่นั่นอยู่ไหน?!”

ซุนเจิงรวบรวมสติที่เตลิดเปิดเปิงไปเมื่อครู่นี้กลับมา กดวางสายและรีบลุกออกจากบ้านของอี้หมิงโดยไม่บอกลาเจ้าของบ้านด้วยซ้ำ

“คุณปู่มีอะไรหรือครับ คุณปู่!” อี้หมิงพยายามตะโกนถามตามหลังคนที่ปั้นปึ่งออกไปหลังจากรับโทรศัพท์เมื่อครู่นี้ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้สนใจเสียงเรียกของเขาแม้แต่น้อย คุณปู่ซุนเจิงรีบเดินจ้ำอ้าวออกไปอย่างรวดเร็ว จนเขาเองก็อดห่วงไม่ได้

ชายชราที่พรวดพราดออกจากบ้านของหลานชายหันซ้ายแลขวาเมื่อมาถึงสถานที่หนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนที่แสนจะพลุกพล่าน เขากวาดสายตาไปจนทั่วบริเวณ กระทั่งพบกับคนที่สร้างปัญหานั่งกอดเข่าอยู่ไม่ไกลนัก

“ยายแก่!” ซุนเจิงตะโกนเรียกเสียงดัง แต่แทนที่ยายนั่นจะได้ยินแล้วลุกขึ้นมองมาทางเขาด้วยความดีใจที่สามีคนนี้มาหา กลับกลายเป็นว่าเหอลี่อิงเชิดหน้าพร้อมทั้งเบี่ยงหน้าหนีอย่างเย่อหยิ่ง

หน็อย!

“นี่คุณผู้ชาย ผู้หญิงคนนี้ใช่ภรรยาคุณหรือเปล่า”

“ใช่ นี่เมียฉันเอง” ซุนเจิงตอบกลับชายหนุ่มรุ่นลูกที่ยืนกอดอกอย่างไม่พอใจอยู่ และน่าจะเป็นคนเดียวกันกับที่คุยโทรศัพท์กับเขาเมื่อครู่นี้

“คุณผู้หญิงเขาขึ้นรถแล้วไม่มีเงินจ่าย เลยให้ผมโทร.หาคุณ” ไม่ต้องให้อีกฝ่ายสาธยายสิ่งใดอีก ซุนเจิงก็ควักเงินในกระเป๋าจ่ายเงินให้ชายหนุ่มคนนั้นพร้อมทั้งไล่ส่งให้รีบไปพ้นๆ หน้า ตอนนี้เขาไม่ได้มีเวลามาเอ่ยสิ่งใดอีกแล้ว เพราะถ้าหากไม่รีบจัดการยายแก่นี่ อย่ามาเรียกเขาว่าซุนเจิงอีก!

“คิดจะหนีออกจากบ้าน ทำไมไม่คิดเอาเงินติดตัวมาด้วย ยายแก่โง่! อายุปูนนี้แล้ว ไม่ได้ฉลาดขึ้นมาเลยหรือยังไง!

“ถ้าฉันรู้จักคนอื่น ฉันคงไม่ให้นายคนนั้นโทร.หาคุณหรอก ตาแก่!”

“ไร้หนทางขนาดนี้ ยังจะคิดออกจากบ้าน ไป! กลับบ้าน!” ซุนเจิงรวบมือของอีกฝ่ายไว้ “แล้วอย่าคิดหนีออกมาสร้างภาระให้ฉันแบบนี้อีก เข้าใจไหม!” ออกแรงฉุดรั้งเหอลี่อิงให้เดินตามเขา แต่อีกฝ่ายก็ไม่ให้ความร่วมมือแม้แต่น้อย ทั้งยังสะบัดสะบิ้งประหนึ่งสาวแรกรุ่นโดนชายหนุ่มแตะเนื้อต้องตัวเสียอย่างนั้น!

“ปล่อยฉัน! ฉันไม่กลับ!”

“แล้วจะไปไหน อย่าทำตัวเป็นสาวๆ ที่งอนผัวแล้วหนีออกจากบ้านไปหน่อยเลย!”

“แล้วจะมาพูดเรื่องหย่าทำไมกันล่ะ!”

ซุนเจิงชะงัก คำพูดมากมายที่จะด่ายายแก่หนังเหี่ยวตรงหน้าพลันจางหายไปอีกหน

“อยากหย่านักไม่ใช่หรือไง ได้ อย่างนั้นเราไปหย่ากัน!”

ซุนเจิงที่เป็นฝ่ายได้ยินคำขอหย่าก็สูดลมหายใจเข้าเพื่อสงบสติอารมณ์ “ได้! แต่ไม่ใช่วันนี้ เธอต้องกลับบ้านกับฉัน มีหลายเรื่องที่ต้องจัดการ เธอคิดว่าจะหย่าก็เดินไปหย่าได้เลยหรืออย่างไร ยายโง่!”

ซุนเจิงและเหอลี่อิงขึ้นเสียงใส่กัน ถกเถียงกันไปมาจนตอนนี้ไม่ได้สนใจรอบข้างแม้แต่น้อย และด้วยความที่ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งก็ปรี่เข้ามาใกล้เหอลี่อิง จังหวะนั้นเองซุนเจิงก็ได้รู้ตัวว่าชายฉกรรจ์ที่ปรี่เข้ามาประชิดพวกเขาทั้งคู่เพื่อหมายจะคว้ากระเป๋าถือของเหอลี่อิง แต่กระนั้นจะเบี่ยงตัวยายแก่เหอลี่อิงให้หลบก็ไม่ทันกาลเสียแล้ว

แรงมหาศาลของชายฉกรรจ์กระตุกกระเป๋าในมือของเหอลี่อิงไปอย่างง่ายดาย และวิ่งไปด้วยความเร็ว เร็วเสียจนซุนเจิงถอดใจที่จะตามไปเพื่อกระเป๋าถือที่ไม่มีเงินในนั้นเลย แต่ยายแก่ข้างๆ อาจจะไม่คิดเช่นนั้น

เหอลี่อิงเริ่มโวยวายร้องลั่นไปทั่ว อีกทั้งวิ่งตามขโมยคนนั้นไปจนซุนเจิงเองก็คว้าตัวเธอไว้ไม่ทัน เขาเริ่มเกลียดชังในความชราของตนเองเป็นเท่าทวี

“นี่เธอจะไปไหน!” ซุนเจิงวิ่งตามสตรีที่วิ่งออกหน้าไปเมื่อครู่นี้ และนึกปลงตกในสังขาร ความปวดแปลบตามข้อเข่าเริ่มเล่นงาน แต่กระนั้นจะปล่อยให้ยายแก่นั่นวิ่งโร่ไปหาเรื่องเจ็บตัวก็ไม่ได้อีกเช่นกัน หากปล่อยไป เขาจะไม่ถูกประณามหรอกหรือว่าเมียคนเดียวยังดูแลไม่ได้! และในที่สุดความกลัวของซุนเจิงก็ทำให้คว้าตัวของเหอลี่อิงไว้ได้

“จะวิ่งตามไปทำไม!” ซุนเจิงพูดสลับกับเสียงหอบราวกับวิ่งข้ามภูเขามาหลายลูก ร่างกายพยายามเหยียดตรง “ในนั้นไม่มีอะไรที่มีค่าสักอย่าง แม้แต่เงินยังไม่มีเลย ถ้าเสียดายกระเป๋า ฉันซื้อให้ใหม่ก็ได้ จะวิ่งตามไปทำไมกัน!”

“แต่มันมีค่าสำหรับฉัน ปล่อย ฉันจะไปเอาของของฉันคืน!”

“เราไปแจ้งความก็ได้” ซุนเจิงมองใบหน้าของสตรีสูงวัยที่ตอนนี้เขาสังเกตได้ว่าดวงตาของเธอนั้นเริ่มแดงก่ำ “...อย่างนั้นก็รออยู่นี่ ฉันไปตามมันเอง”

ซุนเจิงก็ยังเป็นซุนเจิง เขาไม่อาจทัดทานยายแก่นี่ได้เลย ให้ตายเถอะ!

ชายชราผละมือออกจากเหอลี่อิง สาวเท้าไปเบื้องหน้าโดยไม่รู้ว่าเจ้าขโมยนั่นไปอยู่ตรงไหนแล้ว และเขาก็ไม่มีความคิดไล่ล่าคนร้ายเหมือนตอนหนุ่มๆ อีกเป็นอันขาด แต่เพราะตอนหนุ่มเคยผจญภัยมาไม่น้อย เลยรู้ดีว่ากระเป๋าที่เหอลี่อิงหวงนักหนานั้นคงจะอยู่ในถังขยะที่ไหนสักแห่ง หากว่าเจ้าโจรคนนั้นรื้อค้นแล้วไม่พบของมีค่าอะไร

แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ซุนเจิงก็ต้องชะงักเมื่อมีมือหนึ่งมาฉุดรั้งเขาไว้

“ช่างเถอะ อย่าตามไปเลย”

ซุนเจิงมองคนที่รั้งเขาไว้ด้วยความไม่เข้าใจ “อะไรของเธอ เมื่อกี้เห็นหวงนักหวงหนาไม่ใช่หรือไง”

“แต่...ช่างมันเถอะ! ฉันหิวข้าวแล้ว ไปกินข้าวกัน”

“ฮะ! นี่เธอยังไม่เลยช่วงวัยทองอีกหรือเหอลี่อิง!” พูดจบประโยค มือของเหอลี่อิงก็ฟาดเข้าที่ต้นแขนของซุนเจิงอย่างแรง ใบหน้าสลดเสียใจเมื่อครู่นี้ที่เสียของรักพลันหายไป แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าของยายแก่เหอลี่อิงขี้โมโหที่ซุนเจิงรู้จัก

“อย่างนั้นก็ได้ เธออยากกินอะไรล่ะ” ในเมื่อสู้หรือปฏิเสธอะไรไม่ได้ ซุนเจิงก็ได้แต่เปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บตัวอีกหน

“ภัตตาคารที่เราเคยไปกินไหม ตอนที่คุณได้รับตำแหน่งพันตรี”

ซุนเจิงมุ่นคิ้ว ตอนนั้นน่ะหรือ นับว่านานพอดูเชียว แต่เขาก็ยังจำได้ดีเช่นกัน

“ได้...ไปสิ”

ซุนเจิงคืออดีตผู้พันที่ไม่ได้รวยล้นฟ้าหรืออำนาจล้นมือเหมือนนายทหารคนอื่นๆ ไม่แปลกที่พอเกษียณอายุแล้วเขาจึงมีแค่บ้านหนึ่งหลัง และภรรยาแก่ๆ หนึ่งคน แต่ความจริงอีกด้านก็คือ เขาอาจจะปฏิเสธทุกอย่างที่ว่ามานั้นเพื่อแลกกับบ้านเพียงหนึ่งหลังและอยู่กับภรรยาแก่ๆ คนหนึ่งก็เป็นได้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ณ อนันต์    ชีวิตนับอนันต์ (ตอนจบ)

    ลมแห่งการเปลี่ยนผันของฤดูกาลผันผ่าน ร่างบอบบางหนาวสะท้าน แต่กลับอุ่นขึ้นทันตาเมื่อมีคนโอบกอดเธอเอาไว้พร้อมกับรอยยิ้ม“บอกแล้วว่าอย่าเพิ่งออกมา มันหนาว” บุรุษที่ยืนซ้อนกายกอดภรรยาจากด้านหลังเอ่ยขึ้น “ฉันรักเธอนะลี่ลี่”“หืม เป็นอะไรไป มาบอกรักอะไรตรงนี้”“เมื่อเช้าลืมบอก เลยมาบอกตอนนี้แทนไง” เหอลี่อิงหัวเราะชอบใจ กลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วกับคำบอกรักของซุนเจิง“แล้วนี่...ตัวเล็กยังไม่มาอีกหรือ” มือกร้านเคลื่อนไปยังหน้าท้องที่กลับมาแบนราบอีกครั้งหลังจากการคลอดบุตรชาย ด้วยหวังว่าเมล็ดพันธุ์เล็กๆ จะเริ่มงอกเงยอีกครั้ง“ยัง...แต่รอให้ซุนจิ้นเหอโตอีกสักหน่อยจะดีกว่า ดูเสี่ยวหยางสิ หัวหมุนไปหมดแล้ว”“ครั้งนี้ฉันอยากได้ลูกสาว”“ฉันรู้ แต่เรื่องนี้บังคับกันได้ที่ไหน”“ถ้าเป็นผู้ชายฉันก็รัก เพราะเป็นลูกฉันกับเธอ”“ฉันคิดไม่ออกเลย หากเราไม่มาอยู่ที่นี่ ป่านนี้ฉันจะเป็นยังไง ฉันจะหย่ากับคุณได้

  • ณ อนันต์    พี่ใหญ่ของเด็ก ๆ

    สองเดือนผ่านไป“ซุนเจิง หลิวจวินนำสารจากรัชทายาทมาให้” เหอลี่อิงร้องเรียกสามีที่กำลังหน้าเครียดทำงานกองเท่าภูเขา ส่งสารที่น่าจะสำคัญไม่น้อยให้แก่ซุนเจิงซุนเจิงรับสารจากภรรยาและคลี่อ่านอย่างรวดเร็ว ด้วยเกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น แต่เขากลับคิดผิดถนัด ใบหน้าที่เคร่งขรึมถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะเงยหน้ามาสบตากับภรรยา“เตรียมรับขวัญหลานได้แล้วยายแก่”“หมายความว่าอย่างไร”“ชายาของรัชทายาทตั้งครรภ์แล้ว”เหอลี่อิงดีใจจนไม่อาจซ่อนความรู้สึกไว้ได้ ใบหน้าฉายยิ้มกว้างและเดินไปบอกข่าวดีกับคนเสียทั่วจวน จนซุนเจิงได้แต่ส่ายศีรษะไปมา แล้วกลับมาสนใจสารในมืออีกครั้ง นับว่าไม่เสียแรงที่เขาปากเปียกปากแฉะบ่นเจ้าเด็กโข่งนั่นไป!.สองปีผ่านไป“อย่าเขียนตำราเล่นสิ นั่นของพี่นะ”“เหมยเอ๋อร์ อย่าฉีกตำราสิ แล้วพี่จะเอาอะไรอ่านล่ะ”“ไม่ๆ เสี่ยวเหอ พี่บอกว่าอย่าเขียนเล่นอย่างไรเล่า”&ld

  • ณ อนันต์    ปรับความเข้าใจ

    เว่ยหลางเดินมาหาหวังซูเหยาพร้อมกับใต้เท้าซุน เว่ยหลางไม่กล้าสบตากับชายาของตนเองด้วยซ้ำไป เขาเอาแต่มองฮูหยินของใต้เท้าซุน ใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวลกับการเผชิญหน้ากันในครั้งนี้“เรากลับกันดีกว่า ป่านนี้ลูกโยเยแล้วกระมัง” ซุนเจิงเอ่ยพลางจูงมือของเหอลี่อิงให้มายืนข้างตน มองหนุ่มสาวที่มีท่าทีเก้กังก็ได้แต่ส่ายศีรษะไปมา“พวกท่านไม่ต้องไปส่งข้าหรอก ประเดี๋ยวข้าและฮูหยินจะกลับแล้ว” ซุนเจิงรีบเอ่ยขึ้น ด้วยรู้ดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมต้องมีคนใดคนหนึ่งหนีหน้าและหยิบยกเอาเขาและเหอลี่อิงมาเป็นข้ออ้าง และเมื่อพูดจบก็รีบจูงมือเหอลี่อิงกลับออกจากตำหนักบูรพา ใบหน้าทั้งสองประดับรอยยิ้มไว้ไม่คลาย เรื่องหลังจากนี้จะดีหรือร้าย ทั้งสองไม่อาจเข้าไปยุ่งได้เว่ยหลางมองใบหน้าของสตรีที่ไม่ได้พบกันมาหลายวัน หวังซูเหยายังคงมีสีหน้าบึ้งตึง จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ยอมพูดกับเขาจนถึงขั้นหันหลังและหนีเข้าห้องไป โดยที่เขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาแม้สักคำเดียว“ได้ หวังซูเหยา เราจะได้เห็นดีกัน!”เว่ยหลางเก็บงำความในใจมากมายต่อสตรีที่หันหลังให้เขาไว้ แ

  • ณ อนันต์    ถ้าไม่ใช่เพราะตั้งครรภ์ ก็เร่งมือเสีย

    เมื่อเข้าตำหนักบูรพา เหอลี่อิงก็แยกตัวไปคุยกับชายาของรัชทายาททันที โดยทิ้งให้ซุนเจิงอยู่กับเว่ยหลางที่นั่งหน้าเครียดคิดไม่ตก“นั่งหน้าเครียดอย่างนี้ นางคงไม่หายโกรธท่านง่ายๆ ใช่หรือไม่” บุรุษที่ถูกภรรยาทิ้งให้อยู่กับต้นตอของปัญหาอย่างเว่ยหลางเอ่ยพลางรินน้ำชาให้กับตนเองและรัชทายาทที่ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน“เมื่อวานข้าไปหานางมา ท่านรู้ไหมว่าข้าเจออะไร”ซุนเจิงขมวดคิ้วเชิงตั้งคำถามว่าสิ่งที่อีกฝ่ายเจอนั้นคือสิ่งใด“นางเขวี้ยงแจกันใส่ข้า! แจกันแตกเป็นเสี่ยงๆ ดีที่ข้าหลบทัน ไม่อย่างนั้นหัวข้าคงแตกพอๆ กับแจกัน”ได้ยินคำบอกเล่าก็ขมวดคิ้วเป็นปมเชิงสงสัย ท่าทีเช่นนี้เหมือนว่าเขาเคยประสบมาบ้าง “แปลกๆ นะ เหมือนตอนฮูหยินข้าตั้งครรภ์เลย อารมณ์แปรปรวนขนาดนี้ ไม่ใช่ว่านางตั้งครรภ์แล้วหรือ”“ไม่ใช่” เว่ยหลางปฏิเสธทันควัน “เมื่อวันก่อนนางเป็นลมหมดสติไป ข้าให้หมอหลวงไปตรวจมาแล้ว หมอหลวงบอกว่านางเครียด ประจวบเหมาะกับโมโหเรื่องข้าจนถึงขั้นเป็นลมไป”“ถ้า

  • ณ อนันต์    ใครกลัวภรรยากัน ไม่มี!

    ซุนเจิงใช้ชีวิตอย่างที่เป็นมา ไม่มีสิ่งใดแปลกใหม่ มีแต่สิ่งที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเท่านั้น อย่างเช่นในตอนนี้ เขาต้องเรียนรู้ที่จะสอนเด็กหนุ่มที่ข้องใจในความสัมพันธ์ประหลาดให้ได้เข้าใจ และกลับไปง้อขอคืนดีกับภรรยาของตนเอง...“ก็บอกแล้วว่าให้พูดดีกับนางหน่อย ใจร้อนแล้วพาลใส่เธอ ผลก็เป็นอย่างนี้แหละ” ซุนเจิงเอ่ยพลางหยิบชาขึ้นมาดื่ม สายตามองไปยังเว่ยหลางที่กำลังคิดไม่ตก เว่ยหลางเอ่ยแต่เพียงว่ามีเรื่องให้ต้องคิดมาก งานของรัชทายาทนั้นมากมายจนแทบไม่มีเวลาพัก แต่พอมีเวลาพักก็รีบตรงดิ่งไปหาชายาของเขาอย่างหวังซูเหยาในทันที แต่ก็มิวายเผลอทำตัวไม่ดีใส่ เพียงเพราะนางเซ้าซี้ถามเรื่องงานและเรื่องของอีกฝ่ายมากเกินไป และสรุปจบสุดท้ายคือหวังซูเหยางอนแน่นอนว่าเหอลี่อิงที่นั่งร่วมสนทนาอยู่ด้วยนั้นเข้าข้างสตรีด้วยกันอย่างไม่ต้องวิเคราะห์รูปการณ์ใดๆ เลย ส่วนเขาก็พอจะเห็นด้วยกับหวังซูเหยา หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เขาทราบดีว่าเวลานี้ควรวางตัวไม่เป็นกลาง และด้วยประสบการณ์ที่มีทำให้เขาเลือกข้างภรรยาโดยไม่ต้องยั้งคิดใดๆ ทั้งสิ้น“ข้าเหนื่อยเลยหลุดปากไปเท่านั้น”

  • ณ อนันต์    ครอบครัวที่สมบูรณ์

    “ใต้เท้า!” หลิวจวินตะโกนขึ้นเสียงดัง จนเว่ยหลางและซุนเจิงที่สนทนากันอยู่ต้องหันกลับไปมอง ขุนนางที่ออกจากจวนเพื่อมาหารือเรื่องงานกับรัชทายาทที่ตำหนักบูรพาถึงกับชะงักการกระทำทุกอย่าง เพราะว่าหลิวจวินนั้นถูกรัชทายาทกำชับให้เฝ้าจวนของเขาไว้ แต่หากอีกฝ่ายหน้าตาตื่นมาเช่นนี้ แสดงว่าย่อมมีเรื่องเกิดขึ้นที่จวนเป็นแน่“มีอะไร ใครเป็นอะไร!” ซุนเจิงเอ่ยถามคนที่หอบเหนื่อย แต่พยายามจะพูดกับเขา“ฮูหยิน...ฮูหยินจะคลอดแล้วขอรับ”“คะ...คลอด!” คนที่ได้ยินเบิกตากว้าง ก่อนหน้านี้เขาอยู่กับเหอลี่อิงตลอดเวลาจนแทบจะกลายเป็นเงาตามตัว แต่พอวันนี้เขาออกมาจากจวนได้ไม่เท่าไร นางก็คลอดขึ้นมาเสียอย่างนั้น! ให้มันได้อย่างนี้สิ!ซุนเจิงพยายามตั้งสติที่กระเจิดกระเจิงไปไกลให้เข้าที่ และรีบออกจากตำหนักบูรพาทันทีโดยไม่ฟังเสียงใครทั้งนั้น เว่ยหลางและหลิวจวินเองก็ตั้งรับเรื่องนี้ไม่ถูกเช่นกัน ทั้งสองมีท่าทีตื่นตระหนกทำสิ่งใดไม่ถูก กว่าจะตั้งสติได้ ใต้เท้าซุนก็ออกจากตำหนักบูรพาไปเสียแล้ว“หลิวจวินเจ้า...เจ้า

  • ณ อนันต์    งานสังสรรค์ 2

    เมื่อจับจูงกันออกมาจากห้อง ทั้งสามนั่งรับประทานอาหารด้วยกันอย่างปกติสุข อาจจะมีบ้างที่ถามไถ่กันเป็นระยะตามประสาคนอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน“วันนี้มีเรียนหรือไม่เสี่ยวหยาง”“ไม่มีขอรับ อาจารย์บอกว่าข้ารู้หมดทุกเรื่องแล้ว ไม่มีอะไรสอนแล้วขอรับ”“ขนาดนั้นเชียวหรือ ไหนท่านอาชิงซางชอบกล่าวว่าเจ้าไม่เอาไหน” เ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-27
  • ณ อนันต์    งานสังสรรค์ 1

    “หยางขุยมีงานเลี้ยงรับตำแหน่งใหม่ เขาเชิญเราด้วย เธออยากไปไหม” ซุนเจิงเอ่ยกับสตรีที่กำลังจัดเครื่องแต่งกายของเขาให้เข้าที่เข้าทาง หลังจากเรื่องในวันนั้นทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ ซือจงไม่อาจดำรงตำแหน่งเสนาบดีต่อได้ เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีความผิดจริง ส่วนเรื่องโทษทัณฑ์ก็ไม่น้อยเลย เช่นเดีย

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-27
  • ณ อนันต์    อยากก้าวหน้าจำต้องมีเส้นสาย

    “ใต้เท้าซุน เหมือนว่าท่านจะยุ่งตลอดเวลา ทั้งๆ ที่งานไม่ได้มากมาย” ขณะคร่ำเคร่งกับการตรวจสอบเอกสารมากมาย เสียงของบุรุษที่แวะเวียนมาหาเขาบ่อยกว่าทุกคนอย่างหยางขุยก็ดังขึ้น ไม่ทันได้เอ่ยเชื้อเชิญให้นั่ง อีกฝ่ายก็จัดแจงนั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมทั้งรินน้ำชาให้ตัวเองเสร็จสรรพ“ท่านเองก็เช่นกัน เหมือนจะว่างอยู่

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
  • ณ อนันต์    งานสังสรรค์ 4

    “พาเสี่ยวหยางกลับห้องได้แล้ว” ซุนเจิงที่หมดความอดทนในที่สุด หันไปบอกกับเหอลี่อิง เมื่อสองคนนั้นกลับออกไป เขาจึงจ้องใบหน้าของชายชราที่ไม่น่านับถือด้วยความเดือดดาลไม่ต่างกัน“หากมีลูกแล้วสั่งสอนให้ดีไม่ได้ ท่านก็ไม่น่าให้กำเนิดพวกเขาออกมา เช่นเดียวกัน หากมีหลานแล้วเลือกที่รักมักที่ชัง ท่านก็อย่าให้เข

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-27
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status