หน้าหลัก / รักโบราณ / ณ อนันต์ / วาสนาที่มิอาจตัดขาด 2

แชร์

วาสนาที่มิอาจตัดขาด 2

ผู้เขียน: กัวซืออวี่
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-15 13:23:06

ซุนเจิงและเหอลี่อิงเข้าไปยังโรงแรมหรูที่มีภัตตาคารรสเลิศอยู่ด้านบนสุดไว้คอยให้บริการ ภัตตาคารที่พวกเขาเคยมานั้น บัดนี้ตกแต่งใหม่จนโอ่อ่า ผู้คนมากมายคลาคล่ำ ทว่าภัตตาคารที่ทั้งคู่ตั้งใจมา ทุกโต๊ะต่างถูกจองด้วยนายทหารยศใหญ่ที่ซุนเจิงเคยได้ยินชื่อมาบ้าง และนักธุรกิจคนหนึ่งที่ก็เคยได้ยินชื่อไม่ต่างกัน นายทหารยศใหญ่คบค้ากับพวกนักธุรกิจ อย่างไรเสียเรื่องนี้ไม่สามารถคาดการณ์ไปในทางที่ดีได้เลยแม้แต่น้อย

“เรากลับไปกินที่บ้านไหม เดี๋ยวฉันทำให้กินเอง” เหอลี่อิงเสนอ

ส่วนซุนเจิงก็ได้แต่ทอดถอนใจ แม้จะไม่พอใจกับการทำตัวใหญ่โตคับเมืองเช่นนี้ แต่ก็ไม่อยากมีเรื่องเช่นกัน ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนเขาเป็นอย่างดีว่าไม่ควรยื่นมือเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น อีกทั้งเรื่องไม่น่าไว้ใจนี่ก็ไม่ใช่กงการอะไรของเขาแม้แต่น้อย เขาเป็นเพียงคนแก่ที่รอวันตาย ไม่ใช่นายทหารคนนั้นที่บุกตะลุยทุกที่อย่างไม่กลัวตายในวันวาน

วัยรุ่นเลือดร้อน นอกคอก ผู้ใหญ่ดื้อรั้นไม่ฟังคนอื่น และคนแก่ไร้เหตุผล คนจำพวกนี้เขาเกลียดนักหนา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าเขาเคยเป็นอย่างที่กล่าวมาทั้งหมด และเพราะเคยเป็น ตอนนี้จึงได้แต่เดินหันหลังให้กับความไม่ได้ดั่งใจ กลับออกจากภัตตาคารหรูพร้อมภรรยา แต่ยังไม่ทันจะก้าวเข้าลิฟต์ เสียงสัญญาณที่ไม่ควรจะดังก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับกลุ่มคนมากมายที่วิ่งกรูกันออกมาจากที่ใดก็ไม่ทราบ ต่างคนต่างวิ่งกันไปคนละทิศละทาง พร้อมทั้งตะโกนร้อง ‘ไฟไหม้’ ดังไปทั่วบริเวณ

ซุนเจิงมองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยสติ สายตาสังเกตไปทั่วบริเวณว่าช่องทางสำหรับหนีไฟในเหตุการณ์เช่นนี้อยู่ที่ใด และเขาก็สัมผัสได้ว่ามือของตนมีมือของเหอลี่อิงกุมไว้แน่นราวกับว่าเธอกำลังหวาดกลัว ในขณะที่ซุนเจิงมองหาบันไดหนีไฟเจอ เขาก็กระชับมือที่เกาะกุมมือของเหอลี่อิงไว้แน่นยิ่งกว่าเก่า พาเธอเดินไปทางนั้น แต่ระยะทางไม่ถึงสองร้อยเมตรกลับก้าวเดินอย่างยากลำบากเพราะคนมากมายก็กรูเข้าไปเช่นกัน อีกทั้งยังถูกขวางไว้ด้วยชายฉกรรจ์ส่วนหนึ่งที่ตะคอกด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างกับคนมากมายที่กำลังหนีจากความตาย

“ถอยไป ให้นายท่านกับท่านประธานไปก่อน!”

ซุนเจิงมองการกระทำทุกอย่างด้วยสายตาเวทนา จ้องคนที่ถูกเรียกว่านายท่านและท่านประธานอย่างหยามหมิ่น

“พานายท่านกับท่านประธานไปชั้นดาดฟ้า เฮลิคอปเตอร์มารออยู่แล้ว เร็วเข้า!”

“เวลานี้ยังจะมาใช้อำนาจอีกหรือเจ้าลูกหมา!” เหอลี่อิงหันขวับมองสามีข้างกายที่ตะโกนออกไปเมื่อครู่นี้ ส่วนตนเองก็ไอออกมาโขลกใหญ่เมื่อเริ่มมีกลุ่มควันพวยพุ่งไปทั่วบริเวณ

“นี่ตาแก่ อยากตายนักหรือไง!”

“ฉันไม่พูด ฉันก็ต้องตายเพราะสำลักควันรอให้ลูกหมาอย่างพวกแกไปก่อนอยู่ดี! คนเขาจะหนีตายกัน มีสิทธิ์อะไรมาห้าม เป็นทหารไม่ใช่รึ กลัวตายขนาดนี้ ไม่นอนอยู่บ้านไปเสียล่ะ มาเป็นทหารทำไมกัน!” ซุนเจิงพูดจบก็ถูกชายฉกรรจ์ตัวใหญ่เข้ามาผลักจนล้มไปกองที่พื้น โดยเหอลี่อิงก็เสียหลักไปด้วยเช่นกัน

“ไม่ต้องไปสนใจ พานายท่านกับท่านประธานออกไป ฉันจัดการตาแก่นี่เอง!”

ผู้คนชุลมุนวุ่นวายกันอีกครั้งเมื่อคนสำคัญทั้งสองถูกกันให้ออกไปแล้ว แต่ซุนเจิงและเหอลี่อิงยังคงอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม

“ปากดีนัก ก็หาทางออกจากที่นี่เองแล้วกัน” ประตูทางหนีไฟถูกปิดด้วยชายฉกรรจ์เมื่อครู่นี้ซึ่งผลักซุนเจิงล้มลงไปกองกับพื้น อีกทั้งยังกักคนทั้งคู่ไว้ภายใน ในขณะซุนเจิงเองก็พยายามอย่างหนักเพื่อที่จะเปิดประตูหนีไฟนั้น แต่ก็เกินกำลังของคนแก่อย่างเขา เสียงไอที่ดังขึ้นไม่หยุดพร้อมกับควันที่เต็มไปทั่วบริเวณจนมองอะไรไม่เห็นทำให้ซุนเจิงกลับมาหาเหอลี่อิงอีกครั้ง

“นี่เธออย่าเพิ่งหลับสิ!” ซุนเจิงตะโกนห้ามเสียงดัง แต่อีกฝ่ายก็ค่อยๆ สิ้นสติไปทีละนิด “เธอจะมาตายอย่างนี้ได้ยังไงกัน เธอยังไม่ได้หย่ากับฉันเลยนะยายแก่ อย่าเพิ่งรีบตายสิ!”

“ตาแก่บ้า...”

ซุนเจิงไอออกมาโขลกใหญ่ แต่เขากลับพุ่งความสนใจไปยังภรรยาของตน และแสงสว่างเล็กๆ ของเขาก็ปรากฏขึ้นในวินาทีสุดท้าย เมื่อประตูที่ขังคนทั้งคู่เอาไว้เกิดถูกแรงปะทะจากด้านนอกจนเปิดออกในที่สุด เผยให้เห็นชายหนุ่มที่คุ้นตากำลังวิ่งมาหาพวกเขา

“อี้หมิง” ซุนเจิงเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เข้ามาช่วยเหลือ

“ไปกันเถอะครับคุณปู่ เดี๋ยวผมอุ้มคุณย่าลงไปเอง คุณปู่เดินไหวไหมครับ หรือจะขี่หลังผม”

“ไหว เธอพาลี่ลี่ลงไป” ซุนเจิงตอบกลับ มองภรรยาถูกอุ้มโดยหลานชายข้างบ้านที่กำลังวิ่งไปยังประตูหนีไฟ โดยเขาเองก็กำลังจะตามออกไปเช่นกัน แต่การสูดกลิ่นควันที่นานเกินไปก็ทำให้ซุนเจิงทรุดตัวลงและหมดสติก่อนจะก้าวลงบันไดหนีไฟด้วยซ้ำ

จบแล้วหรือ จบง่ายขนาดนี้เลยหรือ...

“ใต้เท้า! ตื่นเถิดขอรับ เกี้ยวเจ้าสาวจะมาถึงแล้ว!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ณ อนันต์    องครักษ์ที่ฝากตัวเป็นศิษย์

    “แต่ข้างานเยอะเหลือเกิน หากสอนท่านราชองครักษ์อีก เห็นทีว่าจะไม่มีเวลาอยู่กับฮูหยินเลยกระมัง” แม้จะกล่าวกับราชองครักษ์ที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ทว่าซุนเจิงกลับมองไปยังเหอลี่อิงอย่างไม่วางตา เสียงลอดไรฟันแสดงชัดว่าเขาไม่พอใจการมาของเหอลี่อิงอยู่มากเอาการ“อย่างไรเราก็เจอกันทุกวันไม่ใช่หรือ ท่านเองก็เก่งกาจ ความเก่งของท่านอาจจะไร้ค่าก็เป็นได้ หากไม่ถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้เอาไปใช้ประโยชน์บ้าง ท่านจะหวงไว้ทำไมกัน ประเดี๋ยวก็แก่เฒ่าไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว ถึงเวลานั้นท่านจะใช้กำลังเช่นตอนนี้ก็ไม่ได้ แต่หากท่านสอนให้แก่ผู้อื่นก็ยังได้ชื่นชมลูกศิษย์ของท่าน”“ข้าคงไม่แก่เร็วขนาดนั้น ฮูหยินขี้กังวลเกินไปแล้ว”“ใต้เท้าซุน...” เสียงเรียกลอดไร้ฟันของเหอลี่อิงทำเอาชายชาตรีที่กัดฟันสู้เถียงกับภรรยามานานสองนานเริ่มเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างไรชอบกล “ข้าขอถามท่านอีกครั้ง ว่าท่านจะสอนการต่อสู้ให้แก่ท่านราชองครักษ์ไหม”“เหตุผลล่ะ?” คนที่รู้สึกเหมือนถูกต้อนให้จนมุมได้แต่ลอบกลืนน้ำลายและเอ่ยถามออกไป“เพราะคุณต้องการทีม...” เหอลี่อิงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เบาราวกับกระซิบไม่ให้แขกผู้มาเยือนถึงที่ได้ยิน เธอมองใบหน้าของบุ

  • ณ อนันต์    แขกที่มาหาถึงที่จวน

    ส่วนซุนเจิงก็เดินเข้าไปหาราชองครักษ์ของรัชทายาทที่จิบน้ำชาอย่างสบายใจ ด้วยรอยยิ้มประหนึ่งว่าที่นี่คือจวนของตนเอง ไม่รู้ว่ายายเหอลี่อิงพูดกับไอ้หนุ่มนี่ไปขนาดไหนกัน ถึงได้นั่งยิ้มเหมือนคนบ้าเช่นนี้ คิดแล้วมันก็น่านัก! คราวที่แล้วเขาไม่น่าออมมือให้ชายคนนี้เลย ไม่น่าเลยซุนเจิง!“ใต้เท้า” แขกผู้มาเยือนโค้งกายคำนับเล็กน้อย ด้วยว่าอายุทั้งสองนั้นไม่ได้ต่างกันมากมาย แต่คนที่อายุไม่ต่างกันทั้งยังเป็นเจ้าของบ้านกลับเมินใส่การทำความเคารพเมื่อครู่ สาวเท้าไปนั่งพร้อมทั้งรินน้ำชาขึ้นมาดื่มราวกับไม่ใส่ใจแขกที่มาเยือนถึงจวนแม้แต่น้อย“วันนี้ที่ข้ามาหาใต้เท้าถึงจวน ก็เพราะองค์รัชทายาทมีรับสั่งว่าช่วงนี้ท่านคงมีเรื่องยุ่งเป็นแน่ จึงไม่ได้เข้าไปรายงานข่าวคราวให้พระองค์ทราบ ดังนั้นจึงส่งข้ามาแทน”ราชองครักษ์ซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่มารายงาน แต่บุรุษที่ได้รับฟังกลับเอาแต่นิ่งเฉย สนใจจอกน้ำชาในมือมากกว่าเขาที่เป็นคู่สนทนาเสียอีก“ใต้เท้า ใต้เท้าขอรับ”“หืม...น้ำชาเย็นชืดขนาดนี้ ท่านยังดื่มด้วยรอยยิ้มได้ เห็นทีว่าท่านจะเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย”“เอ่อ...ขอรับ เมื่อครู่ที่ข้าพูดไป”“มีเรื่องจริงอย่างที่องค์รัชทา

  • ณ อนันต์    เรื่องที่คิดไม่ตก

    “ไม่รอฟังคำขอโทษของเขาหน่อยหรือ ที่เขาว่าคุณไปเมื่อครู่นี้น่ะ” เหอลี่อิงที่ถูกรั้งตัวออกมาเอ่ยถามชายหนุ่มที่มีใบหน้าเรียบนิ่ง“ไม่จำเป็น เขาจะคิดอย่างไรก็ช่าง นั่นไม่ใช่หน้าที่ฉันเสียหน่อย”“แล้วคุณจะเอาอย่างไรต่อ เรื่องนี้เหมือนจะไม่ง่ายเลยไม่ใช่หรือ”“ใช่ เป็นไปไม่ได้ที่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ขุนนางทั้งหลายจะไม่รู้ เพราะจักรพรรดิมีราชโองการชัดเจนในการจัดสรรที่ดิน แต่นี่อะไร ไม่มีใครเปิดปากถึงเรื่องนี้เลย เป็นไปได้ว่าจะเป็นพรรคพวกเดียวกัน ฉันเลยไม่พยายามทำตัวตื่นข่าว ประเดี๋ยวพวกนั้นจะไหวตัวทันเสียก่อน”“แล้วคุณจะบอกเรื่องนี้แก่รัชทายาทไหม” เมื่อเหอลี่อิงถามจบ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอที่เล็ดลอดออกมา“ก็ลองดูว่าหูตาของรัชทายาทเป็นเช่นไร อายุมากแล้วก็แบบนี้ ทำงานตามระเบียบ ซื่อสัตย์ตามระบอบอะไรแบบนั้น ฉันไม่ชอบเท่าไหร่”“อะไรกัน คุณอยู่ในร่างหนุ่มขนาดนี้แล้วยังบ่นว่าตัวเองแก่อีกหรือ”“ก็เหมือนที่เธอตายด้านแล้วยังไงล่ะ” ซุนเจิงมองสตรีที่เริ่มชักสีหน้าอีกหนเมื่อเขาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มยียวน “มาคิดดูแล้วก็คงจะจริง ฉันแทบจะนอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงอยู่รอมร่อ เธอยังนอนเฉยๆ ได้ถึงเช้า”“คุณก็นอนถอดเสื้

  • ณ อนันต์    ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ ท่านเห็นใต้เท้าไม่เต็มใจช่วยท่านหรือ

    มีเด็กวิ่งอยู่ในจวนนับว่าสร้างชีวิตชีวาให้แก่คนชราที่อยู่ในร่างของหนุ่มสาวอีกครั้งหนึ่ง ซุนเจิงมองเจ้าเด็กที่พอหายป่วยก็วิ่งวุ่นไปทั่วจวน โดยที่เขาไม่เอ่ยห้ามหรือดุเจ้าเด็กซนคนนี้แม้แต่น้อย“หยุดเล่นได้แล้วเสี่ยวหยู”ซุนเจิงเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเสียงบิดาของเด็กน้อยที่เริ่มเกาะต้นไม้ ทำทีท่าว่าจะปีนขึ้นไปเป็นลิงเป็นค่าง“ข้าละอายเหลือเกินที่ทำให้ใต้เท้าวุ่นวายเช่นนี้”ซุนเจิงโบกมือไม่สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวว่าวุ่นวาย เชื้อเชิญให้แขกนั่งลงดื่มน้ำชาร่วมกับตน“เด็กก็แบบนี้ ช่างเขาเถิด” ซุนเจิงบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ “เรื่องของท่าน ข้าไปตรวจสอบดูแล้ว เห็นทีจะไม่ใช่เรื่องง่ายและคงต้องใช้เวลานานพอสมควร ข้าเห็นท่านควรกลับไปรอฟังข่าวที่บ้านจะสมควรกว่า เพราะอยู่นี่หากมีคนรู้เข้า ท่านจะเดือดร้อนเอาได้ และคราวนี้ท่านอาจจะไม่มีโอกาสได้ที่นากลับมาอีกเลย”เรื่องนี้ยิ่งตรวจสอบยิ่งได้รู้ว่าทุกอย่างนั้นมีข้อสงสัยมากกว่าที่ซุนเจิงคิด และการที่ครอบครัวนี้อยู่ในจวนของเขานั้นไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะครอบครัวนี้จะอยู่ในที่แจ้งและโดนทำร้ายกลั่นแกล้งได้ง่ายขึ้นกว่าเก่า แต่บุรุษตรงหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อ

  • ณ อนันต์    ข้อร้องเรียนจากชาวบ้าน

    “ข้าไม่รู้หนังสือ นายอำเภอเอาอะไรมาให้ข้าประทับนิ้วมือก็ไม่ทราบ แต่วันรุ่งขึ้นเขาก็อ้างว่าตนเป็นเจ้าของที่นาของข้าไปแล้ว นายท่าน เช่นนี้ข้าถูกหลอกใช่หรือไม่ขอรับ!”“แล้วนายอำเภอหลอกลวงเอาที่นาของท่านเพียงผู้เดียวหรือของคนอื่นด้วย”“หลายครอบครัวอยู่ขอรับ พวกเขาไม่กล้ามาร้องเรียน แต่ข้าทนไม่ไหวเพราะว่าลูกยังเล็ก ทำงานแทบตายแต่ไม่เหลือเงินแม้สักตำลึงไว้จุนเจือครอบครัว เช่นนี้แล้วลูกและเมียข้าไม่ต้องอดตายหรือ ข้าจึงจำต้องมาเมืองหลวง...นายท่านช่วยข้าได้หรือไม่”“หากทำตามกฎระเบียบแน่นอนว่ายุ่งยากจนข้านึกขยาด” ซุนเจิงเอ่ยอย่างไม่ปิดบัง ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน เรื่องกฎระเบียบนั้นยุ่งยากอยู่เสมอ แต่ใช่ว่าตอนนี้เขาจะต้องทำตามแบบแผนเสมอไปนี่ “แต่หากจะให้มันรวบรัดก็มีทางอยู่บ้าง แต่ทำเช่นนั้นก็จะไม่เด็ดขาดและก่อให้เกิดปัญหาในการณ์ข้างหน้าได้ เช่นนั้นแล้ว… ข้าจะลองดูให้ก็แล้วกัน”“จริงหรือขอรับ” คนที่ได้รับความช่วยเหลือพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดีใจเหลือหลาย ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ศีรษะจดกับพื้นดินด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจ แต่กระนั้นซุนเจิงก็พยุงร่างของบุรุษที่แสดงความซาบซึ้งใจให้ลุกขึ้น เนื่องด้วยว่านี่ไม่เป็น

  • ณ อนันต์    หนอนบ่อนไส้ในกรมคลัง

    เจ้าของจวนสั่งให้คนจัดแจงห้องหับให้ทั้งสามคนได้พักพิง วางร่างของเด็กน้อยที่ตัวเล็กจนน่าเป็นห่วงลงบนเตียง ซุนเจิงมองเหอลี่อิงที่หน้าเสียเมื่อเห็นความลำบากและขัดสนของครอบครัวตรงหน้า ซึ่งเขาก็ทำได้แค่กุมมือของเธอเอาไว้เท่านั้น“อีกประเดี๋ยวหมอก็คงจะมา ข้าให้คนจัดเตรียมอาภรณ์ให้พวกท่านได้ผลัดเปลี่ยนแล้ว พวกท่านก็ไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนเถิด ข้าและฮูหยินจะดูแลเด็กคนนี้ให้ก่อน”“ข้าไม่อยากรบกวน แค่นี้ก็มากมายเหลือเกินแล้ว”“ไม่รบกวน ข้ายินดีช่วยท่าน ส่วนเรื่องที่ท่านมาร้องเรียนนั้น เสร็จจากการตรวจรักษาข้าจะคุยกับท่านในภายหลัง ข้าเป็นขุนนางอยู่กรมคลัง เรื่องนี้คงต้องเป็นหน้าที่ของข้า”สองสามีภรรยาที่ไม่มีที่พึ่งพิงมองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อหูของตนนัก ว่าจะได้พบกับขุนนางที่เมตตาถึงเพียงนี้ สุดท้ายพวกเข้าจึงเข้าไปชำระร่างกายและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ตามที่เจ้าของจวนเอ่ยปาก ปล่อยเจ้าของจวนทั้งสองไว้กับเด็กน้อยที่นอนนิ่งบนเตียงกว้างอย่างเวทนา“ดูสิ ตัวก็เล็กถึงเพียงนี้ พ่อแม่ก็พามาระหกระเหินเสียแล้ว” ซุนเจิงเอ่ยพลางทอดมองร่างของเด็กน้อยที่นอนนิ่งไม่ได้สติ ส่วนเหอลี่อิงก็ทิ้งกายลงนั่งข้างร่างที่อ่อนแอขอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status