Home / รักโบราณ / ณ อนันต์ / ไม่ว่าจะเรื่องไหน ฉันจะสนับสนุนคุณทุกเรื่อง

Share

ไม่ว่าจะเรื่องไหน ฉันจะสนับสนุนคุณทุกเรื่อง

last update Last Updated: 2026-01-17 14:02:39

“ท่านอ๋อง…” การสนทนาถูกขัดจังหวะ บุรุษและสตรีที่สนทนากันอยู่ก่อนหน้าหันไปสนใจบุรุษผู้เป็นเจ้าของจวนซึ่งตีหน้าขรึมสาวเท้าเข้ามาหาพวกเขา

“ใต้เท้าซุน”

“เหตุใดจึงมาหาฮูหยินของข้าถึงที่จวน” ซุนเจิงก็ยังคงเป็นซุนเจิง เขาไม่เคยอ้อมค้อมให้กับความสงสัย และบัดนี้เขาก็ตั้งคำถามที่พอรู้ดีอยู่แก่ใจกลับไป

“ข้าอยากรู้ถึงเหตุผลที่ท่านกล้าปฏิเสธรับสั่ง บัดนี้จึงได้รู้ถึงเหตุผลของท่าน แต่ก็ยังไม่กระจ่าง ท่านมาก็ดีเหมือนกัน เรื่องจะได้จบเร็วขึ้น”

ซุนเจิงมีใบหน้าเคร่งขรึม เขารีบออกจากกรมคลังทันทีเมื่อมีบ่าวรับใช้ในจวนไปบอกข่าวว่าอ๋องแปดนั้นมาหาฮูหยินของเขาถึงที่จวน บัดนี้จึงไม่แปลกหากเขาจะรู้สึกไม่พอใจในการมาของท่านอ๋องผู้นี้

ซุนเจิงถอนหายใจต่อหน้าผู้สูงศักดิ์อย่างไม่รักษากิริยา เขานั่งลงข้างเหอลี่อิงที่ครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่อย่างเคร่งเครียด

“ฮูหยินของท่านกล่าวว่าท่านอยากทำงานนี้อยู่ไม่น้อย เช่นนั้นแล้วเหตุผลที่ท่านไม่อยากทำเพราะกังวลเรื่องของฮูหยินใช่หรือไม่ ข้าสารภาพตามตรง ข้าไม่รู้เรื่องพวกนี้นัก”

“เรื่องนี้ข้าบอกท่านอ๋องไปแล้ว หากมาบังคับข้าและฮูหยินเช่นนี้ ดีไม่ดีข้าอาจจะคิดขบถขึ้นมาก็ได้”

“ท่านไม่ทำแน่ เพราะถ้าท่านทำ ข้าจะฆ่าท่านตั้งแต่ตอนนี้” ใบหน้ายิ้มละไม แต่กลับเอ่ยว่าจะฆ่าคนด้วยเสียงเย็นยะเยือก แต่ใช่ว่าจะทำให้ซุนเจิงหวาดหวั่น เพราะสิ่งที่เขาหวาดหวั่นคือสตรีข้างกายเสียมากกว่า เธอไม่เคยมีประสบการณ์ที่ต้องมานั่งฟังคนขู่ฆ่าต่อหน้าเช่นนี้มาก่อน และเขาก็ไม่อยากให้เธอต้องพบเจออะไรเช่นนี้

“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ข้าว่าท่านอ๋องกลับไปก่อนดีหรือไม่ ให้ข้าและใต้เท้าซุนได้ปรึกษากันสักหน่อย แล้วค่อยให้คำตอบแก่ท่านอ๋อง” เหอลี่อิงพูดขึ้น ด้วยในยามนี้รู้ดีว่าอย่างไรเสียซุนเจิงคงไม่ยอมลงให้อ๋องแปดอย่างแน่นอน เธอจึงบอกออกมาเสียก่อนที่เรื่องจะไปกันใหญ่

“เช่นนั้นข้าจะตามใจฮูหยิน แต่พรุ่งนี้ข้าต้องได้คำตอบ”

สองสามีภรรยาจำต้องปั้นหน้าส่งแขกผู้สูงศักดิ์ ก่อนจะมานั่งจมกับความคิดของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง และเป็นเหอลี่อิงที่เป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน

“ฉันจะสนับสนุนคุณซุนเจิง ฉันรู้ว่าหน้าที่นี้คุณทำได้ดีที่สุด”

“มันเสี่ยงเกินไป ที่นี่ไม่ได้มีเสถียรภาพเหมือนที่ที่เราจากมา ไม่มีอะไรรับรองได้ว่าถ้าฉันเป็นอะไรขึ้นมาแล้วเธอ…”

“ฉันเป็นภรรยาคุณนะ ไม่ใช่ตัวถ่วงในชีวิตของคุณ ถ้าการมีฉันทำให้คุณต้องเดินช้าลง หรือทำให้คุณต้องเลือกทางเดินที่คุณไม่ชอบ ฉันว่ามันไม่ถูกต้อง ฉันอยู่ข้างคุณในทุกๆ ทางเดินที่คุณเลือกได้ เหมือนที่ผ่านมา”

“แต่ฉันไม่อยากให้มันกลับไปเป็นเหมือนที่ผ่านมาไง ยายแก่”

เหอลี่อิงยิ้มรับ เมื่ออีกฝ่ายเรียกเธอว่ายายแก่ เธอไม่ได้รู้สึกโกรธเคือง กลับกันเธอเอ็นดูในท่าทีราวกับเด็กน้อยขี้เอาแต่ใจของสามี มือข้างหนึ่งวางทาบลงบนมือของซุนเจิงที่กำลังทำหน้าหงิกงอใส่เธออยู่ “คราวนี้มันจะผ่านไปด้วยความเข้าใจ อยู่ที่นี่หากเราไม่เข้าใจกันแล้วเราจะก้าวไปด้วยกันได้ยังไง เรามีกันแค่สองคนนะซุนเจิง”

ซุนเจิงมองใบหน้าของสตรีที่ส่งยิ้มให้ไม่คลาย ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมือของเหอลี่อิงทำให้เขาอบอุ่นใจไปในคราวเดียวกัน เช่นนี้แล้วเขาควรทำอย่างไร

“แต่กองกำลังอะไรนี่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนพวกนั้นเป็นคนดี ยุคสมัยนี้คนดีกลายเป็นคนร้าย และคนร้ายกลับกลายเป็นคนดีได้ตลอดเวลา”

“ฉันถามอ๋องแปดไปแล้วในเรื่องนี้ เขาตอบมาว่า พวกเขาไม่ใช่คนดี แต่ก็เลวน้อยกว่าคนบางจำพวก ซุนเจิง คุณน่าจะรู้ดีว่าบางครั้งกฎหมายก็ใช้ไม่ได้กับทุกคน คุณเคยบ่นไม่ใช่หรือว่าคนบางคนก็ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย และคุณอยากจะสร้างทุกอย่างใหม่ ที่นี่คุณอาจจะได้ทำในสิ่งที่คุณต้องการมาตลอดก็ได้”

ซุนเจิงหัวเราะในลำคอพลางส่ายศีรษะไปมาให้แก่ประโยคเมื่อครู่ของเหอลี่อิง หรือนี่คือผลของการที่อยู่ด้วยกันมามากกว่าครึ่งของชีวิต เธอถึงได้รู้ใจเขามากกว่าตัวของเขาเอง

“เธอว่ามันไม่แปลกไปหน่อยหรือที่เรามาทำตัวเหมือนเด็กวัยรุ่นให้กำลังใจกันแบบนี้น่ะยายแก่”

“เอ๊ะ นี่ฉันอุตส่าห์ช่วยคุณตัดสินใจนะ!”

“ฉันไม่ยอมโอนอ่อนในเรื่องนี้แม้ว่ารัชทายาทจะเอาดาบมาจ่อหัว หรืออ๋องแปดมาพูดขู่ฆ่าถึงในจวน แต่ฉันกลับยอมลงให้เพียงเพราะเธอเกลี้ยกล่อมฉัน แบบนี้เขาเรียกว่ากลัวเมียไหมนี่ หากคนอื่นรู้เข้า ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

“ก็เอาไว้ที่เดิมนั่นแหละ! ทำเหมือนว่าคุณเชื่อฉันนักหนา เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจนเลย สรุปว่ายังไงคุณจะทำงานให้องค์รัชทายาทไหม”

“หากเธอไม่ขัดก็คงทำ แต่ฉันคงต้องเสนอข้อตกลงกับฝ่ายนั้นเหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้ากองกำลังนี้จะเป็นคุณหรือโทษกันแน่”

“ข้อตกลงของคุณคืออะไร” เหอลี่อิงมองบุรุษที่ยิ้มขึ้นอย่างสงสัย แม้เธอจะพอเดาใจเขาได้ แต่ใช่ว่าเธอจะอ่านใจซุนเจิงได้ทุกเรื่อง บางครั้งซุนเจิงก็ทำในสิ่งที่เธอไม่คาดคิดเช่นกัน เหมือนในตอนนี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ณ อนันต์    องครักษ์ที่ฝากตัวเป็นศิษย์

    “แต่ข้างานเยอะเหลือเกิน หากสอนท่านราชองครักษ์อีก เห็นทีว่าจะไม่มีเวลาอยู่กับฮูหยินเลยกระมัง” แม้จะกล่าวกับราชองครักษ์ที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ทว่าซุนเจิงกลับมองไปยังเหอลี่อิงอย่างไม่วางตา เสียงลอดไรฟันแสดงชัดว่าเขาไม่พอใจการมาของเหอลี่อิงอยู่มากเอาการ“อย่างไรเราก็เจอกันทุกวันไม่ใช่หรือ ท่านเองก็เก่งกาจ ความเก่งของท่านอาจจะไร้ค่าก็เป็นได้ หากไม่ถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้เอาไปใช้ประโยชน์บ้าง ท่านจะหวงไว้ทำไมกัน ประเดี๋ยวก็แก่เฒ่าไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว ถึงเวลานั้นท่านจะใช้กำลังเช่นตอนนี้ก็ไม่ได้ แต่หากท่านสอนให้แก่ผู้อื่นก็ยังได้ชื่นชมลูกศิษย์ของท่าน”“ข้าคงไม่แก่เร็วขนาดนั้น ฮูหยินขี้กังวลเกินไปแล้ว”“ใต้เท้าซุน...” เสียงเรียกลอดไร้ฟันของเหอลี่อิงทำเอาชายชาตรีที่กัดฟันสู้เถียงกับภรรยามานานสองนานเริ่มเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างไรชอบกล “ข้าขอถามท่านอีกครั้ง ว่าท่านจะสอนการต่อสู้ให้แก่ท่านราชองครักษ์ไหม”“เหตุผลล่ะ?” คนที่รู้สึกเหมือนถูกต้อนให้จนมุมได้แต่ลอบกลืนน้ำลายและเอ่ยถามออกไป“เพราะคุณต้องการทีม...” เหอลี่อิงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เบาราวกับกระซิบไม่ให้แขกผู้มาเยือนถึงที่ได้ยิน เธอมองใบหน้าของบุ

  • ณ อนันต์    แขกที่มาหาถึงที่จวน

    ส่วนซุนเจิงก็เดินเข้าไปหาราชองครักษ์ของรัชทายาทที่จิบน้ำชาอย่างสบายใจ ด้วยรอยยิ้มประหนึ่งว่าที่นี่คือจวนของตนเอง ไม่รู้ว่ายายเหอลี่อิงพูดกับไอ้หนุ่มนี่ไปขนาดไหนกัน ถึงได้นั่งยิ้มเหมือนคนบ้าเช่นนี้ คิดแล้วมันก็น่านัก! คราวที่แล้วเขาไม่น่าออมมือให้ชายคนนี้เลย ไม่น่าเลยซุนเจิง!“ใต้เท้า” แขกผู้มาเยือนโค้งกายคำนับเล็กน้อย ด้วยว่าอายุทั้งสองนั้นไม่ได้ต่างกันมากมาย แต่คนที่อายุไม่ต่างกันทั้งยังเป็นเจ้าของบ้านกลับเมินใส่การทำความเคารพเมื่อครู่ สาวเท้าไปนั่งพร้อมทั้งรินน้ำชาขึ้นมาดื่มราวกับไม่ใส่ใจแขกที่มาเยือนถึงจวนแม้แต่น้อย“วันนี้ที่ข้ามาหาใต้เท้าถึงจวน ก็เพราะองค์รัชทายาทมีรับสั่งว่าช่วงนี้ท่านคงมีเรื่องยุ่งเป็นแน่ จึงไม่ได้เข้าไปรายงานข่าวคราวให้พระองค์ทราบ ดังนั้นจึงส่งข้ามาแทน”ราชองครักษ์ซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่มารายงาน แต่บุรุษที่ได้รับฟังกลับเอาแต่นิ่งเฉย สนใจจอกน้ำชาในมือมากกว่าเขาที่เป็นคู่สนทนาเสียอีก“ใต้เท้า ใต้เท้าขอรับ”“หืม...น้ำชาเย็นชืดขนาดนี้ ท่านยังดื่มด้วยรอยยิ้มได้ เห็นทีว่าท่านจะเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย”“เอ่อ...ขอรับ เมื่อครู่ที่ข้าพูดไป”“มีเรื่องจริงอย่างที่องค์รัชทา

  • ณ อนันต์    เรื่องที่คิดไม่ตก

    “ไม่รอฟังคำขอโทษของเขาหน่อยหรือ ที่เขาว่าคุณไปเมื่อครู่นี้น่ะ” เหอลี่อิงที่ถูกรั้งตัวออกมาเอ่ยถามชายหนุ่มที่มีใบหน้าเรียบนิ่ง“ไม่จำเป็น เขาจะคิดอย่างไรก็ช่าง นั่นไม่ใช่หน้าที่ฉันเสียหน่อย”“แล้วคุณจะเอาอย่างไรต่อ เรื่องนี้เหมือนจะไม่ง่ายเลยไม่ใช่หรือ”“ใช่ เป็นไปไม่ได้ที่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ขุนนางทั้งหลายจะไม่รู้ เพราะจักรพรรดิมีราชโองการชัดเจนในการจัดสรรที่ดิน แต่นี่อะไร ไม่มีใครเปิดปากถึงเรื่องนี้เลย เป็นไปได้ว่าจะเป็นพรรคพวกเดียวกัน ฉันเลยไม่พยายามทำตัวตื่นข่าว ประเดี๋ยวพวกนั้นจะไหวตัวทันเสียก่อน”“แล้วคุณจะบอกเรื่องนี้แก่รัชทายาทไหม” เมื่อเหอลี่อิงถามจบ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอที่เล็ดลอดออกมา“ก็ลองดูว่าหูตาของรัชทายาทเป็นเช่นไร อายุมากแล้วก็แบบนี้ ทำงานตามระเบียบ ซื่อสัตย์ตามระบอบอะไรแบบนั้น ฉันไม่ชอบเท่าไหร่”“อะไรกัน คุณอยู่ในร่างหนุ่มขนาดนี้แล้วยังบ่นว่าตัวเองแก่อีกหรือ”“ก็เหมือนที่เธอตายด้านแล้วยังไงล่ะ” ซุนเจิงมองสตรีที่เริ่มชักสีหน้าอีกหนเมื่อเขาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มยียวน “มาคิดดูแล้วก็คงจะจริง ฉันแทบจะนอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงอยู่รอมร่อ เธอยังนอนเฉยๆ ได้ถึงเช้า”“คุณก็นอนถอดเสื้

  • ณ อนันต์    ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ ท่านเห็นใต้เท้าไม่เต็มใจช่วยท่านหรือ

    มีเด็กวิ่งอยู่ในจวนนับว่าสร้างชีวิตชีวาให้แก่คนชราที่อยู่ในร่างของหนุ่มสาวอีกครั้งหนึ่ง ซุนเจิงมองเจ้าเด็กที่พอหายป่วยก็วิ่งวุ่นไปทั่วจวน โดยที่เขาไม่เอ่ยห้ามหรือดุเจ้าเด็กซนคนนี้แม้แต่น้อย“หยุดเล่นได้แล้วเสี่ยวหยู”ซุนเจิงเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเสียงบิดาของเด็กน้อยที่เริ่มเกาะต้นไม้ ทำทีท่าว่าจะปีนขึ้นไปเป็นลิงเป็นค่าง“ข้าละอายเหลือเกินที่ทำให้ใต้เท้าวุ่นวายเช่นนี้”ซุนเจิงโบกมือไม่สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวว่าวุ่นวาย เชื้อเชิญให้แขกนั่งลงดื่มน้ำชาร่วมกับตน“เด็กก็แบบนี้ ช่างเขาเถิด” ซุนเจิงบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ “เรื่องของท่าน ข้าไปตรวจสอบดูแล้ว เห็นทีจะไม่ใช่เรื่องง่ายและคงต้องใช้เวลานานพอสมควร ข้าเห็นท่านควรกลับไปรอฟังข่าวที่บ้านจะสมควรกว่า เพราะอยู่นี่หากมีคนรู้เข้า ท่านจะเดือดร้อนเอาได้ และคราวนี้ท่านอาจจะไม่มีโอกาสได้ที่นากลับมาอีกเลย”เรื่องนี้ยิ่งตรวจสอบยิ่งได้รู้ว่าทุกอย่างนั้นมีข้อสงสัยมากกว่าที่ซุนเจิงคิด และการที่ครอบครัวนี้อยู่ในจวนของเขานั้นไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะครอบครัวนี้จะอยู่ในที่แจ้งและโดนทำร้ายกลั่นแกล้งได้ง่ายขึ้นกว่าเก่า แต่บุรุษตรงหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อ

  • ณ อนันต์    ข้อร้องเรียนจากชาวบ้าน

    “ข้าไม่รู้หนังสือ นายอำเภอเอาอะไรมาให้ข้าประทับนิ้วมือก็ไม่ทราบ แต่วันรุ่งขึ้นเขาก็อ้างว่าตนเป็นเจ้าของที่นาของข้าไปแล้ว นายท่าน เช่นนี้ข้าถูกหลอกใช่หรือไม่ขอรับ!”“แล้วนายอำเภอหลอกลวงเอาที่นาของท่านเพียงผู้เดียวหรือของคนอื่นด้วย”“หลายครอบครัวอยู่ขอรับ พวกเขาไม่กล้ามาร้องเรียน แต่ข้าทนไม่ไหวเพราะว่าลูกยังเล็ก ทำงานแทบตายแต่ไม่เหลือเงินแม้สักตำลึงไว้จุนเจือครอบครัว เช่นนี้แล้วลูกและเมียข้าไม่ต้องอดตายหรือ ข้าจึงจำต้องมาเมืองหลวง...นายท่านช่วยข้าได้หรือไม่”“หากทำตามกฎระเบียบแน่นอนว่ายุ่งยากจนข้านึกขยาด” ซุนเจิงเอ่ยอย่างไม่ปิดบัง ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน เรื่องกฎระเบียบนั้นยุ่งยากอยู่เสมอ แต่ใช่ว่าตอนนี้เขาจะต้องทำตามแบบแผนเสมอไปนี่ “แต่หากจะให้มันรวบรัดก็มีทางอยู่บ้าง แต่ทำเช่นนั้นก็จะไม่เด็ดขาดและก่อให้เกิดปัญหาในการณ์ข้างหน้าได้ เช่นนั้นแล้ว… ข้าจะลองดูให้ก็แล้วกัน”“จริงหรือขอรับ” คนที่ได้รับความช่วยเหลือพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดีใจเหลือหลาย ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ศีรษะจดกับพื้นดินด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจ แต่กระนั้นซุนเจิงก็พยุงร่างของบุรุษที่แสดงความซาบซึ้งใจให้ลุกขึ้น เนื่องด้วยว่านี่ไม่เป็น

  • ณ อนันต์    หนอนบ่อนไส้ในกรมคลัง

    เจ้าของจวนสั่งให้คนจัดแจงห้องหับให้ทั้งสามคนได้พักพิง วางร่างของเด็กน้อยที่ตัวเล็กจนน่าเป็นห่วงลงบนเตียง ซุนเจิงมองเหอลี่อิงที่หน้าเสียเมื่อเห็นความลำบากและขัดสนของครอบครัวตรงหน้า ซึ่งเขาก็ทำได้แค่กุมมือของเธอเอาไว้เท่านั้น“อีกประเดี๋ยวหมอก็คงจะมา ข้าให้คนจัดเตรียมอาภรณ์ให้พวกท่านได้ผลัดเปลี่ยนแล้ว พวกท่านก็ไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนเถิด ข้าและฮูหยินจะดูแลเด็กคนนี้ให้ก่อน”“ข้าไม่อยากรบกวน แค่นี้ก็มากมายเหลือเกินแล้ว”“ไม่รบกวน ข้ายินดีช่วยท่าน ส่วนเรื่องที่ท่านมาร้องเรียนนั้น เสร็จจากการตรวจรักษาข้าจะคุยกับท่านในภายหลัง ข้าเป็นขุนนางอยู่กรมคลัง เรื่องนี้คงต้องเป็นหน้าที่ของข้า”สองสามีภรรยาที่ไม่มีที่พึ่งพิงมองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อหูของตนนัก ว่าจะได้พบกับขุนนางที่เมตตาถึงเพียงนี้ สุดท้ายพวกเข้าจึงเข้าไปชำระร่างกายและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ตามที่เจ้าของจวนเอ่ยปาก ปล่อยเจ้าของจวนทั้งสองไว้กับเด็กน้อยที่นอนนิ่งบนเตียงกว้างอย่างเวทนา“ดูสิ ตัวก็เล็กถึงเพียงนี้ พ่อแม่ก็พามาระหกระเหินเสียแล้ว” ซุนเจิงเอ่ยพลางทอดมองร่างของเด็กน้อยที่นอนนิ่งไม่ได้สติ ส่วนเหอลี่อิงก็ทิ้งกายลงนั่งข้างร่างที่อ่อนแอขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status