แชร์

ปักปิ่น

ผู้เขียน: Sanassetong
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-10-02 23:34:22

ชายชราลงเขาเพื่อไปหาเครื่องประดับสำหรับสตรีสำหรับเขาแล้วไม่เคยชินสำหรับการสรรค์หาสักเท่าไหร่ หมู่บ้านเล็กๆที่มีของขายมากมายส่วนมากจะเป็นผู้ที่มีวรยุทธ์ไปจับจ่ายซื้อของที่ได้มาจากเขา นายพรานชอบล่าสัตว์ป่าบางประเภทที่หายากมาขาย แร่ธาตุต่างๆที่เหมาะสมสำหรับฝึกวรยุทธ์ รวมไปถึงส่วนใดส่วนหนึ่งของสัตว์ เช่นงาสัตว์และเขาสัตว์ที่หายากอีกต่างหาก เขาเดินเที่ยวหาเครื่องประดับสตรีอยู่ตั้งนาน

"อ้า ไป๋อีเฟิงเจ้าทำอะไรของเจ้าน่ะหาอะไรอยู่หรือเปล่า แต่ที่เจ้าหานั้นเป็นของสตรีนี่เจ้าจะหาไปให้ผู้ใดกันหรือ"

เสียงชายชราผู้หนึ่งดังขึ้น มาแต่ไกลชายชราผู้นี้จึงมองไปที่เขา

"อ่า เจ้าหม่าเหิง เป็นยังไงล่ะวันนี้ถึงมาเดินตลาดได้นะ"

ชายชรากล่าวขึ้นเมื่อเห็นสหายเก่าเดินมาแต่ไกล

"เขาว่าช่วงนี้มีหางยูนิคอร์นขายข้าเลยมาเดินดูเสียหน่อยเผื่อจะได้สักเส้น ว่าจะเอาไปต่อกระดูกเจ้าล่ะมาหาอะไรเห็นด้อมๆมองๆกับของพวกสตรีเหล่านี้ "

ชายชราอีกคนถามขึ้น

"ช่วงนี้ลูกศิษย์ของข้าจะมีอายุครบสิบห้าหนาวแล้ว ข้าจึงต้องทำพิธีปักปิ่นให้นางน่ะ ข้าจึงมาหาปิ่น เพราะเจ้าก็รู้ว่าข้าไม่มีปิ่น"

ชายชรากล่าวขึ้น

"เฮ้ เจ้ามีลูกศิษย์ตั้งแต่เมื่อไหร่ก่อน เราไม่ได้พบเจอกันเพียงสิบกว่าปีเจ้าก็มีลูกศิษย์แล้วหรือ"

ชายชรากล่าวขึ้น

"ก็พึ่งมีลูกศิษย์ตั้งแต่สิบปีที่แล้วนั่นแหละ ชีวิตนางน่าสงสารนะข้าเจอนางและนางช่วยข้าไว้ข้าจึงรับนางเป็นลูกศิษย์ เจ้าว่าข้าจะหาปิ่นจากที่ไหนดีนะ"

ชายชรากล่าวถามขึ้น

"ปิ่นนะหรือ ร้านขายของนักยุทแบบนี้มันจะไม่มีสวยๆหรอก เอาแบบนี้ไหม เจ้าไปดูเขาสัตว์กับข้าและซื้อมันมาเอาไปทำปิ่นดีหรือไม่"

ชายชราพูดขึ้น

"เจ้าอย่ามาหลอกให้ข้าไปดูเขาสัตว์เป็นเพื่อนเจ้าดีกว่า ข้าเคยเห็นปิ่นที่ปักอยู่บนหัวนักยุทหญิงก็หลายคน มีแต่สวยสวยทั้งนั้น"

ชายชรากล่างขึ้น

"เจ้าจะรู้อะไรกันเล่า นักยุทธเหล่านั้นพวกเขาได้ปิ่นมาตั้งแต่พิธีปักปิ่นไง ส่วนนักยุทสตรีหลายๆคนนั้นชอบความสวยความงาม ก็นำเขาสัตว์มาทั้งปิ่น อ่ะเจ้าดูสตรีนางนั้นสิ ปิ่นสวยเจ้าลองไปถามนางดูว่าซื้อมาจากที่ใด"

ชายชรากล่าวขึ้น ชายชราอีกคนหนึ่งมองไปก็เห็นว่าสวยจริงๆด้วยเขาจึงเข้าไปสอบถาม

"แม่นางปิ่นเจ้านั้นสวยงามมากเจ้าซื้อมาจากที่ใดหรือพอดีว่าลูกศิษย์ของข้ากำลังจะเข้าพิธีปักปิ่นข้าอยากจะสรรหาให้นาง"

ชายชราถามขึ้น

"ท่านลุงปิ่นนี้ข้าทำเองเจ้าคะ พ่อข้าได้เขี้ยวหมูป่ามาข้าก็เลยทำเป็นปิ่น"

สตรีนางนั้นกล่างขึ้น

"เจ้าช่างเก่งเสียเหลือเกินทำผิดเองสวยงามมากเจ้าพอจะรู้จักช่างแกะเข้าสัตว์งานสัตว์บ้างหรือไม่หรือเจ้าจะรับทำหรือไม่"

ชายชราถามขึ้น

"555ท่านลุง ท่านท่าทางจะมีวรยุทธที่สูง เรื่องทำปิ่นนั้นมันไม่ได้ยากสำหรับผู้ที่มียุทเลยเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าหากท่านอยากจะทำให้ลูกศิษย์ของท่านน่าจะทำได้สวยกว่าของข้าเป็นแน่"

หญิงสาวพูดขึ้น

"555+เจ้าน่ะลืมไปหรือเปล่าว่าเจ้ามีวรยุทธเขามองมันมันก็เปลี่ยนเป็นเป็นให้เจ้าแล้วไปเถอะไปหาเขี้ยวหมูป่ากัน"

ชายชรากล่าวขึ้น

"แล้วแบบนี้จะต้องมีคนขายของที่ใดกันละในเมื่อใช้วรยุทธทุกอย่างแบบนี้ อยากได้อะไรก็ทำขึ้นเองหรือไม่ดีกว่าหรือ"

ชายชราผู้นี้บ่นขึ้นและเดินไปหาเขี้ยวสัตว์

"เจ้าก็เกินไป ทำได้ไม่ยากแต่อุปกรณ์นั้นนะหายากไปเถอะไปดูกันว่าจะเอาอะไรบ้าง เจ้าจะเอาเกี่ยวอะไรดีล่ะเขาเอาเขี้ยวหมูป่าหรือจะเป็นงาช้างดีล่ะก็ได้นะถ้าเคยได้ยินปิ่นงาช้างเหมือนกัน"

ชายชราเก่าขึ้นเจ้า 2 จึงเดินไปหาฝั่งที่ขายชิ้นส่วนของสัตว์กัน พวกเขาเดินมาก็เห็นหนังช้างที่ใหญ่มากๆ

"นายพรานไม่มีงาช้างแล้วหรือ"

ชายชราหม่าเหิงถามขึ้น

"หมดแล้วท่านลุงพรุ่งนี้ค่อยมาดูใหม่นะวันนี้เหลือแต่หนังแล้ว"

ในพรานผู้นี้กล่าวขึ้น

"ใหญ่เจ้ารีบร้อนจังไปเดินดูให้ทั่วก่อนเดี๋ยวค่อยตัดสินใจว่าจะเอาอะไร"

ชายชราไป๋อีเฟิงกล่าวกับสหาย

"ไม่ได้หรอกนะของประเภทนี้ถ้ามันเป็นของดีๆเจ้าจะรอกลับมาค่อยเอาไม่ได้หรอก ถ้าเจ้าชอบอันไหนรีบตัดสินใจเลยไม่อย่างนั้นเสียดายแน่"

ชายชราหม่าเหิงบอกสหาย ไม่นายก็มีนายพรานผู้หนึ่งถือกระสอบแล้ววิ่งมา พอเจอที่ว่างๆเขาก็วางของแล้วเปิดขายทันทีข้างในเป็นชิ้นส่วนของยูนิคอร์น

"มาจ้ายูนอคอร์นไม่ว่าจะเป็นเนื้อเป็นหนังเป็นเขาหรือเป็นหางมาเลยจ้า"

เสียงดังเรียกผู้คนหม่าเหิงได้ยินว่ายูนิคอร์นก็ดึงมือสหายแล้วพุ่งไปจุดนั้นทันที แล้วรีบหยิบเส้นทางยูนิคอร์นได้สามเส้น ไป๋อีเฟิงไม่เคยเห็นเขายูนิคอร์นแต่มันสวยดีเขาจึงหยิบขึ้นมาพินิจพิจารณาดู

"ท่านพี่ตาถึงเสียเหลือเกิน นั้นนั่นแหละเขายูนิคอร์นเป็นสิ่งที่หายากมาก ท่านพี่รับวันนี้ข้าให้ราคาพิเศษเลยเพราะว่ามันเป็นตัวเล็กเขาจึงเล็ก"

นายพรานพูดขึ้น ทั้งสองจึงรีบจ่ายเบี้ยแล้วเดินออกมาเพราะตอนนี้คนกรูกันเข้าไปหาชิ้นส่วนยูนิคอร์นกัน ชายชราทั้งสองเดินออกไปแล้วก็ร่ำรากัน เมื่อชายชราไป๋อีเฟิงกลับไปที่เรือนเขา นำเขายูนิคอร์นออกมาและหลับตาลงจับมันขึ้นด้วยมือทั้งสองและหมุนเขายูนิคอร์นสามรอบ แบมือออกมาก็พบกับปิ่นสีขาวสดใส ตรงปลายของมันเป็นเขายูริคอร์นที่ไม่เหมือนใคร เมื่อเสร็จแล้วเขาก็จัดโต๊ะทำพิธี เพียงโบกมือครั้งเดียวทุกอย่างก็เปลี่ยนไป โคมกระดาษสีขาวถูกจัดขึ้นอย่างประณีต พอตกค่ำถึงเวลานัดหมายเด็กน้อยหลินซือหยาก็ปีนขึ้นมานางก็เห็น กลางเรือนถูกประดับด้วยโคมกระดาษสีขาวแทนสีแดงแห่งความมงคล ท่านอาจารย์ เรียกนางมานั่ง ไร้เงาพ่อแม่ ไม่มีเสียงหัวเราะจากญาติพี่น้อง เหลือเพียงเสียงลมพัดกระทบกระดิ่งไม้ไผ่ดังเศร้าโศก เด็กน้อยหลินซือหยานั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าโต๊ะตัวหนึ่งที่ชายชราจัดไว้ให้ แทนที่จะมีญาติผู้ใหญ่เป็นผู้ปักปิ่นให้ กลับเป็นอาจารย์ชราผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่วัยเยาว์ ยกมือสั่นเทา หยิบปิ่นขึ้นอย่างเคร่งขรึม ปิ่นที่ทำเองจากมือมันเป็นเขายูริคอร์น

“วันนี้...เจ้ามิใช่เพียงศิษย์เล็กของข้าอีกต่อไป” น้ำเสียงอาจารย์สั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำแต่พยายามสะกดกลั้นมิให้หยาดน้ำตาร่วง ขณะที่ปิ่นค่อย ๆ เสียบลงบนมวยผมดำขลับ หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ดวงตาเอ่อคลอ

เสียงหัวใจในอกเต้นดังประหนึ่งกำลังประกาศถึงความโดดเดี่ยวและความเข้มแข็งที่ต้องเผชิญเพียงลำพัง ทว่าในความเงียบเศร้า พลังใจบางอย่างกลับพลันก่อเกิด — จากเด็กสาวที่ไร้ที่พึ่ง สู่วัยผู้ใหญ่ที่ต้องเดินบนเส้นทางชะตาของตนเอง อาจารย์วางมือบนบ่าศิษย์สาว เอ่ยถ้อยคำสุดท้าย

“จงก้าวไป...แม้ไร้ผู้คุ้มครอง เจ้าก็จักต้องเป็นผู้คุ้มครองตนเอง”

อาจารย์กล่าวขึ้น เดบ็กน้อนหลินซือหยาเก็บคำสอนไว้ในใจ พลางใช้มือลูปคำปิ่น นางไม่เคยเห็นปิ่นที่งดงามแบบนี้มาก่อน

"ขอบพระคุณมากเจ้าคะท่านอาจารย์"

เด็กสาวกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เหตุที่ต้องเรียกของ

    หลินซือหยาไม่รอช้ารีบไปหาตัวคนที่จะทำร้ายตัวเองถึงยังไงวันนั้นเองก็คงจะหนีไม่พ้นทั้งสามแต่ถ้าให้สู้ก็ดูกันอีกทีว่าเป็นอย่างไร หญิงสาวพยายามรีบไปก่อนที่ทั้งสามคนจะอยู่ด้วยกันเพราะถ้าสามคนอยู่ด้วยกันแล้วนางก็จะลำบากมากขึ้น ในชีวิตนี้นะไม่เคยต่อสู้กับคนเลยส่วนมากก็จะต่อสู้กับสัตว์อสูร และเคยต่อสู้กับอาจารย์บ้างแต่นั้นก็ยังไม่ถึงชีวิต แต่ครั้งนี้ดูๆแล้วเหมือนจะถูกหมายปองเอาชีวิตให้เป็นแน่ เป็นดังที่นางคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิดทั้งสามรวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว และเหมือนจะรับรู้ได้แล้วว่านางอยู่แถวๆนั้น"เฮ้ นั้นไงสตรีผู้นั้นไง อยู่ตรงนู้นเร็วๆรีบจัดการเถอะ"เสียงบุรุษผู้ที่เจอกับหลินซือหยาเมื่อก่อนนั้นดังขึ้น นางเองไม่รอช้าทะยานวิ่งออกไปทันที พลังวรยุทธแล้ววรยุทธเล่าพุ่งเข้าไปหานางจนในที่สุดต้นไม้แถบนั้นก็ล้มระนาวแต่ทั้งสามก็มองไม่เห็นหลินซือหยาแล้ว หญิงสาวทยานตัวไปด้านข้างเนื่องจากว่านางรู้อยู่แล้วว่าเป้าหมายของพวกนั้นอยู่แต่ด้านหน้า เมื่อนางทยานหนีไปได้ก็กระอักเลือดออกมาถึงสามคราก่อนที่นางจะกระโดดขึ้นต้นไม้ใหญ่ พลังวรยุทธของทั้งสามช่างรุนแรงเสียเหลือเกิน ขนาดยังไม่โดนจังๆนางยังรู้สึกกระทบกระเท

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผู้มีวรยุทขั้นสี่

    หญิงสาวใช้เวลาตอนกลางวันในการเดินทางส่วนตอนกลางคืนนั้นนางก็ฝึกเคล็ดวิชาเงาดารา หญิงสาวสามารถไขปริศนาได้ว่าภายในหนึ่งวันนั้น แผ่นหยกนั้นจะมีข้อความปรากฏหนึ่งครั้งตอนที่นางถ่ายทอดวรยุทธ์เข้าไปในครั้งแรกของวัน ข้อความที่ปรากฎนั้นจะไขข้อสงสัยของนางทุกครั้งไป จนนางเริ่มเรียนรู้ที่จะบังคับให้จิตรเป็นแก่นกลางจนได้ และเริ่มรู้ว่าเคล็ดวิชานี้คือการเคลื่อนที่ให้เร็วกว่าเดิม ซึ่งมันก็เหมาะกับพวกที่มีวรยุทธในการเคลื่อนที่สมควรที่จะต้องรวดเร็วดั่งสายฟ้าเหมือนเงาดาราที่นางกำลังร่ำเรียนแรกๆตอนกลางคืนฝึกเทรดวิชานี้และตอนกลางวันเดินทางแต่ตอนนี้นางเริ่มที่จะทำให้จิตใจเป็นแกนหลักได้แล้วนางจึงเริ่มใช้เคล็ดวิชาเงาดาราในการเคลื่อนที่บ้างแต่ตอนนี้นางก็ยังถือว่าช้าอยู่เนื่องจากว่าวรยุทธ์ของนางเพียงแค่ขั้นสอง เท่านั้นหลังจากที่เดินทางออกจากภูเขานั้นเราราวสิบกว่าวัน นางก็ไม่เคยพบเจอผู้คนใดเลย ได้ยินแต่เสียงสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ร้องเท่านั้นแต่วันนี้อยู่อยู่นางก็รู้สึกว่าเหมือนมีสิ่งใดกำลังจ้องมองนางอยู่นางจึงทำท่าเดินธรรมดา และพยายามเรียกกริชออกมา"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม กริชที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   เคล็ดวิชาเงาดารา

    เมื่อศิษย์กับอาจารย์แยกทางกันเดินแล้ว ผู้เป็นลูกศิษย์เดินเล่นเที่ยวอยู่ในป่าเนื่องจากว่านางยังไม่รู้ว่าดินแดนหมื่นอสูรนั้นอยู่ที่ใด แต่ท่านอาจารย์แค่ชี้แนะว่าอยู่ทางทิศนี้ นางจึงคิดว่าจะเดินเล่นไปเรื่อยๆ ส่วนผู้เป็นอาจารย์เมื่อแยกจากลูกศิษย์เขาก็หายตัวไปทันที หลินซือหยาคิดถึงตอนที่ตัวเองห้าขวบที่ถูกไล่ออกจากบ้านนางไร้วรยุทธใดๆ เดินทางด้วยเท้ามายังภูเขาค่ำไหนก็นอนนั่น แต่ตอนนี้นางกลายเป็นสาวที่มีวรยุทธขั้นสองแล้ว ความเร็วในการเดินทางของนางก็เพิ่มมากขึ้น แต่นางก็ไม่สามารถที่จะทยานได้เร็วเหมือนคนที่มีวรยุทธ์ขั้นสูงสูง และไม่สามารถหายตัวได้เหมือนท่านอาจารย์ ระหว่างเดินทางมานี้นางก็หยิบตำรามสหนึ่งเล่มซึ่งเกี่ยวกับบทคาถาที่เรียกอุปกรณ์ ซึ่งตัวนางนั้นมีกำไรสุญญตาเก็บของ แต่ในการค้นหาหากเป็นการค้นหาธรรมดาก็จะยุ่งยากมากเกินไปนางต้องถอดกำไรนั้นมาและความหาแต่ท่านอาจารย์ให้นางเรียกสิ่งของ ถ้าหากว่านางทำสำเร็จแล้วนางก็ไม่ต้องถอดกำไรนั้นออกมาเพียงแค่ท่องคาถาเรียก สิ่งของนั้นก็จะออกมาหานางเอง"ฟ้าดินเคลื่อน ปราณวิญญาณจงรวม น้ำที่อยู่ในกำไรสุญญตาจงออกมา"เสียงใสของหญิงสาวเป็นออกจากปากกำไรสูญญตาของนา

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ของดีมีเต็มโต๊ะ

    เมื่อทั้งสองจัดการอาหารที่อยู่บนโต๊ะเสร็จท่านผู้เฒ่าลุกขึ้นและกวาดมือไปหนึ่งครั้งทำให้ของที่อยู่บนโต๊ะนั้นหายไปทันที และกวาดมือกลับมาอีกหนึ่งครั้ง บนโต๊ะก็มีของกองอยู่มากมาย หญิงสาวมองด้วยความสนใจ"อะไรหรือท่านอาจารย์ ท่านเอาอะไรออกมาหรือท่านจะแบ่งสมบัติให้ข้าหรือ"หญิงสาวกล่าวถาม"จะแบ่งสมบัติอะไรละ นี่ยกให้เจ้าหมดเลยแหละ เจ้าเก็บปลายเผื่อเวลาอันตรายเจ้าจะได้ใช้ประโยชน์จากมันอันนี้คือหยกเชิงหมิงเจ้าลองมองดูในนั้นมีเคล็ดวิชาเงาดารา เจ้าลองฝึกฝนระหว่างทางที่เดินไปยังดินแดนหมื่นอสูร หากเจ้ามีภัยเพียงเจ้าทำลายหยกเชิงหมิงนี้ เจ้าก็จะปลอดภัยแต่หยกมีมันจะสามารถช่วยเจ้าได้เพียงครั้งเดียวและมันก็จะสลายหายไปหากว่าเจ้าศึกษาเคล็ดวิชาเงาดาราไม่สำเร็จเจ้าก็จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว"ชายชรากล่าวกับหญิงสาวและยื่นหยกสีน้ำเงินแผ่นหนึ่งให้กับหญิงสาว หญิงสาวพิจารณาดูหยกสีน้ำเงินเข้มที่เหมือนไม่มีอะไรพิเศษเอาเสียเลย เป็นหยกที่ห้อยเชือกธรรมดาเท่านั้น นางส่องซ้ายส่องขวาก็ไม่มองเห็นถึงความพิเศษของมัน"หยกอะไรหรือท่านอาจารย์ ทำไมมันเหมือนของธรรมดา สีก็พิลึกปกติหยกจะเป็นสีเขียวไม่ใช่หรืออันนี้มันเป็นสีน้ำเงิน"หญิง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   อาหารมื้อสุดท้าย

    ภายในกระต๊อบที่อบอุ่นที่แตกต่างจากเมื่อคืนและสามวันที่ผ่านมามากนัก หญิงสาววัยแรกแย้มนอนห่มผ้าหนาอยู่บนเตียงตัวน้อยตัวเดิมของตัวเอง เกือบจะสิบปีแล้วที่นางได้มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ที่นางไม่มีวรยุทธ์ใดๆแต่วันนี้นางมีวรยุทธ์ขั้นที่สองแล้ว แม้ที่ผ่านมานั้นนางจะเจ็บปวดแสนสาหัสกว่าที่จะผ่านมาถึงทุกวันนี้ได้ แต่ณเวลานี้นางเองก็อยู่สุขสบายแล้ว และการฝึกฝนในทุกๆวันในตอนนี้ก็เหมือนจะแตกต่างออกไป นางเคยเจ็บปวดจนเข้ากระดูกเหมือนว่าร่างกายของนางจะอยู่ไม่ได้แล้ว แต่สามวันที่ผ่านมาที่นางออกไปฝึกฝนนั้น นางมีวรยุทธเพิ่มขึ้นตั้งหนึ่งขั้นถือว่านางเร็วกว่าตอนแรกเสียด้วยซ้ำ"เจ้าเด็กน้อยออกมากินข้าวได้แล้วกะมัง "เสียงชายชราดังขึ้นจากตัวเรือนชั้นบน หญิงสาวลืมตาขึ้นเล็กน้อย"เฮ้อข้าก็โตเป็นสาวแล้วท่านอาจารย์ก็ยังเรียกเป็นเด็กน้อยอยู่นั่นแหละ"เด็กสาวพรึมพรำเบาๆก่อนที่จะลุกขึ้นและบิดขี้เกียจก่อนที่จะออกจากเรือนไปชำระร่างกายล้างหน้าล้างตา และขึ้นไปกินข้าวกับท่านอาจารย์เช่นเคย พอนางขึ้นไปข้างบนแล้วก็มองกับข้าวที่ท่านอาจารย์กำลังทำและอีกส่วนหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ วันนี้ท่านอาจารย์ทำกับข้าวมากมายหลายอย่าง เด็กสาวมอง

  • ดอกหญ้าทะยานฟ้า   ผจญป่าฝึกใจ

    แสงอรุณแรกสาดลอดหมู่ไม้ ทาบเงาทาบพื้นดินเป็นริ้วทองอ่อนเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ดัง “ซู่ซู่” คล้ายเสียงกระซิบจากวิญญาณโบราณในหุบเขาหนทางเบื้องหน้าเต็มไปด้วยหมอกขาวบาง ลึกลับราวม่านแห่งสวรรค์ที่กั้นระหว่างคนกับพลังลมปราณ หลินซื้อหยาย่างเท้าเข้าขึ้นอีกครั้งหลังจากพักผ่อนไปได้เล็กน้อย มือกำดาบไม้แน่น ในหัวใจไม่มีสิ่งใด นอกจากคำอาจารย์ที่ว่า“หากเจ้ามิอาจฝึกจิตให้สงบในหมู่ความวิเวก เจ้าก็ไม่มีวันก้าวข้ามขอบเขตวรยุทธได้”ทุกย่างก้าว นางต้องเผชิญทั้งความเงียบ ความหิว และความกลัวบางคืน เสียงสัตว์คำรามดังก้องในหุบเขาบางยาม ลมเย็นพัดผ่านจนเหมือนมีเงาผู้คนเดินตามอยู่ข้างหลัง แต่เมื่อหลับตาและปล่อยใจเข้าสู่สมาธิ นางกลับสัมผัสได้ถึงจังหวะของลมหายใจที่ผสานกับเสียงป่า ใบไม้ไหว คือการเต้นของพลังชีวิตสายน้ำที่ไหล คือการหมุนเวียนแห่งลมปราณและในที่สุด นางก็เข้าใจว่า “วรยุทธ มิได้อยู่ในคัมภีร์ แต่อยู่ในหัวใจผู้ไม่ยอมแพ้”ในป่า จากเด็กสาวที่กลัวเสียงสัตว์กลายเป็นนักยุทธที่ยืนหยัดได้กลางพายุฝนมือขวาจับดาบนิ่งสงบ ดวงตาแน่วแน่พลังภายในพลุ่งพล่านเหมือนสายน้ำที่ไหลกลับสู่ต้นธาร ราตรีนั้น ฟ้าปิดเงียบไร้ดา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status