แชร์

๒(หากนี่คือนิยาย)

ผู้เขียน: ซูเมี่ยวหลิง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-31 17:50:27

“อวี้หวน ของเยอะเกินไปข้าซ่อนไว้ไม่หมด เจ้าเอานี่ไปให้หมดเลย”

เหลียนจื่อยื่นเครื่องประดับทองสี่ชิ้นให้ข้าโดยไม่รู้สึกหวงแหน ข้ารับมาถือเอาไว้ รู้สึกเกรงใจจนไม่อยากรับ

“ออกไปได้แล้วข้าจะคืนให้เจ้าทันที”

“ไม่ต้องคืน ข้าให้เจ้าเลย”

จะได้อย่างไรกัน ข้าไม่ได้ออกแรงใดเลยจะรับผลประโยชน์นี้ไม่ได้

“แต่…”

“พวกเจ้าทำอันใดกัน!”

เราสองคนสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงของบุรุษดังขึ้นขัดจังหวะการพูดของข้า

“รีบเก็บให้ดี”

เหลียนจื่อกระซิบกับข้าเสียงเบา ก้มลงไปบนพื้นแล้วหยิบบางอย่างขึ้นมา

“มาขุดมันเจ้าค่ะ”

ข้าเผลอหันขวับไปมองหน้าเหลียนจื่อ ตอนแรกแอบสงสัยที่นางฝังของมีค่าไว้ใกล้ของกินเช่นนี้ เพราะเสี่ยงต่อการที่คนอื่นจะมาขุดหัวมัน

แต่ดูเหมือนว่ากรณีนี้จะช่วยพวกเราให้รอดจากสถานการณ์จับผิดสินะ

“ต้นแค่นี้หัวเท่านี้เชียวหรือ”

โจรชั่วสงสัย ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เราสองคนเพื่อจะดูให้แน่ใจ หัวใจข้าเต้นตึกตักแทบทะลุออกมาจากอก ในหลุมดินยังมีแหวนทองอีกหนึ่งวง

แย่แล้ว! หากเขาเข้ามาจะต้องเดาสถานการณ์ทุกอย่างได้แน่ ข้าจะทำอย่างไรดี

“คงเป็นพรรณพิเศษเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นหรือ ขอข้าดูหน่อย”

ดูไม่ได้! ถ้าดูแย่แน่

ข้าส่งสายตามองเหลียนจื่อที่ยามนี้เหงื่อเริ่มตกแล้วเช่นกัน นางสบตาข้าคล้ายอยากให้ข้าหาวิธีทำให้เรารอดจากสถานการณ์ในตอนนี้

แย่เพิ่มอีกเท่าตัว! เหลียนจื่อก็หวังพึ่งพาข้า!!

“เอ่อ คือว่า…”

“พวกเราหนีเร็ว ทางการมาบุกจับแล้ว!”

เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของลูกสมุนโจรดังขึ้นทำเราสองคนมองหน้ากันแล้วยิ้มดีใจ

ทหารมาแล้ว! พวกเรารอดแล้ว!!

“เฮือก!”

ข้าดีใจได้ไม่เท่าไรก็สะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกได้ถึงความ

เย็นเฉียบของปลายมีด

“ไป! ข้าจะพาเจ้าหนีไปด้วย”

เหลียนจื่อดวงตาเบิกโพลง นางเลิ่กลั่กขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนข้าก็ตกใจเพราะกลัวถูกจี้ทรัพย์สินไปอีกครั้ง

แต่เมื่อดูดี ๆ ถึงเห็นว่าโจรชั่วยังจับสังเกตไม่ได้ เขาเพียงอยากได้ตัวประกันไปกับตนด้วยคนหนึ่งก็เท่านั้น

หนีไป!

ข้าบอกเหลียนจื่อทางสายตาให้นางใช้จังหวะนี้หนีไปเสีย นางเองก็ไม่เสียเวลาคิด รีบวิ่งหนีไปทันทีโดยไม่หันมามองทางข้าอีก

หากเป็นคนอื่นอาจเจ็บปวดในการกระทำนี้ แต่สำหรับข้าแล้ว ไม่รู้สึกสะกิดใจเลยสักนิดเดียว

“หึ! หน้าอัปลักษณ์แล้วจิตใจยังอัปลักษณ์”

ข้าหันขวับไปมองหน้าโจรชั่วทันทีที่เขาพูดเช่นนั้น เจ้าโจรคนนี้แม้จะไม่เคยกระทำย่ำยีข้า แต่ข้าก็จงเกลียดจงชังเขาไปแล้ว

“ทำไมหรือนางอัปลักษณ์ หันขวับแบบนี้ไม่กลัวตายเพราะคมมีดข้าเลยสินะ”

“อยากฆ่าก็ฆ่า อีกอย่าง…คนอย่างเจ้าไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์ผู้อื่นว่าจิตใจอัปลักษณ์”

ไอ้โจรชั่ว!

ข้ามั่นใจว่าโจรผู้นี้ไม่ทำอันตรายข้าแน่ มิเช่นนั้นไม่พาข้าไปเป็นตัวประกันด้วยแบบนี้ หากเขาไม่สติหลุดจนพลั้งมือฆ่าข้าขึ้นมา อย่างไรข้าก็รอด

“คิดว่าข้าไม่กล้าหรือ”

“กล้าหรือไม่ตัวเจ้าที่รู้ดี ทหารมาแล้ว หากข้าไม่รอดเจ้าก็ไม่รอด…ซี๊ด!”

ข้าสูดปากทันทีเมื่อลำคอโดนคมมีด เพราะเช่นนี้โจรชั่วถึงได้เอามีดออกห่างจากลำคอข้า ใช้มือกระทุ้งหลังเบา ๆ ให้เดินไปด้านหน้าต่อ

“ไป!”

เพราะการดันหลังเมื่อครู่ทำให้ข้าเป็นอิสระจากเขา ข้าจึงอาศัยจังหวะนั้นรีบวิ่งหนีโดยไม่คิดชีวิต

“เจ้าจะไปไหน!”

อย่าสะดุดนะอวี้หวน หากเจ้าเกิดสะดุดขึ้นมาโดนเอาตายแน่ มันโมโหแล้ว ไม่ไว้ชีวิตเจ้าแน่

“กรี๊ด!”

ข้าบอกตัวเองในใจเช่นนั้น วิ่งโดยไม่หันไปมองด้านหลัง ทว่าจังหวะที่วิ่งอยู่นั้นกลับมีบางอย่างกระแทกเข้ากับข้อพับขาอย่างแรงจนขาอ่อน สะดุดล้มหน้าทิ่มพื้น

“หึ ๆ”

ข้าหันไปมองด้านหลังก็เห็นโจรชั่วย่างสามขุมเข้ามาหา โยนหินบนมือขึ้นลง ในตอนนั้นเองข้าถึงทราบว่าเขาขว้างก้อนหินใส่ข้อพับขาข้า

“ไม่เสียแรงที่ข้าเรียกเจ้าว่าโจรชั่ว!”

“อย่าปากดีให้มันมากนัก คิดว่าหน้าอัปลักษณ์ของเจ้าจะคุ้มภัยจากข้าได้หรือ บุรุษเมื่อต้องการแล้วไม่สนหรอก ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะเป็นเช่นไร”

มะ หมายความว่าอย่างไร!

“กลัวขึ้นมาแล้วสินะ”

โจรชั่วเดินมาหยุดอยู่ตรงปลายเท้าข้าแล้วย่อกายลงนั่งยอง ๆ มุมปากที่แสยะยิ้มทำให้เขาดูชั่วร้ายขึ้น

ยิ่งชั่วร้ายมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเขายื่นมีดมาใกล้ใบหน้าข้าข้างที่ไม่มีแผลเป็น

“ไหน ๆ ก็กลายเป็นหญิงอัปลักษณ์แล้ว ข้าเพิ่มรอยบากบนใบหน้าเจ้าอีกดีหรือไม่”

ท่าทางของเขาในตอนนี้ไม่ต่างจากชายโรคจิตที่พร้อมลงมือเข่นฆ่าผู้คนให้สิ้น

ข้ายังไม่อยากตาย แต่ไม่ได้หมายความว่าข้ากลัวตาย ดังนั้นหากโจรชั่วลงมือปลิดชีพข้าในยามนี้ ข้าก็พร้อมที่จะตายทันทีโดยไม่เสียดายชีวิต

ที่อยากเจอบุตรชายเป็นครั้งสุดท้ายนั้น เห็นทีต้องได้เฝ้ามองเขาจากฟากฟ้าแล้ว

“ข้าพร้อมแล้ว”

ข้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดแล้วหลับตาลง ทำใจให้สงบให้พร้อมจากไป

“ได้! ในเมื่อเจ้าปรารถนาความเจ็บปวดนัก ข้าก็จะมอบให้…โอ๊ย~”

ข้าลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงร้องเจ็บปวดของโจรชั่ว ความหนืดที่กระเด็นติดใบหน้าทำให้ข้าสัมผัสดู มือสั่นทันทีเมื่อเห็นสีของเหลวบนนิ้วมือ

มันคือเลือด!

“จับมันไว้”

“ขอรับ/ขอรับ!”

เสียงที่ไม่คุ้นหูเรียกข้าให้เงยหน้าขึ้นมองต้นเสียงก็เห็นว่าเป็นร่างสูงใหญ่ให้ความรู้สึกสูงส่งและสง่างามออกคำสั่งกับทหารสองนายที่ใส่เสื้อเกราะพร้อมรบ

ลูกธนูที่อยู่ในกระบอกด้านหลังเขากับดอกที่ปักตัวโจรชั่วเป็นดอกเดียวกัน

ข้าจึงทราบว่าท่านผู้นี้คือคนที่ยิงธนูใส่โจรชั่ว!

“เจ้า…”

โจรชั่วคล้ายยังไม่สิ้นฤทธิ์ เมื่อเห็นเขามีท่าทีจะเอื้อมมือมาจับ ข้าก็รีบขยับกายออกห่างโดยการเขยิบก้นไปด้านหลัง ไม่สนว่าด้านหลังจะเป็นหนามแหลมหรือหญ้าพิษ

ขอเพียงไม่โดนโจรชั่วจับแล้วใช้เป็นเครื่องมือต่อรองกับท่านผู้ให้การช่วยเหลือ…

ข้าทนได้!

“ปล่อยข้า ปล่อย…โอ๊ย!”

โจรชั่วโดนกำปั้นของทหารนายหนึ่งทำให้ไม่กล้ากล่าววาจาใดให้มากความ

ท่านผู้สง่างามในชุดผ้าเนื้อดีสีนำ้เงินปักลายประณีตเดินเข้ามาคุกเข่าลงตรงหน้าข้า ไม่ได้เอื้อมมือมาจับ แต่ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแทน

“แม่นางเป็นอันใดหรือไม่”

ข้าส่ายหน้าเบา ๆ เปลี่ยนเป็นนั่งคุกเข่าแล้วโขกศีรษะขอบคุณเขา

“ขอบพระคุณท่านเจ้าค่ะ มิทราบว่าท่านคือ…”

“อี้เซี๋ยเค่อ เจ้าเมืองคนใหม่ประจำเมืองหวู่”

เพราะแบบนี้ข้าถึงรอดไปจากที่นี่ เพิ่งมาประจำการได้ไม่นานก็สร้างผลงานแล้ว

“ขอบพระคุณท่านเจ้าเมืองอี้เจ้าค่ะ”

ข้าขอบคุณเขาด้วยความซึ้งใจ เจ้าเมืองอี้เองก็ยิ้มรับแล้วเล่าสถานการณ์ทางฝั่งเขาให้ข้าฟัง

“ยามนี้ท่านแม่ทัพกำลังจัดการฝั่งทางหมู่บ้าน ข้าได้ยินจากสตรีที่โดนจับมัดไว้ในเรือนบอกว่ายังมี…เอ่อ มีเจ้าอยู่ ข้าเลยออกมาตามหาที่นี่”

เขากำลังรักษาจิตใจข้าด้วยการไม่พูดคำว่า ‘สตรีหน้าบาก’ เป็นแน่

ความอ่อนโยนนี้ ข้าไม่ได้รับมานานเท่าไรกันแล้วนะ

“เจ้าค่ะ มีข้าแล้วก็สหายอีกคนหนึ่ง นางหนีไปทางนั้นเจ้าค่ะ” ข้าชี้นิ้วไปยังเส้นทางที่เหลียนจื่อวิ่งหนีไป

ท่านเจ้าเมืองพยักหน้ารับแล้วให้คนพาข้ามาส่งที่หมู่บ้าน ส่วนเขาเดินไปทางเส้นทางที่เหลียนจื่อวิ่งหนีไป

อย่าเพิ่งไปไหนไกลนะเหลียนจื่อ ยามนี้มีคนมาช่วยพวกเราแล้ว…

พวกเรารอดแล้ว!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษจบ) ๙ บุปผาดอกนี้บานแล้ว

    ๙บุปผาดอกนี้บานแล้ว‘อวี้เจินระวังสะดุดล้ม’‘พี่ฉงฉงวางใจ ข้าไม่สะดุดหรอก…โอ๊ย!’ไม่ทันขาดคำ อวี้เจินในวัย 12 หนาวที่ยังวิ่งเล่นเหมือนเด็กน้อยก็สะดุดชายกระโปรงตนล้มเสิ่นฉงชือที่ออกปากห้ามรีบโยนตำราที่อยู่ในมือ วิ่งเข้าไปหาอวี้เจินด้วยความรวดเร็ว‘อวี้เจิน เป็นอย่างไรบ้าง’อวี้เจินมองสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยของเสิ่นฉงชือในวัย 17 หนาว ลืมความเจ็บปวดที่อยู่ตรงหัวเข่าไปชั่วขณะจนเสิ่นฉงชือต้องถามอีกครั้ง‘อวี้เจิน พี่ถามเจ้าว่าเป็นอย่างไรบ้าง เหตุใดเอาแต่มองหน้าพี่เช่นนี้’ปากเสิ่นฉงชือดุอวี้เจินก็จริง แต่กลบความห่วงใยในดวงตาไม่มิด ความห่วงใยนี้หญิงสาวรับรู้ได้อย่างชัดเจน‘ข้าไม่เป็นไร…เฮือก!’อวี้เจินปฏิเสธ ทว่าในตอนที่นางเลิกกระโปรงขึ้นแล้วเห็นเข่าตนถลอกก็ตกใจจนสะดุ้งโหยงไม่นานดวงตาก็เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา หยาดน้ำใสไหลอาบใบหน้า เบะปากตอนเงยหน้ามองเสิ่นฉงชือ‘ข้าขอคืนคำเจ้าค่ะ…ซี๊ด~เจ็บ!’‘พี่จะพาเจ้าไปล้างแผล’ชายหนุ่มเอ่ยเพียงเท่านั้นก็อุ้มร่างบางขึ้นพานางไปยังเรือนใหญ่ ระหว่างทางเห็นสาวใช้เดินผ่านมาก็ตะโกนบอกพวกนางให้เตรียมน้ำสะอาดและยาสมานแผลพวกนางต่างตกอกตกใจเพราะไม่เคยเห็นคุณชายมีท่าทาง

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ)๘ แต่งงานกับข้านะเจ้าคะ

    ๘แต่งงานกับข้านะเจ้าคะ“กลับมาอยู่ด้วยกันสักทีนะเด็ก ๆ ของข้า”ภาพตรงหน้าทำข้าน้ำตารื้นขอบตาจนต้องหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเบา ๆ“เป็นความดีใจปนความเศร้าเจ้าค่ะ บ่าวก็รู้สึกไม่ต่างจากฮูหยิน”สาวใช้คนสนิทของข้ากล่าวเสริม ซึ่งคำพูดของนางทำข้าเห็นต่างจนต้องส่ายหน้าในใจไม่! ข้ากับเจ้ารู้สึกไม่เท่ากันอย่างแน่นอนพวกเขาไม่ได้จากกันเพียงห้าปีนี้เท่านั้น แล้วที่ห่างกันก็ไม่ใช่เพียงระยะทางแต่เป็นความตาย!“ฮูหยิน…”ข้าดึงสายตาจากภาพตรงหน้า ชูนิ้วแนบริมฝีปากห้ามไม่ให้สามีส่งเสียงดังสามีข้าที่ไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับนิมิตเลยทำสีหน้างงงวยเล็กน้อย แต่ก็ยอมให้ข้าดึงแขนพาเดินออกไปจากเรือนรับแขก“ทำไมหรือฮูหยิน ทำลับ ๆ ล่อ ๆ ด้านในเกิดอันใดขึ้น เสี่ยวฉงชือมามิใช่หรือ”“กำลังปรับความเข้าใจกับเจินเอ๋อร์อยู่เจ้าค่ะ เราอย่าเข้าไปยุ่งตอนนี้เลย ท่านพี่หิวหรือไม่ ข้าจะพาไปทานอะไรที่เรือนของข้า”สามีของข้าเป็นอาจารย์ที่เข้มงวดกับลูกศิษย์เคร่งเรื่องวัยวุฒิ แต่พออยู่กับข้าแล้วจะมีความเป็นเด็กหนุ่ม“ฮะ ฮูหยินกล่าวอันใดเช่นนั้น ชวนพี่ตอนกลางวันเช่นนี้เลยหรือ”ข้าห้ามความเขินอายจนปวดแก้มไปหมด ยื่นมือไปตีไหล่เขา

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ) ๗ ใจพี่บอบบางกว่าที่คิด

    ๗ใจพี่บอบบางกว่าที่คิด“ก่อนจะให้คำตอบท่าน ข้าขอสนทนากับท่านเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่เจ้าคะ”ข้ารู้ว่าพี่ฉงชือกำลังเฝ้ารอเอาคำตอบ แต่คำถามนี้ไม่ถามไม่ได้จริง ๆ“อีกแล้ว ขอสนทนาส่วนตัวกับใครเมื่อใดได้มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นตลอดเลย”พี่ฉงชือทำหน้าสงสัย จนกระทั่งท่านแม่เดินออกไปจากห้องเหลือเพียงเราสองคนแล้ว ข้าจึงกล่าวอย่างไม่ปิดบัง“ครั้งก่อนตอนข้าขอท่านแม่สนทนาเป็นการส่วนตัวด้วยก็คือกงซาน พี่ฉงชือทราบหรือไม่ว่าเขาเป็นใคร”เสิ่นฉงชือไม่แสดงท่าทางแปลกใจราวกับว่าเขาทราบเรื่องนี้อยู่แล้ว“พี่ทราบเรื่องนี้คร่าว ๆ จากท่านลุง ยอมรับว่าตกใจไม่น้อย แต่นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่พี่กลับมาแคว้นต้าหยวน อวี้เจินเปลี่ยนชะตาชีวิตพี่สาวเจ้าโดยการไม่ให้นางแต่งกับกงซานใช่หรือไม่”ข้าบีบมือตนเองแน่น ที่แท้เขาก็ทราบเรื่องนี้จริง ๆ ในนิมิตข้าทำผิดกับเขาเพียงนั้นจะให้ข้าทนมองหน้าเขาได้อย่างไร หากเขาไม่ทราบเรื่องในนิมิตก็ว่าไปอย่างแต่นี่…“อวี้เจินอย่าคิดฟุ้งซ่าน”ข้าชะงักไปทันทีเมื่อโดนประโยคนี้ เขาพูดเหมือนกับว่าเดาความคิดข้าออก“พี่ฉงชือ…”“วันนั้นเจ้าถามพี่ว่าผมสีดอกเลาได้มาอย่างไร วันนี้พี่จะบอกเจ้าทั้งหม

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ)๖ ใจสตรีเปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าสิ่งใด

    ๖ใจสตรีเปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าสิ่งใด‘ไยใจร้ายกับพี่เช่นนี้อวี้เจิน เจ้าทิ้งเราไปหาครอบครัว แล้วเราไม่ใช่ครอบครัวเจ้าหรือ’‘กลับมาหาพี่อวี้เจิน อย่าทิ้งกันไปแบบนี้…ฮึก! ฟื้นสิอวี้เจิน ฟื้นมาคุยกับพี่สตรีใจร้าย ฟื้นเดี๋ยวนี้…’เฮือก!ข้าสะดุ้งเฮือก จิตใจทนรับความเจ็บปวดไม่ไหวจนกลไกการปกป้องร่างกายทำงาน ปลุกข้าให้ตื่นมาจากความฝันอันน่าเศร้าหมอง“ฝันอีกแล้ว…”ไม่สิ! จะว่าฝันก็ไม่ถูกในเมื่อเรื่องทั้งหมดมาจากนิมิตเชื่อหรือไม่ ข้าเห็นนิมิตของตนเองในอีกห้าปีข้างหน้ารู้ว่าตนจะตายอย่างไรรู้ว่าใครคือคนที่เลือกเป็นคู่ชีวิตและรู้ว่าตนปฏิบัติตัวเช่นไรต่อสามีและลูกน้อยก่อนตายเดิมทีข้าคิดว่าตนได้เห็นนิมิตเพราะสวรรค์อยากให้ข้าช่วยเหลือพี่สาวผู้มีโชคชะตาน่าอดสูหลังจากที่ช่วยนางให้ผ่านพ้นเรื่องราวเหล่านั้นได้แล้ว ข้าถึงได้มีเวลามาคิดเรื่องของตนเองซึ่งตอนนั้นประจวบเหมาะกับข้ากำลังอยู่ในช่วงปักปิ่น ข้าเฝ้ารอให้เสิ่นฉงชือมาร่วมงานนี้ด้วยแต่แล้วเขาก็ผิดสัญญาไม่มาร่วมงานปักปิ่น มิหนำซ้ำยังปล่อยให้ข้ารอเขาต่ออีกสองปีข้าอยากโกรธเขาให้นานกว่านี้ แต่พอเห็นภาพนิมิตในความฝันนี้อีกครั้ง ที่เคยวางแผนไว้เป็นลำดับ

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ)๕ ใครจะอยู่ก็อยู่ข้าไม่อยู่แล้ว

    ๕ใครจะอยู่ก็อยู่ข้าไม่อยู่แล้วเสิ่นฉงชืออยู่ฝั่งนั้น!เขาคือเพื่อนบ้านคนใหม่ที่กลับมาจากโพ้นทะเล เจ้าของวัตถุดิบมื้อเย็นทั้งหมดตุบ!เพราะรีบร้อนลงจากบันไดแล้วไม่ทันระวัง ข้าจึงตกบันไดจนหลุดเสียงร้องเจ็บปวดเพราะก้นกระแทกพื้น“โอ๊ย~”“คุณหนู!”เพียนเย่ตกใจ ไม่นานก็ดึงสติตัวเองมาได้ รีบเข้ามาช่วยข้าพร้อมถามอาการด้วยน้ำเสียงร้อนใจ“คุณหนูเป็นอันใดหรือไม่เจ้าคะ…ฮึก! คุณหนู”ข้ายังไม่รู้สึกว่าเลือดตกยางออกเพียนเย่ก็ร้องไห้เสียงดังเสียแล้ว กำลังจะเอ่ยตอบว่าไม่เป็นอันใดก็ได้ยินเสียงตุบของของหนักกระทบพื้นเมื่อหันไปมองยังต้นเสียงดวงตาพลันเบิกโพลงเพราะร่างสูงที่ข้าเห็นอยู่อีกฝั่งนั้นได้กระโดดข้ามมาฝั่งนี้แล้ว“อวี้เจินเป็นอันใดหรือไม่!”ท่าทางเสิ่นฉงชือดูร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด นานแค่ไหนกันแล้วนะที่ข้าไม่ได้รับความห่วงใยจากเขา นานแค่…“อวี้เจิน! พี่ถามว่าเจ็บมากหรือไม่”ข้าดึงสติตัวเองกลับมาจึงเห็นว่ายามนี้ตนแทบจะอยู่ในอ้อมอกอุ่นรีบเอามือดันอกเขาออกในทันที!“ขะ ข้าไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ”ข้ารักษาระยะห่างกับเขา ขยับก้นออกห่างแล้วยื่นมือให้เพียนเย่ช่วยดึงแขนขึ้น“ดึงข้าขึ้นที”เพียนเย่ปาดน้ำตา รีบ

  • ดั่งกลีบบุปผากลางเหมันต์   (ตอนพิเศษ)๔ เพื่อนบ้านจากโพ้นทะเล

    ๔เพื่อนบ้านจากโพ้นทะเลข้ากลับเรือนตนเองแล้วงีบหลับตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนถึงช่วงค่ำ ท่านแม่ให้คนมาเชิญไปทานอาหารค่ำที่เรือนใหญ่ อาหารทะเลที่ตั้งโต๊ะละลานตาทำข้าตะลึงไปครู่หนึ่ง“เจินเอ๋อร์นั่ง ๆ รอท่านพ่อเจ้ามาก่อนเราก็ทานอาหารกันได้เลย”ท่านแม่ผายมือเชิญข้านั่งเมื่อเห็นข้าเดินเข้ามาด้านใน น้ำเสียงและสีหน้าที่สดใสต่างจากเมื่อเช้าทำให้ข้าอดสงสัยไม่ได้“เมื่อเช้าท่านแม่ยังหลั่งน้ำตาตอนบอกลาพี่หญิงใหญ่อยู่เลย ไยค่ำนี้สีหน้าสดใสขึ้นแล้วเจ้าคะ”พี่หญิงใหญ่ของข้าเป็นบุตรสาวอนุภรรยาท่านพ่อแต่ท่านแม่ซึ่งเป็นฮูหยินใหญ่ให้การเลี้ยงดูตั้งแต่เด็กเพราะอนุหลินจากโลกนี้ไปเร็วท่านแม่รักท่านพ่อมากจึงเห็นพี่หญิงใหญ่ไม่ต่างจากบุตรสาวคนหนึ่ง เมื่อเช้านางจึงหลั่งน้ำตาเป็นสาย แต่พอตกเย็นกลับมีสีหน้าสดใสอย่างกับไม่เคยผ่านการร้องไห้มาก่อนปรับอารมณ์ได้เร็วเกินไปหรือไม่!“ท่านแม่ มีเรื่องอันใดมากกว่านี้หรือไม่เจ้าคะ”ท่านแม่ส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ดวงตากลับแวววาวปิดความตื่นเต้นไม่มิดต้องมีเรื่องใดแน่!เหตุใดวันนี้ถึงมีคนปิดบังข้าเยอะเพียงนี้ เสิ่นฉงชือไม่พอ ยังมาท่านแม่อีก“ท่านแม่…”ข้านั่งลงแล้วมองออกไปนอกหน้าต่า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status