Share

9 ตัวตนใหม่ 

last update publish date: 2026-10-14 10:44:52

“นั่งสิ” โม่จิ่งเหว่ยชี้เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แล้วผลักม้วนกระดาษหนาปึกหนึ่งมาตรงหน้านาง ซึ่งเมื่อเจิงหลิงเปิดดู ก็พบว่าเป็นทั้งโฉนด สัญญาการค้า และรายชื่อพ่อค้าเต็มไปหมด

“ต่อไปนี้เจ้าชื่อหลินเจิง” ท่านอ๋องพูดอย่างอารมณ์ดี “ชื่อเดิมของเจ้าตายไปแล้วในหลานเหลียง แต่ข้าเก็บเสียง ‘เจิง’ ในชื่อเดิมของเจ้าเอาไว้ให้หนึ่งตัว หากเจอคนคุ้นเคยแล้วเผลอเรียกจะได้มีข้ออ้างได้ว่าเข้าใจผิด” โหย่วอ๋องที่คิดมาอย่างถ้วนถี่อธิบาย “ส่วนสถานะของหลินเจิงนั้น เป็นหลานสาวของคหบดีหลินแห่งเจียงหนาน ผู้ค้าผ้าไหมและใบชามาสามสิบปี เป็นท่านผู้เฒ่าที่ไร้บุตร แต่ใจเมตตารับเด็กกำพร้ามาเป็นหลาน และเลี้ยงหลานสาวคนเดียวนี้มากับมือ ท่านปู่เพิ่งล่วงลับ นางจึงรับสืบทอดกิจการ และเส้นสายการค้าส่วนหนึ่งจึงได้ขึ้นมาเมืองหลวง”

นางเงยหน้า “ท่านผู้เฒ่าหลินเป็นใครกัน”

“เป็นคนของข้ามาหลายปี” เขาตอบสั้น ๆ “คนที่เป็นตาและหูของข้าในเจียงหนาน ไร้ทายาท และจากไปแล้ว ชื่อของเขายังมีน้ำหนักอยู่ในหมู่พ่อค้าผ้าไหม ปล่อยให้เป็นศพที่ตายไปอย่างไร้ค่าก็น่าเสียดาย”

เจิงหลิงไม่ถามอีก ใต้ท้องฟ้าของเมืองหลวง ท่านอ๋องผู้นี้ย่อมมีเส้นสายมากมายให้เรียกใช้ ตัวตนของนางเขาย่อมคิดมาอย่างถ้วนถี่แล้วถึงกล้านำมาให้นางได้แอบอ้าง เรื่องบางเรื่องรู้เท่าที่ท่านอ๋องอยากให้รู้จึงเป็นเรื่องดีที่สุด และนางก็ไม่คิดจะรู้เกินความจำเป็น...

เรื่องสำคัญในตอนนี้คือนางมีชีวิตใหม่แล้ว เจิงหลิงตายไปแล้วที่หลานเหลียง บัดนี้มีเพียงหลินเจิงที่ยังมีชีวิตอยู่...

สามวันต่อมา เหยาเล่อคังที่แต่งกายเป็นพ่อบ้านวัยกลางคนผู้เคร่งขรึมก็ พานางขึ้นรถม้าไปยังย่านการค้าที่คึกคักที่สุดของเมืองหลวง

“ร้านจิ่นซิ่วฟาง” คนสนิทของท่านอ๋องกระซิบ “ใหญ่ที่สุดในเมือง ผ้าชั้นเลิศจากทุกสารทิศล้วนมารวมอยู่ที่นี่ ท่านอ๋องว่า...ให้คุณหนูไปเดินให้ใครต่อใครเห็นหน้าสักวัน”

ท่านอ๋องกำลังทำให้ตัวตนของหลินเจิงชัดเจนขึ้น...

เมื่อเข้าเจตนาของโหย่วอ๋อง เจิงหลิงก็ก้าวลงจากรถม้าอย่างช้า ๆ ตามที่อาจารย์เว่ยสอน ชุดผ้าไหมสีน้ำเงินครามปักด้ายเงินเรียบ ๆ ไม่มีเครื่องประดับล้นตัว มีเพียงปิ่นหยกขาวเล่มเดียวปักผม ทว่าเมื่อนางเงยหน้าขึ้นมองป้ายร้านสีทองอร่าม เสียงจอแจในร้านก็เบาลงไปครึ่งหนึ่ง

คุณหนูที่กำลังเลือกผ้ากับสาวใช้ชะงักมือ เด็กรับใช้ที่ถือถาดผ้าลืมก้าวเท้า แม้แต่เถ้าแก่เนี้ยในร้านยังถือไม้บรรทัดค้างอยู่กลางอากาศ ความงามของนางไม่ใช่แบบที่ส่องประกายล่อตา แต่เป็นความงามที่เยือกเย็นเหมือนหิมะบนกิ่งไม้ มีรัศมีที่ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เกินไปกลัวว่าจะทำให้ความงดงามตรงเบื้องหน้ามัวหมอง...

ความงดงามราวกับไม่มีอยู่จริง และมิอาจเอื้อมที่จะแตะต้อง นั่นคือสิ่งที่โหย่วอ๋องบันดาลให้แก่นาง...

เถ้าแก่ใหญ่ที่นั่งจดบัญชีเงียบ ๆ สะดุดตากับความงดงามอันวิจิตวางมือออกจากงานที่ติดพัน เร่งรุดเดินเข้ามาทักทายพร้อมด้วยรอยยิ้ม

“คุณหนูท่านนี้คือ...”

“คุณหนูหลินแห่งเจียงหนาน” เหยาเล่อคังเอ่ยแทนด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แล้วยื่นป้ายประจำตัวของคหบดีหลินให้เถ้าแก่ใหญ่ของร้านดู

แค่เห็นป้ายนั้น สีหน้าของเถ้าแก่ใหญ่ก็เปลี่ยนไปในทันที เขารีบวิ่งออกมาโค้งคำนับต่ำจนเกือบจรดพื้น “อ้อ...ที่แท้เป็นหลานสาวท่านผู้เฒ่าหลิน เชิญข้างใน ขอรับ เชิญข้างใน ท่านผู้เฒ่าเคยมีบุญคุณกับร้านเราหลายครั้ง ข้าน้อยเสียใจกับการจากไปของท่านเหลือเกิน”

“ท่านตาเป็นคนเมตตา ท่านย่อมมองเห็นความจริงใจของเถ้าแก่เป็นแน่” เจิงหลิงตอบเสียงนุ่มนวล สำเนียงเมืองหลวงที่ฝึกมาไม่มีเค้าของชาวหลานเหลียงเหลืออยู่แม้เสี้ยวเดียว “ข้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวงไม่นาน ยังไม่คุ้นทาง วันนี้จึงมารบกวนท่านเถ้าแก่ ดูสินค้าและพูดคุยเรื่องการค้าสักหน่อย”

นางเดินผ่านชั้นผ้าไหม ผ้าลาย ผ้าปัก ทีละชั้น ปลายนิ้วแตะเนื้อผ้าเบา ๆ แล้วเอ่ยชี้ถึงคุณภาพ และแหล่งผลิตได้ราวกับเจนจัดมาทั้งชีวิต ทั้งที่ความจริงนางเพิ่งเรียนรู้เรื่องทั้งหมดนี้ในเวลาเพียงหนึ่งเดือนจากสมุดบัญชี และตัวอย่างผ้าที่ท่านอ๋องกองไว้ให้ในห้องตำรา ทว่าด้วยภูมิหลังที่เป็นคุณหนูสกุลหลินจึงทำให้ทุกถ้อยคำที่ออกจากปากนางมีน้ำหนักเป็นเท่าทวี เถ้าแก่ใหญ่ที่เดินตามอยู่เริ่มมองนางต่างไปจากเดิม จากความเกรงใจเพราะนามผู้เฒ่า กลายเป็นความยำเกรงในตัวนางเอง

เมื่อออกจากร้าน เหยาเล่อคังขึ้นรถม้าเคียงข้างนางแล้วกระซิบอย่างอดไม่ได้ “คุณหนูเดินเข้าไปครั้งเดียว เมืองหลวงทั้งเมืองก็จะรู้ว่ามีคุณหนูหลินแล้ว”

“ข้ามิได้ตั้งใจให้คนทั้งเมืองรู้” เจิงหลิงเอ่ยพร้อมเลิกม่านมองถนนคึกคักที่ผ่านไป “ข้าตั้งใจให้คนเพียงไม่กี่คนรู้ต่างหาก”

เหยาเล่อคังไม่ถามต่อ ทว่าเมื่อกลับไปรายงานท่านอ๋อง เขาก็เล่าว่า คุณหนูหลินคนนั้นเผลอยกมุมปากขึ้นเพียงน้อยนิดตอนที่เห็นป้ายร้านผ้าอีกร้านหนึ่งริมถนน ป้ายที่เขียนว่า ‘ร้านผ้าเฉินซื่อ’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดาราร้อยเรียง เคียงบุปผารำพัน   23 อุปสรรคจากเบื้องบน

    หนึ่งเดือนหลังคืนที่ศาลาริมสระบัว เป็นหนึ่งเดือนที่เจิงหลิงไม่เคยคิดว่าตนจะมีโอกาสแบบนี้ในชีวิตทุกเช้าจะมีบ่าวนำของหวานที่นางชอบมาวางไว้ข้างหมอนโดยไม่ต้องเอ่ยปาก ทุกค่ำท่านอ๋องจะแวะมานั่งในห้องตำราของนาง แสร้งทำเป็นมาขอดูบัญชีทั้งที่ไม่ได้เปิดดูสักหน้า เขาสอนนางคัดอักษรด้วยลายมือที่เรียบนิ่งแต่ดุดันและแข็งกร้าว นางเองก็สอนเขาดูตัวเลขที่ซ่อนอยู่ในหน้ากระดาษ เล่นหมากกันจนดึก และเมื่อนางชนะเขาเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน โม่จิ่งเหว่ยก็เท้าคางมองกระดานตรงเบื้องหน้าอยู่นานสองนานจนนางสงสัยว่าเขาแกล้งแพ้หรือไม่ แต่เขาเพียงยิ้มแล้วบอกว่า “ลูกศิษย์เก่งเกินอาจารย์ ข้าย่อมภูมิใจ”เหยาเล่อคังที่แอบมองอยู่ตรงประตูหลายครั้ง ต้องแสร้งไอเพื่อกลบรอยยิ้มของตัวเอง***การสอบในพระราชวังจบลงแล้ว ผลจะประกาศในอีกเจ็ดวัน การตรวจสอบเส้นทางเสบียงของกรมกลาโหมก็ก้าวหน้าไปทีละชั้นอย่างเงียบ ๆ ทุกอย่างเดินไปอย่างที่วางไว้ เจิงหลิงเกือบจะเชื่อแล้วว่าชีวิตนี้ในที่สุดก็เป็นของนางจริง ๆแต่นั่นก็แค่เกือบ...ในท้องพระโรงเช้าวันหนึ่ง เสนาบดีหวังเหวินไห่ที่รู้สึกถึงตาข่ายที่กำลังรัดเข้ามาใกล้ตัวทุกที ตัดสินใจเลือกวิธีที่เ

  • ดาราร้อยเรียง เคียงบุปผารำพัน   22 จุมพิตใต้แสงจันทร์

    อีกสามวันก่อนการสอบในพระราชวัง โหย่วอ๋องสั่งให้เตรียมงานเลี้ยงเล็ก ๆ ในจวน ไม่มีแขกเหรื่อ ไม่มีเสียงดนตรี มีเพียงศาลาชมจันทร์ริมสระบัวที่น้ำเริ่มกลายน้ำแข็งบาง ๆ เตาถ่านสองเตาตั้งอยู่ที่มุมศาลาให้ไออุ่น และบนโต๊ะไม้เล็ก ๆ ตัวหนึ่งมีสุราดอกเหมยที่หมักไว้สามปีตั้งอยู่สองไห พร้อมกับแกล้มที่เจิงหลิงไม่เคยเห็นมาก่อน“เนื้อแพะย่างกับขนมแป้งแบบทหารชายแดน” โม่จิ่งเหว่ยรินสุราให้นางด้วยตัวเอง “คุณหนูหลินกินอาหารเมืองหลวงมาเสียนานแล้ว ลองของที่ข้ากินมาตลอดสิบปีบ้าง”เจิงหลิงลองชิม อาหารนี้มีรสเค็มจัดและกลิ่นควันไฟติดอยู่ปลายลิ้น แต่อร่อยไปอีกแบบเหมือนกัน เมื่อนางเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ว่าอร่อย ก็ได้เห็นท่านอ๋องยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิราวกับตนเป็นคนทำเองกับมือราตรีนั้นดวงจันทร์เต็มดวง แสงสีนวลสาดลงบนผืนหิมะที่ยังไม่ละลายจนทั้งสวนสว่างราวกลางวัน เจิงหลิงยกจอกสุราขึ้นมองแสงจันทร์สะท้อนในน้ำสีอำพัน ก่อนจะเอ่ยขึ้น“ข้าไม่คิดว่าจะได้มานั่งดื่มสุรากับท่านอ๋องเช่นนี้”“ข้าเองก็ไม่คิด” เขายกจอกชนกับนาง “วันนั้นที่ริมน้ำ ข้าคิดแค่ว่าจะได้ดูคนกระโดดน้ำสักครั้ง”“ท่านอ๋องพูดเรื่องนี้เป็นเรื่องสนุกอยู่เรื่อย

  • ดาราร้อยเรียง เคียงบุปผารำพัน   21 หมากของโหย่วอ๋อง

    ข่าวร้ายจากชายแดนทางเหนือมาถึงเมืองหลวงในเช้าวันหนึ่งที่หิมะตกหนักที่สุดของปีป้อมปราการจินสุ่ยที่เป็นด่านสำคัญที่สุดของแนวชายแดนถูกทัพเป่ยหรงตีแตก มีทหารที่ตายและบาดเจ็บนับพัน เสบียงที่ควรส่งไปเสริมกำลังกลับมีรายงานว่ามาถึงล่าช้าอีกครั้ง ผู้นำทัพนายใหม่ที่ถูกส่งไปแทนโหย่วอ๋องเมื่อปีก่อนเขียนรายงานขอกำลังเสริมด่วนมาด้วยลายมือที่ยังสั่นด้วยความหวาดกลัวในท้องพระโรง ขุนนางทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันไม่หยุด เสนาบดีกรมคลังหวังเหวินไห่ก้าวออกมาเป็นคนแรก กล่าวเสียงดังฟังชัดว่าให้ส่งกำลังเสริมโดยเร็ว และเสบียงนั้นกรมคลังจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว ปัญหาอยู่ที่การขนส่งของกรมกลาโหมที่ไร้ประสิทธิภาพ“ท่านเสนาบดีหวังกล่าวเช่นนี้ ข้าน้อยมีคำถามหนึ่ง” เสียงของแม่ทัพเก่าแก่ผู้หนึ่งที่เคยรับใช้โหย่วอ๋องดังขึ้นจากท้ายแถว “ปีก่อนที่ศึกสุดท้ายของโหย่วอ๋อง เสบียงก็ล่าช้าเช่นนี้เหมือนกัน แล้วเหตุใดเสบียงล่าช้าเพียงเฉพาะทัพของโหย่วอ๋อง และมาถึงเร็วเป็นพิเศษในทุกทัพที่ท่านเสนาบดีหวังเอ็นดู”ท้องพระโรงเงียบลงทันที ฮ่องเต้ที่ประทับบนบัลลังก์เหลือบพระเนตรมองเสนาบดีหวังที่หน้าซีดลง ก่อนจะตรัสเสียงเรียบ“เรียกโหย่วอ๋องเข้

  • ดาราร้อยเรียง เคียงบุปผารำพัน   20.2 หลักฐานจากหลานเหลียง

    ชุนเถาที่เพิ่งรู้ว่ามีคนอยู่ในห้องก็รีบก้มศีรษะลงกับพื้น เจิงหลิงจึงบอกนางว่าไม่ต้องกลัว แล้วค่อย ๆ ช่วยนางลุกขึ้น“ชุนเถา ท่านพ่อ...ท่านพ่อก่อนสิ้นใจมีสิ่งใดฝากไว้บ้างหรือไม่” นางถามด้วยเสียงสั่นที่หญิงสาวเงยหน้า นัยน์ตาเป็นประกายขึ้นมาก่อนจะรื้นขึ้นใหม่ “คนเก่าแก่ที่ดูแลนายท่านบอกว่า ท่านถามหาคุณหนูทุกวันจนวาระสุดท้าย บอกว่าตนผิดที่เลือกบุรุษคนนั้น และขอให้คุณหนูอย่าโทษตัวเอง”น้ำตาที่เพิ่งหยุดไหลเริ่มต้นใหม่ เจิงหลิงก้มหน้าเงียบ ปล่อยให้บางสิ่งที่แบกไว้มานานค่อย ๆ คลายออกนางไม่ได้กลับหลานเหลียงด้วยตัวเอง ในยามนี้ยังไม่ใช่เวลา แต่เมื่อมองสาวใช้ที่เคยหายไปกลับมายืนอยู่ตรงหน้า มองกระดาษเศษที่เป็นกุญแจดอกสำคัญ และมองคนผู้หนึ่งที่ยืนเงียบ ๆ ที่หน้าประตู นางก็รู้สึกว่า บ้านที่ถูกพรากไป ได้ส่งชิ้นส่วนบางอย่างกลับมาหานางแล้ว“เมื่อข้าไปถึงหลานเหลียง” นางหันมาบอกท่านอ๋องเสียงเบา แต่ชัดเจนหนักแน่นทุกคำพูด “ข้าจะไปในฐานะเจิงหลิงที่ยืนตัวตรง ไม่ใช่คนที่เดินคลานไปขอความเมตตาจากใคร”“ข้าจะรอดูวันนั้น” โม่จิ่งเหว่ยตอบค่ำวันนั้น เมื่อชุนเถาหลับสนิทในห้องข้าง ๆ หลังอาบน้ำอุ่นและกินข้าวต้มจนอิ่มเ

  • ดาราร้อยเรียง เคียงบุปผารำพัน   20.1 หลักฐานจากหลานเหลียง

    “ข้าต้องการคนไปที่หลานเหลียง”เจิงหลิงพูดทันทีที่เหยาเล่อคังเข้ามาในห้อง ก่อนที่ฝ่ายนั้นจะทันเอ่ยถึงโฉนดที่ซูซือเจ๋อนำมาส่งตั้งแต่เช้า ม้วนกระดาษทั้งสี่ฉบับวางอยู่บนโต๊ะเหมือนซากศพที่เพิ่งถูกขุดขึ้นมา“โฉนดพวกนี้ปลอมแปลงเพียงบางส่วน ลายมือผิดไปเล็กน้อยและตราประทับของอำเภอถูกใช้อย่างผิดวิธี ตัวมันเองเพียงพอจะให้ข้าฟ้องร้อง แต่ไม่พอจะลงโทษเขาให้หมดทางหนี” นางพูดเสียงเรียบ “ข้าต้องการทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง พยานบุคคล หลักฐานการติดสินบน เส้นทางเงิน และ...”นางหยุดชั่วครู่ ก่อนพูดเบาลง “สาวใช้ของข้า”“คุณหนูหมายถึง...”“ชุนเถา” นางตอบ “สาวใช้ที่ติดตามข้าตั้งแต่ออกเรือนจากบ้านเดิม ข้าไม่เห็นนางอีกตั้งแต่ปีที่แล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าซูบอกว่านางลักขโมยของจึงถูกไล่ออก แต่ข้าไม่เคยเชื่อ”โม่จิ่งเหว่ยที่นั่งฟังอยู่ในมุมห้องมาตลอดวางถ้วยชาลง “ข้ารับปากเจ้าแล้ว วางใจเถอะ เรื่องในอดีตย่อมคลี่คลายในเร็ววัน”***สิบวันต่อมา คนของเหยาเล่อคังสามคนที่ปลอมตัวเป็นพ่อค้าเร่ก็ไปถึงที่หลานเหลียง และกลับมาพร้อมของที่นางต้องการอย่างแรกคือสำเนาสมุดบัญชีลับของเสมียนประจำที่ว่าการอำเภอ ที่จดบันทึกของกำนัลที่นายอำเภอรับไ

  • ดาราร้อยเรียง เคียงบุปผารำพัน   19 ข้อเสนอ

    โรงเตี๊ยมที่ซูซือเจ๋อและมารดาย้ายมาพักเป็นโรงเตี๊ยมชั้นสามที่ผนังบางจนได้ยินเสียงกรนของห้องข้าง ที่นอนมีกลิ่นอับ ข้าวต้มมื้อเช้าใสจนเห็นก้นชาม ฮูหยินผู้เฒ่าซูบ่นไม่หยุดตั้งแต่ตื่นจนหลับ ทั้งบ่นเรื่องห้องเล็ก เรื่องอาหารไม่อร่อย เรื่องเถ้าแก่เฉินที่หมดตัวในชั่วข้ามคืน เรื่องเสียงดังของเพื่อนบ้าน โดยไม่เคยหยุดคิดว่าเรื่องที่นางพูดทั้งหมดล้วนเกิดจากการที่ตนทอดทิ้งสกุลเฉินเอาไว้เบื้องหลังเพื่อเอาตัวรอดทว่าเรื่องที่สำคัญกว่าเรื่องไหน ๆ คงเป็นเป็นเรื่องเงินในกระเป๋าของซูซือเจ๋อก็เหลือไม่ถึงสิบตำลึงอีกสิบสี่วันจะถึงการสอบในพระราชวัง หากผ่านแล้วเขาจะได้เป็นขุนนาง แต่การได้เป็นขุนนางกับการได้ตำแหน่งที่ดีเป็นคนละเรื่อง หากอยากก้าวหน้าได้อย่างมั่นคงก็ยังต้องใช้เงินหล่อเลี้ยงขุนนางผู้ใหญ่เขาต้องการผู้สนับสนุนคนใหม่ เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้และในหัวของเขามีใบหน้าเดียวที่ปรากฏขึ้นมา ใบหน้าที่งดงามราวหิมะบนกิ่งไม้ที่มิอาจลบเลือนไปจากความทรงจำได้...***คุณหนูหลินต้อนรับซูซือเจ๋อย่างแขก นางสวมชุดสีเทาอ่อนปักลายเมฆที่ดูเรียบง่ายแต่ก็ยิ่งขับความสง่างามของนางออกมา“บัณฑิตซู ข้าได้ยินเรื่องสกุลเฉินแล้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status