Share

บทที่ 16

Author: หออักษร
“เหตุใดจึงเป็นแม่ทัพใหญ่เจิ้งเต๋อ?!”

เมื่อได้ยินชื่อนี้ บนใบหน้าของทุกคนก็ปรากฏความตกตะลึง!

แม่ทัพใหญ่เจิ้งเต๋อเย่โส่วเจียง เป็นแม่ทัพระดับสูงผู้รักษาการณ์ด่านประจิม

มีสถานะและตำแหน่งไม่ด้อยไปกว่าแม่ทัพใหญ่อู่เวยกวนเจิ้นซานเลย!

การให้คนระดับนี้ออกมาประลองกับกองคาราวานสินค้าหนานหยาง

นี่หมายความว่าอย่างไร ยังจะนับเป็นการประลองกระชับมิตรได้อีกหรือ?

ทุกคนล้วนมองออกว่า นี่คือการที่ฮ่องเต้เฉียนทำประชดฉินหมิง!

“ฝ่าบาท กระหม่อมขึ้นไป เกรงว่าจะไม่เหมาะสมกระมัง”

“มีอะไรไม่เหมาะสมหรือ?”

ฮ่องเต้เฉียนทรงแค่นเสียงเย็น แสดงสีพระพักตร์ไม่พอพระทัย

สีหน้าของเย่โส่วเจียงเปลี่ยนไปมาหลายครั้ง สุดท้ายก็ไม่อาจขัดพระทัยฮ่องเต้เฉียนได้

จึงทำได้เพียงมองไปยังฉินหมิงอย่างขออภัย แล้วเอ่ยปากอย่างจนใจ

“กองคาราวานสินค้าหนานหยางโปรดชี้แนะ”

เบื้องล่าง เฉินซื่อเม่าและเฉียนไฉส่ายหน้าอย่างจนปัญญา

เมื่อเย่โส่วเจียงขึ้นเวทีแล้ว ฉินหมิงก็หมดโอกาสที่จะชนะการประลองครั้งนี้ไปอย่างสิ้นเชิง

เย่โส่วเจียงเป็นใครกัน?

นั่นคือผู้ที่ได้รับการขนานนามในสนามรบว่าสามารถต่อกรกับศัตรูได้นับหมื่น!

ความดีความชอบในการพิชิตศัตรู การนำทัพบุกทะลวงค่ายศัตรู และความดีความชอบอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน!

กองคาราวานสินค้าหนานหยางจะเก่งกาจเพียงใด ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้ใดสามารถเอาชนะเย่โส่วเจียงได้

ฉินหมิงเงียบไป

สายตาของขุนนางทั้งหลายในตอนนี้ล้วนจับจ้องมาที่ร่างของเขา

รอคอยให้เขาลงมือ

หากไม่มีอะไรผิดพลาด ครั้งนี้ฉินหมิงย่อมส่งฉางไป๋ซานลงสนามอย่างแน่นอน

แต่ฉางไป๋ซานถึงแม้จะแข็งแกร่ง แล้วจะนำไปเปรียบเทียบกับเย่โส่วเจียงได้อย่างไร?

ความขุ่นเคืองที่เกาะกุมอยู่บนใบหน้าของเซียวซูเฟย ในวินาทีนี้ก็ได้ผ่อนคลายลงหลายส่วน

ฮ่องเต้เฉียนก็ทรงจ้องมองฉินหมิงอย่างเย็นชาเช่นกัน

พระองค์อยากจะเห็นว่า บุตรชายผู้มีความคิดเป็นของตนเองมาโดยตลอดผู้นี้ ตอนนี้จะตัดสินใจเช่นไร?

ฉางไป๋ซานรีบเดินมาอยู่ข้างกายฉินหมิง กล่าวเสียงเบาว่า

“องค์ชาย คุณหนูกวนไม่มีทางชนะ ให้ข้าขึ้นไปเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อเผชิญกับสายตาของทุกคน ฉินหมิงเพียงแค่จิบชาตรงหน้าอย่างเรียบเฉย แล้วหันหน้าไปมองกวนเยว่

“ข้าจำได้ว่า... แม่ทัพเย่กับค่ายทหารอู่เวยนั้นมีความสัมพันธ์ที่ไม่ตื้นเขินเลย”

“ใช่เพคะ มีอะไรหรือ?”

กวนเยว่เอ่ยถามด้วยความสงสัย

ฉินหมิงถอนหายใจอย่างโล่งอก ขอเพียงแค่ตนเองจำไม่ผิดก็พอ

“เจ้าไปเถอะ”

“อืม”

กวนเยว่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ลุกขึ้นยืนทันที

เมื่อเห็นเช่นนั้น เหล่าขุนนางก็พากันฮือฮา!

ฉางไป๋ซานคว้าแขนของฉินหมิงและกวนเยว่ไว้ทันที

“องค์ชาย ท่านเลอะเลือนไปแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ!”

“เชื่อข้า ไม่เป็นอะไรหรอก”

ดูเหมือนว่าฉินหมิงจะมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ทันใดนั้นก็หันหน้าไปถามกวนเยว่ว่า

“กลัวแพ้หรือไม่?”

“คนตระกูลกวน ไม่ว่าชายหรือหญิงล้วนไม่กลัวแพ้ ตายก็ต้องขึ้นไป”

“วางใจเถิด ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตายหรอก”

ฉินหมิงจับมือของกวนเยว่เบา ๆ

“เจ้ายังต้องมาเป็นภรรยาของข้านะ”

“เจ้าคนลามก คนมากมายมองอยู่นะ!”

กวนเยว่รีบสะบัดมือของฉินหมิงออก ใบหน้าเล็ก ๆ แดงก่ำ

เฉินซื่อเม่าและเฉียนไฉสบตากัน ทั้งสองคนต่างมีสีหน้าแปลกประหลาด

ฉินอ๋องผู้นี้ช่างเจ้าชู้เกินไปแล้ว

ขุนนางหลายร้อยคน ประกอบกับตัวแทนจากกองคาราวานสินค้าหนานหยางอีกหลายสิบคนก็อยู่ที่นี่

เขากลับจับมือหญิงสาวแล้วทำท่าทางอ่อนหวานขึ้นมาอีก

นี่... ช่างรู้จักเล่นเสียจริง

“ฉินอ๋อง โปรดส่งคนมาเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

เย่โส่วเจียงรอมาเป็นเวลานานแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากเร่ง

ฉินหมิงพยักหน้า

กวนเยว่รีบเดินขึ้นไปข้างหน้า

เมื่อเห็นเช่นนั้น ทุกคนต่างก็สงสัยอย่างยิ่ง

เย่โส่วเจียงก็ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้น

“เสี่ยวเยว่ เจ้าขึ้นมาก่อความวุ่นวายอะไร!”

“ท่านอาเย่ ข้าต้องการจะชนะ ท่านโปรดชี้แนะด้วย”

สายตาของกวนเยว่แน่วแน่ กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

เย่โส่วเจียงกลับไม่สนใจนาง

สายตากลับจับจ้องไปที่ร่างของฉินหมิง

“องค์ชาย ท่านจำเป็นต้องใช้ลูกไม้สกปรกเช่นนี้ด้วยหรือ?”
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Puwadon Tongtha
ควยอะไรว่ะ
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 515

    เมื่อฉู่หงจางได้ยินคำถามของเขา ก็รีบชิงกล่าวขึ้นทันทีว่า“ข้าเจอฉินอ๋องมาน่ะสิ”เมื่อได้ยินคำว่าฉินอ๋อง ทุกคนในที่นั้นก็พลันเบิกตาโตด้วยความตื่นตระหนกพวกเขาจ้องมองฉู่หงจางด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ“เป็นไปได้อย่างไร เหตุใดฉินอ๋องถึงมาที่นี่ได้เล่า?”“หรือว่าเขานำกองทัพใหญ่มาตั้งค่ายที่นี่แล้ว? เช่นนั้นพวกเราจะเอาอาวุธและเสบียงได้อย่างไร?”พวกเขาทั้งหมดล้วนรู้สึกสิ้นหวัง เดิมทีคิดว่าการปะทะกับฉินหมิง ก็ลำบากแสนเข็ญอยู่แล้วแต่ยามนี้กลับเห็นฉินหมิงตัวจริงบัญชาการอยู่ภายในด่าน!“ข้าไม่รู้ แต่แสนยานุภาพของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่นัก อีกทั้งอาวุธยังครบครันล้ำสมัย ข้าจึงไม่ได้ปะทะหักหาญด้วย และรีบถอยกลับมาทันที”ฉู่หงจางกล่าวอย่างแช่มช้า ไม่ได้นำความผิดพลาดมาใส่ไว้ที่ตนเองแต่มองไปทางผู้อาวุโสทั้งหลายที่อยู่ตรงหน้า“ทุกท่าน จากนี้ไปพวกท่านต้องมอบทหารให้ข้า มิเช่นนั้นข้าจะไม่ลงมืออีกเด็ดขาด!”ว่าไปแล้ว คนเหล่านี้เพื่อต้องการถนอมขุมกำลังของชนเผ่าตนเองแต่ละคนจึงมอบกำลังพลออกมาเพียงไม่กี่สิบคน จำนวนคนเพียงเท่านี้สำหรับพวกเขาแล้วแทบไม่มีประโยชน์อันใดเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าฉินหมิงยิ่งเป็นเรื่องน

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 514

    ผู้คนทั้งหลายต่างตกอยู่ในความเงียบแม้แต่ฉู่หงจางที่เอาแต่ตะโกนโหวกเหวกอยู่ด้านล่าง เวลานี้ก็ยังรู้สึกได้ถึงเม็ดเหงื่อเย็นเยียบที่ผุดซึมเต็มแผ่นหลังฉินหมิงช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว ยามที่พวกเขาทำศึกกับอีกฝ่ายก่อนหน้านี้ก็ตระหนักได้แล้วว่าฉินหมิงในเวลานี้ไม่เพียงมีกองทัพที่แข็งแกร่ง แต่ขุมกำลังทางการค้าก็ยังกดดันพวกเขาได้รอบด้านอีกด้วยหลังสูญเสียการสนับสนุนจากฉินหมิง ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาในช่วงไม่กี่วันนี้ก็ยากลำบากยิ่งนักไม่นานเสบียงในยุ้งฉางก็ร่อยหรอแทบเห็นก้นถังนี่เป็นเพราะพวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีเกินไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมาส่งผลให้ประชากรในชนเผ่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีปากท้องต้องเลี้ยงดูมากมาย เดิมทีมีฉินหมิงคอยหนุนหลัง ทุกคนจึงสามารถกินอิ่มนอนหลับตามสบายทว่าเมื่อไร้ซึ่งการสนับสนุนจากฉินหมิง จำนวนประชากรที่มากมายก็กลายเป็นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ลำพังพวกเขาก็มีพื้นที่ทำกินเพียงน้อยนิดอยู่แล้วผลผลิตทางการเกษตรย่อมไม่เพียงพอต่อการบริโภคยามนี้เมื่อมีประชากรมากขึ้น จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ผู้คนอิ่มท้องเรื่องราวเหล่านี้เริ่มปรากฏเค้าลางให้เห็นในชนเผ่าเล็ก ๆ บ้าง

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 513

    เมื่อได้ยินข่าวนี้ สีหน้าของฉินหมิงและกวนเยว่ก็พลันแปรเปลี่ยนไป“เหตุใดถึงมาเร็วนัก?”“พวกมันปรากฏตัวอย่างกะทันหัน ดูคล้ายรีบร้อนอยู่บ้าง คงเป็นราชสำนักกดดันให้มาพ่ะย่ะค่ะ”ผู้ใต้บังคับบัญชารายงานด้วยความไม่แน่ใจในใจพวกเขาเองก็สงสัยเช่นกันแม้ศัตรูจะมาถึงอย่างรวดเร็ว แต่ฉินหมิงกลับไม่ได้ตื่นตระหนกเขาพากวนเยว่เดินตรงไปที่กำแพงเมือง กองทัพหนานหมานนับพันชีวิตมายืนรออยู่หน้ากำแพงเมืองเรียบร้อยแล้วเมื่อเห็นจำนวนคน ฉินหมิงและกวนเยว่ก็สบตากัน ทั้งสองคนต่างรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย“เหตุใดถึงมากันเพียงเท่านี้ล่ะ?”“นับว่าน้อยไปจริง ๆ ”กวนเยว่ขมวดคิ้วเรียวด้วยความประหลาดใจ ก่อนกล่าวขึ้นเช่นนั้นฉินหมิงยืนอยู่บนกำแพงเมือง ส่งยิ้มให้กองทัพข้าศึกพลางกล่าวว่า“ทุกท่าน พากำลังพลมาเพียงเท่านี้ คิดว่าจะตีเมืองที่ชัยภูมิดีเยี่ยมเช่นนี้แตกหรือ?”แม่ทัพผู้นำกำลังพลมาในครั้งนี้ มีนามว่าฉู่หงจางเขาคือหัวหน้าเผ่าเหลียนซานในฐานะฝ่ายบุกโจมตี ใบหน้าของเขากลับมีแต่ความไม่เต็มใจ ขณะประสานหมัดคารวะฉินหมิงพร้อมกล่าวว่า“กราบเรียนท่านอ๋อง พวกเราเพียงทำตามคำสั่งเท่านั้น ท่านสู้ราชสำนักไม่ได้หรอก

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 512

    หาไม่แล้วการขนส่งสองรอบที่ต่อเนื่องกันเช่นนี้ ย่อมทำให้ความเสียหายของพวกเขาพุ่งสูงถึงขีดสุดแน่นอนทว่าในยามที่พวกเขากำลังกระวนกระวายใจอยู่นั้นผู้ใต้บังคับบัญชาก็ส่งข่าวจากหนานหมานเข้ามาอีกครั้ง“ท่านอ๋อง ทางหนานหมานส่งข่าวมาอีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ พวกมันแจ้งมาว่าหากไม่เห็นยุทธปัจจัย ก็จะไม่เคลื่อนกำลังพลเด็ดขาด”“เจ้าพวกสารเลว สิ่งของชุดแรกที่เราส่งออกไป ขนาดจวนถึงที่หมายอยู่รอมร่อ พวกมันกลับไม่ยอมโผล่หัวออกมารับ พอเวลานี้เกิดเรื่องผิดพลาด ก็คิดจะมาโทษพวกเราเสียอย่างนั้น”อวี้อ๋องตบโต๊ะด้วยความเดือดดาลใจเวลานี้พวกเขาไร้หนทางจะเดินต่อแล้วจริง ๆในด้านยุทธปัจจัย พวกเขาย่อมไม่มีทางส่งไปถึงได้ในเวลาอันสั้นแต่ก็จำเป็นต้องสร้างแรงกดดันแก่ฉินหมิงให้ได้ขณะนั้น เหลียงอ๋องผู้อยู่ด้านข้างก็กล่าวขึ้นมาว่า“เอาเช่นนี้เถิด พวกเราส่งข่าวบอกฝ่ายหนานหมาน ให้พวกมันจัดส่งทหารออกมาก่อน รอจนพวกมันเข้าสู่หลิ่งหนานเมื่อใด พวกเราค่อยส่งยุทธปัจจัยอ้อมไปทางปีกข้าง ถึงเวลานั้นสิ่งของย่อมตกถึงมือพวกมันเอง”จะอาศัยเพียงราชสำนักออกแรงฝ่ายเดียว ย่อมเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดความแข็งแกร่งของฝ่ายฉินหมิงนั้นเป็นที่ป

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 511

    “ข้าเตรียมตัดขาดการส่งเสบียงทั้งหมดของหนานหมานแล้ว”“ในช่วงเวลานี้จะมีผ้าทอกองพะเนิน ยางพาราขาดแคลน สินค้าในตลาดอาจเกิดความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นจึงต้องรบกวนพวกเจ้าทั้งสามช่วยข้าควบคุมสถานการณ์ให้ดี”ทั้งสามคนต่างก็พยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้นเมื่อฉินหมิงใช้กำลังทหารกดดันหนานหมานอย่างหนักหน่วงก็ถึงคราวแนวหลังอย่างพวกเขาต้องลงมือบ้างย่อมต้องเป็นการกดดันทางด้านการค้าเฉินซื่อเม่าคาดเดาวิธีการของฉินหมิงได้นานแล้วยามนี้เพียงรอฉินหมิงกลับมาพยักหน้าอนุญาตก็จะเริ่มลงมือได้ทันที“วางใจเถิด ท่านผู้อาวุโสเฉิน”เฉียนไฉตบอกรับรองว่า“พวกเรายังมีท่าเรืออีกหลายแห่งในเจียงหนาน เท่านี้ก็พอแล้ว”“อำเภออินซานเองก็มีการติดต่อกับกลุ่มหนานหยาง สามารถระบายสินค้าออกไปได้ส่วนหนึ่งเช่นกัน”“อย่างมากสินค้าก็แค่กองอยู่ที่นี่ รอสงครามจบลงก็ยังทำเงินได้ดังเดิม”ทั้งสามคนต่างผลัดกันออกความเห็น ล้วนแต่มีหนทางจัดการทั้งสิ้นเมื่อเห็นพวกเขามั่นใจเช่นนั้น เฉินซื่อเม่าก็พยักหน้าอย่างแช่มช้าหลายวันต่อมาท่ามกลางหุบเขาในดินแดนหนานหมานกลุ่มผู้อาวุโสและหัวหน้าเผ่าต่างเฝ้ารอคอยด้วยใจจดจ่อมาหลายวันแล้วสาเ

  • ตำแหน่งองค์รัชทายาท ผมไม่เอาแล้ว   บทที่ 510

    แต่กำลังคิดถึงกิจการภายในตระกูล และน้องสาวสุดที่รักนั่นเอง“เอ่อ...”ใบหน้าของฉินหมิงพลันเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขาไม่อยากไปตอแยคุณหนูน้อยผู้นั้นเลยสักนิดเพียงนึกถึงหญิงสาวผู้แสนเอาแต่ใจนางนั้น ฉินหมิงก็รู้สึกว่านางช่างรับมือได้ยากนักทว่าด้วยมารยาท ฉินหมิงจึงยังคงล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบขลุ่ยเลาหนึ่งออกมา“นี่เป็นขลุ่ยที่ข้าทำขึ้น รอท่านว่างเมื่อใด ก็ช่วยนำไปมอบให้นางทีเถิด”“ของพรรค์นี้จะมีประโยชน์อันใด?”ซุนเหมี่ยวปรายตามองของที่ฉินหมิงยื่นส่งมาแวบหนึ่ง ก่อนยัดมันเข้าไปในอกเสื้อด้วยความรังเกียจฉินหมิงมองเขาอย่างจนใจ ก่อนอธิบาย“นี่ท่านไม่รู้จักคำว่าแม้นของกำนัลเล็กน้อยแต่น้ำใจหนักแน่นหรือไร? ยิ่งไปกว่านั้น ขลุ่ยเลานี้ข้าสั่งให้ทำขึ้นเพื่อทดสอบทักษะฝีมือของโรงช่างโดยเฉพาะ ลองดูสิว่ามันมีกี่รู?”“โอ๊ะ... สิบสามรูรึ?”ฉินหมิงมีมาตรฐานเรื่องความแม่นยำของงานฝีมือสูงยิ่งเขาจึงให้กลุ่มช่างฝีมือฝึกฝนอยู่เป็นประจำเช่นระดับเสียงของขลุ่ย ยิ่งแบ่งระดับเสียงได้มากเท่าใด ก็หมายความว่าวิธีการผลิตต้องประณีตมากเท่านั้นก่อนหน้านี้ฉินหมิงได้ทิ้งบททดสอบหนึ่งไว้ให้แก่ช่างฝีมือในโรงผลิต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status