Teilen

เรื่องย่อ

last update Veröffentlichungsdatum: 23.06.2026 20:29:39

เรื่องย่อ ถังต้าเหล่ยพ่อค้าข้ามภพ

ใต้ฟ้ารัชศกเทียนซื่อแห่งแคว้นต้าเยี่ย มหาภัยแล้งและกลิ่นอายสงครามถาโถมเข้าใส่ประชาราษฎร์ราวกับคลื่นยักษ์ทมิฬที่ไม่มีวันสิ้นสุด ผืนดินทั่วนครหลวงแตกระแหงเป็นร่องลึก ความหิวโหยคืบคลานเข้ากลืนกินทุกชีวิตจนแผ่นดินนองไปด้วยหยาดน้ำตาและซากศพไร้ญาติ

ชาวบ้านจำนวนมากจำต้องยอมขายลูกเมียประทังชีวิต แลกเศษข้าวสารเพียงไม่กี่ชั่ง ณ หมู่บ้านเถาหยวน เมืองเป่ยหนาน นามของ "ถังต้าเหล่ย" บัณฑิตหนุ่มผู้สอบได้คุณวุฒิซิ่วไฉกลับแปรเปลี่ยนไปเพราะมหาภัยแล้งอันยาวนาน 

จากผู้มีความรู้กลายเป็นคนเหลวแหลกเสเพลที่เอาแต่ดื่มสุรา เล่นการพนัน และสร้างภาระให้สกุลถังจนชาวบ้านดูถูกเหยียดหยามว่าไร้ค่า ทว่าแม้ครอบครัวจะยากจนถึงขั้นไม่มีข้าวกิน หมิงจู ผู้เป็นภรรยา และโต้วโต้ว บุตรสาวตัวน้อย ก็ยังคงปักหลักอยู่เคียงข้างไม่คิดทอดทิ้ง

จนกระทั่งยามซวีในคืนที่อากาศร้อนระอุแห้งผาก ต้าเหล่ยที่ร่างกายซูบผอมอ่อนแรงจนแทบสิ้นลมได้นอนหมดสติอยู่บนแคร่กลางเรือน ท่ามกลางเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจของหมิงจูและบิดามารดาที่คิดว่าเขาได้จากโลกนี้ไปแล้ว 

ทว่าในเสี้ยวเวลานั้น ชะตากรรมของเขากลับพลิกผันตลอดกาล เมื่อจิตวิญญาณของเขาหลุดลอยข้ามผ่านกาลเวลาเกือบสองพันปี ลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งในร่างเดิม ณ เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ประเทศจีน ในปี 2026 

โลกอนาคตอันเต็มไปด้วยรถยนต์รูปร่างคล้ายรถม้าแต่ก็เหมือนกล่องเหล็กหลากสีที่วิ่งพุ่งทะยานด้วยความเร็วเหนือม้าศึก อาคารบ้านช่องสูงเสียดฟ้า และผู้คนที่สวมเสื้อผ้าสีสันสดใสชวนมองพลางถือแท่งสี่เหลี่ยมสีดำพูดคุยราวกับคนเสียสติ 

กลิ่นอาหารหอมกรุ่นจากตลาดเช้าฝั่งตรงข้ามลอยมาปะทะจมูก ชายหนุ่มผู้หิวโหยลอบกลืนน้ำลาย มองดูแผงผักอวบอิ่มเขียวขจีที่วางกองพะรุงพะรังด้วยความตื่นตะลึงระคนปวดใจ เพราะผักเหล่านี้ล้ำค่าเกินกว่าที่คนในแคว้นของเขาซึ่งต้องประทังชีวิตด้วยดินและเปลือกไม้จะกล้าฝันถึง

ขณะที่ถังต้าเหล่ยกำลังยืนมึนงงราวกับคนหลงทิศ หญิงสูงวัยนามว่า "หลี่จินเหลียน" ได้เดินถือถุงใสข้ามถนนมา ทว่าถุงใบผักกลับขาดออกทำให้อาหารเหล่านั้นกระจายเต็มพื้น ต้าเหล่ยไม่รอช้ารีบปรี่เข้าไปช่วยเก็บอย่างทะนุถนอม ราวกับใบผักเหล่านั้นเป็นของล้ำค่า 

ท่าทางอันเทิดทูนเศษใบผัก ที่นางตั้งใจจะเอาไปให้หมูกินของชายหนุ่มผู้นุ่งห่มผ้าป่านขาดรุ่งริ่งและมีแววตาอันแสนหม่นเศร้า สร้างความสงสารจับใจให้แก่ป้าหลี่ นางจึงเอ่ยปากชวนเขาไปพักผ่อนทานอาหารที่ร้านของชำเล็ก ๆ ของตน 

ต้าเหล่ยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากป้าหลี่และสามีคือ "ลุงหลี่ฉุนกัง" อดีตอาจารย์สอนวิชาเกษตรกรรม ผู้ซึ่งกวักมือเรียกเขาให้ทานน้ำเต้าหู้ร้อน ๆ อัดแน่นไปด้วยธัญพืชและซาลาเปาไส้หมูสับลูกใหญ่แป้งขาว รสชาติอันหวานละมุนและความอุ่นซ่านที่แผ่กระจายทั่วลำคอในคำแรก 

ทำให้น้ำตาของบัณฑิตหนุ่มไหลซึมออกมาด้วยความตื้นตัน ทุกคำที่กลืนลงไปเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดต่อภรรยาและบุตรสาวที่กำลังหิวโหยอยู่เบื้องหลัง จนเขาไม่สามารถทานต่อได้และขอเก็บซาลาเปาที่เหลือกลับไปฝากคนที่เรือน

ความกตัญญูและรักครอบครัวของต้าเหล่ยทำให้สองตายายสะท้อนใจ ลุงหลี่จึงนำเสื้อยืดและกางเกงยีนของบุตรชายมาให้เขาผลัดเปลี่ยนในห้องน้ำ พร้อมทั้งคอยอบรมสั่งสอนวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนยุคใหม่ การปรับเปลี่ยนสรรพนามและคำพูดจาให้เข้ากับยุคสมัย เพราะคิดว่าเด็กหนุ่มคงเพิ่งออกจากเขาลึกเป็นครั้งแรก

 เมื่อถังต้าเหล่ยเดินออกมาในสภาพที่ดูสง่างามสมชายชาตรี เขาก็พยายามล้วงหยิบเหรียญทองแดงโบราณ 3 อีแปะซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่มีติดตัว มอบให้ป้าหลี่เพื่อตอบแทนค่าน้ำใจ ทว่าเงินทองแดงนั้นกลับสร้างความตกตะลึงให้แก่สองตายาย 

ลุงหลี่ได้อธิบายให้ชายหนุ่มฟังว่าในยุคปัจจุบันใช้เงินกระดาษที่เรียกว่าธนบัตร และจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือกันหมดแล้ว ก่อนจะรีบโทรศัพท์เรียก "หลี่หลินเฟิง" บุตรชายผู้เปิดร้านรับซื้อของเก่าให้รีบเดินทางมาดูเหรียญฮั่วปู้สภาพสมบูรณ์ทั้งสามเหรียญนี้

 ซึ่งหลินเฟิงก็ยินดีรับซื้อไว้ในราคาเหรียญละ 2,500 หยวน รวมเป็นเงินสดปึกหนาถึง 7,500 หยวน ทำให้ต้าเหล่ยตื้นตันจนพึมพำออกมาว่าเงินก้อนนี้สามารถซื้อข้าวสารได้นับพันจินเพื่อช่วยชุบชีวิตคนทั้งหมู่บ้าน

เมื่อเห็นความจริงใจของครอบครัวหลี่ ต้าเหล่ยจึงยอมรับว่าตนต้องการหาอาหารและวิชาความรู้กลับไปพัฒนาบ้านเกิดที่กำลังแห้งแล้งกันดาร ลุงหลี่ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาจึงรับปากจะถ่ายทอดวิชาเกษตรกรรมให้อย่างไม่ปิดบัง 

ส่วนป้าหลี่ก็พาร่างในชุดใหม่ของเขาเดินเข้าสู่เขตตลาดเพื่อแนะนำให้รู้จักกับพ่อค้าแม่ค้าใจดี ทั้งเหล่าหวง อาซิ่น และเสี่ยวเต๋อ ทุกคนต่างพากันยกถุงเศษผัก หัวไชเท้า และแครอทให้เขามากมาย อีกทั้งยังได้เศษมันหมูกองโตจากเหล่าอู๋พ่อค้าเขียงหมู 

ซึ่งมันหมูที่คนยุคนี้มองข้ามกลับกลายเป็นขุมทรัพย์ล้ำค่าในสายตาของเขา ต้าเหล่ยหอบของพะรุงพะรังเข้าไปในซอยตันแล้วตั้งจิตเรียกใช้มิติไร้ขีดจำกัดเพื่อจัดเก็บของทั้งหมดลงในพื้นที่ว่างเปล่าทันที ก่อนจะย้อนกลับมาที่ร้านเพื่อใช้เงินหยวนใบสีแดงซื้อข้าวสารเกรดดี แป้งสาลี เกลือสมุทร และเครื่องดื่มหลากสีจากป้าหลี่ โดยนางได้ช่วยเลือกสรรอาหารที่เหมาะสำหรับคนอดอยากและคิดราคาเป็นกันเองเพียง 120 หยวน

ยามที่ถังต้าเหล่ยหอบเสบียงมุ่งหน้ากลับไปยังซอยตันเพื่อเดินทางกลับภพภูมิเดิม ลุงหลี่ที่เกิดความสงสัยในพฤติกรรมอันแปลกแยกคลาดสายตาคล้ายคนโบราณ จึงได้แอบเดินตามหลังไปห่าง ๆ ทว่าภาพที่อดีตครูได้เห็นตรงมุมตึกกลับทำให้ลมหายใจแทบหยุดชะงัก 

เมื่อร่างของเด็กหนุ่มพร้อมถุงเสบียงเลือนหายไปต่อหน้าต่อตาประหนึ่งกลุ่มควัน ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและผนังปูนเย็นชืด ในห้วงมิติอันลึกลับ ต้าเหล่ยได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับเป็นชุดป่านหยาบตัวเดิม 

พลางสดับฟังคำเตือนของเสียงลึกลับที่ก้องกังวานว่าการข้ามภพครั้งต่อไปร่างกายของเขาจะหายไปด้วย ไม่ใช่เพียงดวงวิญญาณ และยังได้รู้ความลับของบ่อน้ำพุตาเทพในมิติที่สามารถเร่งความสมบูรณ์ของพืชพรรณและบำรุงร่างกาย 

รวมถึงเรื่องที่เวลาของยุคโบราณกับยุคอนาคต ยุคโบราณคือตอนกลางคืน ยุคอนาคตปี 2026 คือตอนกลางวัน ดังนั้นในยุคโบราณที่ทุกคนคิดว่าเขากำลังพักผ่อนนั้นเอง คือช่วงเวลาที่เขาจะข้ามมาปี 2026 ในช่วงเวลากลางวัน ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วก้าวข้ามธรณีประตูมิติตัดตรงกลับสู่แคว้นต้าเยี่ยในทันที

ไม่เพียงแต่สร้างความมั่งคั่งในทางพาณิชย์ ถังต้าเหล่ยยังนำความรู้ด้านเกษตรกรรมสมัยใหม่มาปฏิวัติผืนดินอันแห้งแล้งของแคว้นต้าเยี่ย เขาส่งเสริมให้ชาวบ้านหันมาปลูกพืชหัวที่ให้ผลผลิตสูงอย่างมันเทศและมันฝรั่ง 

นำเข้าเมล็ดพันธุ์ข้าวสายพันธุ์พิเศษที่ทนต่อสภาพอากาศแปรปรวน ควบคู่ไปกับการวางระบบชลประทานและทางระบายน้ำแบบใหม่ องค์ความรู้นี้เปรียบเสมือนหยาดน้ำทิพย์ชโลมแผ่นดิน ช่วยชุบชีวิตราษฎรนับหมื่นให้รอดพ้นจากภัยอดอยากครั้งใหญ่ไปได้อย่างปาฏิหาริย์ 

จนเมื่อแคว้นต้าเยี่ยก้าวเข้าสู่ยุคฟื้นฟูหลังสิ้นสุดมรสุมสงคราม วิสัยทัศน์อันโดดเด่นทำให้นามของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักและชักนำให้เขาต้องก้าวเข้าสู่สมรภูมิแห่งน้ำหมึกในราชสำนัก

แม้จะไม่ได้ถือกำเนิดในตระกูลขุนนางเก่าแก่ ทว่าสติปัญญาอันล้ำเลิศและแนวคิดในการบริหารบ้านเมืองที่ล้ำยุค กลับทำให้เขาเปล่งประกายเหนือบัณฑิตทั้งปวง เขาเริ่มจากการสอบผ่านคุณวุฒิซิ่วไฉ ก่อนจะเข้าสู่สนามสอบเซี่ยงซื่ออันหฤโหดร่วมกับบัณฑิตนับหมื่นคนทั่วแคว้น 

และในที่สุด ถังต้าเหล่ยก็สามารถคว้าตำแหน่ง "เจี่ยหยวน" หรือผู้สอบได้อันดับหนึ่งของเมืองเป่ยหนาน ที่มี 20 อำเภอ มาครองได้อย่างสง่างาม ชื่อเสียงความสามารถของเขาสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแผ่นดิน ขุนนางผู้ใหญ่เริ่มจดจำชื่อของเขา ราชสำนักเริ่มจับตามอง แม้กระทั่งองค์จักรพรรดิยังทรงเปิดอ่านคำตอบข้อสอบของบัณฑิตผู้นี้ด้วยพระองค์เอง

ในสายตาของคนยุคนั้น ถังต้าเหล่ยแตกต่างจากบัณฑิตคร่ำครึทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะแทนที่จะเสนอแนวทางแบบเดิม ๆ อย่างการเปิดคลังหลวงแจกจ่ายเสบียงอย่างไร้จุดหมายหรือเพิ่มภาษีรีดไถราษฎร เขากลับเสนอแนวทางที่ทำได้จริงและยั่งยืน 

โดยการเปลี่ยนระบบจาก "แจกข้าว" เป็น "จ้างงาน" ให้ผู้ประสบภัยได้ลงแรงซ่อมแซมคันกั้นน้ำและสร้างคลองระบายน้ำแลกกับค่าแรง เปิดโอกาสให้คหบดีร่วมลงทุนช่วยบ้านเมืองแลกกับการลดหย่อนภาษีอากร ตลอดจนการจัดการโรคระบาดด้วยการแยกพื้นที่ผู้ป่วยและวางโครงสร้างฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะยาว 

ด้วยความเชื่อมั่นอันแรงกล้าว่า ราษฎรไม่ได้ต้องการเพียงความสงสารชั่วครั้งชั่วคราว ทว่าต้องการโอกาสและเครื่องมือในการยืนหยัดขึ้นด้วยลำแข้งของตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี

แม้ว่าในเวลาต่อมา ลาภยศ เงินทอง และเกียรติยศสรรเสริญจะหลั่งไหลเข้าหาเขาดั่งสายน้ำ ทว่าสิ่งที่ถังต้าเหล่ยให้ความสำคัญและหวงแหนที่สุดในชีวิต กลับไม่ใช่บัลลังก์อำนาจหรือป้ายทองพระราชทาน หากแต่เป็น "ครอบครัว" เล็ก ๆ ของเขา 

หัวใจของเขายังคงผูกสมัครรักใคร่ในตัวหมิงจู ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากผู้ไม่เคยคิดทอดทิ้งเขา ในวันที่ไร้อนาคตที่สุดอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย เขารักลูก ๆ ยิ่งกว่าชีวิตของตนเอง ต้าเหล่ยตั้งปณิธานที่จะไม่ยอมให้ลูกสาวของตนต้องถูกพันธนาการด้วยกรอบจารีตโบราณอันคร่ำครึ 

เขาคอยพร่ำสอนโต้วโต้วอยู่เสมอว่าสตรีไม่ใช่เพียงแค่เงาที่ต้องเดินตามหลังบุรุษ ทว่าพวกนางมีสิทธิ์เต็มเปี่ยมที่จะเลือกเส้นทางชีวิตของตนเอง ชายหนุ่มไม่ได้คาดหวังให้บุตรธิดาต้องเติบโตขึ้นเป็นผู้ยิ่งใหญ่เหนือใครในใต้หล้า ขอเพียงแค่มีชีวิตที่สงบสุข ปลอดภัย และไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น เพียงเท่านี้ก็ถือเป็นความสุขสูงสุดของคนเป็นพ่อแล้ว

เมื่อเวลาผ่านไป ความอบอุ่นและโอกาสที่เขาหยิบยื่นให้ก็ได้หล่อหลอมและเปลี่ยนแปลงผู้คนรอบข้างไปจนหมดสิ้น พี่ชายที่เคยอ่อนแอและเคยก้าวพลาด ต่างกลับตัวกลับใจกลายเป็นเสาหลักที่เข้มแข็ง รอยร้าวในครอบครัวถูกสมานด้วยความเข้าใจ เด็กกำพร้าไร้ที่พึ่งมีบ้านพักอันอบอุ่น 

คนงานธรรมดามีอนาคตและเงินเก็บออม สตรีและเด็ก ๆ ในชุมชนได้รับโอกาสในการเข้าเรียนหนังสือเพื่อลืมตาอ้าปาก แม้ว่าตระกูลถังในยามนี้จะร่ำรวยจนเทียบชั้นคหบดีใหญ่ ทว่าวิถีชีวิตของถังต้าเหล่ยและคนในเรือนกลับยังคงเรียบง่ายและถ่อมตน 

ยามค่ำคืนที่ลมหนาวพัดโชย พวกเขายังคงเลือกที่จะนั่งล้อมวงผิงไฟหน้ายุ้งฉาง ปอกเปลือกมันเทศเผาร้อน ๆ กินร่วมกับคนงาน พูดคุยหัวเราะสรวลเสเฮฮากันอย่างเป็นกันเอง ราวกับภาพความยากจนในอดีตได้สลักลึกเตือนใจไม่ให้พวกเขาหลงลืมตน

ในท้ายที่สุด เรื่องราวของ "ถังต้าเหล่ยพ่อค้าข้ามภพ" จึงไม่ใช่เพียงแค่นวนิยายแฟนตาซีที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางข้ามมิติเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือการแก่งแย่งชิงดีในราชสำนัก ทว่ามันคือมหากาพย์ชีวิตของมนุษย์ปุถุชนธรรมดาคนหนึ่ง 

ที่เริ่มต้นจากจุดที่ต่ำที่สุดของชีวิต จากความหิวโหย ความผิดพลาด และสายตาดูถูกเหยียดหยามของสังคม ก่อนจะใช้ความกล้าหาญ หยาดเหงื่อ และสติปัญญา ค่อย ๆ ทุบทำลายกรอบชะตากรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงตนเอง พลิกฟื้นครอบครัว พัฒนาหมู่บ้าน และหยิบยื่นชีวิตใหม่ให้แก่ผู้คนรอบข้างด้วยสองมือของตนเองอย่างแท้จริง 

เพราะในวาระสุดท้าย สิ่งที่ยิ่งใหญ่และมีมูลค่ามากที่สุดในชีวิตของถังต้าเหล่ย ไม่ใช่กองทองคำแท่งล้ำค่า ไม่ใช่ตำแหน่งเจี่ยหยวนอันทรงเกียรติ และไม่ใช่ชื่อเสียงเกียรติภูมิที่จารึกไว้ในราชสำนัก หากแต่เป็นภาพอันเรียบง่ายของคนที่เขารักทุกคน... ที่สามารถกินอิ่มท้อง และมีรอยยิ้มอย่างมีความสุข ที่ไหนมีทุกคนในครอบครัว ที่นั่นก็คือบ้าน

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ถังต้าเหล่ยพ่อค้าข้ามภพ   ปิ่นดอกไห่ถัง 3

    สี่พี่น้องเดินลัดเลาะตามคันนาที่แห้งผากมุ่งหน้าสู่แปลงนาผืนใหญ่ของครอบครัวถัง แสงแดดยามสายเริ่มแผดจ้าแต่ความเหนื่อยล้ากลับถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นในอก เมื่อไปถึงก็พบว่าพ่อถัง แม่ถัง และบรรดาสะใภ้กำลังก้มหน้าก้มตาพรวนดินอย่างขะมักเขม้น"ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วขอรับ!" ต้าเหล่ยตะโกนเรียกมาแต่ไกลโต้วโต้วที่กำลังนั่งเล่นอยู่ใต้ร่มไม้ริมคันนาพอเห็นว่าเป็นใครก็รีบวิ่งเตาะแตะเข้าหาทันที "ท่านพ่อ! ท่านพ่อกลับมาแล้ว!"ต้าเหล่ยรวบตัวลูกสาวขึ้นมาอุ้มพลางหอมแก้มฟอดใหญ่ ก่อนจะหันไปหาแม่ถังที่กำลังปาดเหงื่อ "ท่านแม่ พักสักครู่เถิดขอรับ ข้ามีของจะให้""อะไรรึเจ้าสี่ เหตุใดดูตื่นเต้นเพียงนี้"เขาล้วงเอากล่องไม้ออกมาจากอกเสื้อแล้วหยิบกำไลเงินลายเถาวัลย์ส่งให้มารดา "กำไลวงนี้ข้าตั้งใจซื้อมาให้ท่านขอรับ"แม่ถังมองกำไลเงินเงาวับด้วยความตกตะลึง มือหยาบกร้านสั่นน้อย ๆ ขณะรับมาลูบคลำของล้ำค่า "เจ้าสี่... ของล้ำค่าเช่นนี้แม่จะใส่ได้อย่างไร เก็บเงินไว้เถอะลูก เอาของไปคืนเถอะนะ""ใส่เถอะขอรับ ต่อไปนี้ครอบครัวเราจะดีขึ้น ท่านแม่ไม่ต้องลำบากอีกแล้ว" ต้าเหล่ยรอจนมารดาพยักหน้า ก่อนจะหันไปหาหมิงจูที่ยืน

  • ถังต้าเหล่ยพ่อค้าข้ามภพ   ปิ่นดอกไห่ถัง 2

    ทางด้านต้าซาน ต้าเหอ ต้าเจียง ต่างก็แยกย้ายกันเลือกของ สีหน้าของทั้งสามคนดูเก้ ๆ กัง ๆ มือหยิบแล้ววางหลายรอบ ราวกับกลัวจะทำของล้ำค่าเหล่านี้เสียหาย ต้าซานหยิบปิ่นเงินลายเมฆขึ้นมาดู ก่อนจะหันไปถามน้องชาย "เจ้าสี่…ของพวกนี้มัน…แพงไปหรือไม่"ต้าเหล่ยเห็นหน้าพี่ชายก็หัวเราะออกมาเบา ๆ "ของที่ให้คนในเรือน จะเรียกว่าแพงได้อย่างไรพี่ใหญ่"ต้าซานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าแล้วกำปิ่นไว้แน่น "เช่นนั้น…ข้าขอชิ้นนี้" ต้าเหอกับต้าเจียงเองก็เลือกได้คนละชิ้น เป็นปิ่นเงินลายดอกไม้เรียบ ๆ แต่ดูงดงาม ของทั้งสามคนชิ้นละ 3 ตำลึงต้าเหล่ยเดินไปอีกมุมหนึ่งที่เป็นหยกคุณภาพสูง เขาหยิบจี้หยกรูปปลาคาร์พขึ้นมา แสงสะท้อนผ่านเนื้อหยกจนดูเหมือนปลากำลังว่ายอยู่ในน้ำ "หยกรูปปลาชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่" "20 ตำลึงขอรับ เป็นหยกระดับกลาง แต่แกะสลักลวดลายได้งดงามมาก" "ข้ารับ" เขาไม่ลังเล จากนั้นก็หยิบกำไลหยกอีกวง สีเขียวใสจนแทบมองทะลุ "กำไลวงนี้เล่า" "20 ตำลึงเช่นกันขอรับ" "เอาด้วย"พนักงานเริ่มมองเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากชาวบ้านธรรมดา…กลายเป็นลูกค้าที่จ่ายหนักโดยไม่กะพริบตา ต้าเหล่ยยังไม่หยุด เขาเดินไปหยิบกำไลเงิน

  • ถังต้าเหล่ยพ่อค้าข้ามภพ   ปิ่นดอกไห่ถัง 1

    ต้าซานกับต้าเหล่ยออกจากจวนสกุลหยูแล้วมุ่งหน้าไปทางกลางเมือง ใช้เวลาเดินราว 1 เค่อก็มาถึงร้านนายหน้าปล่อยเช่าที่ดิน ต้าเหอกับต้าเจียงที่มารออยู่ก่อนแล้วรีบเดินปราดเข้ามาหาด้วยสีหน้าตื่นเต้น"ได้เรื่องแล้วเจ้าสี่! พวกเราเช่าโกดังไว้ได้แล้ว" ต้าเหอเอ่ยพลางยื่นม้วนสัญญาเช่าให้น้องชาย "ตั้งอยู่แถวไหนหรือพี่รอง""ตั้งอยู่ชานเมืองทางทิศตะวันตก เป็นทางขึ้นเขาใหญ่ พื้นที่ตรงนั้นกว้างขวางนัก ขนาดราวครึ่งหมู่ มีกำแพงสูงหนาแน่น ประตูมิดชิดแข็งแรงเชียวละ แถมยังมีห้องนอนเล็กๆ สำหรับคนเฝ้าโกดังให้ด้วย ค่าเช่าเดือนละ 3 ตำลึงเงิน พี่จัดการจ่ายล่วงหน้าไปแล้ว 6 เดือน เป็นเงิน 18 ตำลึง นี่คือสัญญาแล้วก็เงินที่เหลือ"ต้าเหล่ยรับม้วนกระดาษมาดูด้วยความพอใจ พร้อมกับเก็บเงินที่เหลือใส่ถุงผ้า"เรารีบไปที่นั่นกันเถอะพี่รอง""ได้ ตามมาเลย""เจ้าสี่ เจ้าไปที่โกดังกับเจ้ารอง เตรียมของออกมาให้พร้อม ส่วนข้ากับเจ้าสามจะย้อนกลับไปแจ้งคนของจวนสกุลหยูให้ตามไปขนของ"ทุกคนพยักหน้าก่อนแยกย้าย ต้าเหล่ยกับต้าเหอเดินออกจากเมืองไปทางประตูทิศตะวันออกที่ต้องผ่านสำนักศึกษา บ้านเรือนแถบนี้ตั้งอยู่ห่างกันพอสมควร บรรยากาศเงียบสงบแล

  • ถังต้าเหล่ยพ่อค้าข้ามภพ   จวนสกุลหยู 2

    "พี่รอง พี่สาม ท่านไปที่ร้านนายหน้าค้าที่ดิน หาเช่าโกดังหรือบ้านหลังที่มิดชิดและอยู่ห่างจากสายตาผู้คน เงินหนึ่งร้อยตำลึงนี่เอาไปเป็นค่ามัดจำกับค่าเช่า""ได้ พี่จะไปดูด้วยตัวเองแล้วเลือกที่ที่เหมาะสมที่สุดไว้ให้เจ้าตัดสินใจ" ต้าเหอรับเงินไป จากนั้นสี่พี่น้องก็แยกทางกันต้าซานพาน้องชายมุ่งหน้าไปยังทิศเหนือของเมืองเป่ยหนาน เป็นที่ตั้งของ จวนสกุลหยู จวนของคหบดีผู้มั่งคั่งที่สุดในละแวกนี้ เมื่อไปถึง ต้าเหล่ยก็ต้องตะลึงกับความหรูหราสมฐานะ กำแพงจวนสูงตระหง่านสีแดงชาดตัดกับกระเบื้องหลังคาสีเข้ม มีผู้คุ้มกันจวนยืนเฝ้าอยู่อย่างแน่นหนา"มาพบใคร?" ผู้คุ้มกันเอ่ยถามเสียงเข้ม สายตาไล่มองตรวจหาอาวุธอย่างละเอียด"ข้ากับพี่ชายมาขอพบนายท่านหยูขอรับ ฝากท่านแจ้งว่าข้ามีการค้าข้าวกับเนื้อสัตว์อยากเสนอให้นายท่านหยูพิจารณา อยากขอเวลาเข้าพบเพียงครู่เดียวขอรับ" ต้าเหล่ยเอ่ยอย่างสุภาพแต่หนักแน่นไม่นานนัก พ่อบ้านวัยห้าสิบเศษนามว่า ท่านลุงเหยียน ก็เดินออกมานำทั้งคู่เข้าไปด้านใน สถาปัตยกรรมภายในจวนช่างงดงาม ทั้งสวนหิน สะพานไม้ข้ามสระบัว และห้องโถงที่มีเครื่องเรือนทำจากไม้จันทน์หอมประดับตกแต่งด้วยแจกันกระเบื้องเค

  • ถังต้าเหล่ยพ่อค้าข้ามภพ   จวนสกุลหยู 1

    หลังจากที่ช่วยกันปลูกผักชุดแรกเสร็จสิ้น ทุกคนก็เตรียมตัวแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน ต้าเหล่ยกับพี่ชายทั้งสามเตรียมมุ่งหน้าเข้าเมือง แต่ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้นำรถเข็นไปด้วย"พี่ใหญ่ ครั้งนี้เราจะไปหาเช่าโกดังหรือบ้านหลังเล็ก ๆ ที่หลบสายตาคนสักหน่อย จะได้ขนของเข้าออกได้สะดวก" ต้าเหล่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง พอทุกคนได้ยินก็พยักหน้ารับขณะเดียวกันพ่อถังแม่ถังกับบรรดาสะใภ้กำลังจะแบกจอบคราดออกไปที่แปลงนา เสียงฝีเท้าที่ลงน้ำหนักอย่างไม่มั่นคงก็ตามมาด้วยน้ำเสียงยี่เกอันคุ้นหูที่ทำให้บรรยากาศอันสดชื่นพลันขุ่นมัว"โอ้... ต้าเหล่ย นี่เจ้ายังมีชีวิตอยู่หรือ พี่ชายคนนี้นึกว่าเจ้าไปเฝ้ายมบาลเสียแล้ว!"ซุนรุ่ยผิง ปรากฏตัวขึ้นในสภาพที่ดูไม่ได้ เสื้อผ้าสีตุ่นหลุดลุ่ย ท่วงท่าล่อกแล่กเดินโอนเอนคล้ายคนไม่ได้สติ กลิ่นสุราฟุ้งไปไกล เขายกมือขึ้นแคะหูพลางทำท่าทางเหมือนพวกนักเลงหัวไม้ที่ไม่เอาไหน "...""เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ วันนี้เจ้าหาเงินมาให้ข้าสักหน่อย พี่ใหญ่คนนี้จะพาเจ้าไปหอเยว่เซียง ช่วงนี้มีแม่นางเลื่องชื่อเข้ามาใหม่ รับรองว่าเจ้าจะติดใจจนลืมทางกลับบ้านทีเดียว"หมิงจูที่ยืนอยู่ข้างหลังต้าเหล่ยหน้าซีดเผือด

  • ถังต้าเหล่ยพ่อค้าข้ามภพ   ความหวังแรกของทุกคน 3

    ต้าเหล่ยได้ยินดังนั้นจึงลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้องไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแบกจอบและคราดเหล็กเงาวับออกมาอย่างละ 10 อัน เขาวางของเหล่านั้นลงกลางโถงเรือน เสียงเหล็กกระทบกันดัง เคร้ง ก็เรียกให้พ่อถังและบรรดาพี่ชายรีบเข้าไปดูด้วยความตื่นเต้น"โอ้! นี่มันเหล็กประเภทใดกัน เหตุใดมันถึงได้แวววาวและดูแข็งแกร่งเช่นนี้ น้ำหนักกำลังพอดีมือ แถมหน้าเหล็กยังคมกริบ ข้าว่าถ้าใช้เจ้านี่ขุดดิน งานที่เคยใช้เวลาทั้งวัน คงเสร็จได้ในพริบตาแน่ ๆ!"ต้าซานลองหยิบจอบขึ้นมาเหวี่ยงดู "ใช่ขอรับพี่ใหญ่ เหล็กที่มาจากอนาคตนั้นแข็งแรงยิ่งนัก" หลังจากมื้ออาหารที่แสนวิเศษจบลง สะใภ้ทั้งสี่คนก็รีบจัดการเก็บถ้วยชามไปล้างทำความสะอาดอย่างว่องไว เศษถุงพลาสติกและซองบรรจุอาหารที่มาจากอนาคตถูกรวบรวมนำไปเผาทิ้งที่หลังเตาจนสิ้นซากตามคำสั่งของพ่อถัง ไม่ให้เหลือหลักฐานใดที่อาจนำภัยมาสู่บ้านถังได้ฝ่ายสะใภ้ใหญ่เร่งมือลวกไส้กรอกที่ล้างจนสะอาดด้วยน้ำเดือด กลิ่นหอมประหลาดที่คนในยุคนี้ไม่คุ้นเคยแต่เย้ายวนใจลอยคลุ้ง นางหั่นมันเป็นชิ้น ๆ แล้วยกออกมาให้ทุกคนได้ชิม"กรอบอร่อยยิ่งนัก! รสชาติดีกว่าเนื้อหมูที่เคยกินเสียอีก!" หลานชายทั้งสามคนตะโกนบอกอย

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status