เข้าสู่ระบบสี่พี่น้องเดินลัดเลาะตามคันนาที่แห้งผากมุ่งหน้าสู่แปลงนาผืนใหญ่ของครอบครัวถัง แสงแดดยามสายเริ่มแผดจ้าแต่ความเหนื่อยล้ากลับถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นในอก เมื่อไปถึงก็พบว่าพ่อถัง แม่ถัง และบรรดาสะใภ้กำลังก้มหน้าก้มตาพรวนดินอย่างขะมักเขม้น"ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วขอรับ!" ต้าเหล่ยตะโกนเรียกมาแต่ไกลโต้วโต้วที่กำลังนั่งเล่นอยู่ใต้ร่มไม้ริมคันนาพอเห็นว่าเป็นใครก็รีบวิ่งเตาะแตะเข้าหาทันที "ท่านพ่อ! ท่านพ่อกลับมาแล้ว!"ต้าเหล่ยรวบตัวลูกสาวขึ้นมาอุ้มพลางหอมแก้มฟอดใหญ่ ก่อนจะหันไปหาแม่ถังที่กำลังปาดเหงื่อ "ท่านแม่ พักสักครู่เถิดขอรับ ข้ามีของจะให้""อะไรรึเจ้าสี่ เหตุใดดูตื่นเต้นเพียงนี้"เขาล้วงเอากล่องไม้ออกมาจากอกเสื้อแล้วหยิบกำไลเงินลายเถาวัลย์ส่งให้มารดา "กำไลวงนี้ข้าตั้งใจซื้อมาให้ท่านขอรับ"แม่ถังมองกำไลเงินเงาวับด้วยความตกตะลึง มือหยาบกร้านสั่นน้อย ๆ ขณะรับมาลูบคลำของล้ำค่า "เจ้าสี่... ของล้ำค่าเช่นนี้แม่จะใส่ได้อย่างไร เก็บเงินไว้เถอะลูก เอาของไปคืนเถอะนะ""ใส่เถอะขอรับ ต่อไปนี้ครอบครัวเราจะดีขึ้น ท่านแม่ไม่ต้องลำบากอีกแล้ว" ต้าเหล่ยรอจนมารดาพยักหน้า ก่อนจะหันไปหาหมิงจูที่ยืน
ทางด้านต้าซาน ต้าเหอ ต้าเจียง ต่างก็แยกย้ายกันเลือกของ สีหน้าของทั้งสามคนดูเก้ ๆ กัง ๆ มือหยิบแล้ววางหลายรอบ ราวกับกลัวจะทำของล้ำค่าเหล่านี้เสียหาย ต้าซานหยิบปิ่นเงินลายเมฆขึ้นมาดู ก่อนจะหันไปถามน้องชาย "เจ้าสี่…ของพวกนี้มัน…แพงไปหรือไม่"ต้าเหล่ยเห็นหน้าพี่ชายก็หัวเราะออกมาเบา ๆ "ของที่ให้คนในเรือน จะเรียกว่าแพงได้อย่างไรพี่ใหญ่"ต้าซานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าแล้วกำปิ่นไว้แน่น "เช่นนั้น…ข้าขอชิ้นนี้" ต้าเหอกับต้าเจียงเองก็เลือกได้คนละชิ้น เป็นปิ่นเงินลายดอกไม้เรียบ ๆ แต่ดูงดงาม ของทั้งสามคนชิ้นละ 3 ตำลึงต้าเหล่ยเดินไปอีกมุมหนึ่งที่เป็นหยกคุณภาพสูง เขาหยิบจี้หยกรูปปลาคาร์พขึ้นมา แสงสะท้อนผ่านเนื้อหยกจนดูเหมือนปลากำลังว่ายอยู่ในน้ำ "หยกรูปปลาชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่" "20 ตำลึงขอรับ เป็นหยกระดับกลาง แต่แกะสลักลวดลายได้งดงามมาก" "ข้ารับ" เขาไม่ลังเล จากนั้นก็หยิบกำไลหยกอีกวง สีเขียวใสจนแทบมองทะลุ "กำไลวงนี้เล่า" "20 ตำลึงเช่นกันขอรับ" "เอาด้วย"พนักงานเริ่มมองเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากชาวบ้านธรรมดา…กลายเป็นลูกค้าที่จ่ายหนักโดยไม่กะพริบตา ต้าเหล่ยยังไม่หยุด เขาเดินไปหยิบกำไลเงิน
ต้าซานกับต้าเหล่ยออกจากจวนสกุลหยูแล้วมุ่งหน้าไปทางกลางเมือง ใช้เวลาเดินราว 1 เค่อก็มาถึงร้านนายหน้าปล่อยเช่าที่ดิน ต้าเหอกับต้าเจียงที่มารออยู่ก่อนแล้วรีบเดินปราดเข้ามาหาด้วยสีหน้าตื่นเต้น"ได้เรื่องแล้วเจ้าสี่! พวกเราเช่าโกดังไว้ได้แล้ว" ต้าเหอเอ่ยพลางยื่นม้วนสัญญาเช่าให้น้องชาย "ตั้งอยู่แถวไหนหรือพี่รอง""ตั้งอยู่ชานเมืองทางทิศตะวันตก เป็นทางขึ้นเขาใหญ่ พื้นที่ตรงนั้นกว้างขวางนัก ขนาดราวครึ่งหมู่ มีกำแพงสูงหนาแน่น ประตูมิดชิดแข็งแรงเชียวละ แถมยังมีห้องนอนเล็กๆ สำหรับคนเฝ้าโกดังให้ด้วย ค่าเช่าเดือนละ 3 ตำลึงเงิน พี่จัดการจ่ายล่วงหน้าไปแล้ว 6 เดือน เป็นเงิน 18 ตำลึง นี่คือสัญญาแล้วก็เงินที่เหลือ"ต้าเหล่ยรับม้วนกระดาษมาดูด้วยความพอใจ พร้อมกับเก็บเงินที่เหลือใส่ถุงผ้า"เรารีบไปที่นั่นกันเถอะพี่รอง""ได้ ตามมาเลย""เจ้าสี่ เจ้าไปที่โกดังกับเจ้ารอง เตรียมของออกมาให้พร้อม ส่วนข้ากับเจ้าสามจะย้อนกลับไปแจ้งคนของจวนสกุลหยูให้ตามไปขนของ"ทุกคนพยักหน้าก่อนแยกย้าย ต้าเหล่ยกับต้าเหอเดินออกจากเมืองไปทางประตูทิศตะวันออกที่ต้องผ่านสำนักศึกษา บ้านเรือนแถบนี้ตั้งอยู่ห่างกันพอสมควร บรรยากาศเงียบสงบแล
"พี่รอง พี่สาม ท่านไปที่ร้านนายหน้าค้าที่ดิน หาเช่าโกดังหรือบ้านหลังที่มิดชิดและอยู่ห่างจากสายตาผู้คน เงินหนึ่งร้อยตำลึงนี่เอาไปเป็นค่ามัดจำกับค่าเช่า""ได้ พี่จะไปดูด้วยตัวเองแล้วเลือกที่ที่เหมาะสมที่สุดไว้ให้เจ้าตัดสินใจ" ต้าเหอรับเงินไป จากนั้นสี่พี่น้องก็แยกทางกันต้าซานพาน้องชายมุ่งหน้าไปยังทิศเหนือของเมืองเป่ยหนาน เป็นที่ตั้งของ จวนสกุลหยู จวนของคหบดีผู้มั่งคั่งที่สุดในละแวกนี้ เมื่อไปถึง ต้าเหล่ยก็ต้องตะลึงกับความหรูหราสมฐานะ กำแพงจวนสูงตระหง่านสีแดงชาดตัดกับกระเบื้องหลังคาสีเข้ม มีผู้คุ้มกันจวนยืนเฝ้าอยู่อย่างแน่นหนา"มาพบใคร?" ผู้คุ้มกันเอ่ยถามเสียงเข้ม สายตาไล่มองตรวจหาอาวุธอย่างละเอียด"ข้ากับพี่ชายมาขอพบนายท่านหยูขอรับ ฝากท่านแจ้งว่าข้ามีการค้าข้าวกับเนื้อสัตว์อยากเสนอให้นายท่านหยูพิจารณา อยากขอเวลาเข้าพบเพียงครู่เดียวขอรับ" ต้าเหล่ยเอ่ยอย่างสุภาพแต่หนักแน่นไม่นานนัก พ่อบ้านวัยห้าสิบเศษนามว่า ท่านลุงเหยียน ก็เดินออกมานำทั้งคู่เข้าไปด้านใน สถาปัตยกรรมภายในจวนช่างงดงาม ทั้งสวนหิน สะพานไม้ข้ามสระบัว และห้องโถงที่มีเครื่องเรือนทำจากไม้จันทน์หอมประดับตกแต่งด้วยแจกันกระเบื้องเค
หลังจากที่ช่วยกันปลูกผักชุดแรกเสร็จสิ้น ทุกคนก็เตรียมตัวแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน ต้าเหล่ยกับพี่ชายทั้งสามเตรียมมุ่งหน้าเข้าเมือง แต่ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้นำรถเข็นไปด้วย"พี่ใหญ่ ครั้งนี้เราจะไปหาเช่าโกดังหรือบ้านหลังเล็ก ๆ ที่หลบสายตาคนสักหน่อย จะได้ขนของเข้าออกได้สะดวก" ต้าเหล่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง พอทุกคนได้ยินก็พยักหน้ารับขณะเดียวกันพ่อถังแม่ถังกับบรรดาสะใภ้กำลังจะแบกจอบคราดออกไปที่แปลงนา เสียงฝีเท้าที่ลงน้ำหนักอย่างไม่มั่นคงก็ตามมาด้วยน้ำเสียงยี่เกอันคุ้นหูที่ทำให้บรรยากาศอันสดชื่นพลันขุ่นมัว"โอ้... ต้าเหล่ย นี่เจ้ายังมีชีวิตอยู่หรือ พี่ชายคนนี้นึกว่าเจ้าไปเฝ้ายมบาลเสียแล้ว!"ซุนรุ่ยผิง ปรากฏตัวขึ้นในสภาพที่ดูไม่ได้ เสื้อผ้าสีตุ่นหลุดลุ่ย ท่วงท่าล่อกแล่กเดินโอนเอนคล้ายคนไม่ได้สติ กลิ่นสุราฟุ้งไปไกล เขายกมือขึ้นแคะหูพลางทำท่าทางเหมือนพวกนักเลงหัวไม้ที่ไม่เอาไหน "...""เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ วันนี้เจ้าหาเงินมาให้ข้าสักหน่อย พี่ใหญ่คนนี้จะพาเจ้าไปหอเยว่เซียง ช่วงนี้มีแม่นางเลื่องชื่อเข้ามาใหม่ รับรองว่าเจ้าจะติดใจจนลืมทางกลับบ้านทีเดียว"หมิงจูที่ยืนอยู่ข้างหลังต้าเหล่ยหน้าซีดเผือด
ต้าเหล่ยได้ยินดังนั้นจึงลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้องไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแบกจอบและคราดเหล็กเงาวับออกมาอย่างละ 10 อัน เขาวางของเหล่านั้นลงกลางโถงเรือน เสียงเหล็กกระทบกันดัง เคร้ง ก็เรียกให้พ่อถังและบรรดาพี่ชายรีบเข้าไปดูด้วยความตื่นเต้น"โอ้! นี่มันเหล็กประเภทใดกัน เหตุใดมันถึงได้แวววาวและดูแข็งแกร่งเช่นนี้ น้ำหนักกำลังพอดีมือ แถมหน้าเหล็กยังคมกริบ ข้าว่าถ้าใช้เจ้านี่ขุดดิน งานที่เคยใช้เวลาทั้งวัน คงเสร็จได้ในพริบตาแน่ ๆ!"ต้าซานลองหยิบจอบขึ้นมาเหวี่ยงดู "ใช่ขอรับพี่ใหญ่ เหล็กที่มาจากอนาคตนั้นแข็งแรงยิ่งนัก" หลังจากมื้ออาหารที่แสนวิเศษจบลง สะใภ้ทั้งสี่คนก็รีบจัดการเก็บถ้วยชามไปล้างทำความสะอาดอย่างว่องไว เศษถุงพลาสติกและซองบรรจุอาหารที่มาจากอนาคตถูกรวบรวมนำไปเผาทิ้งที่หลังเตาจนสิ้นซากตามคำสั่งของพ่อถัง ไม่ให้เหลือหลักฐานใดที่อาจนำภัยมาสู่บ้านถังได้ฝ่ายสะใภ้ใหญ่เร่งมือลวกไส้กรอกที่ล้างจนสะอาดด้วยน้ำเดือด กลิ่นหอมประหลาดที่คนในยุคนี้ไม่คุ้นเคยแต่เย้ายวนใจลอยคลุ้ง นางหั่นมันเป็นชิ้น ๆ แล้วยกออกมาให้ทุกคนได้ชิม"กรอบอร่อยยิ่งนัก! รสชาติดีกว่าเนื้อหมูที่เคยกินเสียอีก!" หลานชายทั้งสามคนตะโกนบอกอย่







