로그인“น้องรอง เจ้าใจเย็นก่อน พวกเรารีบกลับบ้านกันเถอะ” ถานจื่อเดินกลับมาหาน้องชายที่ชักจะอารมณ์เสียเพราะปากของชาวบ้านเสียแล้ว
“ขอรับพี่ใหญ่” ถานม่อจือจำต้องรับคำและรีบเดินพาเด็ก ๆ กลับบ้านตระกูลถาน
ชาวบ้านหลายคนยังซุบซิบนินทาคนตระกูลถานไม่หยุด พวกเขาต่างคิดว่าคนบ้านถานหิวจนเป็นบ้ากันไปหมดแล้ว
“พวกเจ้ารีบเอาไม้ฟืนไปกองไว้ก่อน รอเก็บลูกสนเสร็จค่อยออกไปทำงานที่เมืองก็แล้วกันนะ เซียนเซียน เจ้าแน่ใจนะว่าจะเอาฟืนพวกนี้ไปแลกอาหารได้” ถานจื่อบอกเมื่อพวกเขากลับมาถึงลานซอมซ่อหน้าบ้านตระกูลถาน
“แน่ใจเจ้าค่ะท่านลุง ข้าจะบอกวิธีกินลูกสนก่อนจึงจะนำฟืนออกไปแลกเจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนยิ้มบางตอบ นางไม่ลืมว่าฟืนหนึ่งกองจะได้สิบแต้ม หนึ่งแต้มสามารถแลกซาลาเปาแป้งขาวได้มากถึงสามลูก หากต้องการแลกซาลาเปาไส้หมูต้องใช้แต้มสองแต้มต่อซาลาเปาหนึ่งก้อน ถานเซียนเซียนไม่รู้ว่าฟืนที่หามาวันนี้จะแลกได้ทั้งหมดกี่แต้ม และถ้านางแลกเป็นซาลาเปาไส้เนื้อ คนในบ้านจะสงสัยนางหรือไม่ เพราะตอนนี้เป็นช่วงภัยพิบัติ เนื้อจึงนับเป็นของหายากราวกับขึ้นสวรรค์เลยทีเดียว ถานเซียนเซียนจึงต้องคิดให้ดีก่อนแลกอาหาร
“อืม… ทำอย่างที่เจ้าว่าเถอะ เจ้าไปรอพวกเราที่ห้องครัวก่อนก็ได้ เก็บฟืนเสร็จแล้วพวกลุงจะตามไปทีหลังนะ” ถานจื่อพยักหน้าให้หลานสาวคนเดียวของเขา
“เจ้าค่ะท่านลุง” ถานเซียนเซียนในตัวยังมีลูกสนอีกหลายลูก นางคิดว่าเตาในห้องครัวน่าจะยังมีไฟคุกรุ่นอยู่เป็นแน่จึงรีบเดินเร็ว ๆ ไปทันที
“ท่านลุง ท่านพ่อ ข้าไปดูพี่สาวนะขอรับ” ถานเหยาจื่อวิ่งไปวางฟืนกองเล็กที่ตัวเขาสามารถถือกลับมาได้ก่อนหน้านี้ไม่นาน เขารีบวิ่งมาบอกเมื่อเห็นเพียงด้านหลังพี่สาวที่กำลังตรงไปยังห้องครัว เขาอยากรู้มากว่าลูกสนจะกินได้อย่างไร
“ไปเถอะ ๆ” ถานม่อจือและถานจื่อตอบรับคำพร้อมกัน พวกเขาเข้าใจความคิดเด็ก ๆ ของถานเหยาจื่อดี เด็กอย่างเขาคิดเพียงเรื่องกินให้อิ่มท้องก็เท่านั้น
“ท่านพ่อ ท่านอา พวกเราไปทำงานในเมืองก่อนนะขอรับ” ถานจงหยางกับถานจงซิงเดินมาบอกพร้อมรอยยิ้มบาง พวกเขาอดขำน้องชายคนเล็กของบ้านไม่ได้
“ไปเถอะ อย่ากลับค่ำนักเล่า” ถานจื่อพยักหน้าบอกลูกชายทั้งสองคนซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการหาเงินให้กับบ้านเขา
“พวกเราทราบแล้วขอรับ” ชายหนุ่มทั้งสองรับคำและหันหลังเดินออกจากลานบ้าน
“พี่ใหญ่ พวกเราก็ไปดูเซียนเซียนกันเถิดขอรับ” ถานม่อจือหันไปเรียกพี่ชาย
“ได้สิ ไปกัน” ถานจื่อพยักหน้ารับคำน้องชาย เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหลานสาวจะใช้วิธีใดทำให้ลูกสนแข็ง ๆ พวกนั้นกินได้กันแน่
ถานเซียนเซียนก่อไฟเพิ่มเข้าเตาที่ยังมีไอร้อนอยู่อย่างรวดเร็ว แม่กับป้าสะใภ้ของนางกำลังช่วยกันเย็บผ้าเช็ดหน้าเพื่อส่งขายเหมือนกับทุกวัน ส่วนถานฟานปู่ของนางก็กำลังนอนพักผ่อนตามอายุที่มากขึ้นทุกวัน ยังดีที่ท่านไม่ได้เจ็บป่วยจนพวกเขาต้องหาเงินมารักษาเหมือนตอนย่าป่วย
“พี่สาว ลูกสนกินยังไงหรือขอรับ” ถานเหยาจื่อวิ่งมาถึงห้องครัวก็เห็นพี่สาวกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่หน้าเตาอันเดียวของบ้าน
“น้องรออีกสักหน่อย ให้ไฟแรงกว่านี้ก่อนแล้วค่อยโยนลูกสนเข้าไปข้างใน” ถานเซียนเซียนหันไปบอกน้องชายที่กำลังยิ้มหน้าบานรอกินอย่างใจจดใจจ่อ
“ทราบแล้วขอรับพี่สาว” ถานเหยาจื่อพยักหน้าหงึกหงักรับคำ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโยนลูกสนเข้ากองไฟกัน แล้วลูกสนมันจะไม่ไหม้เหมือนกับฟืนใช่ไหม
ไม่นานไฟในเตาก็ร้อนได้ที่ ถานเซียนเซียนโยนลูกสนที่นำมาเข้าไปหลายสิบลูกในคราวเดียว นางยังหันไปขอลูกสนจากน้องชายมาโยนใส่เข้าไปอีก พอดีกับที่ท่านลุงและพ่อของนางมาเห็นเข้าพอดี
“โยนเข้าไปอย่างนั้นแล้วมันจะกินยังไงกันล่ะเซียนเซียน ลูกแน่ใจนะว่าลูกสนแข็ง ๆ พวกนี้มันจะกินได้” ถานม่อจืออดถามขึ้นมาไม่ได้ เขายังไม่เคยเห็นวิธีกินแบบนี้มาก่อนจริง ๆ ขนาดรากไม้ที่เคยขุดมา พวกเขายังต้องนำมาทุบให้อ่อนก่อนต้มเพื่อกินประทังชีวิตเลย แล้วลูกสนพวกนี้พอไหม้ไฟแล้วมันจะกินได้ยังไง
“ท่านพ่อไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ รอมีเสียงดังเปรี๊ยะ เราก็เขี่ยมันออกมากินได้แล้ว” ถานเซียนเซียนรู้ดีว่าถ้าไฟแรงพอ เปลือกลูกสนก็จะแตกออกให้เห็นเนื้อในสีขาวนวล
“มันกินได้แน่นะเซียนเซียน ถ้ากินเข้าไปพวกเราคงไม่เป็นอะไรใช่ไหม” ถานจื่ออดถามหลานสาวขึ้นมาอีกคนไม่ได้ เขาเองก็เพิ่งเคยเห็นวิธีกินแบบนี้เหมือนกัน
“ท่านลุงกับท่านพ่อรอสักครู่นะเจ้าคะ อีกไม่นานก็กินได้แล้วเจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนหันไปยิ้มแป้นบอกอย่างขำ ๆ นางเห็นท่าทางอิหลักอิเหลื่อของพวกเขาแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าพวกเขาได้ลองกินลูกสนนี้ขึ้นมาสีหน้าจะเป็นยังไงกัน
ถานจื่อกับถานม่อจือหันมองหน้ากันอย่างงง ๆ พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมถานเซียนเซียนถึงได้แสดงท่าทีขบขันออกมาแบบนั้น
“ท่านพี่ ๆ มีเสียงเปรี๊ยะ ๆ ออกมาแล้วขอรับ” ถานเหยาจื่อที่นั่งเฝ้าเตาอย่างตื่นเต้นรีบพูดขึ้นเสียงดัง เขาอยากรู้แล้วว่ารสชาติของลูกสนจะเป็นอย่างไร
“เจ้ารอเดี๋ยว พี่จะเขี่ยออกมาให้” ถานเซียนเซียนหยิบไม้ท่อนหนึ่งขึ้นมาแล้วเขี่ยลูกสนออกมาดูใกล้ ๆ พอเห็นว่าเปลือกสนกระเทาะออกมาจริง ๆ แล้ว นางก็เขี่ยออกมาด้านนอกเตาหลายลูกและรอให้มันเย็นลง
“ท่านพี่ เมื่อไหร่จะกินได้เหรอขอรับ” ถานเหยาจื่ออดถามอีกครั้งไม่ได้ เขาเห็นสีขาว ๆ ที่อยู่ด้านในเปลือกสนหนาตรงหน้าแล้ว แต่เพราะพี่สาวยังไม่อนุญาต เขาจึงไม่กล้ายื่นมือไปหยิบมาลองกินดู
“รอมันเย็นเสียก่อน ประเดี๋ยวจะลวกมือเจ้านะ” ถานเซียนเซียนส่ายหัวไม่ให้น้องชายรีบจับลูกสนซึ่งยังร้อนกรุ่นจนควันลอยออกมาตรงหน้า
“เซียนเซียน เอาไปแช่น้ำดีไหมลูก มันจะได้หายร้อนเร็ว ๆ” ถานม่อจือเองก็อยากลองลูกสนที่ลูกสาวเขาบอกว่ากินได้เช่นกัน
“ไม่ได้เจ้าค่ะท่านพ่อ รสชาติของลูกสนเมื่อถูกแช่น้ำแล้วมันจะไม่อร่อยเท่าลูกสนย่างร้อน ๆ นะเจ้าคะ ทนรอกันสักหน่อยนะ” ถานเซียนเซียนส่ายหน้าปฏิเสธ
ทั้งสี่คนรอกันอยู่เกือบสองเค่อจึงได้รับลูกสนที่ถานเซียนเซียนกระเทาะเปลือกแข็งออกมาแล้วเหลือเพียงเนื้อในสีขาวนวลส่งให้ลิ้มลอง
“พี่สาว! อร่อยมากเลยขอรับ” ถานเหยาจื่อเคี้ยวคำเดียวก็หมดเกลี้ยงรีบเอ่ยขึ้น
“ใช่ ๆ อร่อยมากจริง ๆ เซียนเซียน” ถานจื่อและถานม่อจือเอ่ยขึ้นพร้อมกันทันทีที่ลิ้มรสชาติหวานมันกลมกล่อมเข้าไป
“พวกท่านรู้วิธีทำแล้วใช่ไหมเจ้าคะ เราขุดหลุมก่อไฟขึ้นมาอีกสองสามหลุมแล้วทำพร้อมกันก็ได้นะเจ้าคะ เย็นนี้จะได้กระเทาะลูกสนออกมาให้ทุกคนในบ้านกินอิ่มกันสักมื้อเสียที” ถานเซียนเซียนยิ้มกว้างบอก นางยังต้องเอาฟืนมาแลกอาหารอีก
“ได้ ๆ ลุงกับพ่อของหลานจะรีบไปขุดหลุมเดี๋ยวนี้” ถานจื่อพยักหน้ารับอย่างเร็ว เขาเองก็อยากให้ทุกคนในบ้านได้กินอิ่มเช่นกัน ลูกสนที่เก็บมาวันนี้มีจำนวนมากพอให้ทุกคนกินจนอิ่มท้องได้แน่
ถานเซียนเซียนบอกน้องชายให้ดูแลลูกสนในเตาครัวแทน ส่วนนางก็เดินเลี่ยงไปทางไม้ฟืนที่เก็บมาจำนวนมากในวันนี้และขนพวกมันขึ้นรถเข็นคันเล็กของบ้านแล้วเข็นออกจากลานบ้านตระกูลถานไป
“ไม่รู้ว่าเซียนเซียนจะเอาไม้ฟืนไปแลกที่ไหนกันนะ” ถานจื่อหันไปถามน้องชายซึ่งกำลังช่วยเขาขุดหลุมอยู่ใกล้ ๆ กันในลานหน้าห้องครัว
“ข้าคิดว่านางคงไปหาเถ้าแก่ในเมืองหรือเปล่าขอรับ แถวหมู่บ้านเราจะมีใครยอมแลกอาหารกับไม้ฟืนไร้ค่านั่นกันเล่า” ถานม่อจือตอบกลับตามที่คิด เขาเองก็ไม่ได้ถามลูกสาวก่อนออกไปจึงได้แต่คาดเดา
“อืม… ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แล้วนางเข้าไปในเมืองคนเดียวจะปลอดภัยไหม ให้เหยาจื่อตามนางไปดีไหม” ถานจื่ออดเป็นห่วงหลานสาวของเขาไม่ได้
“คงไม่ทันแล้วล่ะท่านพี่ นางน่าจะไปไกลแล้วขอรับ ทางเข้าเมืองก็ไม่ได้เปลี่ยวอะไร ข้าคิดว่านางคงไม่เป็นไรหรอกขอรับ” ถานม่อจือถึงจะเป็นห่วงลูกสาวอยู่บ้าง แต่เขาก็เชื่อมั่นว่าลูกสาวเขาต้องเอาตัวรอดได้แน่
สองพี่น้องคุยกันไปทำงานกันไป ไม่นานพวกเขาก็มีหลุมเตาเพิ่มขึ้นมาอีกสี่เตาในคราวเดียว ลูกสนจำนวนมากถูกแบ่งเผาในหลุมทั้งหมด พวกเขายังนำไม้มาทำเป็นที่คีบลูกสนซึ่งกำลังเผาอยู่ด้วย ทางด้านถานเหยาจื่อก็สนุกกับการเติมฟืนและเผาลูกสนเพิ่มอยู่ในห้องครัว เขาวิ่งไปเอาตะกร้าสานใบเล็กของตัวเองใส่ลูกสนมาไว้เผาเป็นจำนวนมากไม่ต่างจากลุงและพ่อของเขา
ถานเซียนเซียนไม่ได้เข็นรถขนฟืนไปไกลจากหมู่บ้านมากนัก นางมองซ้ายมองขวาก่อนจะเข็นมันเข้าไปหลังพุ่มไม้เมื่อเห็นว่าไม่มีใครผ่านไปมา
[ ระบบ ไม้ฟืนพวกนี้แลกได้กี่แต้ม ] ถานเซียนเซียนเอ่ยถามขึ้นในใจ
[ ไม้ฟืนสิบกองแลกได้ทั้งหมดหนึ่งร้อยแต้ม เจ้านายต้องการแลกหรือไม่ ]
[ แลกหมดเลย ] ถานเซียนเซียนไม่คิดว่าจะได้แต้มมากขนาดนี้ เพราะไม้ฟืนที่นางนำใส่รถมาไม่ได้มากมายอะไรนัก
หลังมื้อเช้าวันต่อมา ขบวนของถานเซียนเซียนก็ออกเดินทางกันอีกครั้งอย่างไม่เร่งร้อน ถานเซียนเซียนที่เพิ่งกินอิ่ม พอขึ้นรถม้าได้ไม่นานก็หลับไปสิบห้าวันต่อมา การเดินทางดั่งหอยทากของถานเซียนเซียนในที่สุดก็จบลงเสียที นางไปส่งครอบครัวลุงใหญ่กับท่านปู่ไว้ที่จ้วงจื่อก่อน จากนั้นนางกับต้วนหยูก็กลับจวนโหวเพื่อเตรียมเข้าเฝ้าฝ่าบาทในวันพรุ่งนี้ เพราะพวกเขาส่งคนไปแจ้งกำหนดการมาถึงให้คนในวังทราบแล้วตั้งแต่สองวันก่อน“พี่ใหญ่ ไม่ได้พบกันเสียนาน พวกท่านสบายดีนะขอรับ” ถานม่อจือถามพี่ชายที่เพิ่งเดินออกจากเรือนที่พวกเขาเลือกเอาไว้ให้มายังห้องโถงรับแขก“สบายดีมากเลยล่ะ พวกเจ้าเล่าเป็นอย่างไรบ้าง” ถานจื่อเองก็นึกห่วงน้องชายไม่น้อยไปกว่าถานม่อจือเช่นเดียวกัน“พวกเราก็สบายดีขอรับ ตั้งแต่ได้ทำน้ำหอมขาย พวกเราก็ไม่ได้ทำงานสวนอีกเลยขอรับท่านพี่ อ้อ รอพวกท่านหายเหนื่อยก่อน ข้ากับฟู่เหมยจะพาท่านไปดูเครื่องทำน้ำหอมนะขอรับ ในนั้นพวกเราเก็บน้ำหอมที่ผสมแล้วไว้ให้พวกท่านด้วยคนละขวด ข้าคิดว่าพวกท่านต้องชอบแน่ขอรับ” ถานม่อจือกล่าวพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขากับเมียใช้เวลาว่างผสมน้ำหอมให้เป็นกลิ่นที่เหมาะกับบุคลิกของคนในครอบคร
“คารวะท่านปู่ขอรับ/เจ้าค่ะ” ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนเห็นถานฟานมาถึงก็รีบลุกขึ้นค้อมกายคำนับอย่างนอบน้อม พวกเขาเห็นถานฟานดูสบายดีก็อดยกยิ้มไม่ได้“ไฮ้ ตามสบาย ๆ จะมากพิธีไปทำไมกัน พวกเจ้ามาได้อย่างไร ปู่ได้ข่าวว่าพวกเจ้ามีภารกิจที่ฝ่าบาทมอบให้มิใช่หรือ” ถานฟานรู้ข่าวลูกหลานจากจดหมายที่ถานม่อจือให้คนส่งมายังหมู่บ้านทุกเดือน“พวกเราเสร็จงานแล้วขอรับ เซียนเซียนเลยอยากแวะมาเยี่ยมทุกคนที่นี่ก่อนจะเดินทางกลับเมืองหลวงน่ะขอรับ” ต้วนหยูตอบแทนถานเซียนเซียนที่เอาแต่เล่นกับหลานชายของนางซึ่งพี่สะใภ้พามาหาก่อนหน้านี้“อ้อ มาถึงกันตั้งแต่เมื่อใดเล่า เดินทางเหนื่อยหรือไม่” ถานฟานกลัวหลาน ๆ จะเหนื่อยล้าเกินไปจากการเดินทางไกล“ไม่เหนื่อยเลยขอรับ พวกเราไม่ได้เร่งร้อนเดินทางนัก” ต้วนหยูบอกยิ้ม ๆ เขาเห็นท่าทางสดใสของถานเซียนเซียนก็อดคิดถึงตอนที่นางให้กำเนิดบุตรไม่ได้ หากว่าเป็นลูกของพวกเขาเอง ถานเซียนเซียนจะอารมณ์ดีมากสักแค่ไหนกันที่ได้เล่นกับลูก“อืม… เที่ยงนี้อยู่กินข้าวกับปู่นะ เดี๋ยวปู่จะให้คนไปตักปลามาทำอาหารให้พวกเจ้ากินกัน ปลาในสระบ้านเราออกลูกออกหลานมาจนกินไม่ทันแล้ว” ถานฟานที่มักจะกินปลาแทบทุกวันเ
ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนพักผ่อนอยู่ที่เมืองถิงสือเพียงสามวัน ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางออกจากเมืองถิงสือไปยังด่านเมฆาโดยใช้เวลามากถึงสองวัน“น้องหญิง พักกันที่ด่านก่อนดีกว่านะ พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ” ต้วนหยูเห็นว่าใกล้จะถึงยามพระอาทิตย์ตกดินแล้ว“ก็ได้เจ้าค่ะ ท่านพี่ให้คนตั้งค่ายเถอะ” ถานเซียนเซียนความจริงอยากเดินทางผ่านช่องแคบก่อนค่อยหยุดพัก เพียงแต่การเดินทางยามค่ำคืนบนเส้นทางนี้ยังอันตรายเกินไป เพราะตลอดเส้นทางเป็นทางแคบยาวไปมากกว่าสามสิบลี้ นางจึงไม่อยากขัดใจต้วนหยูที่ให้หยุดพักบริเวณด่านตรวจ เมื่อก่อน ด้านหน้าด่านตรวจนี้จะมีผู้อพยพจำนวนมากอาศัยอยู่ แต่ตั้งแต่ทางการเกณฑ์ผู้อพยพไปสร้างคลองส่งน้ำ ที่นี่ก็ไม่มีผู้อพยพเหลืออยู่อีกต่อไป พวกเขาต่างช่วยกันขุดคลองส่งน้ำไปยังถิ่นฐานของตนเองจนทำให้พวกเขาได้กลับไปอยู่ที่บ้านเดิมกันแทบจะหมดแล้ว มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ย้ายถิ่นฐานเข้าไปอยู่ในเมืองอื่นแต่ก็ไม่ได้ไกลจากบ้านเดิมของพวกเขามากนัก“ท่านพี่ ข้าอยากไปเยี่ยมท่านปู่ที่หมู่บ้านก่อนกลับเมืองหลวงได้ไหมเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนเอ่ยถามก่อนเข้านอนบนรถม้าคืนนั้น นางคิดมาพักใหญ่แล้วแต่ไม่กล้าถามต้วน
“น้องหญิงไม่ต้องรีบร้อน ใจเย็น ๆ รับรองว่าเราไปถึงถิงสือตรงเวลาแน่นอน” ต้วนหยูได้แต่ต้องให้คำมั่นกับถานเซียนเซียน เขาไม่อยากให้นางอารมณ์เสีย ถานเซียนเซียนเห็นสีหน้าจริงจังของต้วนหยูเข้าก็ไม่อยากงอแงอีก นางกลัวว่าเขาจะรำคาญที่นางงี่เง่าเอาแต่ใจมากเกินไป เมื่อสามเดือนก่อน ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนทราบข่าวจากองครักษ์ลับว่าฝ่าบาทส่งขุนนางกรมเกษตรมาเรียนรู้วิธีการปลูกดอกบัวที่เมืองถิงสือ พระองค์ยังมีรับสั่งให้ขุนนางเหล่านั้นตรวจสอบที่ดินในเมืองอื่นเพื่อหาดินที่เหมือนกับเมืองถิงสือด้วย เนื่องจากฝ่าบาทเห็นว่าการทำสวนบัวนี้สามารถช่วยเหลือราษฎรที่มีที่ดินซึ่งไม่สามารถปลูกพืชได้มาก พระองค์จึงคิดจะส่งเสริมราษฎรให้ทำสวนบัวเพิ่มขึ้นสิบเจ็ดวันต่อมา ขบวนของถานเซียนเซียนมาถึงหน้าประตูเมืองถิงสือที่ตอนนี้มีชาวบ้านมากมายมานั่งรอรับเสด็จอยู่เป็นจำนวนมาก เสียงถวายพระพรดังก้องไปทั่วบริเวณเมื่อรถม้าของนางเคลื่อนผ่าน ทำเอาถานเซียนเซียนรู้สึกแปลกใจไม่น้อย“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะท่านพี่ เหตุใดชาวบ้านจึงมากันมากมายเช่นนี้” ถานเซียนเซียนอดกังวลไม่ได้ นางกลัวว่าพวกเขาจะมีสิ่งใดให้นางช่วยหรือไม่จึงได้พากันมาเช่นนี้
ถานเซียนเซียนเดินดูที่ดินต่ออีกพักใหญ่ ก่อนที่นางจะชวนพวกเขากลับเข้าเมืองถิงสือเพื่อเขียนแผนผังการทำฟาร์มบัวของนาง“น้องหญิงมีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า” ต้วนหยูเห็นนางเขียนหนังสืออยู่นานตั้งแต่กลับมาถึงจวนจึงอดเป็นห่วงไม่ได้“ตอนนี้ยังไม่มีเจ้าค่ะ ท่านพี่ไปตรวจสอบเสบียงเสร็จแล้วหรือเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนยังคงก้มหน้าก้มตาเขียนต่อทั้งที่เพิ่งถามสามีเสร็จ“อืม… ตรวจได้กว่าครึ่งแล้วล่ะ เจ้าเมืองจัดเก็บได้อย่างเป็นระเบียบ พี่เลยตรวจได้เร็วกว่าที่คาดเอาไว้น่ะ” ต้วนหยูนั่งลงช่วยฝนหมึกให้ถานเซียนเซียน“อา… เช่นนั้นงานของท่านพี่ก็เสร็จเร็วกว่ากำหนดสิเจ้าคะ แบบนี้สวนบัวของข้าคงจัดการไม่ทันเวลาที่เราต้องออกเดินทางไปซานหลางสิเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนอดกังวลไม่ได้ นางยังต้องสอนคนงานที่เจ้าเมืองถิงสือหาให้ก่อนจึงจะวางใจได้“เจ้าไม่ต้องรีบ พี่จะรอจนกว่าเจ้าจัดการที่ดินผืนนั้นเสร็จค่อยออกเดินทาง อย่างไรเสียก็ยังเหลือเมืองทางตะวันตกที่ต้องตรวจสอบอีกแค่สี่เมืองเท่านั้น” ต้วนหยูไม่ได้เร่งร้อนที่จะตรวจงานมากนัก เขาแค่อยากตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนจากไป“ขอบคุณท่านพี่ที่เข้าใจข้านะเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนหันไปหอมแก้มข
[ ระบบ ดินที่นี่เหมาะสมที่จะปลูกแตงโมหรือเปล่า ] ถานเซียนเซียนคิดว่าที่นี่น่าจะสามารถส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกแตงโมขายได้บ้าง[ หากเปลี่ยนดินใหม่ก็จะปลูกได้ผลผลิตดีมากขอรับ เจ้านายต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่ขอรับ ] ระบบในที่สุดก็หาเรื่องแลกเปลี่ยนกับถานเซียนเซียนได้เสียที[ อืม… รอก่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะสำรวจดูว่าตรงไหนที่ฝ่าบาทพระราชทานให้ ข้าจะจ้างชาวบ้านปลูกแตงโมเพิ่มในที่ดินสามร้อยหมู่นั่นเอง ] ถานเซียนเซียนยังไม่รู้เลยว่าที่ดินในเมืองนี้ของนางอยู่ที่ใด หากว่ามีคลองน้ำไหลผ่าน นางก็จะให้คนขุดทางน้ำเพิ่มในที่ดินผืนนั้นแล้วจึงมอบเมล็ดพันธุ์ให้พวกเขานำไปปลูกเลี้ยงชีพ[ ทราบแล้วขอรับ ] ระบบเองก็หวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพื่อที่มันจะได้สะสมคะแนนสำหรับการอัพเกรดครั้งที่สี่ซึ่งยังเหลืออีกหลายคะแนนกว่าจะครบ ขบวนของถานเซียนเซียนเดินทางตรงไปยังที่ว่าการเมืองซึ่งตั้งอยู่ด้านในเมืองถิงสือโดยที่สองข้างทางมีทหารคอยคุ้มกันอย่างแน่นหนา ชาวเมืองที่เห็นเข้าต่างสงสัยว่าพวกนางเป็นคนใหญ่คนโตจากที่ใด เพียงแต่พอเห็นทหารหน้าตาขึงขังจำนวนมาก พวกเขาจึงทำได้แค่เดินตามไปดูอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น“ถวายพระพรท่าน






