เข้าสู่ระบบ[ แลกไม้ฟืนทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เจ้านายมีแต้มสะสมหนึ่งร้อยแต้ม ต้องการแลกเปลี่ยนแต้มเป็นอาหารหรือสิ่งของในระบบหรือไม่ ]
[ ขอดูรายการสิ่งของที่สามารถแลกได้ตอนนี้หน่อย ] ถานเซียนเซียนไม่รู้ว่าแต้มที่มีจะสามารถแลกอะไรได้บ้างในระบบ
[ รายการสิ่งของทั้งหมดอยู่ในจอภาพแล้ว เชิญเลือก ]
ถานเซียนเซียนเลื่อนดูภาพสิ่งของมากมายอย่างช้า ๆ ระบบนี้มีตั้งแต่เมล็ดพันธุ์พืชไปจนถึงสิ่งของที่หาไม่ได้ในยุคโบราณนี้ด้วย น่าเสียดายที่ของพวกนั้นไม่จำเป็นสำหรับถานเซียนเซียนในตอนนี้และคงเพราะแต้มของนางยังน้อยอยู่ มูลค่าสิ่งของในระบบที่สามารถแลกได้จึงไม่สูงค่าอะไรมากนัก
[ แลกข้าวขาวสิบจิน ซาลาเปาไส้เนื้อยี่สิบลูก น้ำทิพย์บำรุงร่างกายสิบขวด ]
[ รับทราบ แต้มทั้งหมดหนึ่งร้อยแต้มถูกใช้หมดแล้ว เจ้านายกรุณาสะสมแต้มใหม่เพื่อสิทธิ์ในการแลกของจำเป็น ]
[ ขอบใจเจ้ามาก ]
ถานเซียนเซียนมองสิ่งของที่แลกด้วยแววตาเป็นประกายสมใจ น้ำทิพย์ถึงจะราคาแพงแต่เพราะนางรู้ดีว่าคนในครอบครัวอยู่ในภาวะขาดสารอาหารแล้ว ถ้าปล่อยให้พวกเขาเป็นแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานคงจะมีคนในครอบครัวนางล้มป่วย
หลังจากตรวจสอบของที่แลกซ้ำอีกครั้ง ถานเซียนเซียนก็เดินหาใบไม้ใหญ่มาปิดบังของมีค่าที่แลกมาอย่างมิดชิด ในช่วงแห้งแล้งแบบนี้หากใครรู้ว่าบ้านนางมีของดี ๆ กินคงไม่ดีแน่ ถานเซียนเซียนไม่ต้องการตกเป็นเป้าสายตาชาวบ้าน
สองเค่อต่อมา ถานเซียนเซียนที่แกล้งทำเป็นไปแลกอาหารไกลจากหมู่บ้านก็เข็นรถเข้ามาในลานบ้านพร้อมรอยยิ้ม นางไม่ได้พูดอะไรนอกจากรีบเข็นรถเข้าไปในบริเวณครัวแล้วจัดเก็บสิ่งของทุกอย่างเอาไว้อย่างมิดชิด
“เผาลูกสนเป็นยังไงบ้างเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนเดินมาถามลุงกับพ่อของนางหลังจากเดินไปดูน้องชายซึ่งกำลังกินลูกสนไปและเผาลูกสนไปพร้อมกัน
“เราเผาไปได้เกือบหมดแล้วล่ะลูก เย็นนี้พวกเราคงอิ่มท้องกันเสียที” ถานม่อจือหันไปยิ้มบอกลูกสาวของเขา ถึงแม้เขาจะสงสัยอยู่ว่าลูกไปแลกอาหารอะไรมาก็ตาม
“ใช่ ๆ ถ้ากินลูกสนเผาพวกนี้หมด พรุ่งนี้เรายังขึ้นเขาไปเก็บมาไว้ที่บ้านได้อีก” ถานจื่อยิ้มกว้างบอกหลานสาว พวกเขาเองก็เผาไปกินไปเช่นกัน รสชาติของลูกสนช่างหวานมันยิ่งกว่าการกินเปลือกไม้ไร้รสชาติหลายเท่านัก ทำเอาผู้ใหญ่อย่างเขากับน้องชายอดที่จะกินเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปด้วยไม่ได้
“ตกลงเจ้าค่ะท่านลุง รอพวกพี่ชายกลับมาก่อน คืนนี้เราจะได้กินข้าวให้อิ่มกันสักมื้อเสียทีนะเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนกลัวว่าถ้าบอกเรื่องอาหารที่แลกมาออกไป ลุงกับพ่อของนางอาจตกใจจนทำให้ชาวบ้านสงสัยได้ ถานเซียนเซียนจึงเลือกจะนำอาหารเหล่านั้นออกมาให้ทุกคนกินในช่วงค่ำแทน อย่างน้อยชาวบ้านพวกนั้นก็คงเข้าบ้านกันไปหมดแล้ว นี่สามารถป้องกันการสอดรู้สอดเห็นของพวกเขาได้ระดับหนึ่ง
“เจ้าไปช่วยน้องเจ้าเผาลูกสนเถอะ อีกไม่นานพวกพ่อก็จะเสร็จแล้ว” ถานม่อจือกลัวว่าลูกชายจะเอาแต่กินจนลูกสนหมดเสียก่อน
“เจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะท่านลุง” ถานเซียนเซียนย่อกายคำนับอย่างรู้ความ ถึงแม้ตระกูลถานจะเป็นเพียงชาวนายากจน แต่พวกเขากลับได้รับการสั่งสอนเรื่องมารยาทมาเป็นอย่างดีกันทุกคน
ท้องฟ้ายามเย็นพระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงทุกที ถานจงหยางกับถานจงซิงซึ่งทำงานในเมืองกลับมาถึงบ้านก่อนฟ้ามืดพอดี ค่ำนี้ถานเซียนเซียนบอกให้ทุกคนรอในบ้าน ส่วนนางก็ออกมาจัดสำรับอาหารด้วยตัวเองแทนท่านป้ากับท่านแม่ นางกลัวว่าพอคนอื่นเห็นอาหารที่นางแลกมาแล้วจะตกใจเอาได้ ถานเซียนเซียนจึงเลือกที่จะจัดการทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว
“อ้าว พวกท่านยังไม่ตั้งสำรับเหรอขอรับ” ถานจงซิงอดถามไม่ได้เมื่อเห็นเพียงถ้วยใส่ก้อนกลมสีขาววางเอาไว้กลางโต๊ะอาหารเท่านั้น
“เซียนเซียนบอกว่าจะจัดการเองน่ะ นางให้พวกเรารออยู่ที่นี่” ถานจื่อบอกลูกชาย ถึงเขาจะสงสัยมากว่าหลานสาวจะทำอะไรให้กินกันแน่ แต่ในเมื่อนางมีวิธีทำให้ลูกสนแข็ง ๆ นำมากินได้อย่างเอร็ดอร่อยแล้ว เขาจึงเชื่อใจว่านางต้องไม่ทำให้ผิดหวัง
“พี่ใหญ่กับพี่รองมากินลูกสนพวกนี้สิขอรับ อร่อยมากเลยนะ ข้ากับทุกคนกินกันจนอิ่มมากแล้วขอรับ” ถานเหยาจื่อยกลูกสนสีขาวนวลขึ้นมายื่นส่งให้พี่ชายทั้งสอง
“หืม? ลูกสนแข็ง ๆ ทำไมมีสีขาวแบบนี้ล่ะ เจ้าทำยังไง” ถานจงหยางถามน้องเล็ก
“พี่สาวนำพวกมันไปเผาขอรับ พอไฟแรงได้ที่เปลือกของมันก็กระเทาะออกมาเอง ที่เหลือเราก็แค่เคาะเนื้อขาว ๆ นี่ออกมาใส่ถ้วยไว้ก็กินได้แล้วขอรับ อร่อยมากเลย พี่ชายรีบกินเร็วเข้า” ถานเหยาจื่อบอกพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างมีความสุข นานมากแล้วที่เขาไม่ได้กินอิ่มท้องขนาดนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ลูกสน แต่มันก็ทำให้เขาอิ่มได้
“อื้อ อร่อยมากจริง ๆ น้องสาวของพวกเราช่างคิดนัก พรุ่งนี้เราขึ้นเขาไปเก็บมาไว้เป็นเสบียงอีกดีไหม ข้ากลัวว่าชาวบ้านจะรู้วิธีกินแล้วไปแย่งพวกเราเก็บ” ถานจงซิงอดหวงของกินที่หามาอย่างยากลำบากพวกนี้ไม่ได้
“เฮ้อ เจ้าจะไปกังวลทำไมกัน พ่อว่าพวกเขาคงไม่รู้วิธีนำมันมากินหรอกน่า ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่ปล่อยลูกสนเต็มล้นภูเขาแบบนั้นหรอก” ถานจื่อส่ายหัวกับความคิดของลูกชายคนรองของเขา
“ถ้าพวกเขารู้วิธีกินก็ไม่เป็นอะไร ยังไงลูกสนก็มีอยู่มากมาย ครอบครัวเราคงกินคนเดียวไม่หมดหรอกน่า” ถานฟานอดเห็นใจชาวบ้านในหมู่บ้านไม่ได้ อย่างน้อยในหมู่บ้านก็ยังมีคนให้พวกเขาหยิบยืมเงินในยามลำบาก พอเขามีของดี ๆ กิน เขาก็อยากให้คนเหล่านั้นได้อิ่มท้องบ้างเช่นเดียวกัน
“ท่านพ่อก็ใจดีเสียแบบนี้ ถ้าหากพวกเขาไปแย่งกันเก็บมาจริง ๆ บ้านเรายังจะมีอะไรกินอีกเล่าขอรับ” ถานม่อจือไม่เห็นด้วยกับความคิดพ่อของเขา หลายปีมานี้ถึงแม้ว่าพวกเขาจะช่วยกันทำงานมากแค่ไหน แต่หนี้ที่ติดค้างเอาไว้กลับไม่ได้ลดน้อยลงสักเท่าไหร่นัก ท่านพ่อของเขายังคิดว่าคนที่ให้ยืมเป็นคนดีเสียอีก
“น้องรองพูดถูกนะขอรับท่านพ่อ เรื่องนี้เป็นเซียนเซียนที่ค้นพบ อย่างไรก็ให้นางเป็นคนตัดสินใจจะดีกว่านะขอรับ” ถานจื่อไม่กล้าค้านพ่อของเขาเหมือนน้องชาย แต่เขาเองก็ไม่ถึงกับปฏิเสธพ่อไปตรง ๆ เพียงแต่ให้พ่อถามหลานสาวดูก่อน
“ได้ ๆ พ่อจะถามเซียนเซียนเอง” ถานฟานนึกได้ว่าของพวกนี้เป็นหลานสาวเขาที่ค้นหาพบได้บนภูเขา เขาจึงไม่อาจเห็นแก่ตัวและบังคับให้หลานสาวบอกชาวบ้าน
“อาหารมาแล้วเจ้าค่ะ พวกท่านอย่าเสียงดังไปนะเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนถือถ้วยขนาดใหญ่ของบ้านซึ่งมีซาลาเปาเนื้อลูกใหญ่อยู่ในนั้นมากถึงสิบลูก
“อ๊ะ!” ถานเหยาจื่อรีบอุดปากตัวเองเอาไว้ทันทีที่เห็นซาลาเปาสีขาวอ้วนลูกใหญ่กว่าฝ่ามือน้อย ๆ ของเขาเสียอีก เขาเกือบหลุดตะโกนออกมาแล้วเชียว
“ชู่ว…” ถานจื่อรีบหันไปส่ายหน้าบอกทุกคนให้เงียบเสียงทันทีเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าหลานสาวเอาของดีแบบนี้มาจากไหน แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะถาม
“พวกท่านรีบกินก่อนเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวข้าจะเล่าให้ฟังว่าซาลาเปาพวกนี้มาจากไหน”
ถานเซียนเซียนรู้ดีว่าทุกคนคงมีคำถามอยากถามนางเป็นแน่ แค่สายตาสงสัยและตกตะลึงของพวกเขาก่อนหน้านี้ก็ทำให้นางรู้แล้ว
ทุกคนในบ้านตระกูลถานกินซาลาเปาไส้เนื้ออย่างเอร็ดอร่อย ก่อนหน้านี้พวกเขาแค่คิดว่าเป็นซาลาเปาแป้งขาวก็ดีมากแล้ว แต่พอกัดลงไปคำหนึ่งแล้วมีเนื้อเข้ามาในปาก แต่ละคนต่างมองถานเซียนเซียนจนน้ำตาแทบจะไหลออกมา พวกเขาอดตื้นตันใจไม่ได้ที่เด็กสาวคนเดียวของบ้านกลับสามารถหาอาหารดี ๆ มาให้ทุกคนในบ้านกินจนอิ่มได้แบบนี้ แค่ลูกสนอย่างเดียว พวกเขาก็ไม่รู้จะขอบคุณเซียนเซียนอย่างไรแล้ว นี่ยังมีของดีอย่างซาลาเปาไส้เนื้ออีก
“ข้าไม่ได้แลกแค่ซาลาเปามาให้พวกท่านเท่านั้นนะเจ้าคะ ยังมีข้าวขาวอีกสิบจินด้วย แต่ข้าวพวกนั้นข้าซ่อนเอาไว้ในครัวอยู่ เรื่องนี้พวกท่านอย่าให้คนนอกรู้นะเจ้าคะ ข้ากลัวว่าท่านผู้มีพระคุณที่ช่วยให้ข้าแลกอาหารจะไม่พอใจเอาได้เจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนอ้างถึงผู้มีพระคุณที่ไม่มีอยู่จริง นางรู้ดีว่าถ้าบอกเรื่องระบบไปคงไม่มีใครเชื่อ
“อา… ลูกไปพบผู้มีพระคุณได้ยังไงกัน” ฟู่เหมยอดถามลูกสาวอย่างตกใจไม่ได้
“ข้าเคยช่วยเขาไว้ครั้งหนึ่งเจ้าค่ะท่านแม่ เขาจึงขอตอบแทนข้าด้วยการให้นำไม้ฟืนไปแลกอาหารได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ อ้อ พวกท่านดื่มน้ำพวกนี้ให้หมดนะเจ้าคะ ท่านผู้มีพระคุณบอกว่าน้ำนี้จะช่วยให้ร่างกายของพวกเราแข็งแรงขึ้นเจ้าค่ะ” ถานเซียนเซียนไม่ลืมบอกให้คนในบ้านดื่มน้ำทิพย์ที่นางยกมาด้วย
“ได้ ๆ พวกเราเชื่อเจ้า” ถานจื่อรีบพยักหน้ารับและดื่มน้ำในขวดกระเบื้องจนหมดในคราวเดียว รสชาติหวานละมุนและช่วยให้ร่างกายสดชื่นทำให้ถานจื่ออดไม่ได้ที่จะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เขาเชื่อแล้วว่าน้ำนี้ดีต่อสุขภาพจริง ๆ
“อร่อยมากเลยขอรับท่านพี่” ถานเหยาจื่อเอ่ยขึ้นเมื่อเขาได้กินน้ำทิพย์ลงไปจนหมด
“ใช่ ๆ พวกพี่ชายเหนื่อยจากงานในวันนี้มาก พอกินน้ำนี่เข้าไป ร่างกายกลับรู้สึกว่าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะ” ถานจงหยางพยักหน้าและบอกความจริงให้ทุกคนฟัง เขากับน้องชายทำงานแบกหามกันมากทั้งวัน ร่างกายจึงเหนื่อยล้ามาก
หลังมื้อเช้าวันต่อมา ขบวนของถานเซียนเซียนก็ออกเดินทางกันอีกครั้งอย่างไม่เร่งร้อน ถานเซียนเซียนที่เพิ่งกินอิ่ม พอขึ้นรถม้าได้ไม่นานก็หลับไปสิบห้าวันต่อมา การเดินทางดั่งหอยทากของถานเซียนเซียนในที่สุดก็จบลงเสียที นางไปส่งครอบครัวลุงใหญ่กับท่านปู่ไว้ที่จ้วงจื่อก่อน จากนั้นนางกับต้วนหยูก็กลับจวนโหวเพื่อเตรียมเข้าเฝ้าฝ่าบาทในวันพรุ่งนี้ เพราะพวกเขาส่งคนไปแจ้งกำหนดการมาถึงให้คนในวังทราบแล้วตั้งแต่สองวันก่อน“พี่ใหญ่ ไม่ได้พบกันเสียนาน พวกท่านสบายดีนะขอรับ” ถานม่อจือถามพี่ชายที่เพิ่งเดินออกจากเรือนที่พวกเขาเลือกเอาไว้ให้มายังห้องโถงรับแขก“สบายดีมากเลยล่ะ พวกเจ้าเล่าเป็นอย่างไรบ้าง” ถานจื่อเองก็นึกห่วงน้องชายไม่น้อยไปกว่าถานม่อจือเช่นเดียวกัน“พวกเราก็สบายดีขอรับ ตั้งแต่ได้ทำน้ำหอมขาย พวกเราก็ไม่ได้ทำงานสวนอีกเลยขอรับท่านพี่ อ้อ รอพวกท่านหายเหนื่อยก่อน ข้ากับฟู่เหมยจะพาท่านไปดูเครื่องทำน้ำหอมนะขอรับ ในนั้นพวกเราเก็บน้ำหอมที่ผสมแล้วไว้ให้พวกท่านด้วยคนละขวด ข้าคิดว่าพวกท่านต้องชอบแน่ขอรับ” ถานม่อจือกล่าวพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขากับเมียใช้เวลาว่างผสมน้ำหอมให้เป็นกลิ่นที่เหมาะกับบุคลิกของคนในครอบคร
“คารวะท่านปู่ขอรับ/เจ้าค่ะ” ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนเห็นถานฟานมาถึงก็รีบลุกขึ้นค้อมกายคำนับอย่างนอบน้อม พวกเขาเห็นถานฟานดูสบายดีก็อดยกยิ้มไม่ได้“ไฮ้ ตามสบาย ๆ จะมากพิธีไปทำไมกัน พวกเจ้ามาได้อย่างไร ปู่ได้ข่าวว่าพวกเจ้ามีภารกิจที่ฝ่าบาทมอบให้มิใช่หรือ” ถานฟานรู้ข่าวลูกหลานจากจดหมายที่ถานม่อจือให้คนส่งมายังหมู่บ้านทุกเดือน“พวกเราเสร็จงานแล้วขอรับ เซียนเซียนเลยอยากแวะมาเยี่ยมทุกคนที่นี่ก่อนจะเดินทางกลับเมืองหลวงน่ะขอรับ” ต้วนหยูตอบแทนถานเซียนเซียนที่เอาแต่เล่นกับหลานชายของนางซึ่งพี่สะใภ้พามาหาก่อนหน้านี้“อ้อ มาถึงกันตั้งแต่เมื่อใดเล่า เดินทางเหนื่อยหรือไม่” ถานฟานกลัวหลาน ๆ จะเหนื่อยล้าเกินไปจากการเดินทางไกล“ไม่เหนื่อยเลยขอรับ พวกเราไม่ได้เร่งร้อนเดินทางนัก” ต้วนหยูบอกยิ้ม ๆ เขาเห็นท่าทางสดใสของถานเซียนเซียนก็อดคิดถึงตอนที่นางให้กำเนิดบุตรไม่ได้ หากว่าเป็นลูกของพวกเขาเอง ถานเซียนเซียนจะอารมณ์ดีมากสักแค่ไหนกันที่ได้เล่นกับลูก“อืม… เที่ยงนี้อยู่กินข้าวกับปู่นะ เดี๋ยวปู่จะให้คนไปตักปลามาทำอาหารให้พวกเจ้ากินกัน ปลาในสระบ้านเราออกลูกออกหลานมาจนกินไม่ทันแล้ว” ถานฟานที่มักจะกินปลาแทบทุกวันเ
ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนพักผ่อนอยู่ที่เมืองถิงสือเพียงสามวัน ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางออกจากเมืองถิงสือไปยังด่านเมฆาโดยใช้เวลามากถึงสองวัน“น้องหญิง พักกันที่ด่านก่อนดีกว่านะ พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ” ต้วนหยูเห็นว่าใกล้จะถึงยามพระอาทิตย์ตกดินแล้ว“ก็ได้เจ้าค่ะ ท่านพี่ให้คนตั้งค่ายเถอะ” ถานเซียนเซียนความจริงอยากเดินทางผ่านช่องแคบก่อนค่อยหยุดพัก เพียงแต่การเดินทางยามค่ำคืนบนเส้นทางนี้ยังอันตรายเกินไป เพราะตลอดเส้นทางเป็นทางแคบยาวไปมากกว่าสามสิบลี้ นางจึงไม่อยากขัดใจต้วนหยูที่ให้หยุดพักบริเวณด่านตรวจ เมื่อก่อน ด้านหน้าด่านตรวจนี้จะมีผู้อพยพจำนวนมากอาศัยอยู่ แต่ตั้งแต่ทางการเกณฑ์ผู้อพยพไปสร้างคลองส่งน้ำ ที่นี่ก็ไม่มีผู้อพยพเหลืออยู่อีกต่อไป พวกเขาต่างช่วยกันขุดคลองส่งน้ำไปยังถิ่นฐานของตนเองจนทำให้พวกเขาได้กลับไปอยู่ที่บ้านเดิมกันแทบจะหมดแล้ว มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ย้ายถิ่นฐานเข้าไปอยู่ในเมืองอื่นแต่ก็ไม่ได้ไกลจากบ้านเดิมของพวกเขามากนัก“ท่านพี่ ข้าอยากไปเยี่ยมท่านปู่ที่หมู่บ้านก่อนกลับเมืองหลวงได้ไหมเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนเอ่ยถามก่อนเข้านอนบนรถม้าคืนนั้น นางคิดมาพักใหญ่แล้วแต่ไม่กล้าถามต้วน
“น้องหญิงไม่ต้องรีบร้อน ใจเย็น ๆ รับรองว่าเราไปถึงถิงสือตรงเวลาแน่นอน” ต้วนหยูได้แต่ต้องให้คำมั่นกับถานเซียนเซียน เขาไม่อยากให้นางอารมณ์เสีย ถานเซียนเซียนเห็นสีหน้าจริงจังของต้วนหยูเข้าก็ไม่อยากงอแงอีก นางกลัวว่าเขาจะรำคาญที่นางงี่เง่าเอาแต่ใจมากเกินไป เมื่อสามเดือนก่อน ต้วนหยูกับถานเซียนเซียนทราบข่าวจากองครักษ์ลับว่าฝ่าบาทส่งขุนนางกรมเกษตรมาเรียนรู้วิธีการปลูกดอกบัวที่เมืองถิงสือ พระองค์ยังมีรับสั่งให้ขุนนางเหล่านั้นตรวจสอบที่ดินในเมืองอื่นเพื่อหาดินที่เหมือนกับเมืองถิงสือด้วย เนื่องจากฝ่าบาทเห็นว่าการทำสวนบัวนี้สามารถช่วยเหลือราษฎรที่มีที่ดินซึ่งไม่สามารถปลูกพืชได้มาก พระองค์จึงคิดจะส่งเสริมราษฎรให้ทำสวนบัวเพิ่มขึ้นสิบเจ็ดวันต่อมา ขบวนของถานเซียนเซียนมาถึงหน้าประตูเมืองถิงสือที่ตอนนี้มีชาวบ้านมากมายมานั่งรอรับเสด็จอยู่เป็นจำนวนมาก เสียงถวายพระพรดังก้องไปทั่วบริเวณเมื่อรถม้าของนางเคลื่อนผ่าน ทำเอาถานเซียนเซียนรู้สึกแปลกใจไม่น้อย“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะท่านพี่ เหตุใดชาวบ้านจึงมากันมากมายเช่นนี้” ถานเซียนเซียนอดกังวลไม่ได้ นางกลัวว่าพวกเขาจะมีสิ่งใดให้นางช่วยหรือไม่จึงได้พากันมาเช่นนี้
ถานเซียนเซียนเดินดูที่ดินต่ออีกพักใหญ่ ก่อนที่นางจะชวนพวกเขากลับเข้าเมืองถิงสือเพื่อเขียนแผนผังการทำฟาร์มบัวของนาง“น้องหญิงมีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า” ต้วนหยูเห็นนางเขียนหนังสืออยู่นานตั้งแต่กลับมาถึงจวนจึงอดเป็นห่วงไม่ได้“ตอนนี้ยังไม่มีเจ้าค่ะ ท่านพี่ไปตรวจสอบเสบียงเสร็จแล้วหรือเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนยังคงก้มหน้าก้มตาเขียนต่อทั้งที่เพิ่งถามสามีเสร็จ“อืม… ตรวจได้กว่าครึ่งแล้วล่ะ เจ้าเมืองจัดเก็บได้อย่างเป็นระเบียบ พี่เลยตรวจได้เร็วกว่าที่คาดเอาไว้น่ะ” ต้วนหยูนั่งลงช่วยฝนหมึกให้ถานเซียนเซียน“อา… เช่นนั้นงานของท่านพี่ก็เสร็จเร็วกว่ากำหนดสิเจ้าคะ แบบนี้สวนบัวของข้าคงจัดการไม่ทันเวลาที่เราต้องออกเดินทางไปซานหลางสิเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนอดกังวลไม่ได้ นางยังต้องสอนคนงานที่เจ้าเมืองถิงสือหาให้ก่อนจึงจะวางใจได้“เจ้าไม่ต้องรีบ พี่จะรอจนกว่าเจ้าจัดการที่ดินผืนนั้นเสร็จค่อยออกเดินทาง อย่างไรเสียก็ยังเหลือเมืองทางตะวันตกที่ต้องตรวจสอบอีกแค่สี่เมืองเท่านั้น” ต้วนหยูไม่ได้เร่งร้อนที่จะตรวจงานมากนัก เขาแค่อยากตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนจากไป“ขอบคุณท่านพี่ที่เข้าใจข้านะเจ้าคะ” ถานเซียนเซียนหันไปหอมแก้มข
[ ระบบ ดินที่นี่เหมาะสมที่จะปลูกแตงโมหรือเปล่า ] ถานเซียนเซียนคิดว่าที่นี่น่าจะสามารถส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกแตงโมขายได้บ้าง[ หากเปลี่ยนดินใหม่ก็จะปลูกได้ผลผลิตดีมากขอรับ เจ้านายต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่ขอรับ ] ระบบในที่สุดก็หาเรื่องแลกเปลี่ยนกับถานเซียนเซียนได้เสียที[ อืม… รอก่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะสำรวจดูว่าตรงไหนที่ฝ่าบาทพระราชทานให้ ข้าจะจ้างชาวบ้านปลูกแตงโมเพิ่มในที่ดินสามร้อยหมู่นั่นเอง ] ถานเซียนเซียนยังไม่รู้เลยว่าที่ดินในเมืองนี้ของนางอยู่ที่ใด หากว่ามีคลองน้ำไหลผ่าน นางก็จะให้คนขุดทางน้ำเพิ่มในที่ดินผืนนั้นแล้วจึงมอบเมล็ดพันธุ์ให้พวกเขานำไปปลูกเลี้ยงชีพ[ ทราบแล้วขอรับ ] ระบบเองก็หวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพื่อที่มันจะได้สะสมคะแนนสำหรับการอัพเกรดครั้งที่สี่ซึ่งยังเหลืออีกหลายคะแนนกว่าจะครบ ขบวนของถานเซียนเซียนเดินทางตรงไปยังที่ว่าการเมืองซึ่งตั้งอยู่ด้านในเมืองถิงสือโดยที่สองข้างทางมีทหารคอยคุ้มกันอย่างแน่นหนา ชาวเมืองที่เห็นเข้าต่างสงสัยว่าพวกนางเป็นคนใหญ่คนโตจากที่ใด เพียงแต่พอเห็นทหารหน้าตาขึงขังจำนวนมาก พวกเขาจึงทำได้แค่เดินตามไปดูอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น“ถวายพระพรท่าน







