เข้าสู่ระบบ“ว้าย!”
หนูนารีบเอามือปิดตัวเอง ขณะที่เสียงฝีเท้าเร็วๆ ดังเข้ามาใกล้ คีรีกระโจนเข้ามาหาในวินาทีต่อมา มือใหญ่ของเขาคว้าผ้าขาวม้าจากเอวตัวเองมาคลุมไหล่ให้เธออย่างรวดเร็ว
“ไอ้จุ่น! หยุด!” น้ำเสียงนั้นเข้มและดุจริงจังจนเจ้าจุ่นสะดุ้งและเงียบกริบ งวงที่เคยซุกซนตอนนี้กลับหดลงแนบลำตัว
“ขอโทษนะครับ...มันแค่เล่น แต่อาจจะแรงไปหน่อย” คีรีพูดพลางหลุบตาลงต่ำ แต่แววตานั้นกลับซุกซ่อนความวูบวาบเอาไว้ไม่มิด
เขาเห็นผิวขาวนวลที่โผล่พ้นชายเสื้อ ผ้าที่ฉีกขาดเผยให้เห็นพวงเต้าอวบน่าดูดดึงอย่างไม่ได้ตั้งใจ และแม้จะพยายามควบคุมตัวเองอย่างถึงที่สุด แต่สายตาเขาก็หลบไม่พ้นจังหวะนั้นไปได้เลย
หนูนาหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขิน เธอรีบรวบผ้าขาวม้าไว้แน่น “ไม่เป็นไรค่ะ หนูนาแค่ตกใจค่ะ มันคงแค่อยากเล่นด้วยล่ะมั้ง”
“ใช่... พี่ก็อยากเล่นด้วยเหมือนกัน”
สายตาของควาญหนุ่มเอาแต่จับจ้องทรวดทรงองค์เอวของเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม รูปร่างอวบอัดผิวขาวหมดจด หนูนาสบตาเขาก็สะท้านอาย หลุบตาลง
“พี่คีรี อย่าจ้องนักสิ คนลามก”
“อ...เอ่อ ขอโทษด้วย” คีรีกระแอมเบาๆ หันไปทำเสียงดุกับเจ้าจุ่นอีกสองสามคำ แล้วหันกลับมาพูดเสียงอ่อนลง “คราวหน้า...อย่าเข้าใกล้มันคนเดียวนะครับ เดี๋ยวพี่จะอยู่ด้วยตลอด”
หนูนามองเขาแล้วอดหัวเราะไม่ได้ “หึงแม้กระทั่งช้างเลยเหรอคะ?”
คีรีชะงักไปนิด ใบหน้าที่มักราบเรียบแดงขึ้นเล็กน้อย “ก็...ถ้ามันมาแต๊ะอั๋งขนาดนี้ ก็น่าห่วงอยู่หรอกครับ”
เสียงน้ำไหลเอื่อยของลำธารใสแจ๋วทอดไปตามแนวโขดหิน กลิ่นชื้นจากฝนเมื่อคืนอบอวลอยู่รอบตัว ขณะที่หนูนาเพิ่งจะตั้งสติได้จากเหตุการณ์เสื้อขาดเมื่อครู่ เธอกำลังยืนอยู่ริมน้ำ มีเพียงผ้าขาวม้าผืนเดียวที่คีรีนำมาคลุมให้เธออย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงหน้า ใกล้เสียจนเธอได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นของเขา
“ขอโทษเรื่องเสื้อด้วยนะครับ...” เสียงของเขาแผ่วเบา ไม่ใช่เพราะกลัวเธอโกรธ แต่มันเหมือนเขากำลังต่อสู้กับบางสิ่งในใจตัวเอง มือของเขาค่อยๆ ขยับเข้ามาจัดผ้าบนไหล่ของเธอให้เข้าที่ ก่อนจะหยุดอยู่ที่ขอบผิวเนียนที่เผยออกมาเพียงนิดเดียว
ดวงตาของเขาจ้องลงมา ราวกับทุกอย่างรอบตัวหายไป เหลือเพียงเธอ
“พี่คีรี...”
เสียงของหนูนาละมุน แต่ก็สั่นไหว เธอไม่แน่ใจว่าหัวใจของเธอเต้นแรงเพราะเขา หรือเพราะความใกล้ชิดนี้ แต่ไม่ทันที่เธอจะหาคำตอบ ริมฝีปากของเขาก็โน้มลงมา
“อา...” ชั่ววินาทีที่อ่อนหวาน ราวกับสายลมเย็นพัดผ่านกลางฤดูร้อน
จูบนั้นไม่ได้เร่าร้อนนักในตอนแรก มันค่อยๆ ละเมียดละไม แตะเบาอย่างกลัวเธอจะผลักไส ก่อนจะลึกซึ้งขึ้นอย่างไม่อาจห้าม หนูนารู้สึกได้ถึงแรงเต้นของหัวใจเขา และแรงเต้นของเธอเองที่สอดประสานกันในจังหวะเดียว
มือของเขาประคองต้นแขนเธอเบาๆ ส่วนเธอก็วางมือลงบนอกเขาโดยไม่รู้ตัว ราวกับทั้งร่างกายกำลังตอบรับกันอย่างเงียบงัน
ทว่า...
ฟู้วววววว!!
เสียงพ่นน้ำแรงดั่งฉีดจากสายยางดังขึ้น พร้อมกับละอองน้ำเย็นเฉียบที่สาดกระเซ็นลงมารดทั้งสองคนเต็มเปา
“อ๊าาา!”
คีรีเปลื้องชุดออกจากเรือนร่างอิ่มละมุน ยิ่งได้เสียวซ่านร่วมกัน ก็ดูเหมือนเธอจะยิ่งอวบอัดขึ้น สวยขึ้น ตอดรัดแนบแน่นขึ้นทุกทีไป สองเต้าของเด็กสาวชูชันชวนน้ำลายสอ ชายหนุ่มจึงคลึงเคล้น ปากดูด นิ้วคลึง หนูนาเม้มปากแน่นเมื่อเขางับหัวนม ดูดดึงเต็มคำจนเต้าแหลมจ๊วบบบ.... จ๊วบบบ...ซู้ดด... แจ๊บๆๆลิ้นของเขาสะกิดหัวนมสีชมพูรัวๆ แล้วตวัดดูดเข้าอุ้งปากดังจ๊วบๆๆๆ กระดกลิ้นถี่ๆ แล้วดูด หนูนาแอ่นนมให้เขาโลมเลีย ทั้งดูดทั้งดึงจนเต้าขาวอวบกระเด้งตามลิ้น หนูนาส่งเสียงครางกระเส่า อกเอวแอ่นกระตุกหงึกหงัก“อือ... อื้ออ... พี่คีรี หนูเสียว” ร่างบางนอนถ่างขาให้เขาเลีย นิ้วแกร่งถ่างกลีบสาวเอาลิ้นจี้ตรงเม็ดเสียวได้ถนัดๆ ปลายนิ้วแกร่งคลึงอยู่ที่กลีบร่อง กรีดขึ้นลงแล้วแหวกร่อง แหวกแล้วก็หุบ จากนั้นก็แหวกกว้าง น้ำหวานใสๆ ก็ขมิบออกมาจนแฉะ ร่างบางส่งเสียงร้องอย่างเผ็ดร้อน ลิ้นของเขาร้อนระอุป่ายปัดไปมาพลางเลียไล้น้ำหวาน ดูดเม็ดจนชูช่อจ๊วบบ จ๊วบบ จ๊วบบ“อ๊ะ อา... ลิ้นพี่คีรีแยงรู ซี้ดด... อ๊าาาาา”หนูนาร้องครวญคราง แอ่นกายให้ดูดเลียเล้าโลม เขาใช้ลิ
บทที่ 9 การตัดสินใจของหนูนาหลังจากวันนั้นมา... หนูนายังคงทำงานอาสาสมัครและขย่มเสียวกับเจ้าของปางช้างรูปหล่ออย่างพี่คีรีทุกวัน เสียงช้างแผดร้องเบาๆ ดังมาจากแนวป่า หนูนาเดินออกมาจากโรงเก็บอาหารช้าง พลางยกถังกล้วยขึ้น ทั้งเนื้อตัวมีเหงื่อผุดพรายเพราะแดดช่วงสายของวันเริ่มแผดแรง เธอฮึบยกถังกล้วย เดินไปได้สิบกว่าก้าวก็หอบเหนื่อย ต้องพักก่อนแล้วฮึบยกใหม่อีกรอบทว่าถังกล้วยแสนหนักก็ลอยวืดไปจากมือเสียก่อน“คราวหลังเวลายกของหนักให้เรียกพี่ เข้าใจมั้ย”“ค่ะ” หนูนาก้มหน้างุด แก้มที่ว่าแดงสวยอยู่แล้วยิ่งแดงจัด“แน่ะ... คิดอะไรลามกอีก”“พี่คีรีล่ะก็... หนูแค่อยากขอกล้วยใบนึงเป็นค่าจ้างก่อน!”“จ่ายด้วยกล้วยของพี่ก็แล้วกันนะ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยล้อ เขาวางถังกล้วยลงแล้วใช้ผ้าเย็นเช็ดเหงื่อให้เธออย่างเบามือ ผิวพรรณขาวละมุนต้องแดดยิ่งเปล่งปลั่ง เธออิ่มล้นด้วยเสน่ห์มากขึ้นเป็นเท่าตัวหนูนาสะสวยขึ้นทุกลมหายใจ แม้ก
จ๊วบบ จ๊วบบ...เด็กสาวแสนสวยจากกรุงเทพทำตามที่เขาสั่ง ดูดเลียองคชาติอวบยาวแล้วกระหวัดลิ้นนุ่มๆ ป่ายปัด มือแกร่งตะปบศีรษะของเธอไว้เพื่อตรึงแล้วกระเด้าปาก คีรีเผยอริมฝีปากครางและโยกเอวอย่างสุขซ่านโดยไม่รู้ตัวจ๊วบบบ... จ๊วบบบ... จ๊วบๆๆๆ“ซี้ดด อูวว ปากนุ่มเหมือนหอยเลยหนูนา เด็กเก่ง ดี ดีมาก”เด็กสาวจรดริมฝีปากนุ่มๆ ลงไปคลึงรอบส่วนหัวบานเหมือนเห็ด จากนั้นก็อมเข้าไปจนเต็มปาก ค่อยๆ รูดขึ้นรูดลงและตวัดลิ้นไปมารัวๆ ใช้อุ้งปากชุ่มชื้นรีดเค้นน้ำกามร้อนๆ มาดื่มกินจ๊วบบ... จ๊วบบ...“ซี้ดดด โอ้วววว สุดยอด ซี้ดด อา... จะแตกแล้ว”“อึ่กก อื้ออ อื้ออ”“พี่จะแตกใส่ปาก หนูนาต้องเป็นเด็กดี ดูดให้เกลี้ยงนะ”ร่างกำยำก็รัวโยก เย่อปากเด็กสาวอย่างดุดัน กระเด้าหนึบๆ แล้วอัดเข้าไปสุดลำ แล้วหลั่งน้ำกามแตกพุ่ง ป้อนให้เธอกลืนลงคอ“แค่กๆๆ แค่กก...”“ไหนดูสิ อืม ดีมาก กลืนน้ำลงไปหมดแล้วสินะ” มือแกร่งเชยคาง ตรวจสอบว่าเธอดูดน้ำกามของเขาลงไปหมดแล้ว แววตาของเขายิ่งหยาดเ
บทที่ 8 หวามรักแสงแดดลอดผ้าม่านสีอ่อนเข้ามาในห้องไม้ กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นโชยแตะจมูกหนูนาเมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนช่วงใกล้เที่ยง...จำไม่เห็นได้เลยว่าออกมาจากห้องอาบน้ำตอนไหนเธอยืดแขนขึ้นเหนือศีรษะอย่างเกียจคร้าน ร่างเปลือยใต้ผ้าห่มผืนบางรู้สึกอุ่นวาบเพราะแผ่นอกกว้างของใครบางคนที่ยังโอบแน่นไม่ปล่อย"ตื่นแล้วเหรอ... โดนปี้จนสลบอีกแล้วนะตัวเล็ก"เสียงทุ้มดังจากข้างหู พร้อมกับจมูกที่ซุกลงตรงต้นคอเธอเบาๆ “เรามาเอากันต่อเลยมั้ย”"อืม… แต่หนูนาหิวข้าวมากกว่าค่ะ..." เธอยิ้มขำ ก่อนจะค่อยๆ แกะตัวเองออกจากอ้อมกอดอุ่น วันนี้พี่คีรีคนลามกตั้งใจจะอึ๊บเธอทั้งวันไม่ทำอะไรเลยจริงๆร่างบางหยิบเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีขาวบางตัวเดียวในห้องมาสวม ปล่อยผมยาวสยายอย่างไม่ตั้งใจ หัวใจยังเต้นตึกตักเพราะคืนวาบหวามเมื่อวานไม่เคยเลือนจากความรู้สึกหนูนาเดินออกไปยังระเบียงไม้ ส่วนพี่คีรีโทรสั่งให้แม่บ้านจัดอาหารไว้แล้ว มีข้าวต้มกลิ่นหอม กาแฟร้อน และผ
“เมื่อคืนเธอให้พี่ทั้งตัว… เช้านี้… ขอพี่ได้ทั้งใจ… ได้ไหม…”ชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายบางเบา อุ้มเธอขึ้นแล้วเดินออกจากห้อง เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วสอดประสานกับเสียงลำธารไหล… ร่างกายยังอ่อนวาบเหมือนยังล่องลอยในฝันเขาพาเธอลงมายังห้องอาบน้ำกลางแจ้งหลังหนึ่ง สร้างด้วยไม้ไผ่หลังคาหญ้าคา มีผ้าม่านบางๆ ล้อมรอบ เปิดรับแสงเช้ายามป่าโปรยแสงทอง“เช้านี้อยู่กับพี่ ให้พี่อึ๊บหอย ไม่ต้องทำงานนะ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียบๆ ก่อนที่เขาจะเดินไปเปิดก๊อก สายน้ำอุ่นจากแทงก์ไม้สาดกระทบรางไม้ไผ่ ไหลลงสู่ถังไม้โอ๊คขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นอ่างแช่ตัวกลิ่นใบฝรั่งและดอกไม้ป่าลอยผสมกับกลิ่นสบู่สมุนไพร หนูนาหันไปยิ้มอย่างเขินๆ “ขอหนูอาบน้ำคนเดียวได้มั้ยคะ…”“แต่พี่อยากช่วยถูหลัง”เขายิ้มตอบ… ยิ้มแบบที่หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะทันห้าม ร่างสูงก็ถอดผ้าขาวม้าออกอย่างไม่เขินอาย แผ่นหลังแน่น เงากล้ามเนื้อไหล่ที่เคยได้สัมผัสเมื่อคืน… ตอนนี้กลับอยู่ตรงหน้าในแสงเช้าชัด
บทที่ 7 ในอ้อมแขนเขากลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้หอมและผ้าปูเตียงสะอาดสะอ้านลอยแตะปลายจมูก... หนูนาค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตายังเบลอจากแสงแดดอุ่นที่สาดผ่านหน้าต่างผ้าม่านขาวบางสายแล้ว? แย่ล่ะ เราต้องไปดูแลเจ้าจุ่นนี่นา...เธอกะพริบตาอีกครั้ง เมื่อมองเห็นเพดานไม้สักมันวาว เธอถึงได้ค้นพบว่าตื่นขึ้นมาโดยที่ไม่ได้อยู่ในบ้านพักของอาสาสมัครปางช้างเหมือนทุกวันที่นี่เป็นห้องพักสวยหรู คล้ายรีสอร์ตกลางป่า มีเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักบรรจง ม่านขาวไหวเอื่อย แสงทองของเช้าโรยตัวอบอุ่นบนเตียงนุ่มที่เธอนอนเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่ม… มีแขนของใครบางคน"อื้อ..." เสียงครางต่ำเบาๆ ข้างหูเธอทำให้หัวใจกระตุกวูบพี่คีรี… เขานอนอยู่ข้างๆ เนื้อตัวเปลือยเปล่าเหมือนเธอ เขาใช้แขนแกร่งโอบเธอแน่น หน้าซุกไหล่เธอเหมือนเสือขี้เซาที่ไม่อยากปล่อยเหยื่อ“พี่คีรีลามก อึ๊บหนูนาจนหนูนาสลบเลย” หนูนาเผลอยิ้ม รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบโอบอุ้มเ







