Share

ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก
ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก
Author: zuey

สงครามสิ้นสุด

Author: zuey
last update Petsa ng paglalathala: 2026-02-28 20:25:44

เสียงร่ำไห้ของทหารและประชาชนดังกึกก้องไปทั่วเมืองเหออัน โลงศพของหยวนหมิงแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉินกำลังถูกทหารพากลับไปยังเมืองหลวงในฐานะวีรบุรุษ การต่อสู้ที่กล้าหาญครั้งสุดท้ายของท่านแม่ทัพ ทหารแคว้นฉินทุกคนล้วนจดจำเอาไว้ในใจ

สงครามระหว่างแคว้นฉินและแคว้นเซี่ยนั้นมีมาช้านานทำให้ชาวเมืองที่อาศัยอยู่ในแถบชายแดนได้รับความลำบากยากแค้นขึ้นไปทุกวัน ชาวเมืองส่วนใหญ่อพยพพาครอบครัวเดินทางออกจากเหออันเพื่อหนีภัยสงคราม แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังคงปักหลักอยู่ที่นั่นเช่นเดิม

ไม่มีใครไม่เสียใจที่ต้องสูญเสียผู้นำทัพที่ห้าวหาญเช่นเขา ตลอดสิบกว่าปีมานี้ไม่มีครั้งใดเลยที่ทัพฉินจะพ่ายแพ้จนหมดรูปเช่นนี้ เพราะแม่ทัพคนใหม่ของแคว้นเซี่ยที่ทั้งเยาว์วัยและเก่งกาจผู้นั้น

เขามีร่างกายสูงใหญ่ทั้งที่อายุยังน้อย และกระบวนท่าการต่อสู้ของเขาก็ดุดันเหนือกว่าแม่ทัพฉินหลายส่วน ทำให้ศึกครั้งนี้แม่ทัพฉินที่อายุมากกว่าต้องกลายเป็นผู้ที่พ่ายแพ้ไป นั่นเป็นรายงานของรองแม่ทัพหลี่ที่ส่งมายังเมืองหลวงพร้อมกับร่างอันไร้วิญญาณของแม่ทัพหยวนหมิง

ร่างบอบบางในชุดไว้ทุกข์ยืนอย่างสงบแผ่นหลังตั้งตรงดูเด็ดเดี่ยวไม่ต่างจากผู้เป็นบิดายามออกศึก หยวนชิงหลิงบุตรสาวคนโตของแม่ทัพหยวนหมิง นำขบวนมารอรับร่างไร้วิญญาณของบิดาที่ประตูทางเข้าเมืองทิศเหนือ

ชาวเมืองซิ่นโจวเองก็มายืนรอจนเต็มสองฝั่งของถนน เพื่อรับวีรบุรุษผู้เสียสละทั้งชีวิตปกป้องอาณาเขตแคว้นฉินเพื่อให้ประชาชนอยู่อย่างสงบสุข

เสียงร้องไห้ดังระงมตลอดเส้นทางจนกระทั่งไปถึงด้านหน้าจวนแม่ทัพสกุลหยวน แสดงให้เห็นว่าพวกเขานั้นเคารพและนับถือในตัวแม่ทัพผู้นี้เพียงใด องค์ชายห้าฉินฉู่อี้คนรักของหยวนชิงหลิงยืนเคียงข้างนางไม่ห่าง เขามาที่จวนแม่ทัพหยวนตั้งแต่รู้ข่าวเรื่องการเสียชีวิตของแม่ทัพผู้ทำหน้าที่พิทักษ์แผ่นดิน

ตอนนี้ภายในตระกูลหยวนกำลังปั่นป่วนเพราะผู้นำเพียงคนเดียวที่คอยค้ำจุนได้จากไปแล้ว ตระกูลหยวนมีบุตรชายที่เกิดจากฮูหยินเอกเพียงคนเดียวคือแม่ทัพหยวนหมิง แต่มีน้องชายที่เกิดจากอนุถึงสามคน หลังจากที่พวกเขาได้ข่าวเรื่องการตายของผู้นำตระกูล น้องชายต่างมารดาเหล่านั้นก็ขอแยกบ้านทันที ราวกับรู้มาล่วงหน้าว่าจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น

ทหารส่งข่าวขี่ม้าที่ถือธงสัญลักษณ์ของกองทัพวิ่งตรงมายังประตูเมือง เพื่อแจ้งข่าวว่าขบวนศพของแม่ทัพหยวนใกล้มาถึงแล้ว ดวงตาแดงก่ำที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างยาวนานของหยวนชิงหลิงกลับมาบวมช้ำอีกครั้ง ทั้งที่นางสัญญากับตนเองแล้วว่าต่อจากนี้ไปนางจะเข้มแข็งเพื่อเป็นเสาหลักของตระกูลแทนบิดา

แต่เมื่อได้ยินว่าศพของแม่ทัพหยวนหมิงใกล้มาถึงแล้วนางก็อดที่จะหลังน้ำตาออกมาอีกครั้งมิได้ นางอยากจะให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงความฝัน นางต้องการจะตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าบิดาของนางนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ ตลอดชีวิตของหยวนหมิงได้อยู่กับครอบครัวเพียงไม่นาน เพราะเขาจะต้องประจำการที่ชายแดนเมืองเหออันถึงสองปี จากนั้นจึงจะได้มีโอกาสกลับมาอยู่กับครอบครัวสามเดือน

หยวนหมิงนั้นเหมือนบิดาของเขา ที่เลือดในกายและจิตวิญญาณล้วนมีแต่ความจงรักภักดีต่อแคว้นฉินและชาวเมือง ท่านปู่ของหยวนชิงหลิงเองก็สละชีพเพื่อบ้านเมืองที่สนามรบ ต่อมาก็เป็นบิดาของนาง แต่หยวนหมิงมีทายาทให้ตระกูลหยวนเพียงสองคนคือหยวนชิงหลิงและน้องชายของนางที่อายุพึ่งจะสิบขวบ

“ทะ...ท่านพ่อ”

หยวนชิงหลิงกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นเบาๆ หลังจากที่เห็นขวบรถม้าส่งศพของบิดากำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ องค์ชายห้าจับมือนางบีบเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ เขารู้ว่าหลายวันมานี้นางจะต้องผ่านเรื่องยากลำบากหนักหนายิ่งนัก หลังจากที่นางต้องสูญเสียบิดาไป

“หักห้ามใจเสียเถอะหลิงเอ๋อ ท่านแม่ทัพไปดีแล้ว”

หยวนชิงหลิงเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่นางรักทั้งน้ำตา ก่อนที่ร่างเล็กพิงเขาเอาไว้อย่างพึ่งพา ในยามนี้นางรู้สึกขอบคุณองค์ชายห้ายิ่งนัก เพราะเขาคอยอยู่ข้างกายนางทุกครั้งเมื่อยามที่นางเกิดปัญหา ถึงแม้บิดาของนางจะด่วนจากไปอย่างกะทันหัน แต่นางก็อยากจะขอบคุณสวรรค์ที่ส่งคนดีเช่นองค์ชายห้าผู้นี้มาอยู่เคียงข้างนาง

ขบวนรถม้ามาถึงประตูทางเข้าเมืองหลวงแล้ว หยวนชิง หลิงเดินไปที่รถม้าที่ใส่โลงศพของบิดา นางเคาะที่ด้านข้างโลงไม้ที่ทำขึ้นอย่างดีเบาๆ ก่อนจะเอ่ยบางอย่าง

“ท่านพ่อ ท่านกลับมาถึงบ้านแล้วนะเจ้าคะ สถานที่ที่ท่านรักและใช้ชีวิตเลือดเนื้อของท่านปกป้องเอาไว้ ดูสิเจ้าคะ ท่านมองเห็นหรือไม่ มีคนมากมายที่รักท่านเช่นกัน วันนี้พวกเขาต่างก็มารอรับท่านตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ท่านพ่อท่านไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้ว จากนี้ตระกูลหยวนข้าจะเป็นคนดูแลเอง ขอให้ท่านเดินทางไปปรโลกอย่างวางใจเถิด”

สิ้นเสียงสะอื้นของหยวนชิงหลิง ท้องฟ้าที่สว่างจ้าก็ค่อยๆ มืดมิด ไม่นานก็มีสายฝนตกลงมาเบาๆ ทั้งที่ตอนนี้มิใช่ฤดูฝน เสียงท้องฟ้าคำรามดังแว่วมาไม่ดังนัก เหมือนกับต้องการไว้อาลัยให้แม่ทัพผู้เกรียงไกรที่เป็นดั่งวีรบุรุษของแผ่นดินอย่างหยวนหมิง

รถม้าขบวนศพของแม่ทัพหยวนวิ่งช้าๆ จนไปถึงด้านหน้าจวนตระกูลหยวน ชาวเมืองที่เฝ้ารอรับศพของเขาต่างก็เดินตามมาเงียบๆ ทุกคนพร้อมใจกันผูกผ้าขาวไว้บนหัวเป็นสัญลักษณ์การไว้ทุกข์ให้กับวีรบุรุษผู้นั้น เส้นทางที่รถม้าขบวนศพวิ่งผ่านชาวเมืองต่างก็ปลดโคมสีแดงลงมา แม้กระทั่งหอนางโลมอันดับหนึ่งในเมืองหลวง ก็ผูกผ้าสีขาวเอาไว้แทน

หยวนชิงหลิงเดินไปหามารดาและน้องชายที่ยืนรอที่หน้าประตูจวน ท่านแม่ของนางร้องไห้จนสลบไปหลายครั้ง หลังจากที่นางได้ทราบข่าวการตายของสามี ตั้งแต่วันนั้นก็ผ่านไปแล้วหลายวันนางไม่ได้แตะอาหารเลย ทำให้ใบหน้าที่เคยงดงามและดูซูบเซียวไปมาก

“ท่านพ่อ บุตรชายอกตัญญู มารับท่านแล้วขอรับ”

หยวนเฉิงอี้น้องชายของหยวนชิงหลิงคุกเข่าลงต่อหน้าโลงใส่ศพของบิดา ดวงตาของเขาแดงก่ำไม่ต่างจากพี่สาวแต่หยวนเฉิงอี้ก็มิได้หลั่งน้ำตาออกมา เขาถูกฝึกให้เป็นคนเข้มแข็งดั่งชายชาตินักรบเช่นเดียวกับบิดา ต่อจากนี้เขาคือผู้สืบสกุลเพียงคนเดียวของตระกูลหยวนแล้ว เขาจะต้องปกป้องพี่สาวและท่านแม่แทนท่านพ่อที่จากไป

หยวนฮูหยินเมื่อเห็นโลงศพของสามีมาหยุดอยู่ตรงหน้านางก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว หัวใจของนางแตกสลายตั้งแต่ที่ได้รับข่าวร้ายจากวังหลวง นางร้องไห้ออกมาจนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด สามีที่เป็นดั่งร่มโพธิ์ร่มไทรของนางได้จากไปแล้ว

“ฮื่อๆๆๆ ท่านโกหกข้า!! ท่าสัญญากับข้าเอาไว้แล้วว่าหลังจากนี้อีกหนึ่งปีท่านจะกลับมาร่วมงานแต่งงานของหลิงเอ๋อ แล้วเหตุใดท่านถึงได้ตายจากข้าไปเช่นนี้ กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!!หยวนหมิง กลับมาทำตามสัญญาของท่านก่อน”

หยวนฮูหยินร้องไห้ออกมาเสียงดังอย่างไม่อายใคร ร่างกายของนางทรุดลงอย่างไร้เรี่ยวแรง สาวใช้ข้างกายต้องคอยประคองนางเอาไว้เพื่อไม่ให้นางล้มจนได้รับบาดเจ็บ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บทส่งท้าย ชีวิตอิสรเสรี

    “อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ช่วงเวลาแห่งความสุข

    “เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บรรพบุรุษช่วยเหลือ

    “ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เปิดโปงความจริง

    “เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ศึกที่นางเป็นผู้เลือก

    “พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ข่าวลือการเสียชีวิตขององค์ชายห้า

    หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เส้นทางลับ

    “มาเถอะ ในเมื่อเจ้าคิดที่จะติดตามข้าแล้ว เช่นนั้นก็พาข้าไปที่แห่งนั้น เพราะตอนนี้ข้ายังมีภารกิจสำคัญที่ต้องช่วยเหลือครอบครัวอยู่”หยวนชิงหลิงควบม้าตรงไปยังเส้นทางที่นางได้ฟังมาจากเถ้าแก่ร้านบะหมี่ เมื่อนางควบม้ามาถึงตีนภูเขาหินก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว เพราะว่าขี่ม้ามาจึงทำให้ไปย่นระยะเวลาในการเดินทางได

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เบาะแสของครอบครัว

    ร่างบางในคราบหนุ่มน้อยกล่าวขอบคุณนางจากนั้นจึงปิดประตูห้อง ห้องเล็กห้องนี้ถูกทำความสะอาดเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นว่าฮูหยินเถ้าแก่ร้านบะหมี่นั้นเข้ามาทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ ทำให้นางรู้สึกคิดถึงมารดาของตนขึ้นมาทันที“ท่านแม่ ตอนนี้ท่านอยู่ที่ไหนกันแน่”ทางด้านของเซี่ยหวายอี แม้เวลานี้จะยังไม่มีข่าวคร

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   สงครามภายในแคว้น

    “พ่อหนุ่ม เจ้าไม่ใช่คนที่นี่ใช่หรือไม่ หน้าตาไม่คุ้นเลย”หยวนชิงหลิงกระแอมไอเล็กน้อยเพราะสำลักน้ำซุป จนเถ้าแก่วัยกลางคนต้องรีบเทน้ำชาส่งให้นาง“เถ้าแก่ท่านรู้ได้อย่างไร”เถ้าแก่ร้านบะหมี่ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างท้อแท้“จะไม่รู้ได้อย่างไร ข้าที่ขายบะหมี่ที่นี่มายี่สิบปีมีใครบ้างที่ข้าไม่รู้จัก อีกย่า

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   แอบเดินทางไปเฉิงโจว

    “หลิงเอ๋อ ข้าเองก็ไม่ชอบใจนักที่จะต้องแยกจากเจ้า แต่ที่ชายแดนนั้นอันตรายยิ่งนัก ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นบ้าง แต่ถ้าหากเจ้าอยู่ที่นี่ภายในจวนจิ้นอ๋อง เช่นนั้นข้าก็จะได้ทำหน้าที่ของตนได้วางใจ เพราะว่าเจ้ายังปลอดภัยอยู่ในอาณาเขตของข้า”หยวนชิงหลิงเข้าใจในความหมายที่เขากำลังสื่อ แต่ที่น

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status