เข้าสู่ระบบทุกคนส่ายหน้า เพราะความเร่งรีบทำให้พวกเขาไม่ทันได้สังเกตว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้นหรือไม่ แต่เรื่องที่บุตรสาวบอกว่าบิดาที่ตายจากไปแล้วมาช่วยพวกตน เรื่องนี้ฟังดูแล้วน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
“ลูกพูดจริงหรือ มิใช่ว่าคิดไปเองนะ หลิงเอ๋อลูกก็รู้ว่าพ่อของลูกเขา...ตายไปแล้ว”
เสียงสุดท้ายของนางเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน ความเจ็บปวดที่ผ่านมาของนางแม้มิได้แสดงออก แต่มันยังคงฝังลึกอยู่ภายในใจ เมื่อยามที่นางนึกถึงใบหน้าคนเข้มของชายผู้อันเป็นที่รัก
“เมื่อท่านพ่อกลับมา พวกท่านก็จะได้เห็นกับตาตนเองเจ้าค่ะ ว่าท่านยังไม่ตาย”
หยวนชิงหลิงเอ่ยด้วยท่าทางอารมณ์ดี นางแกะห่อผ้าที่มีเสบียงและน้ำออก ก่อนจะแบ่งอาหารให้ทุกคน จากนั้นจึงป้อนน้ำให้ท่านย่าของนาง
“ท่านย่าดื่มน้ำสักหน่อยนะเจ้าคะ อีกไม่นานเมื่อท่านพ่อกลับมา พวกเราจะพาท่านไปรักษากับหมอที่ดีที่สุด”
แม้ส่วนลึกภายในใจของหยวนชิงหลิงเอง จะรู้สึกไม่แน่ใจเช่นกัน แต่นางก็อยากจะเชื่อว่าสิ่งที่นางเห็นนั้นเป็นความจริง ไม่สิ นางขอภาวนาให้สิ่งที่นางเห็นมิใช่เพียงมโนสำนึกที่นางสร้างขึ้น
ภายนอกห้องลับ การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปจนกระทั่งฟ้าสางทุกอย่างจึงได้สงบลง เสียงต่อสู้ที่หยวนชิงหลิงเข้าใจว่าเป็นฝ่ายบิดาของตนและคนของเฉิงอ๋องนั้น ความจริงมิใช่อย่างที่นางคิด
ย้อนกลับไปในตอนที่หยวนชิงหลิงพึ่งออกมาจากเส้นทางลับ เสียงการต่อสู้ที่นางได้ยินนั้นเป็นเสียงทหารของเฉิงอ๋องที่ทำหน้าที่เฝ้าหุบเขา และคนขององค์ชายห้าที่ตามหยวนชิงหลิงมาเพราะได้รับรายงานว่ามีคนเดินทางออกจากเมืองเฉิงโจวไปยังเส้นทางเหมืองที่อยู่ในหุบเขาหิน องค์ชายห้าเดาว่าหยวนชิงหลิงจะต้องได้ข่าวระแคะระคายเรื่องที่ครอบครัวของนางถูกย้ายมาคุมขังในที่แห่งนั้น นางจึงได้ออกติดตามไป
แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงทำให้ทหารที่เฝ้าเหมืองมองเห็นคนขององค์ชายห้าเป็นทหารในชุดเกราะสีดำที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้พวกเขาลงมือโจมตี จากนั้นทั้งสองฝ่ายจึงเกิดการต่อสู้ขึ้น แต่เมื่อยามฟ้าสางทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างต่อสู้กันจนบาดเจ็บล้มตายเหลือเพียงไม่กี่คน หนึ่งในนั้นคือองค์ชายห้าฉินฉู่อี้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่คนของเขาก็พาร่างโชกเลือดของเจ้านายหนีออกมาได้
หลังจากที่ช่วยครอบครัวหนีออกมาจากที่คุมขังได้สำเร็จ ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยวางอยู่บนบ่าของนางก็เหมือนได้ถูกปล่อยวาง ร่างบางเอนกายพิงผนังด้วยความอ่อนล้า จากนั้นเพียงไม่นานนางก็ผล็อยหลับไป
“หลิงเอ๋อ!! หลิงเอ๋อ!! เด็กดี ภารกิจสุดท้ายของพ่อได้ลุล่วงแล้ว ถึงเวลาที่พ่อจำต้องจากไป จากนี้เป็นหน้าที่ของลูกแล้วขอฝากท่านแม่ท่านย่าและน้องชายของลูกให้ลูกดูแลพวกเขาด้วย ไม่ว่าลูกจะอยู่ที่ไหนพ่อคนนี้จะเฝ้ามองลูกอยู่เสมอ ไม่ว่าเมื่อใดที่เจ้าเหนื่อยล้าหรือเสียใจ จงอย่าลืมว่ายังมีพ่อคนนี้อยู่ พ่อจะคอยอยู่เคียงข้างลูก ลูกสาวคนดีของพ่อเจ้าเป็นเด็กที่เข้มแข็งและแข็งแกร่งมาก ลูกจะเป็นผู้นำพาตระกูลซวนหยวนของเรารุ่งเรืองสืบไป”
หยวนชิงหลิงที่ยืนอยู่ท่ามกลางเหล่านักรบเกราะดำนับแสน กวาดตามองพวกเขาทุกคนด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ นางไม่เข้าใจว่าตอนนี้เหตุใดตนเองถึงได้รู้สึกเช่นนั้น บิดาที่นั่งอยู่บนหลังอาชาตัวใหญ่ มองลงมายังบุตรสาวคนโตของตนด้วยสายตาอบอุ่น ร่างสูงตระหง่านยกยิ้มบางๆ ก่อนจะพาคนเหล่านั้นควบม้าหายไปท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
“ท่านพ่อ!! รอเดี๋ยวก่อน!! ท่านจะไปไหน รอข้าก่อน”
หยวนชิงหลิงวิ่งตามพวกเขาไป พลางร้องตะโกนเรียกบิดาของตนไม่หยุดปาก
“หลิงเอ๋อ!! หลิงเอ๋อ!!ตื่นเร็วเข้า ลูกฝันอะไร”
แม่นางหงเขย่าปลุกบุตรสาวที่ผล็อยหลับและละเมอเรียกบิดาออกมาเสียงดัง หยวนชิงหลิงลืมตาตื่นขึ้นใบหน้าของนางเปียกชื้นไปด้วยคราบน้ำตา นางมองมารดาที่นั่งอยู่ข้างตนด้วยสายตางุนงง
“ท่านแม่ ท่านพ่อเล่าเจ้าคะ ท่านพ่อกลับมาหรือยัง”
หยวนชิงหลิงละล่ำละลักถามมารดาของตนด้วยน้ำเสียงร้อนรน แม่นางหงส่ายหน้า
“อย่างนั้นหรือ ท่านพ่อจากไปแล้วจริงๆ สินะ ที่ข้าเห็นทั้งหมดเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่ข้าสร้างขึ้นเท่านั้นเอง”
น้ำตาเม็ดโตรินไหลออกมาจากดวงตางามไม่ขาดสายตอนนี้นางมิอาจสะกดกลั้นความเสียใจและผิดหวังเอาไว้ได้อีกต่อไปแล้ว ความหวังที่ว่าบิดายังคงมีชีวิตอยู่ได้พังทลายลงไปในพริบตา นางมิอาจยอมรับความจริงที่อยู่ตรงหน้าได้ ริมฝีปากบางเม้มแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น สีหน้าของนางในยามนี้บ่งบอกถึงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง
ร่างบางโผเข้าสู่อ้อมแขนอันอบอุ่นของมารดา เวลานี้นางแทบตั้งสติเอาไว้ไม่อยู่แล้ว แม่นางหงเห็นบุตรสาวพูดบางสิ่งที่ไม่สามารถเข้าใจได้ออกมาหลังจากที่ตื่นขึ้น แต่นางก็มิได้เอ่ยถามเพราะรู้ว่าบุตรสาวกำลังเสียใจ นางใช้อ้อมแขนของตนเป็นที่พึ่งพิงให้บุตรสาวในยามที่ไร้เรี่ยวแรงและท้อแท้ แม้นางจะเป็นเพียงสตรีที่อ่อนแอไร้กำลัง แต่หัวใจของนางนั้นเข้มแข็งยิ่งนัก
“หลิงเอ๋อ เด็กดีอย่าร้องไห้ อย่าเสียใจ พ่อจะอยู่ในใจของลูกเสมอและตลอดไป ตอนนี้จงเปิดโลงศพที่อยู่ตรงหน้าลูกออก ความลับทุกอย่างถูกซ่อนอยู่ข้างในนั้น หลิงเอ๋อจงอย่าลืมเด็ดขาด”
เสียงแว่วที่ดังเข้ามาในโสตของนางทำให้หยวนชิงหลิงหยุดชะงักไป นางผละจากอ้อมแขนของมารดาก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังโลงศพที่อยู่ตรงหน้า
“ลูกจะทำอะไรหรือ รบกวนคนตายไม่ใช่เรื่องที่ดีนะหลิงเอ๋อ”
แม่นางหงเห็นบุตรสาวเดินไปยืนที่ด้านหน้าโลงศพสีแดง นางดูออกว่าบุตรสาวจะต้องคิดทำอะไรบางอย่างแน่ และนางก็เดาถูก หยวนชิงหลิงผลักฝาโลงที่อยู่ด้านบนทิ้งไป ก่อนแสงสีทองจะสาดกระจายออกมาจากภายในโลงศพนั้น
หยวนชิงหลิงยกมือขึ้นป้องดวงตาของตนก่อนจะกะพริบถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้เข้ากับแสงเหล่านั้น แสงที่ถูกส่องมาจากภายในโลกศพค่อยๆ เคลื่อนตัวไปมา เสียงกระพือปีกของแมลงชนิดหนึ่งดังหึ่งๆ ขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่พวกมันจะค่อยๆ บินออกมาจากด้านในและวนไปรอบๆ ตัวของนาง
หยวนชิงหลิงไม่กล้าขยับ เพราะนางไม่รู้ว่าพวกมันคือแมลงชนิดใด จะมีพิษหรืออันตรายหรือไม่ ไม่นานแมลงเหล่านั้นที่บินรอบตัวนางก็บินจากไป หยวนชิงหลิงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นางมองเข้าไปข้างในโลงศพอีกครั้ง พบว่าด้านในไม่มีโครงกระดูกหรือศพของใครเลย
“แมลงพวกนั้นแม้จะดูงดงาม แต่พวกมันก็ทำให้ข้าหวาดกลัวไม่น้อยเลยทีเดียว”
นางพึมพำเสียงเบา ก่อนจะหยิบม้วนหนังและม้วนกระดาษออกมาจากด้านใน หยวนชิงหลิงคลี่ม้วนกระดาษออก ก่อนจะเห็นว่ามีตัวหนังสือเขียนเอาไว้ด้านในมากมาย
บนหัวม้วนกระดาษเขียนเอาไว้ว่า บันทึกตระกูลซวนหยวน หยวนชิงหลิงคลี่ม้วนกระดาษออกอ่านดูข้อความด้านในทั้งหมด ก่อนนางจะเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างได้กระจ่างชัดเมื่ออ่านมาถึงข้อความสุดท้าย
หยวนชิงหลิงถอนหายใจออกมาเบาๆ นางมองม้วนกระดาษที่อยู่ในมือ ก่อนจะกอดมันเอาไว้ในอ้อมแขน ทุกคนมองการกระทำอันแปลกประหลาดของนาง ตั้งแต่ที่นางลืมตาตื่นขึ้น จากนั้นจึงหันมองหน้ากันไปมาด้วยความสงสัย
“หลิงเอ๋อ ข้างในเขียนเอาไว้ว่าอย่างไรบ้างหรือ”
หยวนชิงหลิงมองใบหน้าของมารดา ท่านย่า และน้องชายเป็นคนสุดท้าย ก่อนเอ่ยเรื่องที่น่าเหลือเชื่อออกมา
“ตระกูลซวนหยวนก็คือตระกูลหยวนเจ้าค่ะ แต่ถูกทำลายลงไปเมื่อสี่ร้อยปีก่อนด้วยน้ำมือของฮ่องเต้ผู้ก่อตั้งแคว้นฉินคนแรก”
หยวนชิงหลิงเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งชี้นิ้วไปยังโลงศพและชุดเกราะที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า
“อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู
“เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ
“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่
“เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก
“พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย
หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ
หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห
“พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้
“ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม
“อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่







