Share

ตระกูลซวนหยวน

Penulis: zuey
last update Tanggal publikasi: 2026-03-26 06:05:40

“ในบันทึกได้เขียนเอาไว้ว่า ตระกูลฉินและซวนหยวนเป็นเพียงคนกลุ่มเล็กๆ ที่ออกเดินทางเร่ร่อนอยู่ในทุ่งหญ้า ไร้แผ่นดินที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ครอบครัวของพวกเขาก็เริ่มใหญ่ขึ้นและมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นหัวหน้าตระกูลจึงได้คิดสร้างดินแดนเป็นของตนเองขึ้น แต่ในระหว่างนั้นพวกเขาก็ถูกรุกรานจากแคว้นน้อยใหญ่ที่อยู่รอบๆ”

“เพราะความแข็งแกร่งที่มีมาแต่กำเนิด สองตระกูลได้ร่วมมือกันต่อสู้จนได้รับชัยชนะมา และเมืองที่ถูกก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกก็คือแคว้นเฉิน ที่แปลว่ารุ่งอรุณ”

หยวนชิงหลิงชี้ขึ้นไปบนเพดานที่มีไข่มุกราตรีติดเอาไว้เป็นตัวอักษรเฉิน

“ตระกูลซวนหยวนเพียงต้องการที่อยู่เพื่อให้ลูกหลานของตนได้อยู่อย่างสงบสุข ไม่ต้องออกเดินทางเร่ร่อนอีกแล้ว พวกเขาไม่ได้ต้องการอำนาจหรือขึ้นเป็นผู้ครองแผ่นดิน ดังนั้นจึงกลายเป็นหัวหน้าตระกูลฉินได้ขึ้นเป็นอ๋องในเวลาต่อมา แต่หลังจากที่เขาได้รับอำนาจมาอยู่ในกำมือ เรื่องเลวร้ายทุกอย่างก็ได้เริ่มขึ้น”

ฉินอ๋องที่เคยรู้จักเพียงการสู้รบ ไม่มีทางที่จะรู้เรื่องการบริหารบ้านเมืองอย่างแน่นอน ดังนั้นการกดขี่เพื่อขยายดินแดนจึงเกิดขึ้น ฉินอ๋องรุ่นแรกได้ส่งกำลังทหารออกไปสู้รบเพื่อแย่งชิงดินแดนจากแคว้นน้อยใหญ่ที่อยู่รอบๆ แม้ผู้นำตระกูลซวนหยวนจะเคยเอ่ยทัดทานเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่สุดท้ายฉินอ๋องที่กำลังหลงระเริงในอำนาจ ก็มิได้สนใจฟังคำพูดของผู้นำตระกูลซวนหยวนเลยแม้แต่น้อย”

“ผ่านไปหลายปี ฉินอ๋องที่ยึดแคว้นทางใต้มาได้ จึงมีพระราชโองการสั่งย้ายเมืองหลวงไปอยู่ในที่อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำและทรัพยากรที่ต่างจากแผ่นดินแห้งแล้งที่มีเพียงทุ่งหญ้าและก้อนหินอย่างเมืองเฉิน ต่อมาฉินอ๋องได้สถาปนาตนเองขึ้นเป็นฮ่องเต้และตั้งชื่อแคว้นขึ้นมาใหม่ว่าแคว้นฉิน ส่วนเมืองเฉินให้เปลี่ยนเป็นเฉิงโจว”

“เรื่องที่ฉินฮ่องเต้กระทำทั้งหมด มิใช่ทุกคนจะเห็นดีด้วย และหนึ่งในนั้นก็คือตระกูลซวนหยวน พวกเขามิได้อพยพตามไปอยู่ที่เมืองหลวงแห่งใหม่ แต่ยังคงใช่ชีวิตที่เรียบง่ายอยู่ที่เฉิง โจวเช่นเดิม ความแคลงใจที่มีอยู่แต่เดิมทำให้ฉินฮ่องเต้ใส่ร้ายว่าตระกูลซวนหยวนคิดก่อกบฏ”

“มีขุนนางหลายคนเคยออกมาโต้แย้งเรื่องความคิดของฉินฮ่องเต้ ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่ขัดขวางความต้องการของเขาย่อมต้องพบจุดจบไม่ต่างจากตระกูลซวนหยวน ที่เป็นดั่งพี่น้องร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่พวกเขามายี่สิบปี ทุกคนที่กล้าต่อต้านฉินฮ่องเต้จะถูกสั่งประหารให้ตายตกไปตามกัน เพราะความบ้าในอำนาจของเขาทำให้ประชาชนต้องเดือดร้อน ผู้คนต่างก็เดินทางมายังเฉิงโจวเพื่อขอความช่วยเหลือจากหัวหน้าตระกูลซวนหยวน”

หยวนชิงหลิงหยุดเล่าไปเล็กน้อย เพราะเรื่องราวต่อจากนี้นั้นช่างน่าเศร้าและหดหู่ใจยิ่งนัก

“ทหารหลายแสนถูกส่งมายังเฉิงโจว ตระกูลซวนหยวนและผู้ที่ต่อต้านฉินฮ่องเต้ออกไปต่อสู้จนสุดกำลัง แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟต่อให้มีอาวุธหรือชุดเกราะที่ดีกว่าก็ตามที สุดท้ายแล้วกองทัพของตระกูลซวนหยวนต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด ต่อมาพวกเขาขนย้ายชาวเมืองที่เป็นสตรีและเด็ก ถอยร่นเข้ามาซ่อนตัวในหุบเขาหิน จากนั้นจึงใช้ที่นั่นเป็นปราการสุดท้ายในการตั้งรับการโจมตีของกองทัพฮ่องเต้ฉิน”

“ผ่านไปนานนับเดือนเสบียงอาหารเริ่มหมดลง แม้ทหารเริ่มไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้านแต่กำลังใจของพวกเขายังคงดีอยู่ เพราะมีผู้นำตระกูลซวนหยวนยืนหยัดอยู่เคียงข้างพวกเขาในทุกศึกสงคราม”

“การสู้รบของทั้งสองฝ่ายยังคงดำเนินต่อไป ผู้คนเริ่มอ่อนล้าและล้มตายไปทีละคนเพราะอาการบาดเจ็บ ผู้นำตระกูลซวนหยวนได้ตระหนักแล้วว่าศึกครั้งนี้ตนเองไม่มีทางชนะแน่ จึงได้ให้ชาวเมืองไปหลบซ่อนในห้องลับที่เขาแอบสร้างขึ้นตั้งแต่ที่ฉินฮ่องเต้ย้ายเมืองหลวงไป สตรีและเด็กถูกส่งเข้าไปในห้องลับพร้อมทั้งเสบียงอาหารชุดสุดท้าย ข้าวของสมบัติและอาวุธส่วนใหญ่ที่ฮ่องเต้ฉินต้องการจากพวกเขา ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ภายในห้องลับแห่งนั้น”

“แต่เหล่าสตรีที่สูญเสียสามีและเด็กชายที่สูญเสียบิดาต่างก็ยืนหยัดที่จะต่อสู้ร่วมกับตระกูลซวนหยวนเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อต่อต้านฮ่องเต้ทรราชผู้นั้น แม้เส้นทางที่พวกเขาเลือกจะเป็นเส้นทางที่จะนำพาพวกเขาไปสู่ความตาย แต่ในดวงตาของทุกคนกลับไม่มีแม้แต่ความหวาดหวั่น”

หยวนชิงหลิงเล่าไปทั้งน้ำตา ความกล้าหาญของคนเหล่านั้น ทำให้นางรู้สึกหัวใจฮึกเหิมตามไปด้วย เหมือนกับว่าตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งในนักรบชุดสุดท้ายเหล่านั้น

“หลานชายและหลานสาวฝาแฝดอายุสิบสองของผู้นำตระกูลซวนหยวนถูกสั่งให้เข้าไปซ่อนตัวในห้องลับพร้อมกับเด็กเล็กอีกหลายคน แม้ทั้งสองต้องการตามบิดามารดาของตนออกรบ ในครั้งนี้ด้วย แต่พวกเขาคือทายาทรุ่นสุดท้ายของตระกูลซวนหยวนที่เหลืออยู่ แม้ทุกคนในตระกูลจะต้องสิ้นชีพในสนามรบ แต่ตระกูลซวนหยวนจะต้องไม่ล่มสลาย”

“บันทึกสุดท้ายก่อนออกศึก ทุกคนถอนชุดเกราะสีดำทมิฬออก และแต่งตัวด้วยชุดของชนเผ่าเร่ร่อนที่เคยใช้ชีวิตในทุ่งหญ้าอย่างอิสรเสรี แม้ไม่มีแผ่นดินให้อยู่เป็นหลักแหล่ง แต่ในตอนนั้นพวกเขากลับมีความสุขยิ่งนัก สองพี่น้องฝาแฝดถูกเปลี่ยนชื่อสกุลจากซวนหยวนกลายเป็นหยวนเพียงตัวเดียวเพื่อความปลอดภัยของพวกเขา ไม่ว่าสกุลของพวกเขาจะเป็นชื่อใด แต่เลือดในกายทุกหยาดหยดก็คือซวนหยวนอยู่ดี”

“ฝากถึงทายาทของตระกูลซวนหยวนทุกคน ลูกหลานเอ๋ยเมื่อพวกเจ้าได้อ่านบันทึกเล่มนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องแก้แค้น ไม่จำเป็นต้องแย่งชิง ขอให้พวกเจ้าจงใช้ชีวิตอย่างอิสระ อย่าได้ยึดติดกับอดีตที่ผ่านมา และจงนำสิ่งของและทรัพย์สมบัติที่อยู่ภายในห้องลับ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่แผ่นดินและประชาชน”

หยวนชิงหลิงเงยหน้ามองใบหน้าของทุกคน ก่อนที่จะเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาจนเปียกชื้นไปทั้งใบหน้า ก้อนสะอื้นตีตื้นขึ้นมาทำให้นางไม่สามารถเอ่ยสิ่งใดออกมาได้ บรรพบุรุษของนางช่างกล้าหาญยิ่งนัก พวกเขาเป็นดั่งนักรบต้นแบบของตระกูลหยวน ที่ทำทุกอย่างเพื่อผู้อื่นโดยไม่ร้องขอสิ่งใดตอบแทน แม้ตนเองจะถูกสังหารจนสิ้น เพราะพี่น้องที่ต่อสู้สร้างแผ่นดินร่วมกันมา แต่กลับมิได้โกรธแค้นในสิ่งที่พวกเขากระทำ

“ท่านย่า บันทึกของต้นตระกูลหยวนมีเพียงสองร้อยปีเท่านั้น และยังบอกว่าพวกเราเป็นชาวนามาก่อน มิได้เอ่ยถึงตระกูลซวนหยวนเลยสักนิด เรื่องนี้ท่านเคยได้ยินท่านปู่พูดถึงหรือไม่เจ้าคะ”

หยวนชิงหญิงเอ่ยถามหญิงชราที่อาวุโสที่สุดในที่แห่งนั้น นางส่ายหน้าไปมา บ่งบอกว่าเรื่องนี้นางเองก็จนใจ

“ย่าเองก็ไม่รู้ คงมีเพียงต้นตระกูลรุ่นแรกกระมังที่รู้เรื่องนี้”

หยวนชิงหลิงพยักหน้าเห็นด้วย แต่แล้วนางก็นึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้

“ไม่แน่ว่าบันทึกของตระกูลฉินเองก็น่าจะยังมีอยู่ เพราะไม่อย่างนั้นเฉิงอ๋องจะมาขุนหาอะไรในภูเขาที่มีแต่หินเช่นนี้ ที่ตระกูลหยวนไม่ได้บันทึกเกี่ยวกับเรื่องราวของท่านบรรพบุรุษเอาไว้ ก็น่าจะเพราะหากให้พวกเขารู้ว่าคนตระกูลซวนหยวนยังคงมีชีวิตอยู่ พวกเขาจะต้องไม่มีวันปล่อยพวกเราให้มีชีวิตรอดไปได้แน่”

หยวนชิงหลิงวางม้วนกระดาษลง ก่อนจะคลี่ม้วนหนังสัตว์ออก ในนั้นมีแผนที่เส้นทางหลบหนีออกจากภูเขาหินแห่งนี้ รวมถึงห้องลับต่างๆ และรายชื่อลำดับบรรพบุรุษของตระกูลซวนหยวน ถูกสลักเอาไว้อย่างละเอียด

“ท่านแม่ พวกท่านรอข้าอยู่ที่นี่ก่อนได้หรือไม่ เวลานี้องค์ชายห้าน่าจะรู้แล้วว่าพวกท่านหายตัวไป ข้าจะต้องรีบไปตามคนมาช่วยพวกท่านก่อน หากพวกเราออกเดินทางเป็นกลุ่มจะต้องกลายเป็นจุดสนใจแน่”

หยวนชิงหลิงยัดม้วนหนังสัตว์เข้าไปในอกเสื้อ ก่อนที่จะจับมือของมารดาเอาไว้

“ไปเถอะหลิงเอ๋อ ไม่ต้องห่วงพวกเรา ออกจากที่นี่ไปลูกต้องระวังตัวให้ดีอย่าให้องค์ชายห้าเจอตัวลูกได้”

หยวนชิงหลิงพยักหน้า ก่อนที่นางจะออกจากห้องลับนั้นไป ยังหันกลับไปเอ่ยกับน้องชายในวัยสิบเอ็ดของตน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บทส่งท้าย ชีวิตอิสรเสรี

    “อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ช่วงเวลาแห่งความสุข

    “เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บรรพบุรุษช่วยเหลือ

    “ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เปิดโปงความจริง

    “เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ศึกที่นางเป็นผู้เลือก

    “พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ข่าวลือการเสียชีวิตขององค์ชายห้า

    หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   รีบหนีไป

    ทุกคนส่ายหน้า เพราะความเร่งรีบทำให้พวกเขาไม่ทันได้สังเกตว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้นหรือไม่ แต่เรื่องที่บุตรสาวบอกว่าบิดาที่ตายจากไปแล้วมาช่วยพวกตน เรื่องนี้ฟังดูแล้วน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก“ลูกพูดจริงหรือ มิใช่ว่าคิดไปเองนะ หลิงเอ๋อลูกก็รู้ว่าพ่อของลูกเขา...ตายไปแล้ว”เสียงสุดท้ายของนางเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   พบหน้าครอบครัวอีกครั้ง

    ความรู้สึกของหยวนหมิงในเวลานี้ทั้งความสุขและเศร้าผสมปนเป ถึงแม้จะมีผู้คนมากมายยกย่องสรรเสริญให้เขาเป็นดั่งยอดนักรบที่คอยปกป้องผืนแผ่นดิน แต่ในความเป็นจริงเขากลับเป็นบิดาและสามีที่ล้มเหลว หยวนหมิงไม่อาจเอ่ยขอให้ครอบครัวให้อภัยตน แต่เขาต้องการทำหน้าที่บิดาและสามีเป็นครั้งสุดท้าย“หลิงเอ๋อ ได้เวลาตื่น

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ความลับอะไรที่ซ่อนอยู่

    หยวนชิงหลิงหยิบชุดเกราะที่วางอยู่มุมหนึ่งขึ้นมาพิจารณาเล็กน้อย ชุดนี้ถูกตีขึ้นมาได้อย่างประณีตเลยทีเดียวจากนั้นจึงใช้มือเคาะไปที่ชุดเกราะนั้นเบาๆ เสียงใสดังกังวานขึ้นท่ามกลางห้องโถงขนาดใหญ่นางหยิบทวนที่อยู่ใกล้มือขึ้นมา จากนั้นจึงจ้วงแทงไปยังชุดเกราะนั้นเต็มแรง ไร้รอยขีดข่วน หยวนชิงหลิงคิดว่าแรงขอ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เส้นทางลับ

    “มาเถอะ ในเมื่อเจ้าคิดที่จะติดตามข้าแล้ว เช่นนั้นก็พาข้าไปที่แห่งนั้น เพราะตอนนี้ข้ายังมีภารกิจสำคัญที่ต้องช่วยเหลือครอบครัวอยู่”หยวนชิงหลิงควบม้าตรงไปยังเส้นทางที่นางได้ฟังมาจากเถ้าแก่ร้านบะหมี่ เมื่อนางควบม้ามาถึงตีนภูเขาหินก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว เพราะว่าขี่ม้ามาจึงทำให้ไปย่นระยะเวลาในการเดินทางได

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status