Home / รักโบราณ / ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก / ความลับอะไรที่ซ่อนอยู่

Share

ความลับอะไรที่ซ่อนอยู่

Author: zuey
last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-26 06:03:24

หยวนชิงหลิงหยิบชุดเกราะที่วางอยู่มุมหนึ่งขึ้นมาพิจารณาเล็กน้อย ชุดนี้ถูกตีขึ้นมาได้อย่างประณีตเลยทีเดียวจากนั้นจึงใช้มือเคาะไปที่ชุดเกราะนั้นเบาๆ เสียงใสดังกังวานขึ้นท่ามกลางห้องโถงขนาดใหญ่

นางหยิบทวนที่อยู่ใกล้มือขึ้นมา จากนั้นจึงจ้วงแทงไปยังชุดเกราะนั้นเต็มแรง ไร้รอยขีดข่วน หยวนชิงหลิงคิดว่าแรงของตนนั้นคงจะไม่มากพอที่จะทำให้ชุดเกราะนั้นเป็นรอยได้

นางจึงจ้วงแทงไปที่ชุดเกราะนั้นอีกหลายครั้ง ก่อนจะวางทวนที่อยู่ในมือลง ไร้ผล นางไม่สามารถทำให้ชุดเกราะชุดนั้นมีแม้แต่รอยขีดข่วนได้ ช่างไร้ความสามารถเสียจริง เสียทีที่เกิดเป็นลูกหลานของตระกูลนักรบ

หยวนชิงหลิงนั่งหมดแรงอยู่ตรงนั้นเป็นนาน ก่อนจะลุกขึ้นเดินสำรวจไปรอบๆ อีกครั้ง ห้องด้านในสุดห้องสุดท้ายเป็นห้องที่ดูลึกลับที่สุด แม้ทุกห้องจะถูกแยกออกจากกันแต่กลับไม่มีประตูปิดเอาไว้ แต่ห้องสุดท้ายกลับมีประตูบานใหญ่สีดำกั้นระหว่างนางกับบางสิ่งที่อยู่ด้านใน

หยวนชิงหลิงสองจิตสองใจ นางจะเปิดประตูบานนั้นดีหรือไม่ บางทีด้านหลังประตูบานนี้อาจมีความลับของใครบางคนที่ไม่ต้องการให้ใครรู้ซ่อนอยู่ จึงได้ทำประตูขวางเอาไว้ แต่อีกใจนางก็คิดว่าด้านหลังประตูบานนี้จะเป็นทางรอดเดียวของนางที่จะสามารถพาออกไปจากที่นี่ได้

ร่างบางยืนลังเลอยู่ที่หน้าประตูสีดำอยู่อึดใจ ก่อนจะลองผลักประตูบานนั้นเบาๆ เสียงแอ๊ดดด!! ดังขึ้น จากนั้นสายลมหอบหนึ่งก็พัดเข้ามาปะทะใบหน้าของนาง เมื่อหยวนชิงหลิงเห็นว่าด้านหลังประตูบานนั้นมีลมพัดผ่าน เช่นนั้นทางออกจะต้องอยู่ที่นี่แน่

นางผลักประตูบานใหญ่สีดำจนสุดแรง เมื่อประตูถูกเปิดออกจนสุด ด้านในเป็นห้องขนาดไม่ใหญ่ไม่มีการตกแต่งใดๆ ไร้ไข่มุกราตรีประดับแต่กลับมีแสงส่องลอดลงมาได้ ตรงกลางมีโลงศพสีแดงวางอยู่ ด้านข้างมีชุดเกราะสีดำทะมึนถูกสวมอยู่ในหุ่นไม้

หยวนชิงหลิงไม่ได้สนใจในสิ่งเหล่านั้น นางเดินสำรวจหาที่มาของสายลม แต่ห้องหินสี่เหลี่ยมนั้นกลับไม่มีช่องว่าเลย แล้วมันมีแสงสว่างได้อย่างไร ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองเพดานหินที่อยู่สูงจากนั้นก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง ไข่มุกราตรีมากมายถูกติดเอาไว้ในผนังด้านบนเป็นตัวอักษรเฉิน 晨 ที่แปลว่ารุ่งอรุณ

“ช่างเป็นสถานที่ที่แปลกประหลาดเสียจริง ไม่รู้ว่าใครที่มีความคิดบ้าๆ ให้สร้างสถานที่เช่นนี้ขึ้น”

ร่างบางสบถอย่างหัวเสีย ก่อนจะคลำไปบนผนังสำรวจทุกพื้นที่ภายในห้องนั้น นางคิดว่าจะต้องมีกลไกอะไรบางอย่างซ่อนอยู่แน่ เหมือนตอนที่นางกลิ้งลงมายังที่ลึกลับแห่งนี้

แล้วก็เป็นอย่างที่นางคิด กลไกที่ถูกติดตั้งอยู่ที่ผนังถ้าหากไม่สังเกตอย่างละเอียดจะไม่มีทางรู้ได้เลย แต่ตรงนั้นสีของมันจะเข้มกว่าผนังรอบๆ เล็กน้อย หยวนชิงหลิงกดลงไปเบาๆ เสียงครืนก็ดังขึ้น ลมร้อนสายใหญ่พัดเข้าปะทะใบหน้าของนางอย่างแรงจนนางต้องยกมือขึ้นบังเอาไว้

เมื่อหยวนชิงหลิงสามารถปรับสายตาของตนได้ จึงพบว่านางยืนอยู่ท่ามกลางหุบเขาหินแห่งหนึ่ง เสียงค้อนกระทบหินและเสียงพูดคุยสนทนาดังแว่วมาไกลๆ

หรือว่านี่จะเป็นทางลับทำให้นางสามารถเข้ามาในพื้นที่ของเฉิงอ๋องได้ จากที่นางเดินดูรอบๆ ทางลับนั่นน่าจะยังไม่ทันถูกค้นพบ หากปล่อยให้พวกเขาขุดต่อไปไม่แน่ว่าที่นี่คงจะถูกเปิดเผยไม่ช้าก็เร็ว

หยวนชิงหลิงสำรวจด้านนอกหาว่าตรงไหนคือกลไกสำหรับเปิดปิดประตูห้องลับ จากนั้นทำเครื่องหมายเอาไว้เผื่อเวลาฉุกเฉิน นางกลับเข้าห้องลับไปอีกครั้งเพื่อรอเวลากลางคืน เพราะหากบุ่มบ่ามเข้าไปตอนนี้ นางอาจถูกพวกองครักษ์จับตัวเอาได้

หยวนชิงหลิงนั่งลงพิงผนังหิน คิดใคร่ครวญเกี่ยวกับวิธีหลบหนีไปจากที่นี่อีกครั้ง ความรู้สึกอ่อนเพลียเข้าจู่โจมเพราะไม่ได้นอนมาทั้งคืน จึงคิดจะงีบหลับเพื่อเอาแรงสักหน่อย แต่แล้วสายตาของนางก็สะดุดเข้ากับตัวอักษรที่สลักเอาไว้ด้านข้างโลงศพ ด้วยความสงสัยนางจึงคลานเข้าไปใกล้ก่อนจะใช้แขนเสื้อเช็ดคราบฝุ่นที่ติดอยู่บนตัวอักษรนั้นออก

“ซวนหยวนอย่างนั้นหรือ ไม่คุ้นเลยแฮะ ราชวงศ์นี้อยู่มานานแค่ไหนกันแน่ หรือว่าเป็นแค่ตระกูลใหญ่ที่เคยล่มสลายไปนานแล้ว”

หยวนชิงหลิงสำรวจไปรอบๆ โลง เผื่อว่าจะยังมีตัวอักษรอื่นเพื่อชี้ไปยังเบาะแสเกี่ยวกับคนที่สร้างทางลับนี้ แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่พบสิ่งใด นางจึงคลานกลับมานอนพิงผนังที่เดิมก่อนจะงีบหลับไปในเวลารวดเร็ว

เสียงงืมงำดังออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มของนาง จากนั้นร่างเล็กที่กำลังหลับสนิทก็ถูกเขย่าปลุกเบาๆ หยวนชิงหลิงปัดมือที่กำลังเขย่าตนทิ้งไปด้วยความรำคาญ เปลือกตาของนางขยับเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เปิดขึ้น ดวงตากลมโตมองไปยังผู้มาใหม่ที่กำลังยืนรายล้อมนางด้วยใบหน้างุนงง

“พวกเจ้า....เป็นใครกัน”

นางถามออกไปน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย ก่อนที่หยวนชิงหลิงจะนึกได้ว่าในเวลานี้ตนเองกำลังอยู่ในพื้นที่ของศัตรู ร่างเล็กดีดตัวขึ้นจนสุดกำลังก่อนจะคว้ากริชที่เหน็บอยู่ข้างเอวขึ้นมาเพื่อป้องกันตัว นางวาดมันออกไปเพื่อให้พวกเขาถอยห่างจากตน

“พวกเจ้าเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร!! อยู่ให้ห่างจากข้าไว้”

หยวนชิงหลิงตะคอกออกไปด้วยน้ำเสียงดุดัน ใบหน้าของนางยามนี้ไม่มีความหวั่นเกรงต่อผู้คนเหล่านั้นแม้เพียงนิด ถึงแม้ในยามนี้นางเหลือจะตัวคนเดียวก็ตาม

คำถามของนางไม่ได้รับการตอบกลับ พวกเขายังคงยืนนิ่งเฉยไม่ได้มีท่าทีคุกคามหรือต้องการทำร้ายนาง และเมื่อหยวนชิงหลิงสังเกตให้ดีพวกเขาทุกคนต่างก็สวมชุดเกราะสีดำทะมึนไม่ต่างกัน ชุดเกราะที่ทหารเหล่านั้นสวมใส่ช่างดูคุ้นตานัก หรือว่า...

“พวกเจ้าเป็นคนของเฉิงอ๋องใช่หรือไม่ ถ้าหากไม่ใช่ก็จงบอกมาว่าพวกเจ้าเป็นใคร มาจากที่ใด”

ในระหว่างที่หยวนชิงหลิงกำลังค้นหาคำตอบ เสียงเดินจากทางด้านหลังทหารในชุดเกราะดำกลุ่มนั้น เรียกความสนใจจากนางที่กำลังจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาระแวดระวัง

ร่างสูงตระหง่านในชุดเกราะดำที่กำลังยืนรุมล้อมนางถูกแหวกออกเป็นสองฝั่ง เพื่อให้ผู้มาใหม่เดินเข้ามาได้อย่างสะดวก ใบหน้าที่แสนคุ้นเคยของคนผู้นั้นเรียกน้ำตาจากดวงตากลมโตให้เอ่อคลอขึ้น

“ทะ..ท่านพ่อ!!”

นางทั้งตกใจและตื่นตะลึงที่ได้เห็นเขาอีกครั้ง ร่างบางถลาเข้าหาบิดาที่ตนคิดว่าตายจากไปนานแล้ว โลกทั้งใบที่เคยพังทลายไปเพราะฝีมือของคนตระกูลฉินเวลานี้ได้กลับมาหานางแล้ว สองพ่อลูกยืนกอดกันท่ามกลางเหล่านักรบที่ไม่รู้ที่มา

หยวนชิงหลิงร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างไม่รู้สึกอาย ราวกับเด็กน้อยหลงทางที่ได้พบครอบครัว นางคิดว่าชาตินี้ตนเองจะไม่ได้พบหน้าบิดาอีกต่อไปแล้ว ใบหน้างามบิดเบี้ยวเพราะการร้องไห้และเปียกชื้นไปด้วยคราบน้ำตา

“ฮื่อๆๆๆ!!! ท่านพ่อ!! ท่านพ่อ!!เป็นไปได้อย่างไร ข้าเป็นคนฝังท่านเองกับมือ แต่ตอนนี้ท่านกลับยังมีชีวิตอยู่ เหตุใดท่านไม่ยอมกลับบ้านไปหาพวกเรา ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านแม่ถูกคนชั่วจับตัวไปแล้ว ทุกอย่างเป็นความผิดของข้า เป็นข้าที่อวดฉลาดเลยทำให้ทุกคนต้องตกอยู่ในอันตราย ท่านพ่อท่านเองก็มาช่วยท่านแม่ ใช่หรือไม่ ข้าดีใจนักที่ท่านยังมีชีวิตอยู่”

หยวนหมิงมิได้ตอบคำถามของนาง เขาใช้มือหนาและหยาบกร้านจากการจับทวนออกศึก ลูบไปยังหัวทุยของบุตรสาวด้วยความรักใคร่เอ็นดู ดวงตาคมดุดันเมื่อยามอยู่ในสนามรบมองไปยังไปบุตรสาวมีทั้งความเอื้ออารีอ่อนโยนและเศร้าสร้อย

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บทส่งท้าย ชีวิตอิสรเสรี

    “อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ช่วงเวลาแห่งความสุข

    “เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   บรรพบุรุษช่วยเหลือ

    “ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   เปิดโปงความจริง

    “เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ศึกที่นางเป็นผู้เลือก

    “พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ข่าวลือการเสียชีวิตขององค์ชายห้า

    หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   สั่งระดมพล

    หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   แผนการอันแยบยล

    “พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ท่านนอนไม่หลับหรือ

    “ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม

  • ทวงแค้น ลิขิตชะตารัก   ความอุ่นใจเมื่ออยู่ในอ้อมแขน

    “อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status