LOGINทุกคนต้องเดินผ่านถ้ำเล็กอยู่นานกว่าจะทะลุอีกด้านที่เป็นใจกลางหุบเขา ที่นั่นมีหมู่บ้านขนาดใหญ่และดูเหมือนจะมิใช่หมู่บ้านธรรมดา ชายฉกรรจ์มากมายกำลังฝึกต่อสู้ไม่ต่างจากทหาร เหมือนกำลังเตรียมตัวออกรบ
ไม่ต้องให้นางเดาก็รู้ได้ว่าที่นี่จะต้องเป็นสถานที่ที่ใครบางคนซ่องสุมกำลังคนเอาไว้แน่ แล้วใครล่ะที่กล้าเหยียบจมูกพญามัจจุราชอย่างจิ้นอ๋องในพื้นที่ของเขาเช่นนี้
“มาแล้วหรือ เหตุใดถึงได้ปล่อยให้ข้ารอนานถึงเพียงนี้”
ชายชุดดำรูปร่างสูงใหญ่ บนใบหน้ามีหน้ากากสีดำที่แสนคุ้นเคยสวมอยู่ หยวนชิงหลิงเห็นคราแรกนางถึงกับตกใจ เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หรือว่าทั้งหมดเป็นเพียงการเล่นละครแสร้งตบตา
เขารู้จักกับฉินฉู่อี้อยู่แล้วอย่างนั้นหรือ หรือว่าทั้งสองร่วมมือกันมานานแล้ว แล้วเขาจะทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไร ทุกอย่างที่นางเห็นอยู่ในเวลานี้ล้วนดูย้อนแย้งไม่เข้ากัน หยวนชิงหลิงยืนเงียบเพื่อรอดูสถานการณ์ต่อไป มิได้เอ่ยสิ่งใดออกมา
“เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ นำตัวนางไปขังแล้วเฝ้าเอาไว้ให้ดี”
องค์ชายห้าเอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปสั่งคนของตน จากนั้นจึงเดินเข้าไปในเรือนหลังหนึ่งพร้อมกับชายสวมหน้ากากดำ
หยวนชิงหลิงถูกจับขังเอาไว้อีกครั้ง นางไม่มีทางเชื่อว่าเจ้าคนที่สวมหน้ากากดำผู้นั้นจะเป็นจิ้นอ๋อง ถึงแม้ว่าลักษณะท่าทางการพูดและน้ำเสียงของเขาแทบจะเหมือนกันทั้งหมด เขาจะลำบากให้ฉินฉู่อี้จับตัวนางมาที่นี่ทำไม ในเมื่อนางและเขากำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้ว
ช่วงเย็น คนขององค์ชายห้ายกน้ำสำหรับอาบเข้ามาภายในห้องของนาง ห้องนี้ดูดีกว่าทุกห้องที่นางเคยถูกขังเอาไว้ ทำให้หยวนชิงหลิงรู้สึกสังหรณ์ใจว่ากำลังจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับตน
หลังจากอาบน้ำเสร็จ นางแสร้งทานอาหารที่พวกเขายกมาให้ หลังจากที่องครักษ์เห็นนางทานเข้าไปพวกเขาก็เดินออกจากห้อง หยวนชิงหลิงรีบคายอาหารออกมาจากนั้นจึงแอบเอามันไปเททิ้งที่ซอกมุมหนึ่ง มิได้แตะอาหารเหล่านั้นแม้แต่นิดเดียว
ยามจื่อ (23.00-01.00) เสียงเปิดประตูเข้ามาภายในห้องไม่เบานัก หยวนชิงหลิงที่ไม่กล้านอนหลับรู้สึกหัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น ร่างสูงใหญ่ของชายสวมหน้ากากเดินโซเซเข้ามาภายในห้อง ด้านนอกประตูองครักษ์ที่เฝ้าอยู่ก็เดินผละจากไป
กลิ่นเหล่าที่โชยมาจากกายเขา ทำให้หยวนชิงหลิงรู้ว่าบุรุษผู้นี้กำลังเมา โอกาสของนางมาถึงแล้ว ร่างบางนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงเพื่อรอโอกาสที่จะซัดเขาให้หมอบ แล้วหาทางหนีไปจากที่นี่
สัมผัสที่มาจากเขาทำให้นางรู้สึกขยะแขยงต่างจากสัมผัสของเซี่ยหวายอีอย่างสิ้นเชิง ร่างบางพยายามอดทนเอาไว้เพื่อรอจังหวะที่เขาเผลอ ในระหว่างที่เขากำลังพยายามถอดชุดทั้งยังใช้จมูกซุกไซร้ไปที่ซอกคอของนาง
หยวนชิงหลิงก็ลุกขึ้นคว้าแจกันดอกไม้ที่นางซ่อนเอาไว้ทุบไปที่หัวของเขาอย่างแรงถึงสองครั้ง แจกันชิ้นนั้นแตกละเอียดพร้อมเลือดที่ไหลหลินออกมาจากหัวของชายสวมหน้ากาก หยวนชิงหลิงผลักร่างที่ล้มทับตนออก ก่อนจะรีบสวมเสื้อผ้ากลับอย่างเร่งรีบ
ในช่วงเวลาที่นางคิดจะหนีไป หยวนชิงหลิงรู้สึกติดใจเรื่องหน้ากากที่เขาสวมอยู่ จึงย้อนกลับไปดึงสีดำนั้นออก ภาพใบหน้าของใครคนหนึ่งทำให้นางตกตะลึงจนแทบหาเสียงตนเองไม่เจอ
“องค์ชายใหญ่!! ทำไมถึงเป็นเขา”
ใบหน้างามตกตะลึงจนซีดเผือด นางรีบสวมหน้ากากกลับคืนเข้าที่เดิม จากนั้นจึงรีบหนีออกมาจากห้องนั้นไปทันที ดูเหมือนนางจะได้รู้เรื่องใหญ่เข้าเสียแล้ว คนที่ซ่องสุมกำลังคนและร่วมมือกับฉินฉู่อี้คือองค์ชายใหญ่แห่งแคว้นเซี่ยอย่างนั้นหรือ นี่เขาคิดที่จะก่อกบฏหรืออย่างไร
หยวนชิงหลิงใช้ความมืดให้เป็นประโยชน์ นางเร้นกายภายใต้ความมืด เพื่อหลบเลี่ยงสายตาของเหล่าองครักษ์ที่เดินตรวจตรายังที่ต่างๆ ก่อนจะไปถึงปากทางเข้าที่เป็นถ้ำ ที่นั่นมีคนเฝ้าอยู่สองคน หยวนชิงหลิงคิดหาวิธีให้ตนผ่านไปได้โดยที่ไม่ให้คนพวกนั้นรู้ตัว
นางย้อนกลับมายังหมู่บ้านอีกครั้ง ก่อนที่จะใช้คบไฟที่ปักเอาไว้ให้แสงสว่างเผาเรือนที่มุงด้วยหญ้าแห้งสองสามหลัง
“ไฟไหม้จ้า!! ไฟไหม้!!”
นางตะโกนเสียงดังปลุกให้คนทั้งหมู่บ้านตื่นขึ้น ร่างบางใช้ดินปาดไปที่ใบหน้าของตนเพื่อให้มองไม่ออกว่าเป็นใคร ก่อนจะวิ่งกระหืดกระหอบไปยังทางเข้า
“พี่ชาย!! กระท่อมทางด้านนู้นถูกไฟไหม้ พวกเราจะทำอย่างไรกันดี”
หยวนชิงหลิงแสดงท่าทีร้อนรนออกมา ชายสองคนที่เฝ้าทางเข้าเห็นพระเพลิงกำลังลุกท่วม พวกเขาก็รู้สึกตกใจรีบพากันวิ่งไปยังต้นเพลิงทันที ส่วนหยวนชิงหลิงที่ได้โอกาสนางก็รีบวิ่งเข้าไปในถ้ำเล็กนั้นโดยไม่คิดหันหลังกลับไปมอง
ทางด้านเซี่ยหวายอี แม้หมู่บ้านแห่งนั้นจะอยู่ใจกลางหุบเขา แต่เมื่อเกิดเพลิงไหม้กลางดึกเช่นนี้ พวกเขาย่อมต้องมองเห็นได้อย่างชัดเจน
“ที่นั่นแหละ!! ต้องเป็นที่นั่นแน่นอน รีบไปเร็วเข้า!!”
เซี่ยหวายอีและคนของเขาอีกยี่สิบกว่าคน เร่งทะยานตรงไปยังต้นเพลิงทันที แต่เมื่อเข้าไปในป่าลึกกลับหาทางเข้าไม่พบ พวกเขาเดินวนอยู่ที่นั่นเป็นนาน จนกระทั่งร่างหนึ่งทะลึ่งพรวดออกมาจากซอกหินที่ไม่น่ามีจะมีคนเข้าไปได้
“ชะ...ช่วยข้าด้วย!!”
หยวนชิงหลิงวิ่งล้มลุกคลุกคลานมายังกลุ่มคนที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกล เพราะเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงต่อให้ไม่มีแสงจากคบไฟนางก็สามารถมองเห็นใบหน้าของทุกคนได้อย่างชัดเจน
“เซี่ยหวายอี!! ข้าเอง!! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว รีบไปพากองทัพของเจ้ามาที่นี่เร็วเข้า”
หยวนชิงหลิงที่วิ่งหนีมานาน ส่งเสียงหอบเหนื่อยออกมาเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ
“เจ้าใจเย็นๆ ก่อน ค่อยๆ พูด ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ต้องกลัว”
เซี่ยหวายอีกอดร่างบางที่ใบหน้ามอมแมมลายพร้อยเป็นลูกแมวเอาไว้ในอ้อมอก หยวนชิงหลิงพยายามตั้งสติก่อนจะสูดเอากลิ่นหอมที่แสนคุ้นเคยเข้าเต็มปอด เพื่อเป็นกำลังให้แก่ตน ตอนนี้นางรู้สึกปลอดภัยแล้ว
“องค์ชายใหญ่ร่วมมือกับองค์ชายห้าแคว้นฉินซ่องสุมกำลังคนเพื่อก่อกบฏ เจ้ารีบไปพากองทัพของเจ้ามาที่นี่ตอนนี้เลย ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัวว่าข้าหนีออกมา แล้วก็ควันไฟที่เจ้าเห็นอยู่ตอนนี้ข้าเป็นคนจุดมันขึ้นเอง”
หยวนชิงหลิงเอ่ยละล่ำละลักออกมา ทุกคนที่ได้ฟังต่างก็ตกใจไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน แต่นางจะกุเรื่องทั้งหมดขึ้นมาเพื่อสิ่งใดกัน เพราะนางเองก็ตกเป็นเหยื่อ
“เจ้าไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ให้ข้าจัดการเอง”
เซี่ยหวายอีก้มลงอุ้มร่างบางเอาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะใช้วิชาตัวเบาพาร่างเล็กทะยานจากที่แห่งนั้นไป ทิ้งให้คนของเขาเฝ้าทางเข้าเอาไว้
ไม่นานกองทัพที่ถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเร่งด่วนก็เดินทางเข้าไปในป่าลึก ทางเข้าที่หยวนชิงหลิงได้ชี้บอกเอาไว้นั้นเล็กเกินไปที่ทหารในกองทัพทั้งหมดจะเข้าไปได้ หากเป็นเช่นนี้พวกเขาจะต้องตกเป็นรองแน่ เมื่อถึงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายต้องต่อสู้กัน
“อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู
“เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ
“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่
“เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก
“พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย
หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ
หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห
“พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้
“ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม
“อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่







