เข้าสู่ระบบไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด หยวนชิงหลิงนอนอยู่ภายในห้องเก็บของที่เหม็นอับ หูของนางได้ยินเพียงเสียงคลื่นของทะเลและกลิ่นเค็มโชยมา นางถูกกรอกด้วยยางบางอย่างทำให้ไร้เรี่ยวแรง แม้แต่เวลาทานอาหารก็ต้องมีคนคอยป้อน ถึงนางจะพยายามขัดขืนทุกทางแต่สุดท้ายมันก็ไร้ผล
ร่างบางถูกห่อด้วยผ้าสีดำก่อนจะถูกแบกลงจากเรือ นางไม่รู้ว่าตนเองจะต้องไปหยุดลงที่ไหน แต่ในใจก็ได้แต่ภาวนาขอให้เซี่ยหวายอีรู้ตัวแล้วตามาช่วยนางออกไปให้ได้
หยวนชิงหลิงถูกโยนเข้าไปในห้องเล็กห้องหนึ่งอย่างไม่ไยดี ขาของนางถูกล่ามโซ่เอาไว้ หน้าต่างทุกบานถูกปิดสนิทด้านนอกถูกไม้ตีปิดเอาไว้แน่นหนา ส่วนประตูหน้าก็ถูกคล้องโซ่ ทำให้ภายในห้องดูมืดมิดแม้จะเป็นช่วงเวลากลางวัน ยังดีที่มีเตียงนอนและผ้าห่มวางเอาไว้ให้ นอกจากเวลาอาหารแล้ว จะไม่มีใครมาเปิดประตูนี้เด็ดขาด
หยวนชิงหลิงไม่เข้าใจว่าเหตุใด พวกเขาจะต้องปิดตาห่อตัวนางด้วยผ้า หรือว่าที่นี่จะเป็นที่ที่นางรู้จัก หยวนชิงหลิงขยับกายที่พอจะมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้างเดินไปยังหน้าต่าง นางใช้นิ้วเจาะกระดาษให้เป็นรูก่อนจะสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ เท่าที่จะพอมองเห็นได้
นอกจากต้นไม้แล้วนางก็มองไม่เห็นภาพอื่นใด แต่แล้วลมสายหนึ่งก็พัดโชยมา หอบเอากลิ่นหอมและกลิ่นของน้ำมาด้วย กลิ่นหอมนี้เป็นกลิ่นที่นางรู้สึกคุ้นเคยยิ่งนัก
“หรือว่า.... ไม่จริงน่า เหลือเชื่อเกินไปแล้ว”
หยวนชิงหลิงพยายามสูดดมกลิ่นนั้นอีกครั้ง กลิ่นหอมยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อยามที่ลมพัดโชยมา ทำให้นางมั่นใจได้ว่าตนเองอยู่ที่ใด
เซี่ยหวายอีสั่งให้สายลับของตนที่ซ่อนตัวอยู่ตามแคว้นต่างๆ รายงานความเคลื่อนไหวมายังเขา แต่แล้วกระทั่งตอนนี้ทุกอย่างก็ยังคงเงียบสนิท เขามืดแปดด้านไม่รู้ว่านางจะถูกพาตัวไปไกลถึงที่ใดแล้ว เขาพลาดไปจริงๆ ที่มิได้ให้คนแฝงตัวไปกับองค์ชายห้าเพราะคิดดูแคลนในความสามารถของเขา ในเวลานี้เซี่ยหวายอีรู้สึกเสียใจยิ่งนัก
ร่างสูงยืนอยู่ใต้ต้นไม่ใหญ่ด้วยท่าทางเหม่อลอย ในระหว่างที่พวกเขากำลังพักม้า หลังจากที่ใช้พวกมันวิ่งมาเป็นเวลานาน เหยี่ยวตัวใหญ่ร้องดังเสียดแก้วหูแว่วมาแต่ไกล ทำให้ร่างสูงหลุดจากภวังค์หันไปมองตามที่มาของเสียง
“ได้ความว่าอย่างไรบ้าง”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างคาดหวัง เขาหวังว่าครั้งนี้จะได้ข่าวคราวอะไรกลับมาบ้าง หลังจากที่นางหายตัวไปหลายวัน
“เจอแล้วพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องพวกท่านจะต้องไม่เชื่อแน่ว่าสายลับของเราพบตัวนางที่ไหน”
เข่อซิงเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น
“ที่ไหน!! / ที่ไหน!!”
ทั้งเซี่ยหวายอีและชางรุ่ยเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
“จิ่งโจว พ่ะย่ะค่ะ”
ใช่แล้ว ใครจะไปคิดว่านางที่ทุกคนออกตามหาไปทั่วดินแดนจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม และเป็นสถานที่ที่ไม่ว่าใครต่างก็คิดไม่ถึง เมืองจิ่งโจวชายแดนแคว้นเซี่ยที่ติดกับเมืองเหออันชายแดนแคว้นฉิน ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือนหยวนชิงหลิงใช้เวลาอยู่ที่นั่นจนนางรู้สึกคุ้นชิน ก่อนออกเดินทางมายังเมืองหลวงแคว้นเซี่ยพร้อมกับกองทัพ
กลิ่นหอมที่นางรับรู้ได้ในตอนที่นางอยู่ในห้อง มันคือกลิ่นของดอกหอมหมื่นลี้ที่ขึ้นอยู่ใกล้กับลำธาร ที่แห่งนั้นพวกนางใช้เวลาส่วนใหญ่ในการซักผ้าและชำระกาย ทำให้ครั้งแรกที่นางได้กลิ่นนางจึงรู้สึกคุ้นเคยยิ่งนัก แสดงว่าที่ที่นางถูกขังเอาไว้จะต้องอยู่ไม่ไกลจากค่ายทหารแน่นอน หยวนชิงหลิงเริ่มมีความหวังขึ้นมาเล็กน้อย นางหวังว่าเซี่ยหวายอีจะนึกออก ว่านางถูกจับขังเอาไว้ที่ไหน
เสียงโซ่เหล็กกระทบกันที่ด้านหน้าประตู ทำให้หยวนชิง หลิงละความสนใจในเรื่องต่างๆ ก่อนที่จะมองไปยังที่มาของเสียง หญิงวัยกลางคนอายุราวสามสิบปี แต่งด้วยชุดสตรีชาวบ้านธรรมดาของแคว้นเซี่ย เดินเข้ามาภายในห้องพร้อมกับถาดอาหารในมือ นางวางทุกอย่างลงบนโต๊ะที่ตั้งอยู่มุมหนึ่ง ก่อนที่จะพยักพเยิดให้หยวนชิงหลิงทานอาหาร
“รีบทานเถิดเจ้าค่ะ ข้าน้อยต้องรีบออกไป”
เสียงแหบแปล่งเอ่ยขึ้น พยายามเร่งเร้าให้หยวนชิงหลิงทำตาม ร่างบางพินิจสตรีวัยกลางคนที่แต่งหน้าหนาเตอะ ก่อนจะทานอาหารตามที่นางบอก
หลังจากที่ใช้ตะเกียบเขี่ยข้าวสวยในชามไปมา ทำให้มองเห็นม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งที่สอดไส้อยู่ข้างใน หยวนชิงหลิงเงยหน้ามองนาง จากนั้นจึงหยิบกระดาษแผ่นนั้นคลี่ออกอ่าน
ด้านในเขียนเอาไว้ว่าให้นางเตรียมตัวเอาไว้คืนนี้ สตรีวัยกลางคนที่จับตามองหยวนชิงหลิงอยู่พยักหน้าให้นาง จากนั้นจึงเก็บสำรับทั้งหมดออกไป
ช่วงกลางดึก เสียงตุ้บดังขึ้นที่หน้าประตูสองเสียง องครักษ์สองคนที่เฝ้าอยู่ถูกตีจนสลบจากนั้นเสียงไขกุญแจด้านนอกก็ดังขึ้น ร่างบางที่นอนหลับตาอยู่ก็รีบดีดตัวขึ้นตามสัญชาตญาณ บุรุษชุดดำเดินเข้ามาภายในห้องทำให้หยวนชิง หลิงชะงักไป นางไม่รู้ว่าคนผู้นี้คือคนที่จะมาช่วยเหลือนางใช่หรือไม่ ทำให้นางมองไปที่เขาด้วยสายตาระแวดระวัง
“ข้าเอง ข้าเอง”
ชายชุดดำบีบเสียงของตนให้เล็กลง ทำให้หยวนชิงหลิงจำได้
“เจ้าเป็นบุรุษอย่างนั้นหรือ”
นางถามเขาด้วยความสงสัย ก่อนที่ทั้งสองจะช่วยกันไขกุญแจโซ่ตรวนที่อยู่ที่เท้าของนาง
“ข้าน้อยคือคนของจิ้นอ๋อง ท่านหญิงได้โปรดรีบตามข้ามาก่อนที่....”
คบเพลิงที่อยู่ด้านนอกสว่างวาบขึ้น หยวนชิงหลิงรู้แล้วว่า พวกตนกำลังติดกับดัก นางชักกระบี่ออกมาจากเอวของชายหนุ่มชุดดำก่อนที่จะใช้มันพาดไปที่คอของตน
“ปล่อยเขาไปซะ!! ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าจะได้เห็นข้าเป็นศพแรก”
หลายคนที่กำลังย่างสามขุมตรงมาที่นางต่างก็หยุดชะงักไปพร้อมกัน
“หยวนชิงหลิง เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใครอย่างนั้นหรือ ถึงได้กล้ามาต่อรองกับข้า”
เสียงทุ้มเดินออกมาจากด้านหลัง ทำให้นางมองเห็นเขาได้อย่างชัดเจน
“ฉินฉู่อี้.... ไม่ว่าข้าจะมีสิทธิ์ต่อรองกับเจ้าหรือไม่ แต่ถ้าเจ้าอยากให้ข้าตายเจ้าคงสังหารข้าไปนานแล้ว ไม่มีทางเก็บชีวิตข้าเอาไว้ถึงตอนนี้หรอก ถ้าหากว่าข้าหมดประโยชน์กับเจ้าแล้ว”
“เจ้า!!”
องค์ชายห้าได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจ นางรู้จักเขาดีมากเกินไป ทำให้นางมีข้อต่อรองที่เหนือกว่า
“ปล่อยมันไป!! จำเอาไว้นะหยวนชิงหลิง ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะอดทนต่อเจ้า”
ชายชุดดำหันกลับมามองใบหน้างามของนางอีกครั้งด้วยสายตาขอบคุณ ก่อนจะใช้วิชาตัวเบาทะยานออกไปจากที่แห่งนั้นและหายลับไปในความมืด
องค์ชายห้าสั่งให้คนใช้ผ้าปิดตาของนาง ก่อนจะย้ายนางไปที่อื่น แต่จมูกของหยวนชิงหลิงยังคงได้กลิ่นของดอกหอมหมื่นลี้อยู่จางๆ นั่นหมายความว่านางน่าจะยังไม่ได้ถูกย้ายไปที่ไหนไกล นางได้แต่ภาวนาให้เซี่ยหวายอีตามมาทันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
เซี่ยหวายอีและคนของเขาตามมายังที่ซ่อนขององค์ชายห้าที่จับตัวหยวนชิงหลิงขังเอาไว้ แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่าที่นั่นว่างเปล่าเสียแล้ว ดูจากข้าวของที่ระเกะระกะสามารถเดาได้ว่าพวกมันพากันย้ายจากที่แห่งนั้นไปด้วยความรีบร้อน
“น่าจะยังไปไหนได้ไม่ไกล พวกเจ้าทุกคนแยกย้ายกันออกสำรวจให้ทั่ว ห้ามทำงานพลาดอีกเด็ดขาด”
เซี่ยหวายอีเอ่ยออกมาเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบลุกโชนด้วยความโกรธแค้น เมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากสายลับที่พวกมันทำกับนาง
แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นดั่งที่หวัง ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามค้นหาเท่าใดก็ไม่สามารถหาตัวนางพบ ไม่มีแม้แต่เบาะแสหรือร่องรอย เหมือนกับว่าไม่ว่าเขาจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด ก็มีสายตาของพวกมันติดตามอยู่ตลอด
หยวนชิงหลิงถูกพาเดินเข้าไปในป่าลึก เส้นทางที่เข้าไปนั้นดูลึกลับซับซ้อน ถึงแม้นางจะถูกปิดตาเอาไว้แต่ก็สามารถจำเส้นทางได้เพียงคร่าวๆ
“อ่า!!!ยอดรัก แบบนั้นและ ข้าต้องการแบบนั้น ดันมันเข้ามาอีก แรงกว่านี้ ลึกกว่านี้”เสียงหวานเอ่ยขอร้องด้วยความต้องการที่พุ่งขึ้นสุดขีด เซี่ยหวายอีเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นางต้องรอนาน เขากระแทกลงไปแรงๆ ถี่รัว เสียงดัง ปัก ปัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังอยู่เป็นนาน กว่าที่สองร่างจะสะท้านเฮือกขึ้นพร้อมกัน หยวนชิงหลิงแตะถึงจุดสุดยอดก่อน นางบีบรัดเขาจนเซี่ยหวายอีทนไม่ไหว จำต้องปลดปล่อยความต้องการของตนเองเข้าไปในกายนนางเต็มที่ทุกหยาดหยด“อ่า!!!ที่รักข้าแตกแล้ว เสร็จแล้ว ข้าเสร็จภายในกายของเจ้าแล้ว”ร่างสูงฟุบหน้าลงไปบนลำคอขาวผ่องของนาง ทั้งที่ยังมิได้ถอดถอนความเป็นชายออกไป นางรู้สึกได้ว่ามันกำลังกระตุกอยู่ภายใน ความเสียวกระสันที่พึ่งผ่านไปมันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง สองร่างที่พึ่งสงบศึกไปได้ไม่นาน ได้เริ่มก่อสงครามวสันต์ขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งรุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยือนหยวนชิงหลิงตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดเมื่อยไปทั้งกาย ช่างแตกต่างจากอีกคนที่ยังคงมีเรี่ยวแรงเต็มกำลัง เหมือนพึ่งได้รับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจ“ท่านรังแกข้ามาทั้งคืนแล้ว ต่อจากนี้ต้องดูแลปรนนิบัติรับใช้ข้าอย่างที่พูดด้วย”เซี่ยหวายอีกดจู
“เช่นนั้นให้ข้าปรนนิบัติเจ้าดีหรือไม่ ฮูหยิน”หยวนชิงหลิงไม่คิดว่าตนเองจะมาได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของเขา ใบหน้างามที่ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมมันช่างงดงามเกลี้ยงเกลาดูสะอาดตาไม่ต่างจากเด็กทารก ดวงตาคมของเซี่ยหวายอีที่มองอยู่นั้นอดที่จะกดจูบไปที่แก้มของนางมิได้“ฮูหยิน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์”ก่อนงานแต่งงานหลายวัน เขาได้สอบถามและศึกษาเรื่องบนเตียงมาจากสหายร่วมรบมาแล้ว เกี่ยวกับการทำให้สตรีมีความสุขในคืนเข้าหอ ร่างสูงค่อยๆ แทะเล็มริมฝีปากอวบอิ่มของนางช้าๆ มือสองข้างที่ยังว่างอยู่ก็ไม่หยุดนิ่ง เขาสัมผัสนางไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย แม้เวลานี้ทั้งสองจะสวมใส่อาภรณ์แต่ก็ยังรับรู้ถึงสัมผัสของกันและกันได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางได้รับในเวลานี้ช่างแตกต่างจากที่ผ่านมาที่เขาเคยสัมผัสนางอย่างสิ้นเชิง ท้องน้อยของนางในเวลานี้มันเหมือนกับมีบางอย่างขมวดเข้าหากันจากนั้นจึงคลายออก ทุกการสัมผัสจากเขามันทำให้ข่นอ่อนในกายนางพร้อมใจกันลุกชูชันขึ้นลิ้นร้อนของเซี่ยหวายอีเริ่มรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของหยวนชิงหลิง ร่างสูงสอดลิ้นหนาเข้าไปในปากของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นนุ่มหยุ่นอย่างเชื่อ
“ทุกอย่างเป็นเพราะความโลภในอำนาจของท่านมากกว่า อย่าได้มากความเลย มาสู้กันให้รู้แพ้ชนะเสียแต่วันนี้ หากข้าหยวนชิงหลิงพ่ายแพ้และจะต้องตาย ข้าก็จะไม่มีวันเสียใจต่อสิ่งที่ข้าได้เลือก”การต่อสู้อย่างดุเดือดของทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป แม้หยวนชิงหลิงจะมีสรีระที่เป็นรอง แต่กำลังของนางกลับมีมากล้นจนน่าเหลือเชื่อ ทุกครั้งที่ง้าวของนางฟันลงไป ฉินฮ่องเต้แทบจะทนรับแรงของนางไม่ไหว“เจ้า!!...เจ้าทำเช่นนั้นได้อย่างไร!! เจ้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอเท่านั้น เหตุใดถึงมีพละกำลังที่เหนือกว่าข้า จงบอกมา”หยวนชิงหลิงยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็กสีดำ ก่อนเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่เสียงของนางกลับไม่เหมือนเสียงของนาง เพราะมันมีหลายเสียงดังประสานกันขึ้น“เพราะบรรพบุรุษซวนหยวนของข้าอย่างไรเล่า พวกเขาจะคอยอยู่เคียงข้าเสมอ ไม่ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งมากกว่าเพียงใดก็ตาม จงรับผลกรรมที่กระทำมาทั้งหมดเสียเถิด ข้าผู้นี้จะเป็นคนลงโทษเจ้าเอง”หยวนชิงหลิงฟันง้าวในมือลงไปอีกครั้งจนสุดแรง ในที่สุดทวนของฉินฮ่องเต้ก็ทนรับแรงนั้นไม่ไหว มันถูกฟันหักออกเป็นสองท่อน และตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงกลางอกของเขา ถูกฟันทะลุชุดเกราะจนสะพายแล่
“เจ้าจงนำสารนี้ไปบอกแก่ผู้นำทัพคนต่อไปของพวกเจ้าซะ ข้าจิ้นอ๋องจะรออยู่ที่นี่ หากไม่ยอมแพ้พวกเขาจะมีจุดจบไม่ต่างจากหลี่ฮั่งชาง แต่ถ้ายอมแพ้ก็จะมีเพียงคนผู้เดียวเท่านั้นที่ต้องถูกสังหาร”เอ่ยจบร่างสูงก็กระโดดขึ้นหลังม้า ก่อนจะควบกลับเข้าเมืองจิ่งโจวไป ทิ้งความวุ่นวายโกลาหลเอาไว้เบื้องหลังหยวนชิงหลิงที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพมานานนับเดือน เวลานี้นางได้รู้แล้วว่ามีใครบ้างที่อยู่คนละฝั่งกับหลี่ฮั่งชาง และมีใครบ้างที่หักหลังบิดาของนางในตอนนั้น ใบหน้างามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ในส่วนลึก เพราะยังไม่ถึงเวลาที่น่าจะเปิดเผยตัวตอนนี้นางวางแผนที่จะปลุกปั่นให้พวกเขาแตกแยกออกเป็นสองฝ่าย ผู้ที่ไม่คิดยอมแพ้เหล่านั้นต่างก็นำทัพออกไปต่อสู้กับจิ้นอ๋องในสนามรบ สุดท้ายจุดจบของพวกเขาล้วนไม่ต่างกันทหารสามแสนนายในกองทัพเวลานี้เหลือไม่ถึงครึ่ง เพราะการกระทำที่แสนอวดดีของพวกเขา คิดว่าตนเองมีพันธมิตรจากต่างแคว้นแล้วจะสามารถหยิ่งผยองได้ ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว แม่ทัพแคว้นฉินสามคนถูกตัดหัวแขวนประจานเอาไว้ที่ประตูเมือง สร้างความหวาดกลัวแก่กองทัพฉินยิ่งนัก“บังอาจนัก!! เจ้าเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมผู้นั้น กล้ามาอวดดีก
“พวกเราชาวเฉิงโจว ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับสงครามที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นก่อขึ้นหรอก ไปเสียได้ก็ดีที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าเมือง เขาอยู่ที่นี่ก็เอาแต่กดขี่ชาวบ้านบังคับให้ขุดภูเขา แต่กลับไม่บอกว่าขุดหาอะไร ก่อนหน้านี้ก็เกิดการต่อสู้ขึ้นที่หุบเขาหินนั่น จิ้นอ๋องสังหารอะไร ตอนนั้นข้าไปตรวจดูสภาพของที่นั่นเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นพวกเขาที่สังหารกันเอง ไม่มีร่องรอยของผู้บุกรุกเลยสักนิด อีกทั้งคนที่หนีรอดมาจากที่นั่นก็พูดเหมือนกันว่า คนของเฉิงอ๋องจู่โจมคนขององค์ชายห้า ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจนถึงเช้า และองค์ชายห้าได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา เป็นข้าที่รักษาให้เขาจนรอดมาได้”หยวนชิงหลิงกระจ่างแล้วว่าเสียงต่อสู้ในคืนนั้นคืออะไร ตอนนั้นคนขององค์ชายห้าช่างมาได้เหมาะเจาะตรงเวลาเสียจริง“ท่านหมอ ท่านแน่ใจหรือขอรับ วันเวลาท่านได้บันทึกเอาไว้หรือไม่”“วะ!!! เจ้าหนุ่มนี่ ข้าเป็นหมอมายี่สิบปี ข้าบันทึกทุกอย่างเอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด ถ้าหากเจ้าไม่เชื่อข้าจะเอาให้เจ้าดูก็ได้ เจ้าคนที่รอดชีวิตมาในตอนนั้น ข้าเองก็รักษาเขาจนหายดีแล้ว”หยวนชิงหลิงยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม นางลุกขึ้นจับแขนของท่านหมอเขย่าเบาๆ ก่อนจะเอ่ย
หลายครั้งที่เขาเองก็ถูกฟันและถูกแทง มีเพียงเสียงดังเคร้ง!! ขึ้นเท่านั้น แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกว่าตนเองได้รับบาดเจ็บที่ใดเลย คนตระกูลซวนหยวนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ที่สามารถสร้างอาวุธที่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัวพวกนี้ขึ้นมาได้ เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากพวกมันไปตกอยู่ในกำมือของจอมทรราชที่บ้าอำนาจ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเช่นไรหนึ่งชั่วยามต่อมา เสียงการต่อสู้ได้เงียบลงหรือจะพูดให้ถูกคือการสังหารอยู่ฝ่ายเดียว ศพที่ไม่สมประกอบกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นดิน ไม่มีร่างไหนที่ยังอยู่ครบสมบูรณ์เลยสักร่าง เลือดสดๆ ไหลเจิ่งนองเต็มพื้นดิน เหมือนสายฝนที่พึ่งหยุดตกไปได้ไม่นานเซี่ยหวายอีหลับตาลงสักพักก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคนตระกูลซวนหยวนถึงได้พ่ายแพ้ในการสู้รบ ทั้งที่พวกเขามีอาวุธชั้นดีอยู่ในมือ ก่อนหน้านี้เขาได้ฟังเรื่องราวเพียงคร่าวๆ เท่านั้น สงสัยหลังเสร็จจากศึกในครั้งนี้คงต้องขออ่านบันทึกม้วนนั้นของตระกูลซวนหยวนจากหยวนชิงหลิงเสียแล้วร่างสูงเดินไปยังม้าที่วิ่งเตลิดเพราะการต่อสู้ไปไม่ไกล ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมัน จากนั้นเร่งควบไปยังเส้นทางเมืองจิ่งโจว สถานที่ที่จะต้องสะสางและยุ
หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ฮ่องเต้เซี่ยต้องทนรับแรงกดดันของเหล่าขุนนางในราชสำนักอย่างหนัก เพราะชายแดนทั้งสี่ทิศของแคว้นเซี่ยในเวลานี้ถูกทหารของแคว้นต่างๆ เข้าประชิดหมดทุกทาง เพื่อกดดันให้พระองค์ส่งตัวจิ้นอ๋องไปยังแคว้นฉิน แต่พระองค์ทรงไม่ยินยอมองค์ชายใหญ่ที่เก็บตัวเงียบมาตลอด ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมเห
“พระองค์คิดอย่างไรเพคะ ถ้าหากว่าจะยึดเฉิงโจวมาเป็นของแคว้นเซี่ย หม่อมฉันเพียงถามความเห็นดูเท่านั้น หากพระองค์คิดว่ามันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงให้เกิดสงครามระหว่างสองแคว้น เช่นนั้น ก็ช่างมันเถิด หม่อมฉันเองก็มิได้ยึดติดกับทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้น ห่วงเพียงแต่ว่าหากชุดเกราะและอาวุธตกอยู่ในมือของฉินฮ่องเต้
“ท่านอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ หรือว่าเพราะข้านอนดิ้นจนไปรบกวนการนอนของท่านกัน ต้องขออภัย ต้องขออภัย”หยวนชิงหลิงยกมือประสานขึ้น ก่อนจะเอ่ยขออภัยเซี่ยหวายอี แต่การที่นางนอนเตียงเดียวกับเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เพราะอย่างนั้นนางจึงหลับสนิทจนถึงเช้าเซี่ยหวายอีมองค้อนร่างเล็กในชุดเด็กหนุ่ม
“อี้เอ๋อพี่ฝากท่านแม่กับท่านย่าไว้ที่เจ้าด้วยนะ แล้วพี่จะรีบกลับมา”หยวนชิงหลิงกดกลไกเปิดห้องลับก่อนจะออกจากที่นั่นไปอย่างรวดเร็วร่างบางทะยานไปยังทางออก นางสงสัยว่าก่อนหน้านี้ที่นางได้ยินเสียงการต่อสู้ เป็นนางที่คิดไปเองหรือเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ หยวนชิงหลิงแอบไปยังทางออกที่คนของเฉิงอ๋องใช้เป็นที่







