Masukจางอวี้ซินกลับมาถึงที่พักไม่นานอาฝูก็มาพร้อมกับชามยาในมือ เท่าที่จำได้หลังจากที่เขากับร่างเดิมมีสัมพันธ์กันแล้วนางก็ถูกสั่งให้ดื่มยาห้ามครรภ์ แต่นี่ผ่านมาเจ็ดวันแล้วยังให้ดื่มอยู่อีกหรือ ไอ้คนแซ่จ้าวนี่ประสาทหรือเปล่านะ
"คุณหนู...นี่เป็นยาห้ามครรภ์ขอรับ ท่านอ๋องสั่งให้ท่านดื่มให้หมด"
"อืม เอาวางไว้นั่นแหละ"
จาวอวี้ซินเอ่ยอย่างขอไปทีแต่อาฝูกลับไม่ยอมไปไหนเขารอจนนางดื่มยา เสี่ยวเตี๋ยเห็นเช่นนั้นก็น้ำตาคลอตัดพ้อออกมา
"หย่าก็หย่าแล้วยังจะให้ดื่มยาห้ามครรภ์อีก พระทัยร้ายยิ่งนัก ฮึกๆๆ"
อาฝูเอ่ยกับสาวใช้ตรงหน้าเสียงเข้ม
"ระวังคำพูดเจ้าด้วย นั่นคือท่านอ๋องสาวใช้เช่นเจ้ากล้าวิจารณ์หรือ"
จางอวี้ซินยกชามยาขึ้นดื่มก่อนจะเอ่ยกับสาวใช้ตัวเอง
"ดื่มก็ดื่มสิเสี่ยวเตี๋ยเจ้าอย่าเสียใจไปเลย ข้าเองก็ไม่ได้อยากมีลูกกับตาแก่นั่นหรอก โง่งมปานนั้น หากมีลูกขึ้นมาข้าไม่อยากได้เด็กที่นั่งน้ำลายยืดทุกวันเพราะได้เชื้อโง่มาจากพ่อน่ะ เอาล่ะข้ากินแล้วเจ้าพอใจหรือยัง ไปได้แล้วเกะกะจริงๆเลย"
อาฝูส่ายหน้า เมื่อก่อนนางขี้เกรงใจแม้กระทั่งองครักษ์เช่นเขานางยังไม่กล้าสบตา พูดจาอันใดก็จะเสียงเบา ตอนนี้กลับไล่เขาแถมยังมองมาด้วยสายตารังเกียจอีก นางหกล้มที่ไหนมาหรือเปล่านะ จากนั้นก็กลับไปพร้อมกับชามยา
ห้องหนังสือ
ร่างสูงที่วันนี้ถูกนางทำให้ขายหน้ายังคงคุกรุ่นความโกรธอยู่ เขาเรียกหมอประจำตัวมาและสั่งหยุนเหิงเฝ้าด้านออกเอาไว้ก่อนจะเอ่ยถาม
"เจ้าแน่ใจนะหมอฟู่"
"แน่ใจพ่ะย่ะค่ะ...ท่านอ๋องหากอยากให้สำเร็จใช้โอกาสภายในสามวันนี้ย่อมได้ผลดีที่สุด นางดื่มยามาครบเจ็ดวันแล้ว"
"ข้าต้องไปชายแดนนานเพราะอีกฝ่ายเริ่มสะสมอาวุธและเสริมกำลังอาจจะเป็นปีหรือสองปี ให้นางอยู่ที่นี่ก็เหมือนเนื้อกวางท่ามกลางฝูงหมาป่า ก่อนหน้าต่อให้ข้าละเลยนางแต่พวกมันก็ยังเกรงกลัวข้าไม่กล้าลงมือ ส่งนางไปเฝ้าสุสานนับว่าเป็นทางออกที่ดี"
หมอฟู่ไปแล้วจ้าวเหวยเจิ้นกำลังโกรธนางเมื่อตอนบ่ายหลังจากที่หมอของตนยืนยันในสิ่งที่เขาต้องการก็อารมณ์ดีทันที ด้านอาฝูกลับมารายงานกับเขาทันทีที่มาถึง
"ทูลท่านอ๋อง คุณหนูจางดื่มยาห้ามครรภ์เรียบร้อยแล้ว"
"เรียกนางว่าพระชายา"
"ห๊า..อะ เอ่อ กระหม่อมมิเข้าใจพ่ะย่ะค่ะ"
"ข้ายังไม่ได้หย่านางยังเป็นชายาของข้าอยู่ เรียกนางว่าพระชายา แล้วนางยอมดื่มแต่โดยดีหรือไม่"
"พ่ะย่ะค่ะ คุณหนู อ่อ เอ่อ พระชายาทรงดื่มแต่โดยดี"
"นางเอ่ยอันใดหรือไม่"
"เอ่อ...พระนางบอกกับสาวใช้ว่า เอ่อ..ข้าเองก็ไม่ได้อยากมีลูกกับตาแก่นั่นหรอก โง่งมปานนั้นหากมีลูกขึ้นมาข้าไม่อยากได้เด็กที่นั่งน้ำลายยืดทุกวันเพราะได้เชื้อโง่มาจากพ่อน่ะ "
"หึๆๆ เจ้าไปได้แล้ว"
อาฝูเกาศีรษะ ท่านอ๋องไม่โกรธแต่ยังอารมณ์ดีอีกด้วย หนังสือหย่าก็เขียนแล้วแต่กลับตรัสว่ายังไม่ได้หย่านาง หรือที่พระชายาพูดจะถูก วัยทองขึ้นๆลงๆ เขาเอ่ยถามเรื่องสินสอดที่จะส่งไปสู่ขอคุณหนูหลิว
"ท่านอ๋อง..จะไปส่งสินสอดสกุลหลิวเมื่อไหร่หรือพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะได้เตรียมตัว"
จ้าวเหวยเจิ้นเงยหน้ามองลูกน้องของตนเอ่ยถามเสียงเข้ม
"ส่งสินสอดไปจวนหลิว? เจ้าจะสู่ขอใคร"
อาฝูทำสีหน้างงงวย....ก็มิใช่ว่าสู่ขอคุณหนูหลิวหรอกหรือ เหตุใดท่านอ๋องถึงถามเขาเช่นนี้กัน องครักษ์หนุ่มเอ่ยถามนายเหนือหัวออกไป
"ก็มิใช่ว่าส่งสินสอดไปสู่ขอคุณหนูหลิวเซียงหรือพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องจะสู่ขอนางมาเป็นพระชายาแทนเอ่อ พระชายาจางอวี้ซินมิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ"
เปาะ!! พู่กันในมือของจ้าวเหวยเจิ้นหักเพราะแรงกดของเจ้าของก่อนที่เขาจะถามองครักษ์เสียงเข้ม
"ซุนไหลฝู..ข้าบอกเมื่อไหร่จะแต่งงานกับหลิวเซียง เจ้าไปลงโทษตัวเองโทษฐานที่สู่รู้เกินหน้าที่ ไสหัวไป"
อาฝูเบิกตาโพลง เขาผิดอีกแล้วหรือก็มิใช่รู้กันทั้งเมืองหลวงหรอกหรือว่าคุณหนูหลิวตามติดท่านอ๋องและพระองค์ก็ไม่ได้ปฏิเสธอีกทั้งยังปฏิบัติต่อนางอย่างดี เฮ้อ..ท่านอ๋องนะท่านอ๋อง องครักษ์หนุ่มไปแล้ว จ้าวเหวยเจิ้นวางงานตรงหน้าจากนั้นก็นั่งหลับตา นางเปลี่ยนไปมากนัก ดูแกร่งขึ้นแต่ศัตรูของนางแกร่งกว่า อยู่เมืองหลวงนานๆนางก็ยิ่งอันตราย จ้าวเหวยเจิ้นอ่านสารที่มาจากชายแดนต่อ ก่อนที่เขาจะวางแผนทำตามคำแนะนำของหมอฟู่
ในห้องร่างบางหลับใหล ลมหายใจสม่ำเสมอแต่หน้าคงซีดเผือด ร่างสูงนั่งลงก่อนจะลูบศีรษะ เขาจับปอยผมที่หลุดลุ่ยทัดหูเบาๆ จางอวี้ซินตื่นขึ้นมาก่อนจะยิ้ม"ท่านอ๋อง..ทรงกลับมาแล้วเหนื่อยหรือไม่เพคะ""ไม่เหนื่อยเท่าไหร่เห็นหน้าเมียก็หายแล้ว""ทรงปากหวานแต่หัวค่ำเชียว""อาพูดเรื่องจริง ว่าแต่ท่านหมอมาตรวจหรือยัง อายุ่งอยู่ไม่ใส่ใจเจ้าเท่าที่ควรต้องขอโทษด้วย""ตรวจแล้วเพคะ""ท่านหมอว่าอย่างไรบ้าง"จางอวี้ซินค่อยๆพยุงตนเองลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง จ้าวเหวยเจิ้นประคองนางขึ้นมา มือบางจับมือหนาของเขามาวางที่หน้าท้องตนเองแล้วยิ้ม จ้าวเหวยเจิ้นตาโต สายตามีคำถาม นางจึงพยักหน้าให้"เพคะท่านหมอหูมาตรวจแล้วบอกว่าได้เดือนกว่าแล้วเพคะ""เด็กดี ขอบใจมาก นี่เป็นข่าวดีของอายิ่งนัก รู้หรือไม่ว่าชุนเถาเองก็ตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วเช่นกัน""องครักษ์หยุนคงดีใจมาก เขาอยากมีลูกมาตลอดพูดตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน""ใช่เขาดีใจยิ่งนัก ขอบใจนะที่มอบความสุขให้อา""เพคะ ตั้งแต่งานแต่งของเสี่ยวเตี๋ยกับชุนเถาหม่อมฉันรู้สึกว่าตนเองปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกไปแล้วโล่งจริงๆ""คงเพราะก่อนหน้ายังห่วงพวกนางอยู่ แต่ตอนนี้พวกนางมีชีวิตที่ดีแล้วก
หลังจากงานแต่งผ่านไปวันที่สามทั้งสองคนต้องกลับบ้านเดิม เสี่ยวเตี๋ยและชุนเถากลับสกุลจางเรียบร้อยก็แวะมาที่ตำหนักอ๋อง ก็งอวี้ซิเพาะปลูกทำหม้อไฟให้กิน ทั้งคู่ไม่ได้กินนานแล้วจึงอยู่กินและพูดคุยกันจนเย็นสามีขึงได้รับกลับจวนหยุนเหิงกลับไปอยู่บ้านแล้ว ในเมื่อเมียแต่งเข้าสกุลหยุนเขาก็ต้องอยู่ที่นั่นเพื่อยืนหยัดให้นาง ต่อให้ฮูหยินรอไม่พอใจก้ไม่อาจทำอะไรได้ น้องชายน้องสาวต่างแม่ล้วนแต่ไม่ได้เรื่องไม่มีใครสามารถต่อกรกับหยุนเหิงได้สักคนส่วนสกุลกู้ไม่ต้องพูดถึง เสี่ยวเตี๋ยยามนี้เป็นแก้วตาดวงใจทั้งตระกูล โดยเฉพาะแฝดสามหลัวฮูหยินทั้งรักทั้งหลงหลานๆ เสี่ยวเตี๋ยนอกจากตรวจบัญชีและดูแลร้านค้าเรื่องเลี้ยงลูกนางแทบไม่ต้องเหนื่อยจางอวี้ซินกลับเมืองหลวงมาได้ห้าเดือนแล้ว สามเดือนก่อนนางไปยังที่ดินห้าพันหมู่ที่ฮ่องเต้ยกให้นางเป็นคนดูแลเรื่องพันธุ์พืชต่างๆที่จะนำมาเพาะปลูก จางอวี้ซินเห็นว่าที่ดินเป็นที่ดินดี นางจึงให้เป่าเป่านำเมล็ดพันธุ์ มะเขือเทศ มันฝรั่ง พริก คะน้า กวางตุ้ง ถั่วลันเตา เหง้าเผือก มันเทศจากระบบเพราะไม่มีในยุคนี้ถึงจะสมเหตุสมผลต่อให้ปีนทุกเขาก็ไม่ควรหาเจอ จางอวี้ซินจึงเอาเมล็ดพันธุ์จากระบบ
กระทั่งกลับมาถึงจวนคู่แฝดก็ไปนอนกับพี่เลี้ยงที่ไทเฮาพระราชทานนางกำนัลจากในวังมาให้ รวมถึงสาวใช้คนใหม่ที่แม่สามีหาให้อีกเพราะเสี่ยวเตี๋ยกับชุนเถาแต่งออกไปแล้ว จ้าวเหวยเจิ้นสบตาเมียรักก่อนจะเอ่ย"เมียจ๋า ไปนอนกันเถอะ""แน่ใจนะเพคะว่านอน""ใช่นอนคุยกันเรื่องลูกไง""ลูกหลับไปแล้วเพคะ""อาหมายถึงเรื่องที่เราจะทำลูกคนที่สาม ไปพูดกันเถอะว่าเราจะทำท่าไหนเขาจึงจะมาเกิดไวๆ""ตาแก่ลามก ว้าย"จ้าวเหวยเจิ้นอุ้มเมียลงจากรถม้าแล้วพาเข้าห้อง สั่งองครักษ์กับสาวใช้ไม่ต้องมาอยู่ใกล้เรือน และถ้าไม่เรียกไม่ต้องปลุก องครักษ์ต้องไปอยู่ไกลๆ จะจี้จุดตนเองให้หูดับก็ไม่ได้เพราะต้องเฝ้าระวังเฝ้ายาม คนที่วรยุทธสูงก็จะได้ยินเสียงคำรามท่านอ๋องและเสียงครางของพระชายาทั้งคืนกระทั่งยามอู่พระชายาถึงได้ออกจากห้อง ส่วนท่านอ๋องยังไม่ตื่นบรรทม สาวใช้กับทหารยามเอ่ยซูบซิบกันเบาๆ คนที่แต่งงานนคือรองแม่ทัพกู้กับรองแม่ทัพหยุนยังไม่ออกจากห้องหอสายเท่ากับเจ้าภาพงานแต่งอย่างพระชายาเลย จางอวี้ซินที่ได้ยินก็คาดโทษคนตัวโตในใจเสียงฝีเท้าน้อยๆวิ่งมาหานางพร้อมกับโถมใส่ จางอวี้ซินซื้อนมจากระบบร้านค้าออนไลน์ของเป่าเป่าวันละสองแก้วให้คู่แ
จ้าวเหวยเจิ้นมาหาหยุนเหิงก่อนจะนั่งลงพูดคุยกัน สกุลหยุนมิควรเสื่อมถอยเพราะเขากับบิดาผิดใจกัน อย่าให้ลุกหลานรุ่นหลังต้องอยู่อย่างอดสู อย่างไรเสียสกุลหยุนก็คือตระกูลอันดับสี่ของเมืองหลวง"พี่ใหญ่ ท่านคงไม่อยากให้ชุนเถาต้องน้อยหน้า ท่านรักนางตั้งแต่นางอายุสิบสาม อดทนรอมาจนนางอายุสิบแปดได้ แค่ปรับความเข้าใจกับบิดาท่าน ให้นางได้เป็นฮูหยินน้อยสกุลหยุนท่านทำมิได้หรือ""ท่านอ๋อง ฮูหยินรองเป็นคนเจ้าเล่ห์กระหม่อมไม่อยากให้ชุนเถาต้องเจอกับสตรีเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ"แปะ แปะ แปะ เมื่อหยุนเหิงเอ่ยจบกู้หมิงก็ปรบมือ ก่อนจะเดินมาตรงหน้าเอ่ยกับเขาและจ้าวเหวยเจิ้น"พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านคงไม่คิดว่าชุนเถากับเสี่ยวเตี๋ยของข้าเป็นมะพลับนิ่มใช่หรือไม่ หึ พวกนางคือใคร พวกนางคือสาวใช้พระชายาจางอวี้ซินเชียวนะ เจ้านายเขี้ยวเล็บแหลมคมเพียงนั้น พวกนางจะไม่ได้มาสักนิดเลยหรือ ดูเราสามคนสิ เคยมีใครรอดจากเงื้อมือเมียตัวเองบ้าง พี่ใหญ่ข้าว่าชุนเถารับมือมารดาเลี้ยงท่านได้สบาย พี่รองท่านว่าหรือไม่"จ้าวเหวยเจิ้นเห็นด้วย เมียเขาบอกเองว่าอยากรังแกชุนเถาก็ต้องดูว่านางเป็นศิษย์ของใคร หยุนเหิงเข้าใจที่ทั้งสองสื่อสารเขาจึงตกลงจะไ
หยุนหลี่ขึ้นรถม้ากลับไป จ้าวเหวยเจิ้นก็จูงมือลูกเมียเดินกลับบ้านเพราะจวนอ๋องกับสกุลจางไม่ไกลกันมาก คู่แฝดสนุกที่ท่านพ่อกับท่านแม่พาเดิน ผ่านร้านค้ามากมายและมีสินค้าแปลกๆที่ไม่เคยเห็น สามวันก่อนท่านอาฉีกลับมาจากแดนเหนือมีผลไม้แปลกๆมาฝากด้วย ท่านแม่เรียกมันว่าเฉาเหมย ถ้าอากาศเย็นจะให้ผลโตและรสชาติที่หวาน กระทั่งปลายยามเซินจึงมาถึงจวน สุดท้ายรถม้าต้องมารับเพราะซื่อจื่อและท่านหญิงสนุกจนหมดแรงจ้าวเหวยเจิ้นอุ้มเด็กๆลงมาจากรถม้าจากนั้นก็ให้พี่เลี้ยงพาไปล้างหน้าเพราะเย็นแล้วเดี๋ยวกลางคืนไม่นอน จางอวี้ซินกำลังเลือกเครื่องประดับที่จะให้เป็นสินเจ้าสาวแก่สองพี่น้อง ร่างสูงเดินมาหาช้อนอุ้มร่างบางมาวางบนเตียงเอ่ยเสียงละห้อย"คนดี อาไม่ไหวแล้ว ตั้งแต่เจอกันเจ้าก็มีระดู พอหมดก็มีอต่เรื่องมาให้ทำวันนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ปล่อยเจ้าแล้ว""คนหื่น เดี๋ยวลูกๆมา รอยามค่ำมิได้หรือเพคะ""ลูกไม่อยู่แล้ว เฉากงกงมารับไปแล้ว มาเถอะทำคนที่สามกันดีกว่า"จ้าวเหวยเจิ้นบรรจงจูบนางอย่างละมุนก่อนจะเรียกร้อง จางอวี้ซินตอบสนองเขาอย่างเต็มใจ นางกับเขามิใช่ครั้งแรกที่ที่แปลกคือครั้งนี้เหมือนนางเป็นตัวของตัวเองไม่ได้อยู่ภายใต
สามวันต่อมาคุณชายใหญ่สกุลจางก็รับบุตรบุญธรรมสองคนเป็นบุตรสาว จางเหวินเทียนเชิญขุนนางที่สนิทกันเท่านั้น พิธีเริ่มตอนเช้าโดยมีจางเหวินประมุขของตระกูลมานั่งเป็นประธาน เสี่ยวเตี๋ยยกน้ำชาคารวะประมุขก่อน ตามด้วยจางเหวินเทียนบิดา และจางฮูหยินมารดา เมื่อพี่สาวคารวะเสร็จชุนเถาก็ตามมาคารวะเช่นกันจางอี้ซินนั่งมองทั้งสองคนแล้วยิ้มให้ เด็กสองคนนี้กตัญญู ถ้าวิญญาณร่างเดิมรับรู้คงจะดีใจ เทพบุปผากำลังมองลงมาเช่นกัน เด็กสองคนนี้ซื่อสัตย์ต่อร่างแยกของนางยิ่งนัก ตอนนั้นนางเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาไร้พลังเทพ จึงถูกสาวใช้ทั้งสามรังแกอยู่ทุกวัน ก็มีเด็กสองคนที่ไม่ยอมทิ้งและคอยปกป้อง"เจ้าให้พรอันใดนางไปหรือน้องข้า""เดิมเสี่ยวเตี๋ยคลอดยาก นางอาจไม่รอดด้วยซ้ำหม่อมฉันจึงดึงนางกลับมาจากปรโลก แต่น่าขำยิ่งนักที่ระบบตัวน้อยนั้นคิดว่าเป็นความสามารถตนเอง""แล้วน้องสาวล่ะ""หม่อมฉันให้นางทั้งสองคนมีชีวิตร่มรื่น ครอบครัวมีความสุข มีแต่คนรักใคร่เมตตาเพคะ ให้พวกนางมีบุตรเต็มบ้านและได้บุตรที่กตัญญู""อืม..มนุษย์ที่ต้องการจริงๆก็คงมีเพียงแค่นี้ พอใจในสิ่งที่ตนเองมีย่อมไม่ทุกข์ เสร็จเรื่องแล้วพวกเราปิดด่านเถอะ อีกสามแสนปีออ
รถม้าเข้ามาถึงด้านในจ้าวเหวยเจิ้นลงมาก็เห็นบ่าวไพร่เต็มจวนมายืนออกันที่หน้าลาน เขาพยักหน้าให้กับอาฝู องครักษ์หนุ่มเดินไปด้านหน้าเอ่ยถามออกไป"ไม่มีงานทำหรือ หากงานมันน้อยไปข้าจะได้ให้นายหน้ามาจัดการขายทิ้งให้เหลือแต่ตนที่มีงานทำ"เมื่อสิ้นเสียงขอองครักษ์หนุ่มบ่าวที่มารวมตัวกันทั้งชายหญิงต่างก็พากัน
จางอวี้ซินเดินมาที่ศาลารับลม ปกติร่างเดิมนอกจากอยู่ในเรือนเก่าๆก็ไม่ได้ออกไปไหน ยิ่งไม่เคยนางย่างกรายมาที่นี่ แต่ว่าวันนี้เขากลับเรียกนางมา จ้าวเหวยเจิ้นนั่งเป็นสง่าท่ามกลางคุณชายและคุณหนูที่มาร่ายบทกวี จางอวี้ซินรู้สึกรำคาญ นางอยากนอนเพราะการที่เพิ่งฟื้นจากความตายมันต้องใช้เวลาพักฟื้น"หม่อมฉันถวา
จางอวี้ซินที่ยามนี้เพ่งมองกล่องไม้ที่มารดาทิ้งเอาไว้ต่างหน้า นางฉุกคิดถึงคำพูดบางอย่างของท่านแม่ก่อนจะถูกเนรเทศ"หากวันใดไม่อาจอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอน เปิดดูใต้ล่าง แม้ไม่ได้ทำให้เจ้าร่ำรวยแต่ก็พอมีพอใช้"จางอวี้ซินคนเก่าไม่เคยคิดจะเปิดกล่องเพราะนางมั่นใจว่าจ้าวเหวยเจิ้นจะไม่หย่านาง แต่บัดนี้ใบหย่าก
เรือนจางอวี้ซิน"คุณหนู..วันนี้โรงครัวไม่แจกอาหารเลยเจ้าค่ะ พอรู้ว่าท่านอ๋องหย่ากับท่านก็งดให้อาหารของพวกเรา"ชุนเถาเอ่ยน้ำตาคลอ จางอวี้ซินลูบศีรษะนางเบาๆปลอบใจเอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน"เด็กดี..รอพี่เสี่ยวเตี๋ยของเจ้ากลับมาก่อน รับรองว่าวันนี้เจ้าไม่อดแน่ๆ จริงสิชุนเถาจวนสกุลจางยามนี้ขายทิ้งให้ใครเจ้าพอ







