LOGINเมื่อนักสู้ MMA สาวจอมบวกทะลุมิติมาสิงร่าง 'เย่ซิงเยว่' น้องเล็กตระกูลตกอับที่กำลังจะโดนญาติชั่วรุมทึ้งสมบัติและขายพี่สาวกิน! ในเมื่อคนดีอยู่ยาก นางจึงขอเป็นสาวนักสู้ที่พร้อมปะทะ ใครหน้าไหนก็ห้ามแตะครอบครัวนาง! ภารกิจสร้างฐานะจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการปะทะกับ 'เซี่ยหยางเฟย' คุณชายกะล่อนที่ยิ่งนางด่าเขายิ่งยิ้ม ยิ่งนางจะบวกเขายิ่งอ้อน... อ้อนเท้าข้านี่แหละ! 'เจรจาด้วยปากไม่ได้ผล ก็ต้องคุยด้วยกำปั้นและส้นเท้า!'
View Moreแนะนำตัวละคร
ทำเนียบ 8 คู่รักสะท้านเปียนเฉิง ทะลุมิติมาเป็นน้องเล็กสายบวก คู่ที่ 1 (คู่หลัก) จิ้งจอกหนุ่มเจ้าเล่ห์กับยัยน้องเล็กสายบวก [ นิยาม: คู่รักสายมึน (เจ้าสำออยตัวพ่อ x ปากร้ายใจอ่อน) ] เซี่ยหยางเฟย (อายุ 18 ปี) | ส่วนสูง: 185 ซม. คุณชายเสเพลจอมยโสผู้มีใบหน้าคมเข้มดุจพยัคฆ์ แต่กลับชอบใช้ความหล่อมาแกล้งสำออย แกล้แกล้งเจ็บขาและป่วยทิพย์เพื่อเรียกร้องความสนใจจากซิ่งเยว่ เย่ซิ่งเยว่ (อายุ 17 ปี / อดีต 24 ปี) | ส่วนสูง: 160 ซม. น้องเล็กผู้มีวิญญาณนักสู้ MMA ยามบวกคือพยัคฆ์สาว ยามปกติคือกุนซือเครื่องหอมและสบู่ ปากบอกรำคาญแต่กลับดูแลเจ้าคนถ่อย อย่างดีจนหัวใจเริ่มสั่นคลอน คู่ที่ 2 ท่านขุนนางตาชั่งเหล็ก [ นิยาม: คู่รักสายขรึม (รักซึมลึกผ่านกฎหมายและความยุติธรรม) ] ใต้เท้าเฉินอวี้เซียน (อายุ 26 ปี) | ส่วนสูง: 182 ซม. ขุนนางระดับสูงแห่งกรมอาญา ผู้ครองฉายาหน้ากากน้ำแข็ง เคร่งครัดในกฎระเบียบจนขุนนางทั้งเมืองเกรงกลัว แต่กลับพ่ายแพ้ต่อความสง่างามของพี่ใหญ่ตระกูลเย่ เย่จื่อหลิน (อายุ 21 ปี) | ส่วนสูง: 168 ซม. พี่ใหญ่ผู้สุขุมลุ่มลึกและเฉลียวฉลาด เก่งกาจด้านกฎหมายและพิธีการ นางคือสตรีเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับจดหมายส่วนตัวจากใต้เท้าเฉินเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้คดีความ คู่ที่ 3 แม่ทัพหน้านิ่งกับกุนซือหน้าดุ [ นิยาม: คู่รักสายบู๊ (คู่กัดกลางสนามรบ x ผู้คุมคลังเสบียง) ] แม่ทัพมู่ฉี (อายุ 25 ปี) | ส่วนสูง: 188 ซม. แม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกร มีวรยุทธสูงส่งและดุดัน ยามอยู่ในค่ายทหารคือพยัคฆ์ร้าย แต่ยามเจอกับพี่รองตระกูลเย่กลับกลายเป็นลูกแมวที่โดนจับข้อหากินแล้วไม่จ่าย เย่หรงเหยา (อายุ 20 ปี) | ส่วนสูง: 167 ซม. พี่รองผู้โผงผางและคุมกำลังพลและเสบียงได้อยู่หมัด คู่ที่ 4 คู่รักเศรษฐี ขยี้กำไร [ นิยาม: คู่รักสายกัด (คู่ปรับทางธุรกิจ x ชิงดีชิงเด่นเรื่องตัวเลข) ] กงซุนหย่ง (อายุ 19 ปี) | ส่วนสูง: 180 ซม. คหบดีหนุ่มจอมกะล่อนที่มองทุกอย่างเป็นผลประโยชน์ ยอมเสี่ยงล้มละลายเพื่อช่วยระบบขนส่งของตระกูลเย่เพียงเพื่อหวังชนะใจสาวเจ้า ลู่หลาน (อายุ 19 ปี) | ส่วนสูง: 165 ซม. พี่สามผู้เก่งกาจด้านบัญชีและภาษี สายตาเป็นเงินเป็นทอง แข่งกันเคาะราคาประมูลกับกงซุนหย่งจนกลายเป็นความรักที่ลงตัวด้วยการ ควบรวมหัวใจ คู่ที่ 5 หมอยาเทวดากับราชาพิษ [ นิยาม: คู่รักสายไถ่บาป (คู่พิชิตโรคระบาด x หมอพละกำลังช้างสาร) ] หมอหลวงซ่งอี้หาน (อายุ 24 ปี) | ส่วนสูง: 178 ซม. อดีตหมอหลวงผู้ยโสที่เคยติดคุกเพื่อสำนึกผิด ก่อนจะได้รับโอกาสไถ่โทษด้วยการช่วยชาวบ้านจนได้รับอภัยโทษ และยอมก้มหัวขอขมาต่อสตรีที่เขาเคยดูแคลน เย่อันฉี (อายุ 18 ปี) | ส่วนสูง: 162 ซม. พี่สี่ผู้อ่อนหวานแต่มีพละกำลังมากกว่าสตรีทั่วไป ยามจับเข็มคือหมอเทวดา ยามจับคนร้ายคือนางสิงห์พละกำลังช้างสารที่ใช้ทั้งวิชาแพทย์และพิษปกป้องครอบครัว คู่ที่ 6 ยัยขนมหวานกับเงาพิทักษ์ [ นิยาม: คู่รักสายพิทักษ์ (สาวใช้จอมเขมือบ x องครักษ์เงาหน้าตาย) ] ฉู่เหวิน (อายุ 22 ปี) | ส่วนสูง: 183 ซม. องครักษ์เงาหน้าตายผู้ไร้ความรู้สึก ทำงานในเงามืดมาตลอดชีวิต แต่กลับโดนล่อซื้อด้วยขนมหวานจนยอมลาออกมาเป็นพ่อบ้านเฝ้าเมียตลอด 24 ชั่วโมง เสี่ยวเถา (อายุ 17 ปี) | ส่วนสูง: 155 ซม. สาวใช้คนสนิทที่ซื่อสัตย์และกินเก่งเป็นที่หนึ่ง มีความสามารถพิเศษคือการใช้กลิ่นขนมล่อให้องครักษ์เงาที่แอบซุ่มอยู่ปรากฏตัวออกมา คู่ที่ 7 ดอกเหมยงามกับท่านโหวผู้รอคอย [ นิยาม: คู่รักรุ่นใหญ่ (รักแท้ที่ไม่สาย x การปกป้องในเงามืด) ] ท่านโหวลึกลับ (อายุ 42 ปี) | ส่วนสูง: 184 ซม. บุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่รักมั่นในตัวท่านแม่เย่มาตั้งแต่เยาว์วัย ไม่เคยชายตามองสตรีอื่นและเฝ้ารอมานานกว่ายี่สิบปี ท่านแม่เย่ชิง (อายุ 39 ปี) | ส่วนสูง: 163 ซม. นายหญิงใหญ่ผู้สง่างามและเข้มแข็ง หลังผ่านพายุร้ายมาทั้งชีวิต นางจึงยอมเปิดใจรับรักที่บริสุทธิ์ของเพื่อนเก่าในยามชรา คู่ที่ 8 สหายสนิทผู้อยู่เคียงข้างกัน [ นิยาม: คู่กิ่งทองใบหยก (องค์ชายผู้ถูกลืม x ดรุณีผู้ถูกช่วย) ] อาเป่า (อายุ 16 ปี) | ส่วนสูง: 175 ซม. องค์ชายผู้ไม่เป็นที่โปรดปรานที่หนีมาจากวังหลวง วรยุทธสูงส่งแต่กลับยอมก้มหัวทำงานหนักเพียงเพื่อได้อยู่ใกล้สตรีที่มอบความอบอุ่นให้เขา ลี่อิน (อายุ 15 ปี) | ส่วนสูง: 158 ซม. ลูกบุญธรรมจิตใจดีที่ซิงเยว่ช่วยมาจากขบวนค้ามนุษย์ นางคือแสงสว่างและแรงใจสำคัญที่ทำให้องค์ชายผู้ถูกลืมอยากมีชีวิตอยู่ต่อบทที่ 25 หมากรุกที่เริ่มขยับท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรีกาลที่ถูกทำลายด้วยเสียงปะทุของเปลวไฟ เย่ซิงเยว่ กัดฟันกรอดพลางแบกร่างสูงใหญ่ของ เซี่ยหยางเฟย ไว้บนไหล่เล็กๆ ของนาง ความร้อนจากกองเพลิงที่โหมกระหน่ำเบื้องหลังไล่หลังมาติดๆ ราวกับอสูรกายกระหายเลือดที่พยายามจะกลืนกินคนทั้งคู่เข้าไป ทุกย่างก้าวที่นางย่ำลงบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยเขม่าควันนั้นหนักอึ้ง แต่ในแววตาของนางกลับไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย"เจ้าคนปลิ้นปล้อน... ท่านอย่าเพิ่งมาหมดสติใส่ข้าตอนนี้เชียวนะ" ซิงเยว่พึมพำลอดไรฟัน น้ำหนักตัวของหยางเฟยที่กดทับลงมาทำให้กระดูกของนางแทบจะลั่น แต่สัมผัสจากลมหายใจอ่อนๆ ของเขาที่รดอยู่ข้างลำคอกลับเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเขายังมีชีวิตอยู่นางพาร่างของเขาเลี่ยงออกมาทางทิศเหนือ มุ่งหน้าไปยังลำธารสายเล็กที่ไหลมาจากน้ำตกท้ายหมู่บ้านลับ เพราะที่นั่นคือทางเดียวที่อากาศยังพอจะหายใจได้สะดวก ทว่ายิ่งเดินห่างออกมาจากหมู่บ้าน ความสงสัยในใจของนางก็ยิ่งทวีคูณ รอยเท้าที่นางเห็นก่อนหน้านี้... รอยเลือดที่หยดเป็นทางมุ่งไปในทิศตรงกันข้ามกับที่นางอยู่...[คนคุ้มกันของตระกูลเซี่ยเก่งกาจถึงเพียงนั้น... ไม่มีทางถูกกำ
บทที่ 24 สายใยที่เริ่มถักทอ ท่ามกลางกลุ่มควันที่ลอยม้วนตัวเป็นเกลียวสีดำปกคลุมไปทั่วชั้นบรรยากาศของหมู่บ้านลับ กลิ่นไหม้ของไม้กฤษณาเนื้อดีที่ถูกเปลวเพลิงเลียลามส่งกลิ่นหอมปนความเศร้าสลดอบอวลไปทั่วบริเวณ เย่ซิงเยว่ ก้าวเท้าไปบนพื้นดินที่ร้อนระอุอย่างระมัดระวัง ทุกฝีเข็มที่นางย่ำลงไปนั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียด แววตาของนางจดจ้องไปยังทิศตะวันออกตามที่ร่างสูงที่บาดเจ็บชี้นำทางมา หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับกลองศึก ไม่ใช่เพียงเพราะหวาดกลัวต่อเพลิงพิโรธที่ล้อมรอบ แต่เพราะทุกนาทีที่เสียไปหมายถึงชีวิตของ เซี่ยหยางเฟย ที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายนางแบกความหวังและความกังวลไว้เต็มอก พลางมุ่งหน้าไปยังบ้านหลังสุดท้ายที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมหน้าผา ทว่ายิ่งเข้าใกล้ สิ่งที่ทำให้นางต้องขมวดคิ้วแน่นคือความเงียบเชียบที่ผิดปกติ "คนคุ้มกันที่ เจ้าคนปลิ้นปล้อน นั่นบอกไว้หายไปไหนหมด?" นางพึมพำกับตัวเองด้วยความระแวง สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ บริเวณบ้านที่ควรจะมีองครักษ์ฝีมือดีของตระกูลเซี่ยคอยคุ้มกันสมุนไพรหลวง แต่บัดนี้กลับพบเพียงความว่างเปล่า มีเพียงรอยเท้าที่ดูสับสนอลหม่านและรอยเลือดจางๆ ที่ถูกฝุ่นเขม่าควันพัดม
บทที่ 23 วิกฤตที่หมู่บ้านสมุนไพรท่ามกลางเสียงกึกก้องของน้ำตกที่ตกลงกระทบโขดหินเบื้องล่าง บรรยากาศที่ควรจะร่มรื่นกลับกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย เย่ซิงเยว่ ยืนตระหง่านอยู่หน้ารถม้า มือเล็กทว่ามั่นคงกำมีดสั้นเล่มงามไว้แน่น แววตาพยัคฆ์สาวของนางจ้องเขม็งไปยังแมกไม้ที่หนาทึบเบื้องหลังม่านน้ำตก ซึ่งบัดนี้มีเงาร่างสายตาหลายคู่กำลังจับจ้องมาที่นาง"หยางเฟย... ท่านนั่งลงเดี๋ยวนี้!" ซิงเยว่สั่งเสียงเข้มโดยไม่หันไปมองร่างสูงที่ยืนกุมมือซึ่งอาบไปด้วยเลือดแดงฉาน "เลือดท่านไหลไม่หยุดแล้ว เจ้าคนไม่ได้ความ... หากท่านยังขยับตัวส่งเดช ข้าจะปล่อยให้ท่านแห้งเหี่ยวตายตรงนี้แหละ!"เซี่ยหยางเฟย แม้ใบหน้าจะเริ่มซีดลงเพราะพิษจากปลายลูกธนู แต่เขากลับกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ดุจพยัคฆ์ที่แกล้งบาดเจ็บ "โอย... ซิงเยว่ เจ้าช่างวาจาร้ายกาจนนัก... ข้าอุตส่าห์รับธนูแทนเจ้าจนมือแทบจะใช้การไม่ได้ เจ้ายังจะใจดำกับคนเจ็บอีกหรือ? ข้าเริ่มรู้สึกว่า... แผลนี้มันลามไปถึงหัวใจข้าแล้วนะ" เขากระแอมไอเบาๆ พลางทรุดกายลงนั่งพิงตัวรถม้าอย่างหมดแรง (ซึ่งครั้งนี้เขารู้สึกอ่อนแรงจริงๆ มากกว่าทุกครั้
บทที่ 22 อดีตที่เริ่มปรากฏเสียงคมดาบปะทะกันเคร้งคร้างกลางป่าลึกค่อยๆ สงบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของเหล่าชายชุดดำที่บัดนี้ล้มระเนระนาดอยู่บนพื้นใบไม้แห้ง เซี่ยหยางเฟย สะบัดกระบี่ไล่หยดเลือดสีเข้มออกจากตัวดาบด้วยท่วงท่าที่ดูสง่างามทว่าเย็นชา แสงอาทิตย์ที่รอดผ่านยอดไม้ลงมาทาบทับใบหน้าคมเข้มของเขา ทำให้ดวงตาคู่นั้นดูดุดันราวกับเทพสงครามที่เพิ่งตื่นจากนิทราเขากลับมาสวมมาดคุณชายกะล่อนอีกครั้งเมื่อหันไปมองรถม้า "ซิงเยว่... แมลงพวกนี้ช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลย ทำเอาข้าเหงื่อตกจนอาการปวดหัวเกือบจะกำเริบขึ้นมาอีกรอบแน่ะ" เขาแกล้งทำเป็นยกมือขึ้นนวดขมับ พลางส่งยิ้มอ่อนแรงไปให้นางเอกสาวที่บัดนี้เดินลงมาจากรถม้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย"เจ้าคนกะล่อน... เลิกเล่นละครได้แล้ว" เย่ซิงเยว่ ก้าวเท้าข้ามร่างของอันธพาลคนหนึ่งไปหาเขา สายตาของนางจ้องมองบาดแผลถลอกเล็กน้อยที่ต้นแขนของหยางเฟยด้วยความรู้สึกที่ปนกันระหว่างความรำคาญและความห่วงใย "ถ้าท่านปวดหัวนัก ก็ไปนอนในรถม้าเสีย ข้าจะเป็นคนขับเองจนกว่าจะถึงหมู่บ้านลับนั่น""โอ้... เจ้ายอมให้ข้านอนพักข้างกายเจ้าหรือ? ช่างเป็นวาสนาของข้ายิ่งนัก" หยางเฟยขยับเข้าไ