แชร์

บทที่ 2 อยากได้เหรอ เอาสิฉันยกให้

ผู้เขียน: sanvittayam
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-16 10:34:06

บทที่ 2 อยากได้เหรอ เอาสิฉันยกให้

พัชราที่มองและเตรียมตั้งรับอยู่แล้วจึงได้จับแขนของเพื่อนสาวอย่างวีณาจากนั้นเหวี่ยงสุดแรงจนวีณากระเด็นไปกระแทกโต๊ะอาหาร

“ตุ๊บ! โอ้ย! พี่กฤษณ์ขาวีเจ็บจังเลย นังพัชมันจะฆ่าวีแล้ว” วีณาส่งเสียงออดอ้อนให้กฤษณ์ชายหนุ่มที่เธอแย่งและมีความสัมพันธ์ด้วยให้ช่วยเหลือ แต่กฤษณ์กลับยืนเฉย หากต้องเลือกระหว่างวีณาที่ผ่านใครต่อใครมานับไม่ถ้วนและ พัชราคนที่สะอาดไม่เคยผ่านมือชายคนไหนและยังสามารถช่วยเหลือจุนเจือเขาได้เสมอ เขาขอเลือกพัชราดีกว่า

“พัชพี่ขอโทษ ยกโทษให้พี่นะ ต่อไปพี่จะไม่ทำแล้ว”

กฤษณ์พยายามเดินเข้าหาคนรัก แต่มีเหรอพัชราจะยอม ในเมื่อรักกันมากยอมแม้กระทั่งหักหลังเธอ ในเมื่อกล้าขอโอกาสเธอก็จะให้แต่ไม่ใช่โอกาสนะ แต่เป็นต้องลอยในอากาศแทนพัชราจับแขนอดีตคนรักเหวี่ยงและทุ่มสุดแรงจนร่างของชายหนุ่มกระแทกกับกำแพงห้อง จนชายหนุ่มจุกจนลุกแทบไม่ไหว ผ้าขนหนูกับตัวคนอยู่คนละทิศคนละทาง

“เฮ้อ... พัชดีแล้วที่แกตัดใจ ดูสิหนอนชาเขียวชัดๆ ไม่เข้าใจจะแย่งทำไม สู้หนุ่มไปบาร์โฮสต์ไม่ได้ จับนี่เต็มไม้เต็มมือเชียว”

“ไอ้เก๋ แกพูดเหมือนเคยลอง ว่าแต่แกไปกับพี่ๆ ช่างแต่งหน้าบ่อยไม่ใช่หรือไง” พัชราอดขำเพื่อนสาวไม่ได้ ปากดีอย่างนี้แต่ใครจะคิดว่ายายเก๋เพื่อนของเธอยังเวอร์จิ้น

“อย่าพูดมาก คืนนี้จะพาไปฉลอง ที่สลัดผู้ชายแบบนี้พ้นจากชีวิตของแกเสียที ส่วนแกยายวี อยากได้ผู้ชายคนนี้มากก็เอาไป ฉันเชื่อว่ายายพัชมันหาได้ดีกว่านี้แน่นอน”

“ใช่วี ถ้าเธออยากได้บอกฉันตรงๆ ฉันยินดียกให้ ในเมื่อผู้ชายคนนี้ไม่มีอะไรเลย มีแต่เปลือกเท่านั้น ฉันไม่คิดนะว่ามิตรภาพคำว่าเพื่อนระหว่างเรา มันจะมาจบเพราะผู้ชายห่วยๆ อ้อ! แล้วอย่าคิดที่จะเล่นตุกติกล่ะทั้งคู่เลย เพราะคลิปที่พวกแกมีอะไรกัน ฉันถ่ายไว้หมดแล้ว

แต่ขอพูดหน่อยนะ ลีลาท่าทางของทั้งสองคนใช้ไม่ได้เลยนะ ยิ่งเสียงร้องคราง ฉันกับยายเก๋ได้ยินนี่แทบจะหลับ ดีที่มีเกมส์ให้เล่น หากครั้งต่อไปจะมีอะไรกันช่วยปรับปรุงท่าทางและเสียงด้วยนะ พัฒนาให้ดีขึ้นหน่อย เผื่อใครผ่านมาได้ยินจะได้ไม่อายเขา

ไปกันเถอะยายเก๋ วันนี้ฉันเลี้ยงเองไปฉลองความโสดที่เอาปลิงทั้งสองตัวออกไปจากฉันได้ แต่ก็ว่านะทั้งสองคน ฉันให้เวลาแค่สามวันเท่านั้นนะจ๊ะ หวังว่าจะเข้าใจ”

พูดจบพัชราพูดจบก็ควงแขนเพื่อนสนิทเดินออกจากห้องไปแบบสวยๆ และไม่คิดจะสนใจสายตาสองคู่ที่มองตามมา

หลังจากวันนั้นนี่ก็หนึ่งอาทิตย์แล้วที่เธอเลิกกับคนรัก ใครหลายคนรู้เรื่องต่างก็พากันเห็นใจ แต่พัชราไม่มีแววตาและอาการของคนเสียใจเลยสักนิดเดียว แต่สั่งที่แปลกยิ่งกว่านั้นตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เธอฝันเห็นครอบครัวหนึ่ง คนที่เป็นสามีนั้นกำลังนอนติดเตียงเพราะเกิดจากการลื่นตกเขา มีลูกสาวเพียงคนเดียวที่ต้องดูแลทั้งๆ ที่เด็กน้อยอายุเพียงสามสี่ขวบเท่านั้น เห้อ...ชีวิตอนาถแท้ ว่าแต่แล้วแม่ของเด็กและภรรยาของชายหนุ่มคนนี้ไปไหน

สักพักภาพตัดไปที่หญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งกำลังยืนเขินอาย ชายหนุ่มคนนี้ดูทรงแล้วน่าจะเป็นเด็กเรียนแต่แววตาของชายคนนั้นดูหลุกหลิกชอบกล

“เหมยจู เก็บของเตรียมพร้อมหรือยัง กลางเดือนหน้าผมจะเข้าปักกิ่งแล้วนะ เหมยจูจะไปกับผมหรือเปล่า”

“ไปสิ ตอนนี้ฉันรวบรวมเงินและของมีค่าเตรียมไว้หมดแล้ว อาซ่างไม่ต้องกลัวนะฉันจะไปพร้อมกับนายเอง ฉันจะดูแลนายจนเรียนจบมหาวิทยาลัย แต่หลังจากนั้นนายอย่าทิ้งฉันก็แล้วกัน” หนิงเหมยจูพูดอย่างเขินอาย

“แล้วไม่เสียใจเหรอ ที่ต้องทิ้งสามีและลูกเลี้ยงไปแบบนั้น”

“แล้วยังไง ฉันอยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ตอนนี้เขายังมาเจ็บป่วยหาเงินไม่ได้ ฉันต้องมานั่งเลี้ยงดูคนพิการเหรอ ไหนจะเด็กบ้านั่นอีก ไม่เอาด้วยหรอก สู้ฉันไปเริ่มชีวิตใหม่กับนายไม่ดีกว่าหรือยังไง”

จะให้เธอต้องมาเลี้ยงสามีที่แต่งงานมาเป็นปีแต่ไม่เคยมีอะไรด้วยเนี่ยนะและยังต้องมาดูแลเด็กบ้านั่นอีก พอแล้ว หนึ่งปีที่ผ่านมาไม่เอาด้วยหรอก ยังมีแม่สามีที่ร้ายแสนร้ายแล้วยังบรรดาสะใภ้ทั้งหลายอีก พอที

ลาก่อน

พัชรายืนฟังทั้งคู่คุยกัน เธออยากจะจับหญิงสาวคนนี้มาหักคอเสียจริง ลูกเลี้ยงแล้วยังไง สามีพิการแล้วยังไง ทำไมก่อนแต่งไม่รู้จักคิด พอคนเป็นสามีป่วยหาเลี้ยงไม่ได้กลับคิดที่จะทิ้งเขาไป ไม่ทิ้งเปล่า ดันตามชู้ไปนี่สิ คิดเหรอว่าเด็กหนุ่มมันจะจริงใจด้วย แบบนี้มันน่าจับถ่วงน้ำแห่ประจานจริงๆ เท่าที่ได้ยินการพูดคุยน่าจะอยู่ในช่วงที่ลำบากของจีนและเพิ่งจะเปิดการสอบมหาลัยแน่นอน ถ้าเป็นเธอนะเธอจะประจานมันทั้งสองคนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย สงสารแต่ชะตาของสามีและเด็กน้อยเพียงเท่านั้น

“เฮือก!! เอาอีกแล้วไอ้พัช แกฝันเหมือนเดิมอีกแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” พัชราสะดุ้งตื่นขึ้นมา ได้แต่พึมพำคนเดียว จากนั้นจึงลุกขึ้นมาหยิบน้ำในตู้เย็นมารินใส่แก้ว แต่แล้วอยู่ๆ แก้วน้ำในมือนั้นหายไปต่อหน้าต่อตา

“เชี้ย!! ผีหลอกตอนดึกหรือไงว่ะไอ้พัช”

พัชราสะดุ้งโหยง แทบจะกระโดดไปอยู่มุมห้อง เมื่อตั้งสติได้เธอจึงใช้สายตาเพ่งมองหาแก้วน้ำใบเดิม จนเห็นว่าแก้วน้ำนั้นอยู่ในพื้นที่ที่เหมือนจะเป็นห้องเปล่าๆ พื้นที่โล่งๆ แต่กลับมีสระน้ำสีเขียวมรกตอยู่ด้านข้างเป็นสระเล็กๆ แต่ว่ามันที่ไหนกันล่ะ หรือว่า...ไม่จริงหรอกมั้ง มิติมันมีแต่ในนิยายเท่านั้นนะ

“ไอ้พัชหรือว่าแกอ่านนิยายมากไป จนสมองกลับ คิดเป็นตุเป็นตะแล้ว แต่ว่า...ไม่ลองไม่รู้นี่หว่า” เมื่อคิดได้อย่างนั้น จึงเรียกแก้วน้ำออกมา และมันออกมาจริงๆ ด้วย แถมในห้องนั้นยังมีแก้วน้ำเหมือนกันเด๊ะวางอยู่เหมือนเดิม ที่สำคัญน้ำในแก้วยังเย็นอยู่

“เอ๋ หรือว่ามิตินี้สามารถก๊อบปี้ของได้เหรอ เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วไอ้พัช”

พัชราเดินไปที่ตู้เย็น ก่อนจะเอามือแตะแล้วพูดว่าเก็บ กลายเป็นว่าตู้เย็นหายไปจากตรงนั้นแล้วย้ายเข้าไปอยู่ในมิติของเธอจริงๆ ด้วย เมื่อคิดว่านิ้วตัวเองนั้นเป็นนิ้วทองคำเธอจึงเริ่มเอาของเข้าออกเพื่อสร้างความชำนาญให้ตัวเอง ตอนนี้กลายเป็นว่าพื้นที่ในมิติกลับขยายขึ้นมากกว่าก่อนหน้านี้

“หรือว่าแกจะได้ทะลุมิติแบบในนิยาย ยิ่งฝันแปลกๆ มาเป็นอาทิตย์แล้วด้วย ดีเหมือนกันเช้านี้รอห้างเปิดฉันจะไปชอปปิงให้หนำใจเลย”

พัชรานั่งจดรายการของที่ต้องการ มีทั้งแผนกอาหาร ของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า ทั้งชายหญิง และของเด็ก ยา และเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว อุปกรณ์การเกษตร เมล็ดผักต่างๆ ที่ขาดไม่ได้เลยคือจักรยานและรถมอเตอร์ไซค์รวมถึงน้ำมัน แม้กระทั่งอุปกรณ์การแพทย์บางอย่างที่หาไม่ยาก

พัชรานั่งจดรายการไปเรื่อยๆ จนตอนนี้ของที่เธอต้องการนั้นอยู่ในหน้ากระดาษเอสี่เกือบยี่สิบห้าแผ่น เอาง่ายๆ คือปัจจัยสี่เกือบทุกอย่างที่จดลงไป หากคิดดีๆ คงจะทั้งห้างแล้วล่ะ

“เห้ย! มากไปหรือเปล่า ถ้าเกิดไม่ได้ทะลุมิติขึ้นมาจะเอาของพวกนี้ไปไหน อย่างมากก็แค่เอาไปบริจาคเนอะ” พัชราพูดเองเออเองคนเดียว จากนั้นนั่งจดสิ่งที่ต้องการต่อ

“เอาล่ะ หนังสือ สมุด ปากกา ดินสอ ไม่ลืม ที่สำคัญหนังสือนิยายที่ชอบอ่าน แต่ว่าหากไปที่นั่นจริง ฉันจะทำอาชีพอะไร ฉันมีเวลากี่วัน เห้อ เป็นคำถามที่ตอบไม่ได้ คงจะต้องไปสำเพ็ง ประตูน้ำสักหน่อยแล้ว หาของไปขาย”

จากนั้นพัชรายังคงนั่งจดรายการต่อว่าต้องการอะไรเพิ่มบ้างเพื่อจะเป็นอาชีพให้เธอได้ หากให้เธอทำไร่ทำงานก็ไหวนะ ถึงแม้ว่าจะเป็นเด็กกำพร้า แต่ถ้ามีลู่ทางที่ดีกว่าก็ไม่ขอเลือกทำนาก็แล้วกัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 120 ผมรับเลี้ยงเอง

    บทที่ 120 ผมรับเลี้ยงเองเมื่อป้านเซียงเหวินนำตัวเด็กน้อยไปส่งให้หน่วยแพทย์และพยาบาลตรวจดูแล้ว แพทย์บอกว่าเด็กน้อยไม่ได้เป็นอันตรายอะไร เพียงแค่หิวและร้องไห้จนหมดแรง นี่คือสิ่งที่บ่งบอกและการันตีได้ว่าแม่ของเด็กนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกชายตัวน้อยๆ ของเธอ พอรู้ว่าเด็กปลอดภัยเขาจึงเดินกลับมาหาทุกคน “ปลอดภัยแล้วครับ” ทันทีที่ป้านเซียงเหวินพูดจบทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เอาร่างของนางฟางไปทำพิธีให้เรียบร้อย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างฉันรับผิดชอบเอง ให้เธอได้ไปอยู่กับสามีที่รัก” ท่านนายพลเอ่ยสั่งหัวหน้าหมู่บ้าน “ครับท่าน” “จริงสิ หัวหน้าหมู่บ้านช่วยไปตามครอบครัวฝั่งพ่อของเด็กน้อยมาหน่อย ผมอยากรู้อะไรบางอย่าง” ป้านเซียงเหวินพูดขึ้น ตงซีเฉินมองหน้าพี่ชายบุญธรรม และคิดว่าเด็กน้อยคนนี้มีบุญแล้วที่พี่เซียงเหวินพูดออกหน้า ไม่เช่นนั้นเขาจะเป็นคนรับเลี้ยงเด็กน้อยนี่เอง ไม่นานบ้านซวนจึงยกโขยงกันมาตรงหน้ากลุ่มของท่านนายพลยืนอยู่ “ท่านเรียกพวกเราบ้านซวนมามีอะไรหรือเปล่าครับ” พ่อเฒ่าซวนเอ่ยอย่างนอบน้อมเพราะรู้ดีว่าชายสูงวัยตรงหน้านี้คือท่านนายพล“ผมจะแจ้งข่าวเรื่องแม่นางฟางกับลูกน้อย ตอนนี้แม่นา

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 119 รักต้องห้าม ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจ

    บทที่ 119 รักต้องห้าม ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจวันเวลาผันผ่านจนถึงวันที่ยี่สิบห้าเดือนสุดท้ายของปี แม้ว่าจะมีหิมะตกปรอยๆ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการเดินทางของทุกคนที่จะไปทำงานหรือว่าเดินทางมาที่หมู่บ้านเหอซาน แม้ว่าอำเภอนี้หิมะตกไม่หนักอย่างที่คาดคะเนหรือหวั่นวิตก แต่อำเภอข้างๆ กลับมีหิมะตกไม่หยุด มีบ้านเรือนหลายหมู่บ้านที่หลังคาถล่มลงมา ทำให้นายพลป้านและผู้พันลั่วจื่อต้องออกไปช่วยชาวบ้านทุกวัน โดยมีถุงบริจาคของหนิงเหมยจูติดไปด้วย ทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็ออกพื้นที่เพื่อช่วยชาวบ้านที่ประสบภัย “เหมยจู พี่กับพี่รองและพี่เซียงเหวินจะตามพ่อและพี่ลั่วจื่อไปช่วยชาวบ้านนะ เย็นๆ พี่จะรีบกลับ” ตงซีเฉินบอกกับภรรยารัก “พี่อย่าลืมเอาเสบียงไปแจกจ่ายชาวบ้านด้วยนะ ตอนนี้สำคัญที่สุดคืออาหารและน้ำ ต่อให้มีเงินแต่ไม่มีอาหารก็ยากที่จะอยู่รอด” หนิงเหมยจูเป็นห่วงชาวบ้านไม่น้อย หวังว่าจะไม่มีใครเสียชีวิตกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ แม้ว่าสองอำเภอจะห่างกันไม่มากแต่ก็ไม่คิดว่าอำเภอนี้รอดแต่อีกอำเภอเจอกับภัยธรรมชาติแบบนี้ นี่สินะที่เขาเรียกฝนตกไม่ทั่วฟ้า “ครับ พี่ไปก่อนนะ” ตงซีเฉินเอ่ยลาภรรยาและออกเดินทางไปพร้อมก

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 118 สองพ่อจอมหวง

    บทที่ 118 สองพ่อจอมหวงหลังจากที่ชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อย ตงซีเฉินจึงเดินออกมาคุยกับฮ่าวเทียนด้วยสีหน้าที่จริงจัง เขารู้ว่าภรรยานั้นเป็นห่วงเขาจึงได้หาผู้ช่วยมาให้ แต่ชายหนุ่มไม่อยากฝืนใจใคร เพราะการทำงานของเขาและการเดินทางไปทำการค้าแต่ละครั้งกับพี่เซียงเหวินนั้นมีอันตรายรอบด้วย เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าก่อนหน้านี้พี่ชายบุญธรรมไปทำการค้าหรือว่าไปออกรบ เดินทางทีไรมีเรื่องแทบทุกรอบ “พี่ฮ่าวเทียนผมจะถามความสมัครใจอีกครั้ง ถ้าพี่ไม่ยินยอมพี่สามารถทำงานข้างกายเป็นผู้ช่วยของเหมยจูต่อไป การเดินทางไปดูการค้าและทำการค้าของผมและพี่ๆ นั้นมีอันตรายรอบด้าน มีหลายครั้งที่แทบเอาชีวิตไม่รอด และแทบทุกครั้งที่เจอกับปัญหาหรือถูกดักทำร้าย ผมให้พี่เลือกว่าจะเอายังไง อีกอย่างพี่ยังมีลูกเล็ก ผมไม่อยากให้พี่ต้องเสี่ยงหรือเพราะว่าเหมยจูช่วยพี่แล้วพี่จะต้องคล้อยตามทุกครั้ง” “ผมยินดีที่จะติดตามเถ้าแก่ครับ ไม่ใช่เพียงเพราะเถ้าแก่เนี้ยช่วยครอบครัวผมไว้ แต่เพราะเถ้าแก่คือคนสำคัญของเถ้าแก่เนี้ย ผมจึงอยากปกป้อง ที่ผมยอมติดตามเถ้าแก่ไม่ใช่เพราะความต้องการของเถ้าแก่เนี้ยอย่างเดียว แต่เพราะความต้องการของผมด้วย เถ้าแก

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 117 แพ้ภัยตัวเอง

    บทที่ 117 แพ้ภัยตัวเองเมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทางของสารวัตรหู่ชาง ทุกคนรู้ได้ทันทีว่านี่คงเป็นแผนการของสารวัตรจริงๆ“จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นคุณบอกผมได้ไหมว่าชาวบ้านกลุ่มนั้นชื่ออะไร เพราะผมให้น้ามู่ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลไม่เห็นว่าจะมีคนไปรักษาตัวด้วยอาการอาหารเป็นพิษเลย หากได้ชื่อ-แซ่ ที่แน่ชัดมันอาจจะง่ายสำหรับการตรวจสอบก็ได้” ตงซีเฉินกระตุกยิ้มมุมปาก “ไม่มีโรงพยาบาลที่ไหนให้ตรวจสอบง่ายๆ หรอกมันเป็นกฎของโรงพยาบาล” แม้จะหน้าเสียที่คนพวกนี้กล้าไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลแต่หู่ชางยังคงตอบด้วยสีหน้าและท่าทางปกติ “แต่คงไม่ยากสำหรับครอบครัวลูกชายของนายพลป้านไม่ใช่เหรอครับ ผมลืมแนะนำตัวผมป้านเซียงเหวิน นี่คือน้องชายผมซีเฉิน และเหมยจูน้องสะใภ้ ได้ข่าวว่าคุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเหมยจูเป็นลูกสะใภ้นายพลป้าน หรือคิดว่าท่านนายพลจะไม่สนใจหากเกิดเรื่องกับลูกสะใภ้คนนี้ แต่ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิดเพราะท่านนายพลป้านรักลูกสะใภ้ยิ่งกว่าลูกชายตัวเองอีกครับ”ป้านเซียงเหวินทนไม่ได้กับหน้าตาไม่รู้เรื่องรู้ราวของสารวัตรหน้ามึนนี่ เลยต้องสอดแทรกคำพูดของตัวเองไปอีกเล็กน้อย เผื่อว่าท่านสารวัตรผู้ยิ่งใหญ่คนนี้จะรู้ตัวเสียทีว

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 116 พอดีเท้าผมกระตุก ต้องขอโทษจริงๆ

    บทที่ 116 พอดีเท้าผมกระตุก ต้องขอโทษจริงๆหนิงเหมยจูเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูเรียกจึงหันไปมองก่อนจะยิ้มกว้างและวิ่งเข้าไปหาสามีสุดที่รัก แม้ว่าจะโถมตัวเข้ากอดไม่ได้เธอจึงทำได้เพียงจับมือสามีไว้ไม่ปล่อย “สามีกลับมาแล้ว” “ครับพี่กลับมาแล้ว คิดถึงพี่ไหม” ตงซีเฉินยิ้มไม่หุบที่ภรรยาสุดที่รักเรียกว่าสามี เขาใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกภรรยารักจับไว้ลูบผมของเธออย่างแผ่วเบาด้วยความคิดถึง หากไม่ติดว่าอยู่ในสถานที่ราชการเขาคงคว้าตัวเธอมากอดแล้ว หนิงเหมยจูพยักหน้ารับ เธอจึงทำสีหน้าออดอ้อนสามี ก่อนจะฟ้องว่าเธอนั้นโดนรังแกอีกแล้ว แม้ว่าเธอจะเข้มแข็งแค่ไหน แต่เธอเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งเท่านั้นยังคงต้องการการปกป้องของคนเป็นสามี“พี่ซีเฉิน ไอ้ศา-ลา-วัดนั่นแกล้งร้านเราอีกแล้ว”จากนั้นหญิงสาวผู้เข้มแข็งที่ล้มผู้ชายตัวโตได้เป็นสิบ ฟ้องสามีผู้เป็นที่รักอย่างละเอียด ทำเอามู่ซาและฮ่าวเทียนมองตาไม่กะพริบ ทำไมเถ้าแก่เนี้ยจึงได้กลายเป็นอีกคนเมื่อเจอกับเถ้าแก่แบบนี้ล่ะ หรือว่าพวกเขาตาฝาดกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นทั้งสองคนขยี้ตาแทบหลุดออกมา ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ยังเป็นเหมือนเดิม จนเว่ยอิ้นเฉิงมองมาแล้วหัวเราะ “ไม่ต้อ

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 115 คงไม่อยากจะอยู่ตำแหน่งเดิมอีกแล้วใช่ไหม

    บทที่ 115 คงไม่อยากจะอยู่ตำแหน่งเดิมอีกแล้วใช่ไหมวันเวลายังคงดำเนินผ่านไปวันแล้ววันเล่า ตอนนี้ใกล้จะปีใหม่เข้ามาทุกที ร้านแต่ละร้านของหนิงเหมยจูยังคงมีลูกค้าเข้าไม่ขาดสายทั้งๆ ที่หิมะเริ่มตกแล้ว แต่ไม่ได้ตกหนักจนถึงขนาดเดินทางไม่ได้ ชาวบ้านหลายครัวเรือนต่างก็อยู่แต่ในบ้าน อาหารที่ถูกแจกจ่ายในปีนี้ก็แจกเรียบร้อยแล้ว แต่ละบ้านมีสีหน้าดีขึ้น แม้ว่าผลผลิตมีน้อย แต่ยังดีที่หนิงเหมยจูและท่านนายพล แจกถุงบริจาคทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ร้านชาบูเมื่อไม่กี่วันก่อนมีการรับพนักงานเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน เธอให้หมานซวนหรือพี่อาหมานเป็นคนจัดการเพราะตัวเธอนั้นวุ่นวายกับงานที่ทำกับคุณตู้ โรงงานผุดขึ้นเพิ่มมาอีกคือโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งของเด็กและของผู้ใหญ่ รวมถึงสอนพี่สะใภ้อย่างเว่ยเย่หนานทำเครื่องสำอาง อย่างสบู่และแป้งฝุ่น ตอนนี้หนิงเหมยจูแทบจะไม่มีเวลาเลยทีเดียว ความสุขผ่านพ้นไปได้ไม่กี่วัน กลับมีลูกค้าที่สั่งชาบูไปกินที่บ้านเกิดปัญหาเข้าจนได้ มีลูกค้าอยู่สามครอบครัวกินเข้าไปแล้วท้องเสียจนต้องหามส่งโรงพยาบาล วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาควบคุมตัวผู้ดูแลร้านอย่างอาหมานไปที่สำนักงานตำรวจ จนก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status