แชร์

บทที่ 3 ทะลุมิติมาเป็นหนิงเหมยจู

ผู้เขียน: sanvittayam
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-16 10:34:26

บทที่ 3 ทะลุมิติมาเป็นหนิงเหมยจู

เช้าวันต่อมา พัชรายังไม่ได้นอนตั้งแต่สะดุ้งตื่น ดีที่ช่วงนี้เธอไม่มีคิวงาน ทำให้ไม่ต้องโทรไปลาหรือว่ามีห่วงอะไร หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเธอจึงเตรียมไปห้างสรรพสินค้าที่มีสัญลักษณ์สีแดงก่อนเป็นอันดับแรก ช่วงเช้าแบบนี้คิดว่าคนไม่มากเท่าไหร่ เธอจึงขับรถมุ่งหน้าไปสถานที่แห่งนั้น ขอเพียงอย่างเดียวว่ากล้องวงจรปิดจะไม่เห็นว่าเธอทำอะไร ไม่อย่างนั้นแทนที่จะทะลุมิติไปแบบในนิยาย จะได้ไปอยู่ในคุกแทนนะสิ ดีไม่ดีขึ้นหน้าหนึ่งอีกต่างหาก

เมื่อมาถึงเธอจึงเดินตามชั้นวางของและเอามือแตะเข้าแตะออกแบบนั้นด้วยความรวดเร็ว เธอใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงทุกอย่างจึงเข้าไปอยู่ในมิติอย่างที่เธอต้องการ แต่เธอยังเลือกที่จะซื้อของออกมาหลายอย่างเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยของพนักงาน

จากนั้นจึงขับรถมุ่งหน้าไปที่ห้างที่ใหญ่ที่สุด พัชรายังคงทำแบบเดิม อยากได้อะไรเธอก็ใช้เพียงนิ้วแตะเข้าแตะออก จนเวลาล่วงเลยมาเกือบเย็น เธอจึงเลือกที่จะกลับเพราะแค่นี้ก็เหนื่อยเหมือนกันเดินทั้งวันจะไม่เหนื่อยได้ยังไง แต่พอจะออกจากห้างสรรพสินค้า สายตาไปเห็นแผนกเครื่องสำอาง เธอจึงเดินเข้าไปทำเหมือนเดิม แม้แต่แผนกนาฬิกาเธอก็ไม่ลืม

“ใช่แล้ว สบู่ เครื่องสำอางไง หากแกทำได้ นั่นคืออาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้เลยนะไอ้พัช แต่ว่ามันต้องไปโรงงานหรือเปล่าว่ะ กลับบ้านคงต้องไปค้นหาข้อมูลเสียหน่อยแล้ว”

พอคิดได้แบบนั้นเธอจึงรีบกลับบ้าน เพราะพรุ่งนี้เธอจะต้องไปสำเพ็งและประตูน้ำอีก เธอยังไม่ได้ผ้าเป็นม้วนหรืออย่างอื่นเลย หากต้องการของพวกนี้ต้องไปสองแห่งนี้เท่านั้น แต่พอกลับมาถึงบ้านเธอจึงหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำสบู่และเครื่องสำอาง ก่อนจะปริ้นทุกอย่างมาเก็บไว้

พัชราใช้ชีวิตโดยที่การหาของเข้ามิติตามที่ต้องการจนครบทุกอย่างเธอไม่ลืมแม้กระทั่งจักรเย็บผ้าทุกแบบหนึ่งอาทิตย์เต็ม เพราะแค่ประตูน้ำและสำเพ็งรวมไปถึงโบ๊เบ๊เธอใช้เวลาสี่วัน ส่วนอาหารสำเร็จรูปเธอก็จะสั่งร้านประจำที่เธอชอบกินทุกอย่างเก็บไว้ในมิติ

ตอนนี้เวลาก็ผ่านมาเป็นเดือนแล้ว และเธอยังฝันแปลกๆ ฝันซ้ำๆ เหมือนเดิม จึงคิดเพียงว่าเธอคงจะได้ทะลุมิติไปแบบนิยายแน่ๆ ตอนนี้เธอทำเรื่องขายคอนโดเรียบร้อยส่วนรถยนต์นั้นเธอเก็บเข้ามิติด้วยเช่นกัน ตอนนี้เธอจึงมาเช่าห้องรายวันอยู่แทน เพราะไม่รู้ว่าตัวเองนั้นจะหายไปตอนไหน ส่วนเงินที่ขายคอนโดทั้งสองแห่งเธอบริจาคให้กับโรงพยาบาลและบ้านเด็กกำพร้าทั้งหมด โดยเหลือเงินติดตัวไว้ไม่มากพอประทังชีวิตและจ่ายค่าห้องเท่านั้น

แต่แล้วอยู่ๆ คืนหนึ่งที่เธอหลับ เธอกลับไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย คนที่มาเจอร่างของเธอคือแม่บ้านประจำห้องเช่า ก่อนจะแจ้งเรื่องให้กับเพื่อนสนิทอย่างเก๋หรือสุนิสามารับร่างไปจัดงานตามประเพณี

พัชรารู้สึกว่าร่างกายกำลังสำลักน้ำ และเหมือนว่ามีใครเอาผ้ามาปิดจมูกเธอไว้ จากนั้นไม่นานอาการที่อึดอัดจากการสำลักน้ำนั้นค่อยๆ หายไป เธอจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาก่อนจะตกใจแทบสิ้นสติเพราะนี่ไม่ใช่ห้องพักที่เธอเช่าอยู่ แต่เป็นบ้านดินที่แสนจะทรุดโทรมและเก่าจะพังใส่หัวเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เมื่อมองรอบๆ ทำให้รู้ว่าเธอทะลุมิติมาแล้วจริงๆ ก่อนจะปวดหัวแทบจะระเบิด

ความทรงจำต่างๆ ของร่างนี้ฉายชัดเหมือนกับภาพยนตร์ให้เธอเห็น ร่างนี้ชื่อหนิงเหมยจู หรือเสี่ยวจูหรือจูจู แล้วแต่ว่าใครจะเรียก เธออายุสิบแปดปีเป็นลูกสาวคนโตของบ้านหนิง แม่เป็นภรรยาคนแรกและพ่อยังมีภรรยาอีกคน เธอมีน้องชายร่วมท้องแม่เดียวกันอีกหนึ่งคน

ทั้งสองนั้นรักเธอมาก แต่เพราะความเห็นแก่ตัวของ หนิงเจียวจูทำให้เธอคิดที่จะทิ้งแม่และน้องไว้ที่บ้านพ่อโดยการวางแผนจับสามีคนปัจจุบันซึ่งเป็นพ่อหม้ายลูกติดหนึ่งคนแต่หน้าตาหล่อเหลาไม่น้อยเพื่อออกมาจากบ้านหนิง

ภาพทุกอย่างฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ พัชราเองก็นอนด่าเจ้าของร่างนี้ในใจตลอด จนเธอนึกขึ้นได้ว่าหญิงสาวคนนี้เป็นคนที่เธอฝันถึง ก่อนจะได้ยินเสียงเท้าน้อยๆ เหมือนจะค่อยๆ ย่องเดินเข้ามา เธอจึงแกล้งหลับตาอีกครั้ง จากนั้นมีมือน้อยๆ เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าและตามลำตัว พัชราได้แต่คิดในใจว่าเธอจะตายอีกครั้งเพราะสำลักผ้าชุ่มน้ำผืนนี้แน่ๆ

“ฮือๆ ๆ น้าขา ต่อไปเสี่ยวลู่จะไม่ดื้อแล้ว น้าฟื้นขึ้นมาเถอะนะ พ่อก็เดินไม่ได้ น้ามาสลบไปอีกแล้วต่อไปเสี่ยวลู่จะอยู่กับใคร” ตงลู่จิงเช็ดหน้าเช็ดตัวให้กับแม่เลี้ยงพร้อมกับร้องไห้ไปด้วย

“พอแล้ว ไม่ต้องเช็ดแล้ว เดี๋ยวฉันจะสำลักตายไปเสียก่อน” หากเธอทนฟังแม่หนูน้อยนี่พูดจบคงได้สำลักน้ำตายหรือไม่ก็ป่วยตายอีกครั้งแน่ ตงลู่จิงเมื่อเห็นว่าแม่เลี้ยงฟื้นขึ้นมาแล้วก็ยิ้มดีใจ แต่เพราะหนึ่งปีที่ผ่านมาเธอมักจะโดนดุด่าเป็นประจำ ทำให้เธอกลัวและเดินไปอยู่มุมห้อง

พัชรามองหนูน้อยคนนี้เธออายุเพียงแค่สี่ขวบแต่ร่างกายนั้นผอมยิ่งกว่าเด็กสามขวบเสียอีก ดวงตากลมโต หากอ้วนกว่านี้คงจะน่ารักไม่เบาเลยทีเดียว เธอจึงกวักมือเรียกแม่หนูน้อยเสียวลู่คนนี้มาหา ก่อนจะลุกนั่งบนเตียงเตาเก่าๆ อันนี้

“มานี่เสี่ยวลู่ ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก” ตงลู่จิงชั่งใจไม่นานจึงได้เดินเข้ามาหา พัชราจึงอุ้มแม่หนูน้อยมานั่งบนตัก ก่อนจะถามเรื่องที่เธอสงสัย เพราะบางอย่างเธอเองก็จำไม่ได้

“ทำไมเรียกฉันว่าน้าล่ะ ฉันเป็นแม่เลี้ยงเธอไม่ใช่เหรอ”

“หนูไม่กล้าเรียกค่ะ และน้าไม่ให้หนูเรียกด้วย” ตงลู่จิงก้มหน้าตอบ

“เอาอย่างนี้ ต่อไปนี้เสี่ยวลู่อยากเรียกฉันว่าแม่ ฉันก็จะไม่ห้าม ตกลงไหม อยากเรียกแม่หรือเปล่า”

ตงลู่จิงเงยหน้ามองดวงตาเป็นประกาย ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ ด้วยความดีใจ พัชรามองหนูน้อยคนนี้ทั้งสงสารทั้งเอ็นดู เธอจึงคิดเพียงว่าต่อไปเสี่ยวลู่จะเป็นลูกสาวของเธอ ใครหน้าไหนก็ห้ามมาทำร้ายหรือว่ามารังแกเด็ดขาด ใครจะว่าเธอบ้าก็ได้ แต่เธอนั้นรักแม่หนูน้อยคนนี้ตั้งแต่ในฝันแล้ว เธอจะปกป้องแม่หนูน้อยคนนี้เองและจะเลี้ยงให้อ้วนท้วนเลยคอยดู

ภาพความทรงจำที่เธอมีนั้น หลานๆ บ้านของสามีมักจะรังแกเด็กน้อยคนนี้เสมอ และยังมีพวกป้าสะใภ้มหาภัยทั้งหลายที่มักจะพูดจากระทบเด็กสี่ขวบบ่อยๆ ไม่รู้สมองป่วยหรือยังไงมารังแกเด็กที่ไม่มีทางสู้

“เอาอย่างนี้นะ ต่อไปนี้หนูเรียกแม่ว่าแม่ เสี่ยวลูกคือลูกสาวของแม่ เข้าใจไหมจ๊ะคนเก่ง ใครกล้ามารังแกหนูแม่คนนี้จะเป็นคนจัดการให้กลับบ้านไม่ถูกเลยดีไหม”

“ดีค่ะ หนูจะช่วยแม่จัดการด้วยนะ” ตงลู่จิงตอบด้วยน้ำเสียงสดใส เธอมีความสุขมาก ตอนนี้ความกลัวหายไปความดีใจเข้ามาทดแทน เธอมีแม่เหมือนคนอื่นเสียที ตั้งแต่เกิดมาเธอมีแต่พ่อเพียงคนเดียว คนอื่นๆ รวมไปถึงป้าสะใภ้มักจะพูดว่าเธอเป็นเด็กที่ถูกทิ้งไม่มีใครต้องการ อยู่ๆ เสียงท้องน้อยๆ ของเสี่ยวลู่ดังขึ้น ทำให้เด็กน้อยอายจนหน้าแดง

“เสี่ยวลู่หิวแล้วใช่ไหม เดี๋ยวแม่ไปทำอะไรให้กินดีไหมคนเก่ง”

“หิวค่ะ พ่อก็หิว พ่อยังไม่ได้กินอะไรเหมือนกัน” ตงลู่จิงบอกเสียงเบา เธอกลัวว่าแม่จะโกรธหากพูดถึงพ่อ พัชราเข้าใจในความคิดและความรู้สึกของลูกสาวตัวน้อยจึงพูดกับเธอด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงที่อบอุ่น

“ถ้าอย่างนั้นแม่ไปทำอาหารให้พ่อด้วยดีไหม หนูไปอยู่ดูพ่อก่อนนะลูก แม่จะเข้าครัวไปทำอาหาร”

“แม่จะไม่หายไปไหนใช่ไหม แม่จะอยู่กับหนูกับพ่อใช่ไหม”

“แม่สัญญาว่าจะอยู่กับหนูตลอดไป”

เธอเลือกที่จะไม่ตอบว่าจะอยู่กับสามีเจ้าของร่างหรือไม่ เธอรู้ดีว่าเขาต้องแต่งงานกันร่างนี้เพราะความจำยอม และที่สำคัญร่างนี้ทั้งเลวทั้งร้ายเธอเองจึงตอบไม่ได้เหมือนกัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 120 ผมรับเลี้ยงเอง

    บทที่ 120 ผมรับเลี้ยงเองเมื่อป้านเซียงเหวินนำตัวเด็กน้อยไปส่งให้หน่วยแพทย์และพยาบาลตรวจดูแล้ว แพทย์บอกว่าเด็กน้อยไม่ได้เป็นอันตรายอะไร เพียงแค่หิวและร้องไห้จนหมดแรง นี่คือสิ่งที่บ่งบอกและการันตีได้ว่าแม่ของเด็กนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกชายตัวน้อยๆ ของเธอ พอรู้ว่าเด็กปลอดภัยเขาจึงเดินกลับมาหาทุกคน “ปลอดภัยแล้วครับ” ทันทีที่ป้านเซียงเหวินพูดจบทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เอาร่างของนางฟางไปทำพิธีให้เรียบร้อย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างฉันรับผิดชอบเอง ให้เธอได้ไปอยู่กับสามีที่รัก” ท่านนายพลเอ่ยสั่งหัวหน้าหมู่บ้าน “ครับท่าน” “จริงสิ หัวหน้าหมู่บ้านช่วยไปตามครอบครัวฝั่งพ่อของเด็กน้อยมาหน่อย ผมอยากรู้อะไรบางอย่าง” ป้านเซียงเหวินพูดขึ้น ตงซีเฉินมองหน้าพี่ชายบุญธรรม และคิดว่าเด็กน้อยคนนี้มีบุญแล้วที่พี่เซียงเหวินพูดออกหน้า ไม่เช่นนั้นเขาจะเป็นคนรับเลี้ยงเด็กน้อยนี่เอง ไม่นานบ้านซวนจึงยกโขยงกันมาตรงหน้ากลุ่มของท่านนายพลยืนอยู่ “ท่านเรียกพวกเราบ้านซวนมามีอะไรหรือเปล่าครับ” พ่อเฒ่าซวนเอ่ยอย่างนอบน้อมเพราะรู้ดีว่าชายสูงวัยตรงหน้านี้คือท่านนายพล“ผมจะแจ้งข่าวเรื่องแม่นางฟางกับลูกน้อย ตอนนี้แม่นา

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 119 รักต้องห้าม ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจ

    บทที่ 119 รักต้องห้าม ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจวันเวลาผันผ่านจนถึงวันที่ยี่สิบห้าเดือนสุดท้ายของปี แม้ว่าจะมีหิมะตกปรอยๆ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการเดินทางของทุกคนที่จะไปทำงานหรือว่าเดินทางมาที่หมู่บ้านเหอซาน แม้ว่าอำเภอนี้หิมะตกไม่หนักอย่างที่คาดคะเนหรือหวั่นวิตก แต่อำเภอข้างๆ กลับมีหิมะตกไม่หยุด มีบ้านเรือนหลายหมู่บ้านที่หลังคาถล่มลงมา ทำให้นายพลป้านและผู้พันลั่วจื่อต้องออกไปช่วยชาวบ้านทุกวัน โดยมีถุงบริจาคของหนิงเหมยจูติดไปด้วย ทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็ออกพื้นที่เพื่อช่วยชาวบ้านที่ประสบภัย “เหมยจู พี่กับพี่รองและพี่เซียงเหวินจะตามพ่อและพี่ลั่วจื่อไปช่วยชาวบ้านนะ เย็นๆ พี่จะรีบกลับ” ตงซีเฉินบอกกับภรรยารัก “พี่อย่าลืมเอาเสบียงไปแจกจ่ายชาวบ้านด้วยนะ ตอนนี้สำคัญที่สุดคืออาหารและน้ำ ต่อให้มีเงินแต่ไม่มีอาหารก็ยากที่จะอยู่รอด” หนิงเหมยจูเป็นห่วงชาวบ้านไม่น้อย หวังว่าจะไม่มีใครเสียชีวิตกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ แม้ว่าสองอำเภอจะห่างกันไม่มากแต่ก็ไม่คิดว่าอำเภอนี้รอดแต่อีกอำเภอเจอกับภัยธรรมชาติแบบนี้ นี่สินะที่เขาเรียกฝนตกไม่ทั่วฟ้า “ครับ พี่ไปก่อนนะ” ตงซีเฉินเอ่ยลาภรรยาและออกเดินทางไปพร้อมก

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 118 สองพ่อจอมหวง

    บทที่ 118 สองพ่อจอมหวงหลังจากที่ชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อย ตงซีเฉินจึงเดินออกมาคุยกับฮ่าวเทียนด้วยสีหน้าที่จริงจัง เขารู้ว่าภรรยานั้นเป็นห่วงเขาจึงได้หาผู้ช่วยมาให้ แต่ชายหนุ่มไม่อยากฝืนใจใคร เพราะการทำงานของเขาและการเดินทางไปทำการค้าแต่ละครั้งกับพี่เซียงเหวินนั้นมีอันตรายรอบด้วย เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าก่อนหน้านี้พี่ชายบุญธรรมไปทำการค้าหรือว่าไปออกรบ เดินทางทีไรมีเรื่องแทบทุกรอบ “พี่ฮ่าวเทียนผมจะถามความสมัครใจอีกครั้ง ถ้าพี่ไม่ยินยอมพี่สามารถทำงานข้างกายเป็นผู้ช่วยของเหมยจูต่อไป การเดินทางไปดูการค้าและทำการค้าของผมและพี่ๆ นั้นมีอันตรายรอบด้าน มีหลายครั้งที่แทบเอาชีวิตไม่รอด และแทบทุกครั้งที่เจอกับปัญหาหรือถูกดักทำร้าย ผมให้พี่เลือกว่าจะเอายังไง อีกอย่างพี่ยังมีลูกเล็ก ผมไม่อยากให้พี่ต้องเสี่ยงหรือเพราะว่าเหมยจูช่วยพี่แล้วพี่จะต้องคล้อยตามทุกครั้ง” “ผมยินดีที่จะติดตามเถ้าแก่ครับ ไม่ใช่เพียงเพราะเถ้าแก่เนี้ยช่วยครอบครัวผมไว้ แต่เพราะเถ้าแก่คือคนสำคัญของเถ้าแก่เนี้ย ผมจึงอยากปกป้อง ที่ผมยอมติดตามเถ้าแก่ไม่ใช่เพราะความต้องการของเถ้าแก่เนี้ยอย่างเดียว แต่เพราะความต้องการของผมด้วย เถ้าแก

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 117 แพ้ภัยตัวเอง

    บทที่ 117 แพ้ภัยตัวเองเมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทางของสารวัตรหู่ชาง ทุกคนรู้ได้ทันทีว่านี่คงเป็นแผนการของสารวัตรจริงๆ“จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นคุณบอกผมได้ไหมว่าชาวบ้านกลุ่มนั้นชื่ออะไร เพราะผมให้น้ามู่ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลไม่เห็นว่าจะมีคนไปรักษาตัวด้วยอาการอาหารเป็นพิษเลย หากได้ชื่อ-แซ่ ที่แน่ชัดมันอาจจะง่ายสำหรับการตรวจสอบก็ได้” ตงซีเฉินกระตุกยิ้มมุมปาก “ไม่มีโรงพยาบาลที่ไหนให้ตรวจสอบง่ายๆ หรอกมันเป็นกฎของโรงพยาบาล” แม้จะหน้าเสียที่คนพวกนี้กล้าไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลแต่หู่ชางยังคงตอบด้วยสีหน้าและท่าทางปกติ “แต่คงไม่ยากสำหรับครอบครัวลูกชายของนายพลป้านไม่ใช่เหรอครับ ผมลืมแนะนำตัวผมป้านเซียงเหวิน นี่คือน้องชายผมซีเฉิน และเหมยจูน้องสะใภ้ ได้ข่าวว่าคุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเหมยจูเป็นลูกสะใภ้นายพลป้าน หรือคิดว่าท่านนายพลจะไม่สนใจหากเกิดเรื่องกับลูกสะใภ้คนนี้ แต่ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิดเพราะท่านนายพลป้านรักลูกสะใภ้ยิ่งกว่าลูกชายตัวเองอีกครับ”ป้านเซียงเหวินทนไม่ได้กับหน้าตาไม่รู้เรื่องรู้ราวของสารวัตรหน้ามึนนี่ เลยต้องสอดแทรกคำพูดของตัวเองไปอีกเล็กน้อย เผื่อว่าท่านสารวัตรผู้ยิ่งใหญ่คนนี้จะรู้ตัวเสียทีว

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 116 พอดีเท้าผมกระตุก ต้องขอโทษจริงๆ

    บทที่ 116 พอดีเท้าผมกระตุก ต้องขอโทษจริงๆหนิงเหมยจูเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูเรียกจึงหันไปมองก่อนจะยิ้มกว้างและวิ่งเข้าไปหาสามีสุดที่รัก แม้ว่าจะโถมตัวเข้ากอดไม่ได้เธอจึงทำได้เพียงจับมือสามีไว้ไม่ปล่อย “สามีกลับมาแล้ว” “ครับพี่กลับมาแล้ว คิดถึงพี่ไหม” ตงซีเฉินยิ้มไม่หุบที่ภรรยาสุดที่รักเรียกว่าสามี เขาใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกภรรยารักจับไว้ลูบผมของเธออย่างแผ่วเบาด้วยความคิดถึง หากไม่ติดว่าอยู่ในสถานที่ราชการเขาคงคว้าตัวเธอมากอดแล้ว หนิงเหมยจูพยักหน้ารับ เธอจึงทำสีหน้าออดอ้อนสามี ก่อนจะฟ้องว่าเธอนั้นโดนรังแกอีกแล้ว แม้ว่าเธอจะเข้มแข็งแค่ไหน แต่เธอเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งเท่านั้นยังคงต้องการการปกป้องของคนเป็นสามี“พี่ซีเฉิน ไอ้ศา-ลา-วัดนั่นแกล้งร้านเราอีกแล้ว”จากนั้นหญิงสาวผู้เข้มแข็งที่ล้มผู้ชายตัวโตได้เป็นสิบ ฟ้องสามีผู้เป็นที่รักอย่างละเอียด ทำเอามู่ซาและฮ่าวเทียนมองตาไม่กะพริบ ทำไมเถ้าแก่เนี้ยจึงได้กลายเป็นอีกคนเมื่อเจอกับเถ้าแก่แบบนี้ล่ะ หรือว่าพวกเขาตาฝาดกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นทั้งสองคนขยี้ตาแทบหลุดออกมา ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ยังเป็นเหมือนเดิม จนเว่ยอิ้นเฉิงมองมาแล้วหัวเราะ “ไม่ต้อ

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาสุดร้าย ในปี1979   บทที่ 115 คงไม่อยากจะอยู่ตำแหน่งเดิมอีกแล้วใช่ไหม

    บทที่ 115 คงไม่อยากจะอยู่ตำแหน่งเดิมอีกแล้วใช่ไหมวันเวลายังคงดำเนินผ่านไปวันแล้ววันเล่า ตอนนี้ใกล้จะปีใหม่เข้ามาทุกที ร้านแต่ละร้านของหนิงเหมยจูยังคงมีลูกค้าเข้าไม่ขาดสายทั้งๆ ที่หิมะเริ่มตกแล้ว แต่ไม่ได้ตกหนักจนถึงขนาดเดินทางไม่ได้ ชาวบ้านหลายครัวเรือนต่างก็อยู่แต่ในบ้าน อาหารที่ถูกแจกจ่ายในปีนี้ก็แจกเรียบร้อยแล้ว แต่ละบ้านมีสีหน้าดีขึ้น แม้ว่าผลผลิตมีน้อย แต่ยังดีที่หนิงเหมยจูและท่านนายพล แจกถุงบริจาคทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ร้านชาบูเมื่อไม่กี่วันก่อนมีการรับพนักงานเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน เธอให้หมานซวนหรือพี่อาหมานเป็นคนจัดการเพราะตัวเธอนั้นวุ่นวายกับงานที่ทำกับคุณตู้ โรงงานผุดขึ้นเพิ่มมาอีกคือโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งของเด็กและของผู้ใหญ่ รวมถึงสอนพี่สะใภ้อย่างเว่ยเย่หนานทำเครื่องสำอาง อย่างสบู่และแป้งฝุ่น ตอนนี้หนิงเหมยจูแทบจะไม่มีเวลาเลยทีเดียว ความสุขผ่านพ้นไปได้ไม่กี่วัน กลับมีลูกค้าที่สั่งชาบูไปกินที่บ้านเกิดปัญหาเข้าจนได้ มีลูกค้าอยู่สามครอบครัวกินเข้าไปแล้วท้องเสียจนต้องหามส่งโรงพยาบาล วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาควบคุมตัวผู้ดูแลร้านอย่างอาหมานไปที่สำนักงานตำรวจ จนก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status