เข้าสู่ระบบแม่เฒ่าตงได้ยินก็หน้าดำหน้าแดงแม้ว่าที่หนิงเหมยจูนั้นจะพูดเป็นเรื่องจริง แต่ก็ไม่ควรจะมาพูดต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ แล้วบ้านตงของเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
“เธอเป็นแค่สะใภ้ไม่ควรจะมาพูดจาก้าวร้าวแม่สามีนะสะใภ้สี่” พ่อเฒ่าตงยืนฟังอยู่นานเมื่อเห็นว่าภรรยาตัวเองเริ่มเจอทางตันจึงยื่นมือเข้ามายุ่ง
“ฉันรู้ค่ะ พ่อสามีคิดว่าฉันเป็นเพียงสะใภ้ที่บ้านสามีไม่ต้อนรับ แต่ฉันพูดในฐานะภรรยาของพี่ซีเฉิน และนั่นก็คือลูกชายของพวกคุณคนหนึ่งเหมือนกัน แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าทำไมทั้งพ่อสามีและแม่สามีไม่เคยสนใจพี่ซีเฉิน แต่คำว่าพ่อแม่ควรจะดูแลลูกหน่อย ต่อให้ไม่สนใจแต่ไม่ควรจะเบียดเบียนแบบนี้
ฉันไม่ลืมว่าฉันเป็นเพียงลูกสะใภ้ แต่แม่สามีเป็นคนพูดเองว่าพี่ซีเฉินแยกบ้านออกไปแล้ว ดังนั้นแม่สามีไม่ควรจะมาเบียดเบียนอาหารการกินของพวกเราไม่ใช่หรือยังไง ตอนนี้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านรู้ว่าพี่ซีเฉินไม่สามารถทำงานได้เป็นเดือนๆ แล้ว และไม่ต้องพูดถึงว่าจะหาอาหารหรือหาเงินมายังไง
บ้านของเรามีอาหารเพียงเล็กน้อยแต่ยังมาโดนบ้านใหญ่มาขโมยไปอีกแบบนี้ พ่อสามีช่วยตอบสะใภ้ผู้โง่เขลาคนนี้ได้ไหมว่าแม่สามีและสะใภ้ทั้งสองคนทำเพื่ออะไร หรือต้องการให้พวกเราอดตาย” หนิงเหมยจูคิดว่าในเมื่อเธอเป็นวิญญาณมาอยู่ในร่างนี้และไม่มีความผูกพันกับบ้านสามี อีกทั้งบ้านนี้ยังเป็นคนเห็นแก่ตัวปฏิบัติกับลูกชายเหมือนไม่ใช่ลูก ในเมื่อพ่อแม่สามีทำตัวไม่น่าเคารพเธอไม่จำเป็นต้องดีด้วยไม่ใช่เหรอ
บ้านตงได้แต่แสดงสีหน้าที่ดูไม่ได้ ไม่คิดว่าสะใภ้สี่ที่ดูเหมือนจะร้ายแต่ก็โง่เขลาคนนี้ย้อนกลับจนทุกคนพูดไม่ออก
“เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอสะใภ้สี่ว่าบ้านตงของเรานั้นจน อีกทั้งสมาชิกในบ้านก็เยอะ จะให้ฉันเอาอะไรไปดูแลและไปหาหมอมาให้เจ้าสี่ เธออย่าเอาแต่สิ่งที่ไม่ดีโยนมาให้บ้านตงสิ หากเจ้าสี่รู้ว่าเมียตัวเองมาพูดแบบนี้กับพ่อแม่ ระวังเขาจะหย่ากับเธอ”
“พี่ซีเฉินจะหย่ากับฉันหรือไม่ ฉันไม่รบกวนให้พ่อสามีมาออกความคิดเห็นหรอกนะ แต่ฉันอยากจะถามว่าต่อให้ครอบครัวตงจนหรือไม่นั้นทุกคนรู้อยู่แก่ใจ และที่สำคัญแม้แต่คำว่าน้ำใจพี่ซีเฉินยังไม่เคยได้เลย ไม่จำเป็นต้องเอาอะไรมาให้ แค่มาเยี่ยมและไม่มาเบียดเบียนกันก็พอแล้ว ตอนนี้พ่อสามีอย่าเพิ่งมาพูดแทนคนอื่นเลย ฉันต้องการรู้ว่าใครที่มันกล้าทำร้ายเสี่ยวลู่ลูกสาวตัวน้อยของฉัน” หนิงเหมยจูไม่อยากจะสนใจพ่อสามี พูดกับคนพวกนี้มีแต่จะปวดหัว เสียเวลาทำอย่างอื่น
สะใภ้ใหญ่เมื่อเห็นว่ายังไงหนิงเหมยจูนั้นไม่ยอมจบ เธอจึงยอมรับเพราะคิดว่าคนเยอะขนาดนี้สะใภ้สี่คงไม่กล้าทำอะไร
“ฉันเอง เธอมีอะไร ช่วยไม่ได้นังเด็กเสี่ยวลู่ดัน...” สะใภ้ใหญ่พูดยังไม่ทันจบเจอเข้ากับฝ่าเท้าของหนิงหมยจูถีบจนกระเด็น
“จำไว้ ลูกฉันใครห้ามเตะ หากเกิดมีใครทำร้ายเลี่ยวลู่อีกจะโดนหนักยิ่งกว่านี้ แล้วนี่ฉันยังให้เกียรตินะถอดรองเท้าถีบ ไม่ได้ใส่รองเท้า”
หนิงเหมยจูพูดขณะกำลังใส่รองเท้า และไม่คิดว่าสามีของสะใภ้ใหญ่หรือพี่ชายคนโตของสามีเธอเดินมาทางไหนไม่รู้ เตรียมที่จะเอามือฟาดใส่หนิงเหมยจูเต็มแรงแต่มีเหรอที่สตั๊นท์ เกิร์ลแบบเธอจะพลาดท่า หนิงเหมยจูจึงใช้มือที่ถือไก่ข้างหนึ่งฟาดกลับไปสุดแรงก่อนจะกระโดดถีบไปอีกครั้งจนร่างของลูกชายคนโตบ้านตงกระเด็นออกไป ชาวบ้านที่ยืนดูอยู่ได้แต่อ้าปากค้างไม่คิดว่าหญิงสาวจะกล้าทำแบบนี้
“โอ๊ย! ไก่ฉันตายเลยเห็นไหมเนี่ย มันน่ากระทืบซ้ำดีไหม หวังว่าจะไม่มีใครมาวุ่นวายกับครอบครัวฉันอีกนะ” หนิงเหมยจูหน้ามุ่ย เธอเสียดายไก่ในมือเหลือเกินดีนะที่ยังเหลืออีกตัว จากนั้นจึงเดินออกมาจากบ้านตงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านกลับเจอชายหนุ่มคนหนึ่งเดินมาคอยเมียงมองเหมือนจะรอใครอยู่ พอเห็นหน้าเธอเท่านั้น ชายคนนั้นยิ้มดีใจเรียกเธออย่างเป็นกันเอง “เหมยจูกลับมาแล้ว”
หนิงเหมยจูใช้ความคิดว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นใครก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าชายคนที่ร่างเดิมตั้งใจจะหนีไปด้วยกันใช่ไหม “มาทำไม” หนิงเหมยจูถามเสียงเย็นชา
“ผมเห็นว่าคุณหายไปหลายวันเป็นอะไรหรือเปล่า อย่าลืมนะอีกสามวันเราจะต้องเดินทางแล้ว” อาซ่างถามด้วยรอยยิ้ม เขาไม่ได้รักหนิงเหมยจูเลย แต่เพราะการที่เขาจะเดินทางไปสอบเข้ามหาลัยนั้นเขาจำเป็นต้องใช้เงิน และ
หนิงเหมยจูเป็นหญิงสาวที่เขาต้องการจะหลอกให้เลี้ยงดู“ฉันจะหายไปหรือว่าจะเป็นยังไงไม่เกี่ยวกับนาย อีกทั้งนายจะเดินทางไปไหนมันก็ไม่เกี่ยวกับฉัน มีอะไรอีกหรือเปล่า ฉันไม่มีเวลาว่างมากพอ ฉันต้องดูแลลูกสาวตัวน้อยและสามี ถอยไป!” หนิงเหมยจูพูดอย่างไม่สนใจ
“เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะหนีไปด้วยกัน คุณลืมไปแล้วรึไง” อาซ่างตกใจไม่คิดว่าคำตอบที่ได้รับจะเป็นแบบนี้ เขาคิดว่าเมื่อหนิงเหมยจูเห็นเขามาหาเธอจะต้องยิ้มดีใจ แต่ทำไมเหตุการณ์จึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปล่ะ
“นี่นายฉันถามหน่อยนะ นายเอาสมองส่วนไหนคิดว่าฉันจะหนีไปกับนาย สามีฉันทั้งหล่อทั้งดีและขยัน ทำไมจะต้องทิ้งเขาไปด้วย แล้วยังมีลูกสาวที่แสนจะน่ารักอีกคน นายบ้าหรือเปล่าที่คิดว่าฉันต้องไปกับนาย ถอยไปได้แล้วจะเข้าบ้าน ถ้าไม่ถอยฉันถีบกระเด็นจริงๆ คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่” หนิงเหมยจูตอบกลับอย่างอารมณ์เสีย เธอยิ่งโมโหที่ไก่ตาย ยังมาเจอผู้ชายหน้าหนาแบบนี้อีก เดี๋ยวแม่ตบคว่ำจริงๆ
“เสี่ยวลู่ เปิดประตูให้แม่หน่อยจ๊ะ แม่กลับมาแล้ว” หนิงเหมยจูไม่สนใจชายหนุ่มที่ยืนตกใจบ้าใบ้กับการกระทำของตัวเอง หญิงสาวตะโกนเรียกเสี่ยวลู่ให้มาเปิดประตูรั้วให้ เสี่ยวลู่ได้ยินเสียงแม่จึงรีบวิ่งออกมาด้วยความดีใจ เด็กน้อยยืนแอบอยู่ตรงประตูนานแล้วเธอกลัวว่าแม่จะไม่กลับมา พอได้ยินในสิ่งที่แม่พูดเธอจึงโถมเข้ากอดด้วยความดีใจ
“เป็นอะไรจ๊ะ เราเข้าบ้านกันก่อนดีกว่านะ นี่ไงแม่ได้ไก่กลับมาแล้ว แม่เอาเข้าเล้าก่อนนะ หนูไปรอแม่ในบ้านนะลูก” หนิงเหมยจูบอกกับลูกสาวเสียงอ่อน เธอกลัวว่าเด็กน้อยจะโดนไก่จิกจึงบอกให้ไปรอในบ้าน เสี่ยวลู่เชื่อฟังก่อนจะวิ่งกลับเข้าไปหาพ่อในบ้านด้วยรอยยิ้ม
“อิ่มกันหรือยังทั้งสองคน พี่ซีเฉินนั่งรอตรงนี้ก่อนนะ ฉันจะเข้าไปทำความสะอาดห้องให้” หนิงเหมยจูเมื่อกลับเข้ามาในบ้านเธอทิ้งความหงุดหงิดและไม่พอใจต่างๆ ไว้ด้านนอก ตอนนี้จึงมีเพียงรอยยิ้มและน้ำเสียงอบอุ่น
ตงซีเฉินพยักหน้า ถึงแม้ว่าเขาอยากจะพูดอะไรแต่เพราะลูกนั้นอยู่ด้วยจึงเลือกที่จะเงียบ เสี่ยวลู่เองถึงแม้ว่าจะสี่ขวบแต่เพราะต้องอยู่กับพ่อมาก่อนหน้านี้ ทำให้รู้ว่าพ่อต้องมีอะไรคุยกับแม่แน่ๆ
“หนูจะช่วยแม่ด้วย หนูไปรอในห้องของพ่อนะ” พูดจบตงลู่จิงหรือเสี่ยวลู่รีบวิ่งไปรอที่ห้องนอนของพ่อทันที เมื่อลูกสาวตัวน้อยไม่อยู่ตงซีเฉินจึงกล้าที่จะถามในสิ่งที่ได้ยิน
“ที่พูดว่าจะไม่ไป จริงไหม” หนิงเหมยจูรู้เลยว่าการที่ตงซีเฉินถามแบบนี้คงได้ยินทั้งหมดแล้ว
“จริงค่ะ พี่ได้ยินหมดแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก”
“เธอไม่รังเกียจที่จะต้องดูแลฉันเหรอ ในเมื่อฉันกลายเป็นคนพิการ” ตงซีเฉินพูดเสียงเบา หากหญิงสาวตรงหน้าเปลี่ยนตัวเองแล้วจริงๆ เขาก็พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งกับเธอ กลัวแต่เพียงเธอจะรังเกียจที่ต้องมีสามีที่พิการแบบนี้
“พี่ไม่ใช่คนพิการ แต่พี่ยังไม่ได้รับการรักษา รอหน่อยก็แล้วกัน พรุ่งนี้ฉันตั้งใจจะเข้าอำเภอ รู้สึกว่าฉันจะเคยเห็นเขาขายรถเข็นในตลาดมืด จะได้ซื้อกลับมาให้พี่ เราจะได้ไปโรงพยาบาลหาหมอกัน เชื่อเถอะพี่ต้องหาย อยู่ที่ว่าจะหายช้าหายเร็วก็เท่านั้น ไม่ว่ายังไงก็ต้องมีความหวังไว้ก่อน”
บทที่ 120 ผมรับเลี้ยงเองเมื่อป้านเซียงเหวินนำตัวเด็กน้อยไปส่งให้หน่วยแพทย์และพยาบาลตรวจดูแล้ว แพทย์บอกว่าเด็กน้อยไม่ได้เป็นอันตรายอะไร เพียงแค่หิวและร้องไห้จนหมดแรง นี่คือสิ่งที่บ่งบอกและการันตีได้ว่าแม่ของเด็กนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกชายตัวน้อยๆ ของเธอ พอรู้ว่าเด็กปลอดภัยเขาจึงเดินกลับมาหาทุกคน “ปลอดภัยแล้วครับ” ทันทีที่ป้านเซียงเหวินพูดจบทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เอาร่างของนางฟางไปทำพิธีให้เรียบร้อย ค่าใช้จ่ายทุกอย่างฉันรับผิดชอบเอง ให้เธอได้ไปอยู่กับสามีที่รัก” ท่านนายพลเอ่ยสั่งหัวหน้าหมู่บ้าน “ครับท่าน” “จริงสิ หัวหน้าหมู่บ้านช่วยไปตามครอบครัวฝั่งพ่อของเด็กน้อยมาหน่อย ผมอยากรู้อะไรบางอย่าง” ป้านเซียงเหวินพูดขึ้น ตงซีเฉินมองหน้าพี่ชายบุญธรรม และคิดว่าเด็กน้อยคนนี้มีบุญแล้วที่พี่เซียงเหวินพูดออกหน้า ไม่เช่นนั้นเขาจะเป็นคนรับเลี้ยงเด็กน้อยนี่เอง ไม่นานบ้านซวนจึงยกโขยงกันมาตรงหน้ากลุ่มของท่านนายพลยืนอยู่ “ท่านเรียกพวกเราบ้านซวนมามีอะไรหรือเปล่าครับ” พ่อเฒ่าซวนเอ่ยอย่างนอบน้อมเพราะรู้ดีว่าชายสูงวัยตรงหน้านี้คือท่านนายพล“ผมจะแจ้งข่าวเรื่องแม่นางฟางกับลูกน้อย ตอนนี้แม่นา
บทที่ 119 รักต้องห้าม ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจวันเวลาผันผ่านจนถึงวันที่ยี่สิบห้าเดือนสุดท้ายของปี แม้ว่าจะมีหิมะตกปรอยๆ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการเดินทางของทุกคนที่จะไปทำงานหรือว่าเดินทางมาที่หมู่บ้านเหอซาน แม้ว่าอำเภอนี้หิมะตกไม่หนักอย่างที่คาดคะเนหรือหวั่นวิตก แต่อำเภอข้างๆ กลับมีหิมะตกไม่หยุด มีบ้านเรือนหลายหมู่บ้านที่หลังคาถล่มลงมา ทำให้นายพลป้านและผู้พันลั่วจื่อต้องออกไปช่วยชาวบ้านทุกวัน โดยมีถุงบริจาคของหนิงเหมยจูติดไปด้วย ทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็ออกพื้นที่เพื่อช่วยชาวบ้านที่ประสบภัย “เหมยจู พี่กับพี่รองและพี่เซียงเหวินจะตามพ่อและพี่ลั่วจื่อไปช่วยชาวบ้านนะ เย็นๆ พี่จะรีบกลับ” ตงซีเฉินบอกกับภรรยารัก “พี่อย่าลืมเอาเสบียงไปแจกจ่ายชาวบ้านด้วยนะ ตอนนี้สำคัญที่สุดคืออาหารและน้ำ ต่อให้มีเงินแต่ไม่มีอาหารก็ยากที่จะอยู่รอด” หนิงเหมยจูเป็นห่วงชาวบ้านไม่น้อย หวังว่าจะไม่มีใครเสียชีวิตกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ แม้ว่าสองอำเภอจะห่างกันไม่มากแต่ก็ไม่คิดว่าอำเภอนี้รอดแต่อีกอำเภอเจอกับภัยธรรมชาติแบบนี้ นี่สินะที่เขาเรียกฝนตกไม่ทั่วฟ้า “ครับ พี่ไปก่อนนะ” ตงซีเฉินเอ่ยลาภรรยาและออกเดินทางไปพร้อมก
บทที่ 118 สองพ่อจอมหวงหลังจากที่ชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อย ตงซีเฉินจึงเดินออกมาคุยกับฮ่าวเทียนด้วยสีหน้าที่จริงจัง เขารู้ว่าภรรยานั้นเป็นห่วงเขาจึงได้หาผู้ช่วยมาให้ แต่ชายหนุ่มไม่อยากฝืนใจใคร เพราะการทำงานของเขาและการเดินทางไปทำการค้าแต่ละครั้งกับพี่เซียงเหวินนั้นมีอันตรายรอบด้วย เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าก่อนหน้านี้พี่ชายบุญธรรมไปทำการค้าหรือว่าไปออกรบ เดินทางทีไรมีเรื่องแทบทุกรอบ “พี่ฮ่าวเทียนผมจะถามความสมัครใจอีกครั้ง ถ้าพี่ไม่ยินยอมพี่สามารถทำงานข้างกายเป็นผู้ช่วยของเหมยจูต่อไป การเดินทางไปดูการค้าและทำการค้าของผมและพี่ๆ นั้นมีอันตรายรอบด้าน มีหลายครั้งที่แทบเอาชีวิตไม่รอด และแทบทุกครั้งที่เจอกับปัญหาหรือถูกดักทำร้าย ผมให้พี่เลือกว่าจะเอายังไง อีกอย่างพี่ยังมีลูกเล็ก ผมไม่อยากให้พี่ต้องเสี่ยงหรือเพราะว่าเหมยจูช่วยพี่แล้วพี่จะต้องคล้อยตามทุกครั้ง” “ผมยินดีที่จะติดตามเถ้าแก่ครับ ไม่ใช่เพียงเพราะเถ้าแก่เนี้ยช่วยครอบครัวผมไว้ แต่เพราะเถ้าแก่คือคนสำคัญของเถ้าแก่เนี้ย ผมจึงอยากปกป้อง ที่ผมยอมติดตามเถ้าแก่ไม่ใช่เพราะความต้องการของเถ้าแก่เนี้ยอย่างเดียว แต่เพราะความต้องการของผมด้วย เถ้าแก
บทที่ 117 แพ้ภัยตัวเองเมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทางของสารวัตรหู่ชาง ทุกคนรู้ได้ทันทีว่านี่คงเป็นแผนการของสารวัตรจริงๆ“จริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นคุณบอกผมได้ไหมว่าชาวบ้านกลุ่มนั้นชื่ออะไร เพราะผมให้น้ามู่ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลไม่เห็นว่าจะมีคนไปรักษาตัวด้วยอาการอาหารเป็นพิษเลย หากได้ชื่อ-แซ่ ที่แน่ชัดมันอาจจะง่ายสำหรับการตรวจสอบก็ได้” ตงซีเฉินกระตุกยิ้มมุมปาก “ไม่มีโรงพยาบาลที่ไหนให้ตรวจสอบง่ายๆ หรอกมันเป็นกฎของโรงพยาบาล” แม้จะหน้าเสียที่คนพวกนี้กล้าไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลแต่หู่ชางยังคงตอบด้วยสีหน้าและท่าทางปกติ “แต่คงไม่ยากสำหรับครอบครัวลูกชายของนายพลป้านไม่ใช่เหรอครับ ผมลืมแนะนำตัวผมป้านเซียงเหวิน นี่คือน้องชายผมซีเฉิน และเหมยจูน้องสะใภ้ ได้ข่าวว่าคุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเหมยจูเป็นลูกสะใภ้นายพลป้าน หรือคิดว่าท่านนายพลจะไม่สนใจหากเกิดเรื่องกับลูกสะใภ้คนนี้ แต่ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิดเพราะท่านนายพลป้านรักลูกสะใภ้ยิ่งกว่าลูกชายตัวเองอีกครับ”ป้านเซียงเหวินทนไม่ได้กับหน้าตาไม่รู้เรื่องรู้ราวของสารวัตรหน้ามึนนี่ เลยต้องสอดแทรกคำพูดของตัวเองไปอีกเล็กน้อย เผื่อว่าท่านสารวัตรผู้ยิ่งใหญ่คนนี้จะรู้ตัวเสียทีว
บทที่ 116 พอดีเท้าผมกระตุก ต้องขอโทษจริงๆหนิงเหมยจูเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูเรียกจึงหันไปมองก่อนจะยิ้มกว้างและวิ่งเข้าไปหาสามีสุดที่รัก แม้ว่าจะโถมตัวเข้ากอดไม่ได้เธอจึงทำได้เพียงจับมือสามีไว้ไม่ปล่อย “สามีกลับมาแล้ว” “ครับพี่กลับมาแล้ว คิดถึงพี่ไหม” ตงซีเฉินยิ้มไม่หุบที่ภรรยาสุดที่รักเรียกว่าสามี เขาใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถูกภรรยารักจับไว้ลูบผมของเธออย่างแผ่วเบาด้วยความคิดถึง หากไม่ติดว่าอยู่ในสถานที่ราชการเขาคงคว้าตัวเธอมากอดแล้ว หนิงเหมยจูพยักหน้ารับ เธอจึงทำสีหน้าออดอ้อนสามี ก่อนจะฟ้องว่าเธอนั้นโดนรังแกอีกแล้ว แม้ว่าเธอจะเข้มแข็งแค่ไหน แต่เธอเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งเท่านั้นยังคงต้องการการปกป้องของคนเป็นสามี“พี่ซีเฉิน ไอ้ศา-ลา-วัดนั่นแกล้งร้านเราอีกแล้ว”จากนั้นหญิงสาวผู้เข้มแข็งที่ล้มผู้ชายตัวโตได้เป็นสิบ ฟ้องสามีผู้เป็นที่รักอย่างละเอียด ทำเอามู่ซาและฮ่าวเทียนมองตาไม่กะพริบ ทำไมเถ้าแก่เนี้ยจึงได้กลายเป็นอีกคนเมื่อเจอกับเถ้าแก่แบบนี้ล่ะ หรือว่าพวกเขาตาฝาดกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นทั้งสองคนขยี้ตาแทบหลุดออกมา ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ยังเป็นเหมือนเดิม จนเว่ยอิ้นเฉิงมองมาแล้วหัวเราะ “ไม่ต้อ
บทที่ 115 คงไม่อยากจะอยู่ตำแหน่งเดิมอีกแล้วใช่ไหมวันเวลายังคงดำเนินผ่านไปวันแล้ววันเล่า ตอนนี้ใกล้จะปีใหม่เข้ามาทุกที ร้านแต่ละร้านของหนิงเหมยจูยังคงมีลูกค้าเข้าไม่ขาดสายทั้งๆ ที่หิมะเริ่มตกแล้ว แต่ไม่ได้ตกหนักจนถึงขนาดเดินทางไม่ได้ ชาวบ้านหลายครัวเรือนต่างก็อยู่แต่ในบ้าน อาหารที่ถูกแจกจ่ายในปีนี้ก็แจกเรียบร้อยแล้ว แต่ละบ้านมีสีหน้าดีขึ้น แม้ว่าผลผลิตมีน้อย แต่ยังดีที่หนิงเหมยจูและท่านนายพล แจกถุงบริจาคทำให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ร้านชาบูเมื่อไม่กี่วันก่อนมีการรับพนักงานเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน เธอให้หมานซวนหรือพี่อาหมานเป็นคนจัดการเพราะตัวเธอนั้นวุ่นวายกับงานที่ทำกับคุณตู้ โรงงานผุดขึ้นเพิ่มมาอีกคือโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งของเด็กและของผู้ใหญ่ รวมถึงสอนพี่สะใภ้อย่างเว่ยเย่หนานทำเครื่องสำอาง อย่างสบู่และแป้งฝุ่น ตอนนี้หนิงเหมยจูแทบจะไม่มีเวลาเลยทีเดียว ความสุขผ่านพ้นไปได้ไม่กี่วัน กลับมีลูกค้าที่สั่งชาบูไปกินที่บ้านเกิดปัญหาเข้าจนได้ มีลูกค้าอยู่สามครอบครัวกินเข้าไปแล้วท้องเสียจนต้องหามส่งโรงพยาบาล วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้ามาควบคุมตัวผู้ดูแลร้านอย่างอาหมานไปที่สำนักงานตำรวจ จนก







