LOGIN90 2-2
ตอนที่ 179 ไม่มีใครเลยสักคนที่ชอบผม
หลินจิงซูได้ฟังประโยคสุดท้ายเข้าไป แทบจะหลุดปากพูดออกไปว่า ‘อย่าให้ป้าต้องสอน’ เจ้าหนุ่มคนนี้ออกจะพูดจาเลอะเทอะ ทำเหมือนอยากจะพูดอะไรออกไปก็ได้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจเลือกเรียนสักคณะในมหาวิทยาลัย จะมาติดเล่นอย่างนี้ไม่ได้แล้ว!
ต่อให้ในอนาคต ความสำคัญต่อการเลือกคณะเรียนในมหาวิทยาลัยจะถูกลดทอนลงไปมาก แต่ในยุคสมัยนี้ หากเรียนจบอะไรมา ก็จำเป็นต้องทำงานให้ตรงกับสายที่เรียนมาเป๊ะๆเท่านั้น
แม้ว่าในชาติก่อนหน้า หลินจิงซูจะไม่เคยมีโอกาสได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็ตาม แต่เท่าที่ได้ยินจากพวกมนุษย์ป้าในโรงงานที่มักบ่นกันว่า ลูกๆของเธอต้องทนทุกข์ทรมานแค่ไหน เพียงเพราะเลือกเรียนสาขาวิชาที่ผิดและไม่ได้ชื่นชอบจริงๆ ด้วยเหตุนี้ เธอจึงค่อนข้างจริงจังกับเรื่องการเลือกคณะเรียนมาก และต้องการโน้มน้าวให้จู้หยานจริงจังมากกว่านี้หน่อย
แต่เมื่อนึกขึ้นได้อย่างนั้น เธอก็เพิ่งจะคิดได้เช่นกันว่า หรือเรื่องการเรียนต่อคณะอะไร ก็เป็นอีกหนึ่งในสาเหตุของปัญหาภายในครอบครัวของจู้หยานด้วย?
ช่วงจังหวะที่เธอเงียบไปนั้น จู้หยานก็ถามแทรกขึ้นทันทีว่า
“แล้วคุณล่ะ? ตัดสินใจได้รึยังว่าจะเรียนคณะอะไร?”
“ตัดสินใจได้แล้ว ฉันจะเข้าเรียนคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์”
เดิมทีจู้หยานค่อนข้างมั่นใจว่า หลินจิงซูจะต้องเลือกเรียนคณะอักษรศาสตร์ หรือไม่ก็คณะบัญชีอย่างแน่นอน เพราะสองสาขาวิชานี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่สาวๆ แต่ใครจะไปคาดคิดว่า เธอกลับเลือกที่จะเข้าเรียนในคณะวิศวะที่แทบจะไม่มีผู้หญิงคนไหนสนใจเลย มิหนำซ้ำยังเป็นสาขาคอมพิวเตอร์ที่แทบไม่ได้รับความนิยมในประเทศจีนอีกด้วย
แต่ถึงอย่างนั้น จู้หยานก็รู้ดีว่า หลินจิงซูไม่ใช่คนจำพวกที่ทำก่อนแล้วค่อยคิดทีหลังอย่างแน่นอน เธอจะต้องตั้งเป้าหมายอะไรบางอย่างไว้ในใจอยู่แล้วเป็นแน่
“ทำไมล่ะ? คุณชอบคอมพิวเตอร์ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
หลินจิงซูครุ่นคิดกับตัวเองครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจยอมบอกเป็นนัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคตให้อีกฝ่ายฟัง
“ฉันตัดสินใจตามกระแสโลกปัจจุบันน่ะ สิ่งประดิษฐ์จักรกลจำพวกคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี มีแนวโน้มว่าการเติบโตจะพุ่งสูงมากในอนาคต ถ้าไม่รู้จะเรียนอะไร สิ่งนี้คือคำตอบที่ดีที่สุดแล้ว”
จู้หยานพยักหน้าพร้อมกับสนับสนุนว่า
“คุณคิดถูกแล้วล่ะ ในต่างประเทศตอนนี้ สาขาอาชีพจำพวกคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ตั้งแต่ที่บิลเกตส์ก่อตั้งไมโครซอฟต์ขึ้นมา โลกของเราก็ได้เปลี่ยนไป เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เติบโตถึงขนาดที่ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐอย่างดาวโจนส์ยังต้องสร้างดัชนีแนสแด็กขึ้นมาเพื่อรองรับธุรกิจประเภทนี้โดยเฉพาะเลย ภายในเวลาอันสั้น บริษัทไมโครซอฟต์ก็กลายมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดของดัชนีแนสเด็ก ส่งผลให้บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจและเข้าร่วมลงทุน เพียงแค่ว่าข่าวพวกนี้ยังไม่ได้ถูกเผยแพร่ในประเทศจีนเท่านั้น ความจริงแล้ว ผมกับจู้…พ่อ เคยได้บินไปที่วอลสตรีทครั้งหนึ่ง ถึงได้รู้เรื่องพวกนี้มา แต่น่าแปลกนะ แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กำลังจะได้รับความนิยมอย่างมากในอนาคต?”
หลินจิงซูนั่งอ้ำอึ้งพูดไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ และที่ตกใจก็เพราะเธอคาดไม่ถึงว่า คนจากครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยอย่างจู้หยาน จะสามารถรับรู้ข่าวสารจำพวกนี้ได้รวดเร็วกว่าคนธรรมดาทั่วไปหลายเท่ามาก แต่ก็อย่างว่า มีเงินมากกว่า ก็ย่อมได้เปรียบมากกว่าจริงๆ
เธอกระแอมไอเล็กน้อย แล้วจึงตอบกลับไปว่า
“อ่านเจอจากนิตยสารน่ะ”
จู้หยานพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจถามถึงหัวข้อสนทนาเดิมต่อ เขาเหลือบมองหลินจิงซูเล็กน้อยและตัดเข้าเรื่องก่อนหน้านี้ว่า
“เมื่อครู่คุณบอกว่า ผมดูเปลี่ยนไปตั้งแต่กลับมาจากเมืองหลวงใช่มั้ย?”
“ก็ใช่น่ะสิ หลายอย่างดูเปลี่ยนไปมากเลยล่ะ เมื่อก่อนนายตายด้านกว่านี้เยอะ เคยแสดงอารมณ์ผ่านสีหน้าที่ไหนเล่า?”
จู้หยานเอ่ยตอบ
“ก็ถ้าผมยังเหมือนเดิม เราสองคนคงไม่ได้เป็นเพื่อนกันต่อไปอย่างแน่นอน ตอนนั้นที่ญาติของผมรับสายแทนน่ะ ผมกลัวจริงๆนะว่า ในอนาคตคุณจะเลิกติดต่อกับผม
สังเกตเห็นความว่างเปล่าอ้างว้างภายในดวงตาของจู้หยาน หลินจิงซูถึงกับรู้สึกปั่นป่วนใจเล็กน้อย ไม่รู้จะตอบกลับไปอย่างไรเหมือนกัน
เพราะพูดตามตรง เธอเองก็มีความคิดเช่นนั้นจริงๆ
ตั้งใจว่าจะเลิกติดต่อกับจู้หยานนับตั้งแต่นั้น
เพราะหลินจิงซูตระหนักดียิ่งกว่าใคร จุดที่เธอกับจู้หยานกำลังยืนอยู่นั้น แตกต่างกันราวอยู่คนละโลกทีเดียว มิตรภาพแบบนี้ ถึงมีอยู่แต่ไม่อาจรักษาไว้ได้นาน
จู้หยานจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ ครั้งนี้ระดับน้ำเสียงของเขาดูจริงจังกว่าเดิมมาก
“ถ้าผมบอกว่า ผมเป็นห่วงคุณเสมอมา คุณจะยังเป็นเหมือนเดิมแบบนี้ต่อไปได้มั้ย? ทั้งนับจากนี้และตลอดไป”
หลินจิงซูไม่ตอบ สิ่งเดียวที่ทำคือสบตาเขาอย่างเงียบงัน
เธอตั้งตัวไม่ทันจริงๆ ไม่เคยรู้มาก่อนว่า คนเย็นชาตายด้านอย่างจู้หยานจะมีมุมเช่นนี้กับเขาด้วย!
“หลินจิงซู เป็นเพื่อนกับผมตลอดไปจะได้มั้ย?”
จู้หยานก้มหน้ามองเจ้าสาหร่ายตัวน้อยในอ้อมแขน พร้อมกับพูดแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“แม่ของผม ท่านให้แมวตัวนี้กับผมมาและบอกว่า มันคือสัตว์ประหลาดตัวน้อยที่แว้งกัดทุกคนไปหมด บรรดาญาติๆที่เข้าหาผม ต่างก็มีความคาดหวังของตัวเองทั้งนั้น ส่วนคนเป็นพ่อก็นอกใจไปมีคนอื่น เพียงเพราะไม่พอใจที่มีลูกอย่างผม ไม่มีใครชอบเจ้าสาหร่ายกับผมเลยสักคน”
ได้ฟังความในใจอย่างนั้นของจู้หยาน หลินจิงซูแอบรู้สึกสะเทือนใจอย่างบอกไม่ถูก รอบดวงตาของเธอเห่อร้อนและเริ่มเปียกชุ่ม อึดใจเดียวกันนั้น เธอก็กระชากคอเสื้อของจู้หยาน ดึงให้เขาหลุดออกจากห้วงภวังค์ความคิดทันที พร้อมตะคอกสวนตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวว่า
“แม่ของนายพูดผิดแล้ว! ฉันรักแมวตัวนี้ที่สุด! รักมากกว่าแมวทุกตัวบนโลกนี้ด้วยซ้ำ! ส่วนนายเอง ฉันก็ชอบนายเหมือนกัน! แล้วก็อยากจะเป็นเพื่อนกับนายตลอดไปด้วย! เว้นแต่ว่า วันหนึ่งจะเป็นนายนั่นแหละที่ไม่อยากเป็นเพื่อนกับฉันแล้ว!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







