LOGIN120 2-2
ตอนที่ 239 เลิกยุ่งกับผู้หญิงบ้านนอกคนนั้นซะ!
เสียงของชายหนุ่มดังสนั่นขึ้นทั่วทั้งห้องพักผู้ป่วย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
คู่ฝีเท้าของหลินจิงซูพลันหยุดชะงักลงที่หน้าประตูห้อง เธอยืนตัวแข็งทื่อไม่ขยับเขยื้อน
“ผู้หญิงดีๆที่ไหนกันจะไปยุ่งเกี่ยวกับพวกอันธพาลแบบนั้น?”
ฟานหรงขมวดคิ้วแน่น หันไปจ้องหน้าจู้อี้
“อาหยาน เลิกยุ่งกับผู้หญิงบ้านนอกคนนั้นสักทีเถอะ คนดีบ้าอะไรจะไปยุ่งเกี่ยวกับพวกนักเลงหัวไม้แบบนั้น!”
“พี่จู้อี้ ฝากบอกคนของพี่ด้วยว่า ใครอนุญาตให้พูดจาแบบนี้กัน?”
จู้หยานพยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงผู้ป่วย สายตาที่จ้องมองทิ่มแทงใส่อีกฝ่าย ล้วนอัดแน่นไปด้วยความเย็นชาชัดเจน
ทันทีที่รู้ว่าจู้หยานได้รับบาดเจ็บจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ทั้งจู้อี้และฟานหรงก็จำต้องโยนงานทั้งหมดในมือทิ้งไป และรีบออกเดินทางจากเมืองหลวงกันตั้งแต่เช้ามืด
ทั้งหมดคงต้องขอบคุณนังผู้หญิงบ้านนอกคนนั้นสินะ! อุตส่าห์รีบมาด้วยความเป็นห่วงแท้ๆ แต่สิ่งเดียวที่จู้หยานมีให้กลับเป็นความเย็นชา! มิหนำซ้ำยังออกหน้าปกป้องนังนั่นทุกอย่าง! ฟานหรงถึงขั้นสบถด่าสาปแช่งอยู่ในใจเงียบๆ อินังบ้านนอกนั่นมันแอบวางยาเสน่ห์จู้หยานรึเปล่านะ?!
“ตอนที่ได้ข่าวว่าแกได้รับบาดเจ็บ รู้รึเปล่าว่าคุณย่าวิตกกังวลมากแค่ไหน? ถ้าฉันกับฟานหรงห้ามไว้ไม่ทัน ป่านนี้คงได้กระโดดขึ้นรถไฟมาที่นี่ด้วยกันแล้วล่ะ! ต้องใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอยู่ตั้งนานกว่าจะยอมสงบลงได้ อายุอานามของท่านก็มากแล้วนะ อย่าให้ต้องมีเรื่องเครียดไปมากกว่านี้เลย!”
“นอนพักรักษาตัวที่นี่ต่อไปอีกสักสองสามวัน แล้วฉันจะพานายกลับไปพักฟื้นที่เมืองหลวงต่อ มาตรฐานการรักษาและความสะอาดของที่นี่ต่ำเกินไป คุณย่าไม่อนุญาตให้นายอยู่ผิงเฉิงต่อแล้ว รวมถึงห้ามไม่ให้นายไปข้องแวะกับผู้หญิงชนบทคนนั้นอีกอย่างเด็ดขาด! ครั้งนี้เธอทำให้นายบาดเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาลแบบนี้ ทางเราไม่เอาเรื่องก็นับว่าเมตตามากแล้ว! แต่ถ้ามีครั้งต่อไปล่ะก็…”
“หยุดพูดราวกับเธอเป็นคนผิดได้แล้ว! เด็กผู้หญิงคนนั้นก็เป็นเหยื่อเหมือนกันนะ!!”
คุณยายหวังทนฟังต่อไปไม่ไหว จึงระเบิดความโกรธตะคอกสวนใส่ทันที
หลินจิงซูยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่นอกประตู ทันใดนั้น น้ำตาสายหนึ่งพลันรินไหลออกมาโดยไม่ตั้งใจ
หลังจากแขวนถุงผลไม้ไว้ที่หน้าประตูแล้ว เธอก็หันหลังเดินจากไปอย่างเงียบๆ
เสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้นในวันถัดมา
หลินจิงซูเลือกซื้ออาหารและผลไม้ในจำนวนที่มากกว่าเดิม และมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลเช่นเคย
แต่ภายในห้องพักผู้ป่วยคราวนี้ กลับปราศจากญาติคนอื่นๆ มีเพียงคุณยายหวังคนเดียวเท่านั้น
“อ้าว จิงซูน้อย มาแล้วเหรอจ๊ะ?”
คุณยายหวังเอ่ยทักทายเพียงสองสามคำก็เดินออกจากห้องไป เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กสองคนได้มีเวลาพูดคุยกันตามลำพัง
“ทำไมเมื่อวานไม่มาเยี่ยมผมล่ะ?”
ประกายตาสีอำพันของจู้หยานจ้องตรงปะทะใส่หลินจิงซู น้ำเสียงของประโยคนี้สอดแทรกร่องรอยความไม่พอใจอยู่หลายส่วน
ผิวพรรณของจู้หยานดูสดใสขึ้นมาก ไม่ได้ขาวซีดจนน่ากลัวเหมือนวันนั้นแล้ว
หลินจิงซูเปิดกล่องอาหาร และนำขึ้นมาจัดเรียงไว้บนโต๊ะทานข้าวของผู้ป่วย ยิ้มตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งว่า
“โทษทีนะ พอดีเมื่อวานยุ่งๆนิดหน่อยก็เลยไม่ได้มาน่ะ”
“แล้วก็คงจะบอกผมว่า ถุงผลไม้ที่แขวนอยู่หน้าประตูเมื่อวาน ไม่ใช่คุณที่ซื้อมาสินะ?”
จู้หยานสวนกลับไปเพียงหนึ่งประโยค จากนั้นก็นั่งจ้องหลินจิงซูตาไม่กระพริบ
“ผะ..ผลไม้อะไรเหรอ?”
หลินจิงซูแสร้งทำเป็นตีหน้าซื่อ ไม่ยอมรับว่าตนเองมาที่โรงพยาบาลเมื่อวานนี้
“เมื่อวานคุณก็มาเยี่ยมผมตามปกตินั่นล่ะ แต่คงบังเอิญมาได้ยินคำพูดของลูกพี่ลูกน้องผมสินะ?”
จู้หยานเฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าหลินจิงซู เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย เค้นน้ำเสียงหนักแน่นพูดต่อว่า
“ฟังผมให้ดีนะ ไม่ว่าคนพวกนั้นจะพูดอะไร คุณก็ไม่ต้องไปสนใจ ยังไงซะ ก็ไม่เคยมีคำพูดอะไรดีๆหลุดออกมาจากปากคนพวกนั้นอยู่แล้ว”
“กินไก่ทอดร้อนๆสักน่องมั้ย?”
หลินจิงซูมองข้ามไม่เอ่ยตอบอะไร แต่หยิบไก่ทอดหนึ่งน่องขึ้นมายื่นให้แทน
ทว่าจู้หยานไม่แม้แต่ยื่นมือออกไปรับด้วยซ้ำ แต่กลับอ้าปากกว้างรอให้เธอป้อนแทน
หลินจิงซูไม่ได้รู้สึกติดใจใดๆเช่นกัน ยื่นส่งหนังไก่ทอดกรอบๆน้ำมันเยิ้มเข้าปากอีกฝ่ายทันที
“พรุ่งนี้ตอนเที่ยง ผมก็ต้องกลับเมืองหลวงแล้ว คุณ…”
จู้หยานคล้ายต้องการจะพูดอะไรสักอย่าง แต่กลับเปลี่ยนใจ และเบี่ยงประเด็นไปถามอีกเรื่องแทน
“ทันทีที่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จสิ้นแล้ว ผมก็จะกลับมาหาคุณที่นี่”
“อืม”
หลินจิงซูพยักหน้า สีหน้าของเธอราบเรียบเฉบเป็นอย่างมาก
เผชิญกับท่าทีที่เฉยเมยเหินห่างของหลินจิงซู จู้หยานได้แต่แอบรู้สึกเหมือนใจสลายเล็กๆ
เขาเป็นทุกข์แทบขาดใจเมื่อต้องแยกห่างจากเธอไป แต่ทำไมอีกฝ่ายกลับดูไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะ?
ในยามที่เพื่อนรักถึงคราวต้องจากลา อย่างน้อยก็ควรจะรู้สึกอะไรบ้างจริงมั้ย?
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







