เข้าสู่ระบบ120 1-2
ตอนที่ 238 การมาถึงของคนเมืองหลวง
“จิงซูน้อย ทั้งหมดเป็นความผิดของไอ้โจรชั่วนั่น แล้วฉันจะกล้าตำหนิเธอได้ยังไง?”
ศาสตราจารย์หวังและภรรยาต่างช่วยกันปลอบประโลมใจสาวน้อย ใช่ว่าทั้งคู่จะไม่รู้ สาวน้อยคนนี้ก็เป็นอีกคนที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์สะเทือนขวัญมาเช่นกัน เพียงเท่านี้เธอก็เสียขวัญมากเกินพอแล้ว
หลังจากศาสตราจารย์หวังและภรรยาทราบเรื่องราวทั้งหมด พวกเขาก็เดินทางไปแจ้งตำรวจทันที
ตำรวจนำกำลังหลายนายเข้าสอบปากคำถึงในโรงพยาบาลตามระเบียบ และบอกว่าจะเร่งดำเนินการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยให้ได้โดยเร็วที่สุด
จ้องมองหลานชายที่พันผ้าก๊อซสีขาวทั่วทั้งร่าง และยังคงนอนหลับตาสนิทไม่ได้สติอยู่บนเตียงผู้ป่วย ทั้งศาสตราจารย์หวังและภรรยาต่างสวมกอดกันด้วยจิตใจที่แทบสลาย หลานชายของพวกเขาไปทำเวรทำกรรมมาแต่ครั้งไหนกัน ก่อนหน้าก็ถูกคนวางยาพิษ มาตอนนี้ก็ยังถูกแทงอีก
โชคดีแค่ไหนที่จู้หยานอาการไม่ได้สาหัสจนเป็นอันตรายถึงชีวิต หาไม่แล้ว พวกเขาสองสามีภรรยาแม้จะเฒ่าชรา ก็จะขอสู้ตายจนกว่าจะเด็ดหัวไอ้โล้นชั่วนั่นได้!
“จิงซู”
เสียงเรียกหาอันแผ่วอ่อนเปล่งดังออกมา ทำลายบรรยากาศความเงียบสงัดลงทันใด
“จู้หยาน นายรู้สึกตัวแล้วเหรอ?”
หลินจิงซูนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง เมื่อเห็นว่าจู้หยานรู้สึกตัวแล้ว ก็รีบหันไปเรียกศาสตราจารย์หวังและภรรยาให้เร่งมาดูทันที
“คุณปลอดภัยดีใช่มั้ย? แล้วพวกมันได้ทำร้ายอะไรคุณรึเปล่า?”
จู้หยานหมดสติไปตั้งแต่ก่อนจะถูกลากตัวออกนอกบ่อนด้วยซ้ำ ตอนที่เฉินเฉวียนเย่มาช่วยนำตัวกลับไป เขาก็ไม่รู้สึกตัวแต่อย่างใดแล้ว
“ฉันไม่เป็นอะไร! ฉันสบายดี ไม่ต้องห่วง! แล้วนายล่ะ รู้สึกเจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่า?”
หลินจิงซูไม่สามารถบรรยายความรู้สึกในเวลานี้ออกมาเป็นคำพูดได้ สิ่งแรกหลังจากที่จู้หยานได้สติตื่นขึ้นมา กลับถามเธอว่าปลอดภัยดีรึเปล่า? วินาทีนั้น ราวกับมีกระแสความอบอุ่นส่งผ่านจากใจสู่ใจ
ศาสตราจารย์หวังและภรรยายืนสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ เห็นว่าทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างมีความรู้สึกดีๆมอบให้แก่กันเช่นนี้ พวกเขาเองย่อมรู้กาลควรไม่ควร จึงไม่เข้าแทรกแซงทำลายบรรยากาศ
สองสามีผู้เฒ่าต่างหันมาสบตากันเพียงเล็กน้อย และแค่นั้นก็เป็นอันเข้าใจได้
“แล้วเราสองคนออกมาจากที่นั่นได้ยังไง?”
ภายหลังยืนยันจนแน่ใจแล้วว่า หลินจิงซูไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆเลย จู้หยานจึงค่อยโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก และเริ่มเข้าเรื่องยิงคำถามสำคัญด้วยสีหน้าจริงจัง
“พ่อเฉินบุกไปที่นั่นและช่วยพวกเราออกมา แล้วคนของทั้งสองฝ่ายก็เกิดปะทะกัน….”
หลินจิงซูเล่าบรรยายให้ฟังโดยสังเขปถึงเหตุการณ์โดยรวมที่เกิดขึ้น แต่เรื่องที่ชายหัวโล้นต้องการธุรกิจทั้งหมดในมือของเฉินเฉวียนเย่เป็นข้อแลกเปลี่ยนนั้น เธอกลับไม่ได้เล่าบอกไป
แต่คนอย่างจู้หยานมีหรือจะไม่เอะใจ? สิ้นสุดคำบอกเล่าของหลินจิงซู เขาก็เลิกคิ้วพร้อมเอ่ยถามสวนกลับไปทันที
“เฉินเฉวียนเย่พาเราหนีตายออกมาง่ายๆอย่างนั้นเชียวเหรอ? คงต้องมีอะไรเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับชายหัวโล้นนั่นสินะ? โรงแรมที่ถนนไป๋ฮั่นรึเปล่า?”
ย้อนกลับไปเล็กน้อย ในช่วงเวลาของการปะทะกันในครั้งก่อนบนถนนไป๋ฮั่น จู้หยานยังคงจดจำเหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำ เป้าหมายของชายหัวโล้นในครั้งนั้นก็คือโรงแรมไป๋ฮั่นของเฉินเฉวียนเย่ และเมื่อครั้งนี้มีตัวประกันอยู่ในมือถึงสองชีวิต จึงนับเป็นโอกาสทองครั้งใหญ่ของมัน มีหรือที่ชายหัวโล้นจะไม่หยิบยกสิ่งนี้ขึ้นมาเป็นเครื่องต่อรองต่อรอง?
หลินจิงซูได้แต่แอบตะลึงงันอยู่ในใจ จู้หยานสามารถอ่านสถานการณ์ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง!
เธอพยักหน้ายอมรับอย่างจำนน คงไม่มีความลับใดที่สามารถเก็บซ่อนจากชายหนุ่มคนนี้ได้จริงๆสินะ
แต่ถึงอย่างนั้น หลินจิงซูก็ยังไม่บอกความจริงทั้งหมดกับจู้หยานอยู่ดี นั่นเพราะแท้จริงแล้ว สิ่งที่ชายหัวโล้นต้องการไม่ใช่เพียงแค่โรงแรมเท่านั้น แต่เป็นธุรกิจทั้งหมดของเฉินเฉวียนเย่
และครั้งนั้นที่เฉินเฉวียนเย่แสดงท่าทีลังเลเล็กน้อยเมื่อได้ยินข้อเสนอนี้ หลินจิงซูกลับไม่ได้รู้สึกโกรธเกลียดเขาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับรู้สึกเข้าใจด้วยซ้ำไป เพราะแม้ว่าตัวเธอกับเฉินเฉวียนเย่จะได้กลายมาเป็นเสมือนคนในครองครัวที่หวังดีต่อกันแล้วก็ตาม แต่การจะให้ผู้ที่เคยได้ชื่อว่าเป็น ‘ลูกพี่’ ยอมสละทรัพย์สินทั้งหมดที่มีทิ้งไปง่ายๆ ใครที่ไหนจะสามารถทำใจได้เล่า?
ตราบใดที่เฉินเฉวียนเย่ยังตัดสินใจเรื่องนี้ได้ไม่เด็ดขาดพอ ชายหัวโล้นก็จะต้องบุกมาสร้างปัญหาให้กับเธออีกอย่างแน่นอน และนี่เองคือโจทก์ใหญ่ หลินจิงซูจะต้องหาทางออกจากเรื่องนี้ให้ได้
แรงขับเคลื่อนเดียวของชายหัวโล้นในตอนนี้ก็คือ ธุรกิจทั้งหมดในกำมือของเฉินเฉวียนเย่ เพราะเหตุนี้ เขาจึงได้ตัดสินใจลงมือจับตัวเธอกับจู้หยานไปเป็นตัวประกัน
จากที่พูดมาข้างต้นจึงสรุปได้ว่า ในสายตาของชายหัวโล้น ตัวเธอกับจู้หยานเป็นเสมือนเครื่องมือต่อรองชั้นเยี่ยมของมัน มันจึงได้ตัดสินใจจับตัวเขาและเธอมา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือเจรจาต่อรองอย่างที่เห็น ฉะนั้นแล้ว ตราบใดที่เธอสามารถทำอะไรสักอย่างให้ชายหัวโล้นรู้สึกว่า มันจะไม่สามารถใช้เธอและจู้หยานเป็นเครื่องมือต่อรองที่ได้ผลอีกต่อไป และเมื่อถึงเวลานั้นที่เฉินเฉวียนเย่กลับมาไร้จุดอ่อนอีกครั้ง เชื่อเถอะว่า ชายหัวโล้นจะไม่อยากเสียเวลากับเขาอีกต่อไปอย่างแน่นอน
ติดอยู่เพียงแค่ว่า แผนการครั้งนี้จำต้องมีขั้นมีตอนมากพอควร
ซึ่งขั้นตอนดังกล่าว ก็อาจจะต้องก่อศึกนองเลือดขึ้นอีกครั้ง…
แต่นับว่าโชคดีที่จู้หยานกำลังจะกลับเมืองหลวงในอีกไม่ช้านี้ ตราบใดที่เขากลับไปที่นั่นอย่างปลอดภัยได้แล้ว หลินจิงซูก็จะโล่งใจขึ้นอีกหลายเปาะ
…..
วันรุ่งขึ้น มีข่าวจากสถานีตำรวจว่า สามารถจับกุมชายหัวโล้นและพรรคพวกที่ร่วมก่อเหตุได้แล้ว
เนื่องจากหลินจิงซูต้องไปโรงเรียนในตอนเช้า และเมื่อสิ้นสุดการเรียนของวันในช่วงบ่าย เธอจึงรีบเร่งออกมาและมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมเยียนจู้หยานทันที
ระหว่างทาง หลินจิงซูได้แวะซื้อผลไม้จากร้านค้าริมทาง จากนั้น จึงวิ่งหอบถุงผลไม้ใบโตทั้งสองตรงเข้าโรงพยาบาลทันที
“อาหยาน บอกมาเดี๋ยวนี้ เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะเพื่อนสาวตัวน้อยที่อยู่ผิงเฉิงคนนั้นใช่มั้ย?”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล






![บัตเลอร์ที่รัก [3P]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
