LOGIN133 1-2
ตอนที่ 264 ได้แค่นี้? ไม่น่าเป็นไปได้!
แผนการทั้งหมดที่เธอได้วางไว้สำหรับอนาคต เสมือนถูกแช่แข็งไปอีกหนึ่งปีเต็ม จนแล้วจนรอดเธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ทำไมผลลัพธ์ถึงกลับกลายเป็นเช่นนี้ได้?
หรือเป็นไปได้ไหมว่า ตัวเธอหลินจิงซูคนนี้ ดวงจะไม่สมพงษ์กับมหาวิทยาลัยเอาจริงๆ?
ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือชาตินี้ก็ตามที
หลังจากการสอบวันนี้ไปอีกหนึ่งปี เธอ…จะสามารถสอบผ่านดั่งที่ฝันไว้จริงๆใช่มั้ย?
มันไม่สำคัญหรอกว่า วันนี้เธอจะขาดไปเพียงแค่สิบหรือหนึ่งคะแนน เพราะสิ่งนี้ไม่อาจใช้อ้างอิงหรือรับรองได้ว่า การสอบครั้งต่อไปเธอจะทำได้ดีกว่าเดิม
เพราะรูปแบบของโจทย์ปัญหาจะได้รับการเปลี่ยนแปลงในทุกๆปี และหลินจิงซูก็บอกไม่ได้เช่นกันว่า ในอีกหนึ่งปีให้หลัง เธอจะมีสภาพพร้อมสอบเต็มร้อยเหมือนอย่างในปัจจุบันหรือไม่
เธอยังจำได้แม่นยำว่า ชาติก่อนนี้มีเพื่อนร่วมชั้นบางคนถึงกับยอมเรียนซ้ำชั้นถึงสามครั้ง แต่กระนั้น ก็ยังไม่สามรถสอบติดมหาวิทยาลัยสักที จนท้ายที่สุด พวกเขาก็ทนต่อแรงกดดันไม่ไหว และตัดสินใจย้ายไปเรียนสายวิชาชีพ หรือไม่ก็สายสังคมสงเคราะห์แทน
ติงจู้ฮั่วยืนคอยอยู่หน้าประตูร้านอาหารข้างกัน เฝ้ามองเธอด้วยความเป็นห่วง ใจหนึ่งก็ต้องการก้าวเข้าไปปลอบประโลม ทว่าอีกใจก็ตระหนักดีว่า บางทีคนเราก็ต้องการเวลาส่วนตัวเพื่ออยู่กับตัวเองเช่นกัน
ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ แต่ในที่สุด หลินจิงซูก็สามารถสงบสติอารมณ์ลงได้
เธอเหลียวหันกลับไปมอง พบว่าติงจู้ฮั่วกำลังเฝ้าคอยอย่างเงียบๆอยู่ที่มุมร้านไม่ห่างกัน ตลอดทั่วทั้งใบหน้าเผยให้เห็นร่องรอยความทุกข์โศกที่ถูกขีดเขียนไว้เต็มไปหมด
นับตั้งแต่ที่เธอเป็นเด็ก นอกจากติงเสวี่ยเหม่ยผู้เป็นแม่แล้ว ก็ยังมีอาหนุ่มคนนี้ที่พร้อมจะกระโดดโล้นเต้นด้วยความดีใจ และร้องไห้ด้วยความเสียใจไปพร้อมๆกับเธอ
“กลับหมู่บ้านติงเจี่ยกันเถอะ เราไปเยี่ยมคุณตากัน”
หลินจิงซูปรับอารมณ์กลับสู่สภาวะสงบนิ่งเป็นปกติดังเดิม แล้วเดินเข้าไปสะกิดเรียกติงจู้ฮั่วให้ออกเดินทางต่อ
อาจเป็นเพราะติงจู้ฮั่วไม่ได้แวะเวียนกลับบ้านมาเป็นเวลาเนิ่นนาน และนี่นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ได้พบเจอหน้าผู้เฒ่าติง ส่งผลให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารภายในบ้านดำเนินไปด้วยความเงียบงันชวนอึดอัด ใบหน้าผู้เฒ่าติงทั้งเย็นชาและไร้อารมณ์ยิ่งกว่าครั้งใดๆ
และเมื่อผู้เฒ่าติงรู้ว่าหลินจิงซูสอบไม่ผ่าน ขาดอีกเพียงแค่ไม่กี่คะแนนเท่านั้น ปฏิกิริยาของเขากลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งคำปลอบใจใดๆแม้เพียงคำเดียว สีหน้าท่าทางยังคงรักษามาตรฐานเดิมดุจเหล็กกล้าไปตลอดทั้งวัน
แต่หลังมื้ออาหารเย็น ผู้เฒ่าติงก็ได้เข้ามาในห้องของหลินจิงซู เขาเข้าไปนั่งที่ขอบเตียงข้างๆหลานสาว แล้วจู่ๆก็พูดขึ้นว่า
“รู้รึเปล่าว่าสิ่งที่แย่ที่สุดสำหรับเราในตอนนี้คืออะไร? มันไม่ใช่เรื่องที่เราสอบไม่ผ่านหรอกนะ แต่เป็นเรื่องที่เรากำลังสูญเสียความเป็นตัวเองไปอย่างช้าๆต่างหาก จิงซูที่ตารู้จักน่ะ เต็มไปด้วยจิตวิญญาณอันมุ่งมั่นแรงกล้า ไม่ใช่สาวน้อยที่เอาแต่นั่งห่อเหี่ยวอยู่แบบนี้ ปีหน้าก็ยังสอบใหม่ได้ไม่ใช่เหรอ? ลองพยายามดูอีกสักครั้งสิ ส่วนค่าเล่าเรียนขาดเหลือเท่าไหร่ก็ให้บอกมา เดี๋ยวตาจะช่วยจ่ายให้เอง ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก”
เมื่อรับฟังจึงได้รู้ ปรากฏว่าผู้เฒ่าติงเองก็เป็นห่วงเธอไม่แพ้ใครเช่นกัน สัมผัสได้ถึงกระแสความอบอุ่นผ่านคำพูดของชายชราผู้นี้ ทำให้หลินจิงซูกลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้ง
ตลอดทั้งค่ำคืน หลินจิงซูได้แต่นอนกระสับกระส่ายคิดไม่ตกเสียที เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งเลวร้ายที่สุดที่เธอต้องเผชิญต่อจากนี้ก็คือ การเรียนซ้ำชั้นเพิ่มอีกหนึ่งปีเต็ม!
เรื่องสถานการณ์การเงินนั้น อาศัยรายได้จากธุรกิจชานมไข่มุก ก็มากเพียงพอแล้วที่จะใช้เป็นทุนการศึกษาของหลินจิงซูนับจากนี้ พูดง่ายๆก็คือ เรื่องภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่สามารถสร้างแรงกดดันใดๆต่อเธอได้อีก
และที่ยิ่งอุ่นใจไปมากกว่านั้นก็คือ ในไตรมาสหน้า ต่อให้หลินจิงซูจะไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ หรือเข้าไปดูแลร้านด้วยตนเอง เธอก็มั่นใจว่า ภายใต้การบริหารงานของติงเสวี่ยเหม่ยและเฉินเฉวียนเย่ ทั้งสองจะสามารถประคับประคองธุรกิจนี้ให้ไปตลอดรอดฝั่งได้อย่างแน่นอน
คล้อยหลังคิดได้เช่นนั้น หลินจิงซูค่อยเริ่มรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง
หลังจากทานอาหารเช้ากันเสร็จสรรพ เธอและติงจู้ฮั่วก็จำต้องเดินทางกลับตัวเมืองรองผิงเฉิงอีกครั้ง
ตัวเธอแวะไปที่ตลาดเพื่อหาซื้อของไปเยี่ยมเยียนจางหลานที่บ้าน ในขณะที่ติงจู้ฮั่วเองก็ขอตัวแยกไปทำธุระของตนเอง
“พี่สาวจิงซูนี่เอง! มาหาคุณแม่ผมเหรอครับ?”
โจวอี้หานเปิดประตูออกมาต้อนรับพร้อมกับเอ่ยทักทาย เมื่อพบว่าเป็นหลินจิงซูเขาก็ดูดีอกดีใจอย่างมาก รีบหมุนตัววิ่งกลับเข้าไปในบ้าน แล้วส่งเสียงร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้น
“แม่ครับ! พี่สาวจิงซูมาหา!”
วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ สองแม่ลูกจึงได้อยู่บ้านกันพร้อมหน้า และตอนนี้จางหลานก็กำลังนั่งห่อเกี๊ยวไส้หมูอยู่ในครัวพอดี
ได้ยินว่าหลินจิงซูมาเยี่ยมเยียนถึงบ้าน เธอก็รีบถอดผ้ากันเปื้อนแล้วตรงดิ่งออกจากครัวโดยเร็ว โบกไม้โบกมือทักทายอย่างเป็นกันเอง
“จิงซูน้อย เป็นไงบ้างจ๊ะ? น่าจะประกาศผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วใช่มั้ย? สรุปเข้าที่ไหนล่ะจ๊ะ?”
จางหลานเอ่ยถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขตามปกติ
แต่เมื่อหลินจิงซูได้ยินคำถามนั้น เธอก็เผยสีหน้าหดหู่ขึ้นฉับพลัน
สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้น จางหลานก็ถึงกับขมวดคิ้ว และดูเหมือนจะเข้าใจได้ในทันที
“เกิดอะไรขึ้น? สอบไม่ผ่านงั้นเหรอ?”
จางหลานยิงคำถามกลับไปด้วยความสงสัยทันที
หลินจิงซูพยักหน้าแต่ไม่พูดอะไร
“ไม่ผ่าน ขาดอีกกี่คะแนน?”
จางหลานถามจี้อีกครั้ง
“ประมาณสิบกว่าคะแนนค่ะ”
ได้ยินประโยคนี้เข้า จางหลานถึงกับถลึงตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“บ้ารึเปล่า! ขาดตั้งสิบกว่าคะแนน? เป็นไปได้ยังไงกัน?”
ในมุมมองของคนอื่น ขาดแค่สิบคะแนนนับว่าเฉียดฉิว แต่สำหรับจางหลานที่เชื่อมั่นในความสามารถของหลินจิงซูมาโดยตลอด จึงนับว่าทำผลงานได้ต่ำกว่าเกณฑ์มาก
เผชิญหน้าต่อข้อกังขาของจางหลาน หลินจิงซูเองก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องระบายความรู้สึกที่อัดอั้นมาตั้งแต่เมื่อวานออกไปตามตรง
“หนูเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น! หลังจากสอบเสร็จ หนูถึงขั้นไล่เปิดตำราเรียนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องรายข้อเลย แล้วทั้งหมดก็เหมือนกับที่หนูเขียนลงในกระดาษคำตอบเป๊ะๆเลยล่ะค่ะ! จากที่ประเมินเองคร่าวๆ หนูควรได้มากกว่านี้อีกสัก60ถึง70คะแนนด้วยซ้ำไป…”
จางหลานนิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยสนทนากันอยู่นั้น เจ้าหน้าที่โจวก็เพิ่งกลับมาถึงบ้านเช่นกัน
“เดี๋ยวนี้มีแต่คดีน่าหดหู่! เพิ่งมีชายคนหนึ่งกระโดดตึกฆ่าตัวตาย อยู่ทางตะวันออกของเมืองนี่เอง!”
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน เจ้าหน้าที่โจวก็เอาแต่ถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่า และอดที่จะระบายความเศร้าใจต่อเหตุการณ์ที่เพิ่งประสบพบเจอมาเมื่อครู่ไม่ได้
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







![มาเฟียเซ็กส์จัด [PWP] - (NC25+) #จบแล้ว](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)