แชร์

ตอนที่ 265 คะแนนสอบถูกสวมรอย

ผู้เขียน: Chawin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-12 15:06:57

            133 2-2

            ตอนที่ 265 คะแนนสอบถูกสวมรอย

            ทั้งหลินจิงซูและจางหลานต่างหยุดชะงักในทันที ต่างคนต่างนิ่งเงียบเพื่อรอฟังคำบอกเล่าต่อไปจากเจ้าหน้าที่โจว

            “ผู้ชายคนนั้นน่าสงสารมากจริงๆ เมื่อสิบปีก่อน คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเขาถูกคนอื่นสวมรอย แล้วใช้สิทธิ์เข้าไปเรียนแทน แต่ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คดีความกลับไม่มีความคืบหน้าใดๆเลย วันหนึ่ง เขาบังเอิญไปรู้มาว่า คนร้ายที่สวมรอยเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยแทนเขานั้น ตอนนี้กำลังได้ดิบได้ดี ก็ยิ่งกระตุ้นให้เขาเกิดสภาวะซึมเศร้าอย่างหนัก จนสุดท้ายก็เลือกจบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดตึกฆ่าตัวตาย”

            ได้ฟังเช่นนั้น ทั้งหลินจิงซูและจางหลานต่างก็หันขวับมามองหน้ากันด้วยความตกตะลึง

            คะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยถูกสวมรอยได้ด้วยเหรอ? มีเรื่องพรรค์นี้จริงๆน่ะเหรอ?

            ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเช่นกัน แต่จู่ๆหลินจิงซูก็มีเหงื่อเย็นแตกพลั่กไปทั่วทั้งตัว พร้อมกับรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ

            “ลุงโจวคะ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยรึเปล่าคะ?”

            น้ำเสียงที่เปล่งถามของหลินจิงซูในตอนนี้ ฟังดูแหบแห้งไร้เรี่ยวแรงสิ้นดี

            “มีทุกปีล่ะ…”

            เจ้าหน้าที่โจวส่ายหัวอีกครั้งด้วยความรู้สึกหนักอึ้งภายในใจ เขาหันไปบอกกับหลินจิงซูตามตรงว่า

            “สังคมบ้านเมืองเราเดี๋ยวนี้มีแต่ความเน่าเฟะ เด็กๆที่มาจากครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยอะไร เคยมีโอกาสเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่ไหนกันล่ะ? พ่อแม่บางคนที่มีเงินมีทองมากหน่อย และต้องการให้ลูกตัวเองได้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ต่างก็ยอมจ่ายใต้โต๊ะให้ทางโรงเรียนกันทั้งนั้นล่ะ แลกกับการสลับสับเปลี่ยนคะแนนสอบกับนักเรียนเก่งๆ เรื่องสกปรกพรรค์นี้มีอยู่ถมเถไป”

            เจ้าหน้าที่โจวทำงานอยู่ในวงการตำรวจมานานนับสิบปี ด้านมืดของสังคมใช่ว่าจะไม่คุ้นเคย

            “แล้วเรื่องแบบนี้มันจะปิดได้มิดเหรอคะ? เพราะสุดท้ายต่อให้เข้าไปได้ ทางมหาวิทยาลัยก็ยังต้องใช้เกรดการเรียนเพื่อตรวจคัดนักศึกษาอีกรอบไม่ใช่เหรอคะ?”

            หลินจิงซูเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

            “มันก็ใช่ แต่ถ้าจะสวมรอยคะแนนสอบแล้ว ก็ต้องสวมรอยเกรดการเรียนไปพร้อมๆกันด้วย สรุปก็คือสวมรอยทั้งสถานะนักศึกษา รวมไปถึงข้อมูลส่วนตัวอื่นๆของเหยื่อก็จะถูกสวมรอยทั้งหมดด้วย เพราะแบบนี้ไงล่ะ ถึงเป็นเรื่องยากมากที่จะจับผิดได้”

            เจ้าหน้าที่โจวอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด

            “แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับเหยื่อที่ถูกสวมรอยหลังจากนั้นเหรอคะ? แล้วถ้าเขาเกิดสอบเข้ามหาวิทยาลัยในครั้งที่สองผ่าน จะสามารถเข้าไปเรียนต่อได้รึเปล่าคะ? แล้วเรื่องที่เคยถูกสวมรอยจะแดงขึ้นมามั้ยคะ?”

            “ก็ต้องแดงแน่นอนอยู่แล้ว เพราะแบบนี้ไงล่ะ นักเรียนที่ตกเป็นเหยื่อก็จะถูกกีดกันไม่ให้สอบผ่านต่อไปอีกเรื่อยๆ ทั้งถูกสวมรอยเพื่อใช้หากินต่อไป หรือไม่ก็ถูกปัดตกไม่ยอมส่งข้อมูลให้ทางกระทรวงศึกษาตรวจนับคะแนนเลยก็มี ผู้ที่คอยบงการเรื่องนี้อยู่เบื้องหลัง ไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองถูกสาวถึงตัวอยู่แล้ว พูดง่ายๆก็คือ ถ้าเกิดมีครั้งที่หนึ่ง ก็ต้องมีครั้งที่สองและสามต่อๆไป มาถึงจุดนี้ ส่วนใหญ่ต่างก็เลือกที่จะยอมแพ้ แล้วออกไปรับจ้างทำงานแทน”

            ยิ่งได้ฟังคำอธิบายจากเจ้าหน้าที่โจวมากเท่าไหร่ หลินจิงซูก็ยิ่งหน้าซีดเผือดมากขึ้นเท่านั้น

            ทันใดนั้นเอง จู่ๆหลินจิงซูก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า ในบรรดานักเรียนทั้งห้าคนที่ครูประจำชั้นประกาศว่าสอบติดมหาวิทยาลัย หนึ่งในนั้นเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนอยู่เพียงแค่ระดับปานกลางเท่านั้น แต่กลับสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ราวกับมีปาฏิหาริย์

            เธอยังจำเหตุการณ์ในตอนนั้นได้อย่างแม่นยำ เมื่อเพื่อนร่วมชั้นคนนั้นร้องเฮลั่นห้อง กระโดดโล้นเต้นด้วยความดีอกดีใจที่ตนเองสอบผ่าน บรรดาเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง!

            สำหรับเรื่องคะแนนการสอบ หลินจิงซูเกิดข้อกังขามาตั้งแต่แรกที่เห็นแล้ว คะแนนสอบของเธอไม่มีทางต่ำกว่าเกณฑ์มากถึงสิบกว่าคะแนนได้เลย ไม่ใช่สิ…มันไม่ควรตกด้วยซ้ำไป!

            ทั้งเรื่องคะแนนที่ต่ำเตี้ยจนชวนให้สงสัย บวกกับได้ฟังเรื่องราวที่เจ้าหน้าที่โจวเล่ามา ดูเหมือนว่า…ทุกอย่างจะเริ่มชี้ชัดแล้ว!

            “จิงซู ทำไมถึงได้หน้าซีดแบบนั้น? ไม่สบายรึเปล่า?”

            เจ้าหน้าที่โจวเพิ่งสังเกตเห็นอาการผิดปกติของสาวน้อยตรงหน้า เขาจึงได้เอ่ยถามออกไปด้วยความเป็นห่วง

            “ลุงโจว ป้าจาง หนูกำลังสงสัยว่า…คะแนนสอบของหนูจะถูกสวมรอยเข้าให้แล้วค่ะ!”

            จังหวะนี้หลินจิงซูพูดทั้งน้ำตา

            วินาทีที่คำพูดประโยคนี้หลุดออกมาจากปากของเธอ ทั้งจางหลานและเจ้าหน้าที่โจวต่างก็ดูตกใจเป็นอย่างมากเช่นกัน

            “ในห้องหนู มีเพื่อนคนหนึ่งที่ผลการเรียนไม่ค่อยจะดีนัก แต่กลับสอบติดมหาวิทยาลัยได้ราวกับปาฎิหารย์ และที่สำคัญ จากที่หนูประเมินด้วยตัวเอง คะแนนของหนูน่าจะต้องมากกว่า60-70%  มันไม่น่าจะต่ำขนาดนี้ได้เลย…”

            ทั้งจางหลานและเจ้าหน้าที่โจวต่างหันไปมองตากัน ความเศร้าสลดฉายผ่านแววตาของแต่ละคนออกมา

            หากต้องการทราบผลการสอบที่แท้จริงของตนเอง หนทางเดียวก็คือ จำเป็นต้องเดินทางไปที่กระทรวงศึกษาหรือต่อสายตรงไปหาเท่านั้น

            แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ต่อให้เป็นกระทรวงศึกษา พวกเขาจะตามสืบหาตะเข็บได้จากไหน?

            แล้วคิดว่าตัวเองเป็นใครใหญ่มาจากไหน ถึงจะมีอำนาจสั่งการให้กระทรวงศึกษาเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ให้ได้?

            เพราะในเมื่อคนพวกนี้กล้าขโมยคะแนนสอบคนอื่นไปใช้หากินแบบนี้ แสดงว่าผู้ที่บงการอยู่เบื้องหลังจะต้องมีเส้นสายอันดีกับทางโรงเรียน คณาจารย์หรือแม้กระทั่งกับคนในกระทรวงศึกษาเอง!

            ดังนั้น ต่อให้รู้ว่าถูกสวมรอยแล้วยังไงล่ะ?

            “จิงซูน้อย ไม่ต้องกังวลไปนะ เดี๋ยวฉันจะให้เหล่าโจวต่อสายตรงไปที่กระทรวงศึกษาให้เอง!”

            จางหลานตรงเข้ามาโอบกอด และรีบเอ่ยปลอบประโลม

            หลินจิงซูได้แต่พยักหน้าแทนคำตอบ คงต้องฝากความหวังทั้งหมดไว้กับเจ้าหน้าที่โจวแล้วจริงๆ

            เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวสารที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่โจวกลับต้องทำให้เธอผิดหวังอีกครั้ง เพราะทางกระทรวงศึกษาแจ้งกลับมาว่า ผลคะแนนการสอบของหลินจิงซูล้วนถูกต้องเป็นไปตามที่ทางโรงเรียนประกาศทั้งหมด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status