LOGIN169 2-2
ตอนที่ 337 นำเงินก้อนนี้ไปลงทุน
สีหน้าท่าทางและความคิดเช่นนี้ของหลินจิงซู ได้ทำให้หวู่ฮ่าวชิงแอบขุ่นเคืองใจเล็กน้อย แต่หลังจากพินิจพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว ปรากฏว่าสิ่งที่หญิงสาวพูดออกมาล้วนเป็นความจริงเช่นกัน
“แต่ประธาน ถ้าเรื่องมันเป็นอย่างที่พูดจริงๆ ฉันต่างหากที่ควรต้องแสดงความรับผิดชอบ!”
สิ้นคำพูดประโยคนี้ หวู่ฮ่าวชิงก็กุมมือของหลินจิงซูไว้แน่น ราวกับว่าชีวิตนี้ไม่จะไม่ปล่อยคลายจากกัน ซึ่งภาพฉากเหล่านี้ บรรดานิสิตนักศึกษาที่สัญจรผ่านไปมาในบริเวณนั้น ล้วนแล้วแต่เห็นประจักษ์ชัดแจ้งกันทั้งสิ้น
“ชายหญิงไม่ควรจับมือถือแขนกันแบบนี้ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!”
หลินจิงซูแสร้งปั้นหน้าขวยเขิน เนื้อตัวสะดีดสะดิ้งร้อนรุ่มดั่งสาวน้อยไร้เดียงสา ท้ายที่สุด หวู่ฮ่าวชิงก็จำต้องยอมปล่อยมือไป
“ฉันอยากจะขอโทษประธานจริงๆ ที่ปล่อยให้เรื่องทุกอย่างกลายมาเป็นแบบนี้! ที่แท้ก็ต้องมาบาดเจ็บเข้าโรงพยาบาลเพราะฉันคนเดียว….”
แม้ดูผิวเผินภายนอก หลินจิงซูที่ได้รับฟังคำพูดประโยคนี้จะมีสีหน้าเรียบเฉย แต่ทว่าภายในใจอดที่จะขบขันไม่ได้ ก็เธอไม่ได้รับบาดเจ็บจริงๆเสียหน่อย ได้นอนโรงพยาบาลฟรีไม่พอ ยังกรรโชกทรัพย์จากจ้าวเสี่ยวย่าได้เป็นจำนวนเงินมหาศาลอีกด้วย!
“ไม่นะฮ่าวชิง ไม่ใช่แบบนั้นเลย! นาย…นายอย่าโทษตัวเองสิ มันใช่ความผิดของนายที่ไหนกันล่ะ! ส่วนเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น…ฉันจะทำเป็นลืมๆมันให้หมด แล้วจากนี้ต่อไป หวังว่าเราจะเป็นแค่เพื่อนร่วมคณะที่ดีต่อกันเท่านั้น…”
หลินจิงซูแสดงออกเหมือนอีกฝ่ายเป็นเพียงเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น เธอเดินเข้าไปตบไหล่หวู่ฮ่าวชิงเบาๆเป็นการปลอบประโลม จากนั้นจึงหมุนตัวเดินจากลาไปตามทางใครทางมัน
หลังจากเลิกเรียนในวันนี้ หลินจิงซูก็ตรงดิ่งกลับบ้านไปทันที พร้อมกับเงินสดก้อนโตจำนวน 10,000 หยวน
เฉินเฉวียนเย่ที่กำลังวุ่นอยู่กับการดูแลร้านชานมไข่มุก เมื่อเงยหน้าขึ้นมองพบว่าเป็นลูกสาวทูนหัวของตัวเอง เขาก็ถึงกับขมวดคิ้วร้องทักด้วยความเป็นห่วงเป็นใยทันที
“อ้าว? ทำไมถึงมาที่นี่ได้ล่ะสาวน้อย? ออกจากโรงพยาบาลไม่บอกกันให้รู้เลยนะ? ทำไมถึงไม่บอกให้ฉันขับรับไปรับล่ะ?”
หลินจิงซูฟังแล้วก็โบกมือไปมาอย่างไม่ใส่ใจ
“หนูไม่ได้เป็นอะไรจริงๆซะหน่อย ทำไมต้องลงทุนทำขนาดนั้นด้วยล่ะคะ?”
เหตุผลที่เฉินเฉวียนเย่หงุดหงิดอารมณ์ไม่ดี ไม่ใช่เพราะเรื่องหลินจิงซูถูกลูกบาสเก็ตบอลอัดใส่ศีรษะ แต่ก็นับว่าโชคยังดีที่เธอไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แต่ที่นึกขึ้นเมื่อไหร่ก็อดรู้สึกเดือดดาลไม่หายก็คือ พฤติกรรมที่น่าขยะแขยงของจ้าวเสี่ยวย่าต่างหาก!
“สาวน้อย นี่ก่อนหน้านี้เธอไม่ห้ามฉันไว้ล่ะก็ ฉันคงได้สั่งสอนบทเรียนให้เด็กนั่นไปแล้ว! จงใจใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มเหงรังแกคนอื่นแบบนี้ มันใช่เรื่องรึไง?”
“ฉันเคยเตือนเธอไว้แล้ว เรื่องนี้ไม่มีวันจบลงง่ายๆแน่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ มันได้จดบัญชีความแค้นไว้ในใจแล้ว เดี๋ยวจะได้รู้ว่าไอ้พวกคนรวยนี่ล่ะตัวดี! เตรียมรับแรงกระแทกได้เลยสาวน้อย!”
แต่ถึงอย่างนั้น หลินจิงซูกลับคลี่ยิ้มอย่างเยือกเย็น และได้บอกเล่าความจริงในเรื่องที่เธอได้ถอนคดีความแล้ว
“ในเมื่อคนพวกนั้นจ่ายเงินค่าทำขวัญให้แล้ว เมื่อเช้านี้หนูก็เลยไปที่สถานีตำรวจถอนแจ้งความให้เรียบร้อยแล้วล่ะ”
ติงเสวี่ยเหม่ยที่ยืนทำงานอยู่ข้างกันไม่ห่าง เมื่อได้ยินเช่นนั้นพลันร้องอุทานเสียงดังขึ้นมา
“ห๊ะ?! ถอนแจ้งความไปแล้วงั้นเหรอ? แค่ค่ารักษาพยาบาลจะสักเท่าไหร่กันเชียว ทำไมลูกต้องถอนแจ้งความด้วยล่ะ?”
เดิมทีติงเสวี่ยเหม่ยคิดเพียงแค่ว่า ค่าทำขวัญที่ได้มาคงครอบคลุมเพียงค่ารักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น ถึงแม้หลินจิงซูจะแกล้งทำเป็นป่วยก็ตามทีเถอะ แต่ต้องแลกกับไพ่ใบสำคัญอย่างเรื่องคดีความนั้น พูดได้ว่า คราวนี้ลูกสาวของเธอได้คว้าน้ำเหลวเต็มที่สินะ?
ทว่าไม่มีใครคาดคิด หลินจิงซูไม่พูดไม่จา แต่กลับควักซองกระดาษปึกหนาออกจากกระเป๋าขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะต่อหน้าคนทั้งคู่
พินิจคำนวณจากระดับชั้นความหนาของซองกระดาษตรงหน้า ทั้งเฉินเฉวียนเย่และติงเสวี่ยเหม่ยต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน!
“ลองนับดูสิคะว่าครั้งนี้หนูกำไรหรือขาดทุน?”
ติงเสวี่ยเหม่ยถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ จากนั้น จึงเริ่มหยิบธนบัตรตรงหน้าขึ้นมานับตามที่ลูกสาวบอก
“10,000 หยวนเชียวเหรอ?! ครอบครัวนั้นยินดีจ่ายเงินก้อนโตเพื่อให้ลูกถอนแจ้งความจริงๆน่ะเหรอ?!!”
ติงเสวี่ยเหม่ยรู้สึกประหลาดใจอย่างที่สุด เงินมูลค่าหมื่นหยวนไม่ใช่จำนวนน้อยๆเลย!
หลินจิงซูลากเก้าอี้มานั่งพร้อมกับระบายยิ้มกว้าง
“ครอบครัวนั้นกลัวว่าคดีความในครั้งนี้จะทำให้ประวัติลูกสาวของพวกเขาแปดเปื้อนน่ะค่ะ พวกเขาก็เลยใช้ไม้อ่อนขอประนีประนอมกับหนู ก็อย่างว่าพวกคนร่ำคนรวยก็แบบนี้ล่ะ ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองขาวสะอาดอยู่เสมอ เงินจะมากแค่ไหนก็พร้อมยอมจ่าย!”
ติงเสวี่ยเหม่ยใจสั่นด้วยความตื่นเต้น ไล่เรียงนับธนบัตรปึกนั้นทีละใบอีกครั้งอย่างมีความสุข
หลังจากนั้นฝ่ายชายก็เพิ่งจะได้สติ ในที่สุดเฉินเฉวียนเย่ก็เข้าใจจุดประสงค์ที่แท้จริงของหลินจิงซู ว่าเหตุใดเธอจึงเลือกที่จะนอนโรงพยาบาล และทำไมถึงไม่กลัวคนร่ำรวยพวกนั้นแก้แค้นเอาคืน
เพราะฝ่ายนั้นเองก็ปรารถนาให้ปัญหาทุกอย่างจบสิ้นลงโดยไวเช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติของลูกสาวตนเองต้องด่างพร้อยไปมากกว่านี้ และเงินก้อนนี้ก็คือเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า หลินจิงซูคิดถูกต้องแล้ว
“วิเศษ! วิเศษไปเลย! สาวน้อย เธอนี่มันอัจฉริยะชัดๆ! ถ้าจะทั้งชั่วทั้งรอบคอบได้ขนาดนี้ ควรลองเข้าวงการมาเฟียดูสักครั้งนะ!”
เฉินเฉวียนเย่ยิ้มร่าหยอกเย้าติดตลก
ส่วนเรื่องที่จ้าวเสี่ยวย่าว่าจ้างกลุ่มอันธพาลมาดักทำร้ายเธอก่อนหน้านี้ หลินจิงซูตัดสินใจที่จะไม่เล่าบอกไป เพราะเกรงว่าคนทั้งคู่จะต้องมานั่งเป็นกังวลโดยใช่เหตุ
“แล้วจะทำยังไงกับเงินตั้ง 10,000 หยวนดีล่ะ?”
คำถามนี้หลุดออกจากปากของเฉินเฉวียนเย่ และได้ช่วยดึงสติของหลินจิงซูให้กลับมาฉุกคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง
นั่นสินะ หรือจะกระหน่ำใช้ให้หนำใจดี!
ติงเสวี่ยเหม่ยเหมือนจะมองผ่านอ่านความคิดของลูกสาวตัวเองออก เธอรีบเอ่ยห้ามปรามทันควัน เพราะกลัวหลินจิงซูจะเอาไปผลาญเล่น
“หยุดเลยทั้งคู่! อย่าเอาเงินไปผลาญเล่นเหมือนตอนซื้อทีวีอีกเด็ดขาด! เงินก้อนใหญ่ขนาดนี้กว่าจะหามาได้ไม่ใช่ง่ายๆ ควรนำไปฝากธนาคารกินดอกเบี้ยรายปีจะดีกว่า น่าจะคุ้มค่าที่สุดแล้ว!”
แต่หลินจิงซูกลับไม่เห็นกับวิธีการของแม่ เงินที่ได้จากดอดเบี้ยรายปีนับว่าเล็กน้อยมาก เก็บออมทั้งชาติก็ไม่มีวันร่ำรวยได้!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







