LOGINตอนที่ 39 แผนการ (2)
เมื่อหลินจิงซูกลับมาถึง ติงเสวี่ยเหม่ยก็ทำงานบ้านเสร็จเรียบร้อยพอดี
หลินจิงซูพาแม่ของเธอไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว แล้วเริ่มเล่าเรื่องทุกอย่างที่ได้พบเห็นและได้ยินมาในวันนี้ให้เธอฟังทั้งหมด โดยเริ่มจากเรื่องที่ได้ช่วยป้าผางทวงเงินที่ถูกนักต้มตุ๋นหลอกไปคืนมา ส่วนในรายละเอียดปลีกย่อยนั้น หลินจิงซูบอกเพียงแค่ว่าเป็นความโชคดีของเธอเท่านั้น ไม่ได้เล่าพาดพิงถึงวิชาโกงไพ่ร้อยพันรูปแบบแม้แต่น้อย เพราะหากติงเสวี่ยเหม่ยรู้เรื่องพรรค์นี้เข้า ด้วยวัยและชุดความคิดของเธอ หลินจิงซูจะต้องถูกแม่ของเธอตำหนิอย่างยากจะหลีกเลี่ยงได้ โดยไม่พ้นเหตุผลที่ว่า วัยของเธอควรใส่ใจกับการเรียนหนังสือหนังหามากกว่า
พูดอ้อมผ่อนคลายความตึงเครียดได้พักใหญ่ ในที่สุดก็ถึงประเด็นหลักที่ชวนให้หนักใจ
“แม่คะ จะเอายังไงกับพ่อดี เรื่องตั๋วเที่ยวรีสอร์ทนั่นน่ะ?”
น้ำเสียงของหลินจิงซูแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นถนัดตา
“จะให้แม่ทำยังไงได้ล่ะ?” ติงเสวี่ยเหม่ยก้มหน้ามองต่ำทันทีที่ได้ยินคำถามนี้ ภายหลังที่เกิดเหตุการณ์มากมายในบ้านตระกูลหลิน เธอก็ตัดใจยอมแพ้กับเรื่องของหลินชิงอี้จนสิ้นแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า ในอดีตที่ผ่านมา เธอกับเขาก็เคยมีวันดีๆร่วมกัน จนบางครั้งเธอเองก็แอบมีความหวังลึกๆในใจว่า เธอจะสามารถทำให้หลินชิงอี้ตาสว่าง และกลับมาเป็นครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกที่สมบูรณ์ได้อีกครั้ง แม้ว่าความจริงนั้นจะ…
หลินจิงซูจับจ้องมองผู้เป็นแม่ที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาด้วยความสับสน เธอถึงกับต้องถอนหายหายใจเฮือกใหญ่อย่างช่วยไม่ได้
“แม่คะ หนูเข้าใจความรู้สึกของแม่ในตอนนี้ดีค่ะ แต่ใช่ว่าคนๆเดียวจะสามารถแก้ไขปัญหาของคนทั้งครอบครัวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพ่อที่ไม่ต้องการพวกเราแล้ว อะไรที่เป็นเหมือนมะเร็งร้าย ก็ควรต้องรีบตัดทิ้งไปก่อนที่จะสายเกินแก้ แล้วใช้ชีวิตกับสิ่งที่เหลือให้มีความสุขที่สุดดีกว่านะคะ”
ติงเสวี่ยเหม่ยสูดหายใจเข้าลึก พริบตาเดียวนั้นเหมือนจะตัดสินใจอะไรหลายๆอย่างได้แล้วเช่นกัน
“ลูกมีแผนการยังไงก็พูดมา แม่รอฟังอยู่”
ได้ยินคำพูดเหล่านี้จากปากแม่ของเธอ หลินจิงซูก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาก
เวลานี้ เป้าหมายสำคัญที่สุดก็คือการหาหลักฐานว่าหลินชิงอี้และอู๋ซิ่วเหลียวลอบเป็นชู้กัน ไม่อย่างนั้น ติงเสวี่ยเหม่ยจะต้องทนอยู่กับคนใจทรามอย่างหลินชิงอี้ต่อไป
หลินชิงอี้คนนี้นับว่าจิตใจต่ำทรามแทบไม่ใช่มนุษย์แล้ว หลอกใช้ประโยชน์จากความไว้เนื้อเชื่อใจของตาเธอ เพื่อให้ได้แต่งงานกับติงเสวี่ยเหม่ยและมีการมีงานทำอย่างเช่นทุกวันนี้ แต่เมื่อชีวิตเริ่มจะไปได้ดี ก็เลือกที่จะทรยศพวกเขา แล้วหันไปเป็นชู้กับอู๋ซิ่วเหลียนแทน
คนที่ไร้ซึ่งศีลธรรมเช่นนี้น่ะหรือ จะมีคุณสมบัติคู่ควรใช้ชีวิตร่วมกับพวกเธอสองแม่ลูก?
แผนการต่อจากนี้ก็คือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าหลินชิงอี้จะใช้ตั๋วเที่ยวรีสอร์ทนี้เมื่อไหร่?
“แม่คะ แม่จำป้าจางได้มั้ยคะ?”
หลินจิงซูเอ่ยถามขึ้นทันที
“หมายถึงหัวหน้าของพ่อเหรอจ๊ะ? คุณจางหลานใช่มั้ย?”
ติงเสวี่ยเหม่ยเลิกคิ้วเอ่ยถาม
“ถูกต้องแล้วค่ะ ในเมื่อเธอรู้เรื่องที่พ่อได้ตั๋วเที่ยวรีสอร์ทไป นั่นย่อมหมายความว่าเราจะสามารถขุดหาข้อมูลเกี่ยวกับพ่อเพิ่มเติมได้จากเธอ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราควรทำอย่างมาก็คือ การสร้างสัมพันธ์และมิตรภาพที่ดีกับเธอค่ะ!”
หลินจิงซูระบายยิ้มชั่วร้ายออกมาพร้อมกับพูดต่อว่า
“ถ้าพ่อกล้านอกใจแม่จริงๆ ก็เตรียมหาหลักฐานฟ้องหย่าได้เลย! ในกรณีแบบนี้แม่สามารถเรียกค่าชดเชยตามกฎหมายได้!”
ทันทีที่ติงเสวี่ยเหม่ยได้ยินคำว่า ‘หย่าร้าง’ ใบหน้าก็ถึงกับซึดเผือดลงจากเดิมมาก
“ซูซู ความจริงแม่เองก็ไม่ได้สนใจเรื่องค่าชดเชยอะไรเลย…”
“แม่คะ อย่าโง่ไปหน่อยเลย! ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนตระกูลหลินเอาเปรียบแม่สารพัด ถึงเวลาที่ต้องเรียกร้องค่าชดเชยจากพวกเขาบ้างแล้ว!”
“แล้วลูกจะทำยังไงเหรอจ๊ะ?”
ใจหนึ่งติงเสวี่ยเหม่ยก็ยังพยายามเสาะหาเหตุผลสารพัด เพื่อใช้ปลอบใจตัวเองว่าหลินชิงอี้ไม่มีทางนอกใจเธออย่างแน่นอน และยังหวังว่าเธอจะสามารถทวงคืนชีวิตดังเดิมกลับมาได้ ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบในอุดมคติของเธอนั้น ต้องประกอบไปด้วยพ่อ แม่ และลูก
เพียงแค่มองหน้าอีกฝ่าย หลินจิงซูก็รู้แล้วว่าติงเสวี่ยเหม่ยกำลังคิดอะไรอยู่ สิ่งนี้ยิ่งต้องกระตุ้นให้เธอต้องเสาะหาหลักฐานสำคัญมาใช้มัดตัวหลินชิงอี้ให้ได้!
เธอไม่มีวันเชื่อแน่ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างหลินชิงอี้กับอู๋ซิ่วเหลียนนั้นจะบริสุทธิ์ไร้ราคิน!
หลินจิงซูได้แต่แอบคิดอยู่ในใจว่า สำหรับเรื่องตั๋วเที่ยวรีสอร์ทนั้น พวกมันเตรียมรับความบันเทิงไว้ได้เลย!
เมื่อเวลานั้นมาถึง เวลาที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา เธออยากจะรู้เช่นกันว่า น้ำหน้าอย่างหลินชิงอี้ยังจะหาข้ออ้างอะไรมาแก้ตัวได้อีก!
ในยุค90เช่นนี้ ไม่มีหรอกสังคมออนไลน์ มีแต่พลังของการซุบซิบนินทาแบบปากต่อปาก ขอเพียงสามารถเปิดโปงเรื่องอื้อฉาวของหลินชิงอี้ได้ ที่เหลือก็ปล่อยให้บรรดาป้าๆข้างบ้านจัดการกันต่อแทน คราวนี้ล่ะ ทั้งหลินชิงอี้และอู๋ซิ่วเหลียวจะต้องจมน้ำลายตายอย่างแน่นอน!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







