LOGIN23 2-2
ตอนที่ 45 กรอบความคิดอันน่าสมเพช
เมื่อหลินจิงซูกลับมาจากการสอนหนังสือโจวอวี๋หานในตอนเย็น เธอก็พบติงเสวี่ยเหม่ยกำลังทำอาหารอยู่ในครัว สีหน้าเปี่ยมไปด้วยปิติสุขเหลือล้น อีกทั้งยังฮัมเพลงเป็นทำนอง ซึ่งนับเป็นภาพฉากที่พบเห็นได้ยากนัก
เห็นติงเสวี่ยเหม่ยอารมณ์ดีถึงเพียงนี้ หลินจิงซูได้แต่เลิกคิ้วขึ้นด้วยความฉงนสงสัย จงใจเอ่ยถามขึ้นว่า
“แม่ ทำไมแม่ดูมีความสุขจังเลยคะ?”
ติงเสวี่ยเหม่ยหยุดทำครัวในทันที เธอเหลียวหลังหันมามองบุตรสาวพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง
“ซูซู พ่อบอกว่าเดี๋ยวจะย้ายมาอยู่กับเราที่นี่ถาวรแล้ว! เขาบอกว่าที่ผ่านมา หลังจากที่น้องชายได้ตายจากโลกนี้ไป เขาก็ตกอยู่ในสภาวะสับสนชั่วขณะ หน้าที่ที่ต้องแบกรับก็มีเพิ่มขึ้น ไม่เพียงแต่จะต้องเลี้ยงดูพวกเราสองแม่ลูก แต่ยังต้องคอยส่งเสียดูแลซิ่วเหลียนกับลูกสาวของเธอด้วย ที่เขาเคยแสดงพฤติกรรมรุนแรงแบบนั้นกับเรา ก็เพราะเกิดมาจากความเครียด แต่ตอนนี้อะไรหลายๆอย่างก็ลงตัวแล้ว เขาก็พร้อมที่จะย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้กับเราได้แล้ว เป็นอย่างที่แม่บอกเลยเห็นมั้ยล่ะ? พ่อน่ะรักลูกจะตายไป! ไม่ต้องน้อยอกน้อยใจไปหรอกนะจ๊ะ!”
ได้ฟังเช่นนั้น หลินจิงซูถึงกับแอบแสยะยิ้มเย้ยหยันกับตัวเองเงียบๆ ปรากฏว่าหลินชิงอี้เดินแผนแบบนี้นี่เอง เคลื่อนไหวจากภายในเพื่อแย่งชิงอำนาจการควบคุม!
ที่เขาคิดว่าทุกอย่างดูง่ายไปหมดนั้น เป็นเพราะเธอกับติงเสวี่ยเหม่ยเป็นภรรยากับลูกสาวของเขา ยามที่ต้องการก็แค่เรียกหา ยามเบื่อหน่ายแล้วก็สามารถทิ้งขว้างได้ทุกเมื่อ!
ไม่ ทุกอย่างไม่ง่ายแบบนั้นหรอก!
หลินจิงซูถามขึ้นว่า
“แม่คะ คิดว่าพ่อจะสำนึกได้จริงๆเหรอคะ?”
ได้เห็นทัศนคติเช่นนี้ของบุตรสาว ติงเสวี่ยเหม่ยก็อดรู้สึกกังวลใจไม่ได้ เธอไม่อยากให้ครอบครัวต้องร้าวฉานไปมากกว่านี้อีกแล้ว
“ซูซู ไม่ว่ายังไงเขาก็เป็นพ่อของลูกนะ ในเมื่อทุกอย่างกลับสู่ความสงบสุขเหมือนเดิม เราก็ควรเชื่อฟังเขาไม่ใช่เหรอ? อ่อ..แล้วอีกอย่าง จากนี้เวลาไปสอนหนังสือที่บ้านคุณจางหลาน ลูกควรพูดถึงพ่อให้ดีๆหน่อยนะ”
หลินจิงซูนิ่งสงัดไปหลายวินาที ก่อนจะพยักหน้าตอบกลับไปว่า
“ได้ค่ะ หนูเข้าใจแล้ว”
ติงเสวี่ยเหมายมองเธอด้วยรอยยิ้มไม่จางหาย
“ดีแล้วล่ะ ยังไงเขาก็เป็นพ่อของลูก พวกเราล้วนเป็นครอบครัวเดียวกันนะ”
หลินจิงซูรู้สึกสังเวชใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อได้เห็นท่าทางที่ดูมีความสุขถึงเพียงนี้ของติงเสวี่ยเหม่ย ชุดความคิดที่โบราณอันแสนเน่าเฟะ กำลังค่อยๆกัดกินชีวิตของเธอโดยไม่รู้ตัว อาศัยเพียงคำพูดไม่กี่คำของหลินชิงอี้ ก็สามารถเกลี้ยกล่อมติงเสวี่ยเหม่ยให้กลับไปอยู่ในนรกอย่างมีความสุขได้
แต่พูดก็พูดเถอะ จะให้โทษว่าเป็นความผิดของติงเสวี่ยเหม่ยทั้งหมดก็ไม่ถูกนัก เพราะกระทั่งในโลกยุคปัจจุบัน กรอบความคิดที่ว่าเปิดกว้างแล้ว ก็ยังมีผู้หญิงอีกนับไม่ถ้วนยอมทนทุกข์อยู่กับความรักแย่ๆ ไม่ว่าผู้ชายจะเลวทรามขนาดไหน ก็ยังลุ่มหลงชนิดยอมเจ็บเพื่อเขาได้ทุกอย่าง แล้วนับประสาอะไรกับผู้หญิงในยุคนี้ที่กรอบความคิดคับแคบอย่างมากล่ะ?
ต้องยอมรับว่า การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ของหลินชิงอี้นั้นนับว่าแยบยลไร้ที่ติเช่นกัน สามารถรุกล้ำเข้ามาใกล้ได้ขนาดนี้โดยที่หลินจิงซูไม่ทันได้ระวังตัว
โชคยังดีที่หลินชิงอี้ยังไม่รู้ตัวว่า หลินจิงซูกำลังเก็บรวบรวมหลักฐานการเป็นชู้ระหว่างเขากับอู๋ซิ่วเหลียนอยู่ วิเคราะห์จากการเดิมเกมครั้งนี้ของเขา ดูเหมือนว่าจุดประสงค์ของเขานั้น เพียงแค่ต้องการให้เธอพูดถึงเขาดีๆต่อหน้าจางหลานเท่านั้น แต่หารู้ไม่ว่า การเคลื่อนไหวเช่นนี้ของเขา กลับสามารถสกัดให้แผนการรวบรวมหลักฐานของเธอต้องล่าช้าลงโดยไม่ตั้งใจ
“พรุ่งนี้พ่อของลูกจะมากินอาหารเย็นด้วยกันที่นี่ เลิกเรียนแล้วก็รีบกลับบ้านนะจ๊ะ”
ได้ยินติงเสวี่ยเหม่ยพูดเช่นนี้ หลินจิงซูก็ถึงกับหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำแทบจะในทันที
เพราะเธอรู้ดีว่า การที่เขามากินอาหารเย็นในวันพรุ่งนี้ มันหมายความว่าอย่างไร! หลินชิงอี้นี่มันสัตว์เดรัจฉานแท้ๆ ไม่ว่าผู้หญิงหน้าไหนก็พร้อมร่วมเตียงได้หมดจริงๆ ทั้งที่กำลังเล่นชู้สวาทกับอู๋ซิ่วเหลียนอยู่แท้ๆ แต่ยังหน้าด้านย้อนกลับมากินของเก่าอีก!
คิดได้เช่นนั้น หลินจิงซูถึงกับทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ เว้นเสียแต่ว่า เธอจะสามารถหาหลักฐานมัดอีกฝ่ายด้คาหนังคาเขา แล้วนำมาโยนใส่หน้าติงเสวี่ยเหม่ย ไม่อย่างนั้น ผู้หญิงคนนี้คงจะหน้ามืดตามัวเกินจะกู่กลับมาได้แล้ว!
“แม่ นี่แม่ไม่รู้สึกรังเกียจเลยเหรอที่พ่อไปมีอะไรกับอู๋ซิ่วเหลียนน่ะ?”
“ลูกห้ามพูดจาแบบนั้นอีกเด็ดขาด ความจริงก็เปิดเผยแล้ว พ่อของลูกมีเจตนาบริสุทธิ์ เรื่องระหว่างเขากับอู๋ซิ่วเหลียนมันไม่มีอะไรทั้งนั้น เหตุผลที่เขาต้องดูแลสองแม่ลูกนั่นก็เพราะการจากไปของลุงรองเฉยๆ”
หลินจิงซูไม่รู้จริงๆว่า ติงเสวี่ยเหมายกำลังหลอกตัวเอง หรือโง่งมหลงเชื่อคำพูดของหลินชิงอี้จริงๆกันแน่!
แค่คิดว่าหลินชิงอี้จะมาทานข้าวเย็นกับเธอในพรุ่งนี้ เธอก็รู้สึกปวดหัวขึ้นทันควัน
ถ้ายังขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ความพยายามทั้งหมดที่เธอทำมาก่อนหน้าคงจะต้องสูญเปล่าอย่างแน่นอน!
ไม่ได้การแล้ว เธอต้องรีบหาหลักฐานมามัดตัวหลินชิงอี้ให้ได้ก่อนเลิกเรียนในวันพรุ่งนี้!!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล




![ชีวิตนี้ฉันขอชดใช้ ด้วยลมหายใจสุดท้าย [SM] NC25++](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


