เข้าสู่ระบบ24 1-2
ตอนที่ 46 เป็นความคิดที่วิเศษมาก
สิ้นสุดอาหารมื้อเย็นในวันนั้น หลินจิงซูก็ได้นำข้าวกล่องที่ติงเสวี่ยเหม่ยได้ตระเตรียมไว้ไปส่งที่บ้านของศาสตราจารย์หวัง
วันนี้ทั้งศาสตราจารย์หวังและย่าหวังต่างก็ไม่อยู่บ้านกันทั้งคู่ จึงเหลือเพียงแค่จู้หยานที่กำลังยืนสอดส่องอยู่ภายในห้องใต้หลังคา และไม่รู้เหมือนกันว่าเขากำลังถ่ายรูปอะไรอยู่
หลินจิงซูร้องทักทายจู้หยานอย่างเป็นกันเอง
“ได้เวลากินข้าวแล้ว”
จู้หยานวางกล้องลงบนโต๊ะ หันไปจ้องมองหลินจิงซูที่กำลังจัดเรียงกล่องอาหารแต่ละชนิดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ทันทีที่เจ้าสาหร่ายขนสีขาวปุกปุยเห็นเธอเข้า มันก็เริ่มกระดิกหางและเดินเข้ามาคลอเคลียวนเวียนอยู่รอบเท้าของเธออย่างรักใคร่ ทุกวันนี้เจ้าสาหร่ายดูเหมือนจะชอบหลินจิงซูมากกว่าจู้หยานผู้เป็นเจ้าของเสียอีก
หลินจิงซูอุ้มเจ้าสาหร่ายขึ้นมาและวางร่างของมันลงบนถาดตาชั่ง แล้วจึงหันไปบอกกับจู้หยานว่า
“ช่วงนี้น้ำหนักของเจ้าสาหร่ายดูเหมือนจะขึ้นเยอะเกินไปแล้วนะ ต้องงดให้ขนม แล้วก็อย่าให้กินอะไรเพิ่มมากไปกว่านี้ ไม่งั้นอาจส่งผลเสียต่อสุภาพของมันได้”
จู้หยานพยักหน้ารับทราบ สายตาสอดส่ายไปมา ท่าทางของเขาดูคล้ายกับคนกำลังสงสัย
“ดูเหมือนคุณจะรู้เรื่องแมวไม่น้อยเลย?”
“ฉันเคยเลี้ยงแมวจรจัดมาก่อน หลายตัวเลยล่ะ”
หลินจิงซูอุ้มเจ้าสาหร่ายตัวอ้วนวางลงกับพื้น
“แล้วพวกมันอยู่ที่ไหน?”
“หลงทางหนีไปหมดแล้ว”
นึกถึงเรื่องราวในครั้งนั้น หลินจิงซูถึงกับใจคอสั่นเทาด้วยความวิตกกังวลอย่างหนัก เพราะตั้งแต่ที่เธอได้ย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านพันคนชราแล้ว เธอก็ไม่เคยได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับแมวจรจัดพวกนั้นอีกเลย อายุอานามของเธอในครั้งนั้นก็ค่อนข้างมากพอควร อย่าว่าแต่ดูแลแมวเลย เพียงแค่จะดูแลสังขารตัวเองก็ยังแทบไม่ไหวแล้ว
“เป็นอะไรรึเปล่า? สีหน้าของคุณมันบอกว่าอารมณ์ไม่สู้ดีเท่าไหร่?”
จู่ๆจู้หยานก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
หลินจิงซูจ้องหน้าอีกฝ่ายครู่ใหญ่ พร้อมกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ผุดขึ้นในใจ คาดไม่ถึงเลยว่า อีกฝ่ายจะเฝ้าสังเกตสีหน้าและอารมณ์ของเธออยู่ตลอดเวลาเช่นนี้ ในมุมมองของเธอ จู้หยานเป็นคนที่ไร้ซึ่งทักษะในการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นโดยสิ้นเชิง อีกทั้งยังมีโลกส่วนตัวสูงมากอีกด้วย
“ก็นิดหน่อย” หลินจิงซูคาดเดาต่อได้ทันทีว่า อีกฝ่ายจะต้องถามถึงเหตุผลที่ทำให้เธออารมณ์ไม่ดีอย่างแน่นอน และตัวเธอเองก็ได้เตรียมคำตอบไว้พร้อมแล้วเช่นกัน
แต่ใครจะคาดคิดว่า จู้หยานจะเป็นคนแหวกแนว และทำตัวแหกสามัญสำนึกได้อย่างสิ้นเชิงเช่นนี้ ทั้งที่ตนเองเป็นฝ่ายริเริ่มไถ่ถามก่อนแท้ๆ แต่เมื่อพูดจบ ก็หันไปอุ้มแมวขึ้นมากอดเล่นในอ้อมแขน และไม่คิดจะถามหรือพูดคุยต่อแต่อย่างใด
หลินจิงซูเฝ้ารออยู่เป็นเวลานาน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะเอ่ยถามแต่อย่างใด สุดท้ายก็อดรนทนไม่ได้ และเป็นฝ่ายเริ่มเปิดประเด็นแทน
“ไม่คิดจะถามหน่อยเหรอว่าเพราะอะไร?”
“ทำไมต้องถามด้วยล่ะ?”
จู้หยานตอบไปพลาง กอดแมวในอ้อมแขนไปพลาง
“ก็เพราะนายเพิ่งถามฉันว่า เป็นอะไรรึเปล่า? หลังฉันตอบไปแล้ว นายก็ควรจะต้องถามต่อไม่ใช่เหรอว่าเพราะอะไร?”
สำหรับผู้ชายที่มักทำตัวแหกสามัญสำนึกคนนี้ หลินจิงซูอยู่ด้วยแล้วรู้สึกอยากจะบ้าตาย ตอนนี้ไม่เพียงเธอจะไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด แต่กลับรู้สึกอึดอัดมากขึ้นไปอีก
จู้หยานส่ายหน้า “ผมไม่อยากถาม”
“นี่นาย….”
หลินจิงซูทิ้งตัวลงนอนพิงพักบนเก้าอี้ยาวข้างจู้หยาน ถอดถอนหายใจด้วยความละเหี่ยใจ หยิบเศษอาหารแมวที่เหลืออยู่เล็กน้อย หลอกล่อให้เจ้าสาหร่ายกระโดดหนีออกจากอ้อมแขนของอีกฝ่าย จากนั้น ก็ยึดเจ้าแมวอ้วนสีขาวปุกปุยไว้เป็นตัวประกันทันที
“ฉันไม่สนหรอกว่านายจะอยากถามหรือเปล่า เพราะถึงยังไงฉันก็จะพูดให้ฟังอยู่ดี แล้วถ้านายไม่ยอมฟัง ฉันก็จะไม่คืนเจ้าสาหร่ายให้!”
“รู้แล้ว รู้แล้ว งั้นก็พูดๆมาเถอะ”
จู้หยานต้องยอมจำนนในที่สุด
ได้ฟังคำยินยอมจากปากของอีกฝ่าย หลินจิงซูที่กำลังจะอ้าปากพูด จู่ๆก็นึกไม่ออกว่าควรจะเริ่มเล่าจากตรงไหนก่อนดี หลังจากพินิจใคร่ครวญจัดเรียงลำดับความคิดในหัวอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ค่อยเล่าปูเรื่องก่อนว่า
“นายเคยเห็นเรื่องที่เกิดขึ้นในตรอกวันนั้นแล้วใช่มั้ย? ถ้าอย่างนั้น นายก็น่าจะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวของฉันดี มิหนำซ้ำนายยังรู้ความลับที่ฉันใช้วิชาโกงไพ่เป็นอีก เพราะฉะนั้น ถ้าฉันจะปรึกษาเรื่องอะไรสักอย่างกับนาย ดูท่าจะน่าปลอดภัยกว่าปรึกษาแม่ในตอนนี้เยอะเลย”
ตัวเธอในตอนนี้รู้สึกไร้ซึ่งพันธมิตรอย่างสิ้นเชิง เว้นแต่จู้หยานที่อยู่ตรงหน้านี้เพียงคนเดียว เพราะแม้กระทั่งติงเสวี่ยเหม่ยยังลังเลเลือกข้างระหว่างตัวเธอกับหลินชิงอี้ไม่ได้
ดังนั้น หากจะต้องเสี่ยงปรึกษากับใครสักคน เธอขอวางเดิมพันไว้ที่จู้หยานยังดีเสียกว่า
เพราะอย่างน้อยที่สุด จู้หยานก็ไม่ใช่พวกปากโป้งเก็บความลับไม่อยู่ สัญชาตญาณของเธอบอกกับเธอเช่นนั้น
หลินจิงซูเริ่มสาธยายบอกเล่าถึงข้อสงสัยทั้งหมดเกี่ยวกับหลินชิงอี้ให้จู้หยานฟัง
“คุณต้องการให้พ่อแม่หย่ากันจริงๆเหรอ?”
ภายหลังได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ใบหน้าของจู้หยานก็ฉายแววประหลาดใจออกมาให้เห็น สบตากับเธอในระยะใกล้ชิด เผยให้เห็นประกายตาสีเหลืองอำพันคู่นั้น
“ถูกต้อง ฉันคิดว่าตัวเองมีเหตุผลมากเพียงพอ”
หลินจิงซูระบายยิ้มส่งให้พร้อมพูดต่อว่า
“ส่วนเหตุผลที่ว่านั้น ฉันคงไม่สามารถลงลึกในรายละเอียดได้ เอาเป็นว่า การที่พวกเขาทั้งสองหย่าร้างกันนับเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว”
คำถามคือ หลังจากนี้ติงเสวี่ยเหม่ยจะสามารถใช้ชีวิตอยู่โดยไม่หย่าได้อย่างสงบสุขหรือไม่? ซึ่งคำตอบนั้นก็ก็ชัดเจนอยู่แล้วนับตั้งแต่ที่อู๋ซิ่วเหลียนวางแผนชั่วเพื่อใส่ร้ายแม่ของเธอ มีครั้งแรกย่อมต้องมีครั้งที่สอง และลำพังเพียงแค่หลินจิงซูคงจะไม่สามารถช่วยติงเสวี่ยเหม่ยให้พ้นภัยได้ตลอดไปทุกครั้งเช่นกัน และต่อให้สามารถช่วยได้ เธอก็ไม่อยากทำอีกต่อไปแล้ว
เธอไม่ต้องการทนอยู่ในวัฎจักรที่บัดซบแบบนี้ต่อไป!
สิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดหลังจากเกิดใหม่ก็คือ การเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของติงเสวี่ยเหม่ยและตัวเธอเอง!
“ความคิดของคุณช่างวิเศษมากจริงๆ”
จู้หยานเว้นช่องไฟเล็กน้อยแล้วจึงพูดต่อว่า
“นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว”
“ห๊ะ? นี่นายบอกว่าเป็นความคิดที่วิเศษมากงั้นเหรอ?”
หลินจิงซูแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เธอไม่คิดไม่ฝันเลยว่า จู้หยานจะเห็นดีเห็นงามกับเธอด้วยจริงๆ!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







