แชร์

ตอนที่ 44 ความโง่งม

ผู้เขียน: Chawin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-12 14:15:50

23 1-2

            ตอนที่ 44 ความโง่งม

            ในวันที่สอง หลินจิงซูเตรียมตัวจะเดินทางไปที่บ้านของจางหลาน เพื่อสอนพิเศษให้กับโจวอวี๋หาน

            ก่อนที่จะก้าวเท้าพ้นประตูห้องนอน เธอได้หยิบหนังสือแบบฝึกหัดวิชาคณิตศาสตร์ที่เคยขนติดกระเป๋าออกมาจากบ้านเก่าไปด้วย หวังจะใช้มันเป็นคู่มือประกอบการสอนให้กับโจวอวี๋หาน

            แต่เมื่อเดินออกไป เธอก็พบหลินชิงอี้กับติงเสวี่ยเหม่ยกำลังนั่งคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่น

            เวลาที่ติงเสวี่ยเหม่ยส่งสายตาจ้องมองไปที่หลินชิงอี้นั้น เธอไม่สามารถเก็บซ่อนรอยยิ้มที่ฉายปรากฏอยู่บนใบหน้าไว้ได้เลย

            นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่แยกครอบครัวกันอยู่ ที่หลินชิงอี้มาพบเธอถึงบ้านริมแม่น้ำหลังนี้

            หลินจิงซูพอจะคาดเดาได้ว่า เหตุใดหลินชิงอี้จึงได้ปรากฏตัวขึ้นที่นี่วันนี้ คงเป็นเพราะเรื่องที่เธอกับจางหลานไปที่บ้านตระกูลหลินเมื่อคืนนี้ มีแนวโน้มเป็นไปได้สูงว่า จางหลานอาจนำเหตุการณ์ที่พบเห็นเมื่อคืนนี้ไปพูดในที่ทำงาน และนั่นจะทำให้ชื่อเสียงของเขาต้องหมองมัว

            สิ่งที่หลินชิงอี้กลัวที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องการทำให้เจ้าของโรงงานขุ่นเคืองใจ ยิ่งจางหลานเป็นญาติสนิทของเขาด้วยแล้ว ก็ยิ่งต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ สำหรับเรื่องสังคมในที่ทำงานนั้น หลินจิงซูย่อมเข้าใจได้ทะลุปรุโปร่งกว่าใครๆ เพราะในชีวิตก่อนหน้า เธอต้องอยู่ภายใต้การเมืองในสังคมการทำงานที่บีบบังคับอยู่แทบทุกวัน นั่นได้หล่อหลอมให้เธอรู้จักเปลี่ยนสีไปตามสถานการณ์ได้อย่างช่ำชอง

            หาไม่แล้ว เธอจะใช้ชีวิตอยู่ในโรงงานนรกแบบนั้นมานับสิบๆปีได้ยังไง?

            ทันทีที่เห็นเธอเดินออกมา หลินชิงอี้ก็เริ่มวางมาด ปั้นสีหน้าเคร่งขรึมใช้อำนาจของความเป็นผู้ใหญ่เข้าข่มทันที

            “จิงซู นี่แกจะออกไปไหนตั้งแต่เช้า? แล้วไม่รู้จักทักทายพ่อตัวเองบ้างรึไง? สัมมาคาราวะต่อผู้หลักผู้ใหญ่หายไปไหนหมด?”

            ติงเสวี่ยเหม่ยลุกจากเก้าอี้ แล้วรีบเดินตรงเข้าไปพาลูกสาวมาหยุดยืนตรงหน้าหลินชิงอี้ เธอยิ้มและพูดขึ้นอย่างมีความสุขว่า

            “ซูซู พ่อของลูกกลับมาแล้วนะ หลังจากนี้พวกเราสามคนจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขซะที”

            ติงเสวี่ยเหม่ยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เธอดูมีความสุขอย่างมาก และสามารถสัมผัสได้ว่าสามีคนนี้ยังคงรักและห่วงใยเธอกับลูกสาวเสมอมา การที่เขาเยี่ยมเยียนพวกเธอสองแม่ลูกถึงที่บ้านตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้ ยิ่งเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า ภายในใจของผู้ชายคนนี้ พวกเธอสองแม่ลูกนั้นสำคัญเสียยิ่งกว่าอู๋ซิ่วเหลียนและหลินเสวี่ย

            หลินจิงซูฉีกยิ้มเย้ยหยันด้วยความสมเพช เธอคิดว่าติงเสวี่ยเหม่ยจะตาสว่างแล้วเสียอีก แต่ที่ไหนได้ แม่ของเธอยังมีภาพเพ้อฝันสลักลึกอยู่ในใจอีกเหรอ?

            ครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกงั้นเหรอ? ให้ตายเถอะ!

            มักจะเป็นเช่นนี้ทุกครั้ง ไม่ว่าติงเสวี่ยเหม่ยจะมุ่งมั่นตั้งใจขนาดไหน แต่เมื่อได้ฟังคำพูดออดอ้อนของหลินชิงอี้ที่มางอนง้อขอคืนดี และแทบใช้เวลาไม่นานเกินรอ เธอก็จะกลายเป็นคนใจอ่อนไปในทันที

            หลินจิงซูอยากจะเปิดใจพูดกับติงเสวี่ยเหม่ยตรงๆสักครั้งว่า หลินชิงอี้คนดีของแม่ได้หมดรักต่อตัวเธอและแม่ไปหมดแล้ว แต่ก็อย่างว่า พูดไปตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้อาจไม่เพียงไร้การเปลี่ยนแปลง ซ้ำร้ายเรื่องราวอาจจะเลวร้ายลงยิ่งกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

            เธอตระหนักดีว่า ตราบใดที่ยังหาหลักฐานเป็นรูปธรรมไม่ได้ ติงเสวี่ยเหม่ยจะไม่มีทางตัดใจจากหลินชิงอี้ได้เด็ดขาดสมบูรณ์

            สำหรับเรื่องนี้ แม้จะรู้สึกสมเพชในตัวแม่ของเธออยู่บ้าง แต่เธอก็ไม่สามารถตำหนิติงเสวี่ยเหม่ยได้จริงๆ สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูที่ผ่านมาทั้งชีวิตของเธอนั้น ได้กำหนดให้เธอต้องรู้จักซื่อสัตย์ต่อสามี ทัศนคตินี้เปรียบเสมือนแม่พิมพ์เหล็กกล้าที่ถูกตีขึ้นเพื่อให้เธออยู่ในกรอบและห้ามฝ่าฝืน เพราะฉะนั้น ติงเสวี่ยเหม่ยจะต้องเชื่อฟังหลินชิงอี้ ไม่ว่าเขาจะพูดหรือสั่งอะไรก็ตาม

หากจะโทษ ก็ควรโทษขนบธรรมเนียมโบราณที่ทั้งล้าหลังและไม่เป็นธรรมมาตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

หลินจิงซูโค้งศีรษะลงพร้อมเอ่ยทักทายสวัสดี และเตรียมจะวิ่งปรี่ออกไปข้างนอกทันที แต่หลินชิงอี้กลับหยุดเธอเอาไว้เสียก่อน เขาตะโกนดุเสียงดังด้วยความไม่พอใจอย่างมาก

“เสียมารยาท! พ่อสั่งให้ไปได้แล้วเหรอ!?”

หลินจิงซูค่อยๆหันหน้ากลับไปมองผู้เป็นพ่อด้วยรอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้ม เค้นเสียงสะกดทีละคำอย่างเย็นชาว่า

“ยังมีหน้าเรียกตัวเองว่า ‘พ่อ’ อีกเหรอคะ? หน้าไม่อาย แต่ก็ช่างเถอะ หนูรับปากป้าจางไว้ว่า วันนี้จะไปสอนหนังสือให้กับลูกชายของเธอ”

“นี่แก!?” หลินชิงอี้ชี้หน้าก่นด่าหลินจิงซูด้วยความเดือดดาล

“นี่แกคิดเหรอว่าจะยืมมือจางหลานมาโค่นล้มฉันได้? ฝันไปเถอะนังเด็กไม่รักดี!”

เมื่อวานอู๋ซิ่วเหลียนฟ้องเขาจนหมดแล้วว่า หลินจิงซูจงใจพาจางหลานมาที่บ้านเพื่อแสดงถึงความแข็งแกร่งของเธอ เดิมทีหลินชิงอี้ก็ไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก ว่าเด็กขี้ขลาดอย่างหลินจิงซูจะกล้าทำเรื่องแบบนั้นจริงๆ แต่เวลานี้ ปรากฏว่าเป็นอย่างที่อู๋ซิ่วเหลียนบอกไว้ไม่มีผิด!

“พ่อก็คิดมากน่า หนูเหรอจะกล้าเลื่อยขาเก้าอี้พ่อตัวเองได้ลง?”

แม้ปากจะบอกไม่กล้า แต่สีหน้าท่าทางที่แสดงออกมานั้นกลับตรงกันข้ามอย่างชัดเจน

สิ้นเสียงพูดจบ หลินจิงซูก็หมุนตัวเดินออกจากบ้านไปพร้อมกับหนังสือเรียน ข้ามหน้าข้ามตาไม่รอฟังคำตอบใดๆจากหลินชิงอี้อีกต่อไป

เห็นว่าลูกสาวคนนี้ไม่มีความเกรงกลัวใดๆต่อพ่อบังเกิดเกล้าอย่างตนเอง ใบหน้าของหลินชิงอี้ก็เปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวน่าเกลียดเต็มไปด้วยความเคียดแค้นฉับพลัน

แต่ทันใดนั้น เหมือนเขาจะมีความคิดดีๆบางอย่างผุดขึ้น สายตาคู่นั้นเคลื่อนเปลี่ยนไปที่ติงเสวี่ยเหม่ยแทน

ไม่ว่าหลินจิงซูจะหัวกบฏแค่ไหน แต่เธอก็ยังเชื่อฟังติงเสวี่ยเหม่ยเสมอ พูดง่ายๆก็คือ ขอเพียงมีติงเสวี่ยเหม่ยอยู่ในกำมือ เขาก็จะสามารถควบคุมนังเด็กเดรัจฉานนั่นได้อยู่ดี!

           

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status