เข้าสู่ระบบ40 1-2
ตอนที่ 78 แม่คนนี้เทียบไม่ติดเลย
หลินจิงซูทราบดี ในเวลาเพียงแค่สั้นๆ ติงเสวี่ยเหม่ยย่อมไม่สามารถรับความจริงในข้อนี้ได้อย่างแน่นอน
แม้ชีวิตของเธอจะผ่านอะไรมามากมาย แต่สุดท้ายแล้ว หลินชิงอี้ก็คือครึ่งชีวิตที่อยู่ร่วมกับเธอมานานกว่าสิบปี
เธอเป็นคนจิตใจดีอ่อนโยนและคิดเสมอว่า ทุกคนรอบตัวเธอก็คงมีจิตใจดีเหมือนเธอเช่นกัน ส่วนเรื่องที่ถูกหลินชิงอี้กับคนอื่นเอาเปรียบกดขี่ ก็โทษเป็นเรื่องของกรรมเก่าที่ต้องชดใช้ไป
น่าเสียดาย เธอประมาทกับเรื่องจิตใจมนุษย์มากจนเกินไป
หลินจิงซูเชื่อว่าสักวันหนึ่งติงเสวี่ยเหม่ยจะค่อยๆคุ้นชินไปเอง และจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การตัดสินใจแยกจากตระกูลหลินในวันนั้น คือตัวเลือกที่ถูกต้องที่สุดแล้วในชีวิต
“แม่คะ ไปหาป้าจางกันก่อนเถอะ เราต้องการคำปรึกษาเรื่องที่พักจากเธอ อันที่จริงหนูเองก็ได้เคยคุยเรื่องนี้กับป้าจางค้างไว้ประมาณหนึ่งแล้ว จะเหลือก็แค่พาแม่ไปดู”
ได้ยินว่าลูกสาวของเธอกำลังจะพาไปหาผู้หญิงที่ชื่อจางหลานคนนั้น ติงเสวี่ยเหม่ยก็ขมวดคิ้วแน่น ถามแทรกขึ้นทันควันว่า
“ลูกกับจางหลานดูสนิทกันมากเลยนะ? ถึงกับพูดคุยปรึกษาเรื่องการหาบ้านไว้หมดแล้วด้วยเหรอ?”
หลินจิงซูคิดว่าที่แม่ของเธอถามเช่นนั้นเพราะไม่เชื่อ เธอจึงพยักหน้าหนักแน่นแสดงความมั่นอกมั่นใจและยิ้มตอบว่า
“ใช่ค่ะ ป้าจางใจดีกับหนูมากเลย ทั้งหมดต้องขอบคุณเธอ ที่ทำให้เรื่องการหาบ้านของเราราบรื่นได้ขนาดนี้!”
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้นจากปากลูกสาว ติงเสวี่ยเหม่ยกลับรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อยปนผิดหวังหน่อยๆ
“ความสัมพันธ์ระหว่างลูกกับเธอคงจะดีมากเลยสินะ ถึงกับยอมทำทุกอย่างเพื่อลูกได้ขนาดนี้ ก็เหมาะสมแล้วที่คนแบบนั้นจะกลายมาเป็นเจ้าคนนายคน แม่คนนี้เทียบเธอไม่ติดเลย”
หลินจิงซูไม่ทันสังเกตเห็นความผิดหวังเล็กๆที่เจืออยู่ในน้ำเสียงของติงเสวี่ยเหม่ย เธอคิดเพียงแค่ว่าแม่ของเธอกำลังชื่นชมจางหลานอยู่จริงๆ
“ใช่แล้วค่ะ ป้าจางเป็นผู้หญิงที่เก่งมาก! สักวันหนูจะต้องเป็นแบบเธอให้ได้! เพื่อปกป้องดูแลแม่ในวันหน้า!”
ติงเสวี่ยเหม่ยเอื้อมมือออกไปลูบศีรษะของหลินจิงซูอย่างแผ่วเบา และเพียงแค่ยิ้มไม่พูดอะไรอีกเลยแม้สักคำ
ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงบ้านของจางหลาน
เมื่อเห็นว่าติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูมาที่นี่พร้อมกับถุงกระสอบใบโต จางหลานก็รีบเปิดประตูต้อนรับด้วยความตื่นตระหนก วินาทีนั้น ถึงกับรีบยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูหลินจิงซูอย่างอดรนทนไม่ได้
“จิงซูน้อย นี่หย่ากันจริงๆเหรอ?!”
หลินจิงซูพยักหน้าเล็กน้อย
เฝ้ามองทั้งสองยืนกระซิบกระซาบกันด้วยความใกล้ชิดสนิทสนม ติงเสวี่ยเหม่ยเปรียบดั่งเห็นภาพสะท้อนอะไรบางอย่าง วินาทีเดียวกันนั้น เธอก็เบี่ยงหน้าหนีและเมินมองออกไปทางอื่นอย่างเงียบๆ
“ป้าจางคะ หานน้อยไม่อยู่บ้านเหรอคะ?”
หลินจิงซูเอ่ยถามจางหลาน
จางหลานยิ้มตอบ
“หานน้อยกับพ่อออกไปเล่นที่บ้านคุณย่าน่ะ ส่วนเรื่องบ้านที่คุยกันค้างไว้ ป้าหาแบบที่เราต้องการได้แล้วนะ เดี๋ยวป้าจะพาเรากับแม่ออกไปดูพร้อมกันเลย”
บุคลิกนิสัยของจางหลานทั้งดูแข็งแกร่งและมากไปด้วยศักดิ์ศรีความเหนือชั้น อีกทั้งยังเปี่ยมไปด้วยพละกำลังความกระตือรือร้นยิ่งกว่าผู้ชายบางคนด้วยซ้ำไป ตั้งแต่ต้นจนตอนนี้ที่ทั้งสองฝ่ายได้พบเจอกัน เธอไม่เพียงต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี แต่กระทั่งตอนจะเข้าบ้าน จางหลานยังเป็นฝ่ายริเริ่มพยายามช่วยถือถุงกระสอบใบโตของติงเสวี่ยเหม่ยเข้าไปให้ด้วย
แต่เวลาเดียวกัน จู่ๆสีหน้าท่าทางของติงเสวี่ยเหม่ยก็แปรเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เธอดูไม่ปกติอย่างที่เคยเป็นเลยสักนิด และยังบอกกับจางหลานว่า
“ไม่จำเป็นค่ะ แม้ดิฉันจะไม่เก่งเท่าคุณ แต่ดิฉันก็มีปัญญาแบกสัมภาระพวกนี้เข้าไปเองได้ ขอบคุณในความหวังดีนะคะ”
หลินจิงซูถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ เธอไม่เคยเห็นติงเสวี่ยเหม่ยแสดงกิริยาแบบนี้ออกมาเลยสักครั้งในชีวิต
แต่จางหลานกลับมองข้ามไม่สนใจกับท่าทีที่ไม่เป็นมิตรของติงเสวี่ยเหม่ย มิหนำซ้ำยังตอบกลับด้วยรอยยิ้มอีกว่า
“เสวี่ยเหม่ย เธอพูดแบบนี้ไม่ถูกนะ การที่สามารถเลี้ยงดูจิงซูน้อยให้เป็นจิงซูน้อยอย่างทุกวันนี้ได้ นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่าเธอเป็นแม่ที่เก่งขนาดไหน มีผู้หญิงอีกนับไม่ถ้วนที่ต่อให้จะมีความสามารถมากมาย แต่ก็ประสบความล้มเหลวในฐานะแม่ เพราะฉะนั้นเสวี่ยเหม่ย เธอจะต้องมั่นใจในตัวเองเข้าไว้นะ!”
ติงเสวี่ยเหม่ยอดรู้สึกทึ่งไม่ได้ เพราจางหลานไม่เพียงไม่รู้สึกโกรธกับคำพูดเหน็บแนมของเธอ แต่ยังพูดยกย่องชื่นชมเธออีกด้วย อึดใจต่อมา ใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความอับอาย รีบก้มหน้าก้มตาตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า
“ไม่เลยค่ะ ฉันไม่มีอะไรดีเหมือนคุณเลย คุณจางหลานดูเก่งไปซะทุกด้าน สามารถขึ้นมาเป็นผู้นำของพวกผู้ชายมากมายในโรงงานได้แบบนี้ คุณช่างน่าทึ่งมากจริงๆค่ะ”
จางหลานเท้าสะเอวถ่ายน้ำหนักผ่อนคลายเล็กน้อย ถอนหายใจด้วยความเอ็นดูผู้หญิงคนนี้
“แล้วใครเป็นคนกำหนดว่า จะต้องเป็นผู้ชายเท่านั้นถึงจะสามารถขึ้นเป็นผู้นำได้? ผู้หญิงอย่างเราๆมีความสามารถกว่าที่คิดมากนะคะ บทบาทของผู้หญิงในที่ทำงาน แท้ที่จริงก็ไม่ได้สำคัญน้อยไปกว่าพวกผู้ชายเลย!”
เข้าประเด็นพูดถึงเรื่องงานเมื่อไหร่ จางหลานจะกลับกลายเป็นหญิงแกร่งและเปี่ยมไปได้ด้วยความมั่นใจในทันที และสิ่งนี้เองที่ทำให้ติงเสวี่ยเหม่ยรู้สึกอิจฉาที่สุด เธอเอง…ก็อยากเป็นเช่นนั้นบ้างเหมือนกัน
ปรากฏว่าโลกใบนี้ยังมีผู้หญิงอีกมากมาย ที่ไม่จำเป็นต้องหลบๆซ่อนๆอยู่ภายใต้เงาของผู้ชาย!
ทีแรกหลินจิงซูเตรียมใจไว้แล้ว และพร้อมรับบทเป็นกรรมการห้ามปราบศึกใหญ่ระหว่างผู้หญิงทั้งสอง แต่กลับไม่คาดคิดว่า บทบทสนทนาของพวกเธอหลังจากนั้น จะกลับมีชีวิตชีวาได้ถึงเพียงนี้
ทั้งคู่ต่างหัวเราะยิ้มแย้มและมีอารมณ์ร่วมไปด้วยกัน
นี่นับเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ที่เธอได้เห็นติงเสวี่ยเหม่ยมีบทสนทนาดีๆกับใครสักคน
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







