เข้าสู่ระบบ40 2-2
ตอนที่ 79 การทำธุรกิจ
บุคลิกนิสัยดั้งเดิมของหลินจิงซูในชีวิตก่อนหน้า ล้วนได้รับการถ่ายทอดมาจากติงเสวี่ยเหม่ย ทั้งคู่เหมือนกันราวกับแกะ เธอเองก็เคยเป็นผู้หญิงจืดชืดน่าเบื่อและชอบเก็บเนื้อเก็บตัว แต่หลังจากเกิดใหม่จึงตระหนักได้ว่าเธอจะต้องไม่เป็นคนเดิมอีกต่อไป จึงได้พยายามฝืนใจเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้มากที่สุด จนวันหนึ่งก็ค้นพบว่า ขอเพียงยอมเปิดใจ การจะสานสัมพันธ์กับคนอื่นรอบตัวกลับไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด
ในเวลานี้ การได้เห็นติงเสวี่ยเหม่ยพูดคุยกับคนอื่นอย่างมีความสุขแบบนี้ ตัวเธอเองก็พลอยมีความสุขตามไปด้วยเช่นกัน เพราะอย่างน้อยๆ ก็ไม่ต้องเห็นอีกฝ่ายจมปรักอยู่กับภวังค์แห่งความทุกข์ทรมานหลังการหย่าร้าง
ผู้หญิงทั้งสามพูดคุยกันไปอยู่ตลอดเวลา ทั้งในตอนที่เก็บข้าวของอยู่ในบ้าน จนกระทั่งเดินออกมาดูบ้านที่ต้องการเช่าอยู่ จางหลานชี้ไปที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับสามแยกพร้อมกับร้องบอกว่า
“นั่นไง”
ทันทีที่ติงเสวี่ยเหม่ยเห็นทำเลบ้านซึ่งอยู่ติดกับถนนที่พลุกพล่าน ก็รู้ได้ในทันทีว่าค่าเช่าคงจะไม่ถูกอย่างแน่นอน
สามแยกแห่งนี้อยู่ใกล้กับโรงเรียนหลายแห่งในระแวกนี้ ถนนตรงหน้าที่ตัดผ่านก็มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองได้ จึงมีทั้งคนทำงานและนักเรียนมากมายที่ใช้เส้นทางสัญจรนี้ เข้ามาจับจ่ายซื้อของในย่านนี้กันเป็นจำนวนมากในทุกๆวัน เรียกได้ว่าเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่มีฝูงชนพลุกพล่านที่สุดในแถบชนบทนี้แล้ว
ติงเสวี่ยเหม่ยเอ่ยบอกไปตามความจริง
“ฉันเกรงว่าพวกเราคงเช่าที่นี่ไม่ไหว”
หลินจิงซูรีบหันไปอธิบายทันที
“แม่คะ ความจริงหนูเป็นคนขอให้ป้าจางช่วยหาสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านแบบนี้ให้เองค่ะ ป้าจางมีเส้นสายเกี่ยวกับเรื่องบ้านในแถบนี้ค่อนข้างมาก ก็มีแต่ป้าจางเท่านั้นล่ะค่ะที่ที่ช่วยพวกเราได้”
จางหลานช่วยพูดสนับสนุนอีกแรง
“ที่นี่เป็นบ้านเก่าของป้าฉันเอง หลังจากที่ลูกชายของแกย้ายไปเรียนที่โรงเรียนในเซี่ยงไฮ้เมื่อปีก่อน บ้านก็ปล่อยร้างไม่มีใครอยู่ ส่วนเรื่องค่าเช่าไม่ต้องห่วงเลย มีฉันอยู่ทั้งคน ราคาไม่ได้สูงขนาดนั้นหรอก แม้จะแพงกว่าบ้านตามตรอกซอกซอยหน่อย แต่เรื่องความปลอดภัยฉันรับรองได้เลย!”
คู่คิ้วของติงเสวี่ยเหม่ยยังคงขมวดไม่คลาย เธอถามอีกครั้งด้วยความสงสัยว่า
“เราแค่หาที่อยู่อาศัยไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมต้องมาอยู่ใจกลางถนนที่มีคนเดินพลุกพล่านแบบนี้ด้วยล่ะ?”
“แม่คะ หนูอยากเริ่มต้นทำธุรกิจ ก็เลยต้องเลือกทำเลดีๆแบบนี้ วันหน้าจะได้สะดวกในเรื่องตั้งแผงขายอาหาร!”
“อะไรนะ?!!” ติงเสวี่ยเหม่ยได้ฟังก็ตื่นตระหนกสุดขีด รีบโพล่งเสียงดังกล่าวต่อว่า
“บรรพบุรุษของทั้งตระกูลติงกับตระกูลหลินเรา ล้วนไม่เคยทำการค้ามาหลายชั่วอายุคน ลูกกล้าพูดจาแบบนี้ออกมาได้ยังไง? แล้วถ้าขาดทุนขึ้นมาจะทำยังไง?”
เมื่อเห็นว่าติงเสวี่ยเหม่ยไม่เห็นด้วยอย่างมากกับความคิดในเรื่องการทำธุรกิจของหลินจิงซู จางหลานที่กำลังจะอ้าปากจะช่วยเกลี้ยกล่อมอีกแรง ก็เพิ่งคิดได้ว่า ทั้งหมดเป็นเรื่องภายในครอบครัวที่ทั้งคู่ต้องจัดการกันเอง คนนอกอย่างเธอไม่มีมีสิทธิ์ไปกำหนดทิศทางการตัดสินใจใดๆได้
จะทำธุรกิจแต่กลัวจะขาดทุนอย่างเดียว นี่เป็นทัศนคติที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะขึ้นชื่อว่าการทำธุรกิจแล้ว ย่อมต้องมีทั้งกำไรขาดทุนเป็นเรื่องธรรมดา แต่เหตุผลสำคัญที่จางหลานไม่กล้าออกตัวพูดช่วยพูดก็คือ หากในภายภาคหน้า ธุรกิจของติงเสวี่ยเหม่ยมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นจริงๆ นั่นไม่เท่ากับว่า เธอเองก็มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบด้วยหรอกเหรอ?
ยิ่งสถานะของจางหลานในเวลานี้ ที่มีความเกี่ยวข้องกับวิธีชีวิตของสองแม่ลูกอย่างใกล้ชิด จะคิดหรือพูดอะไรออกไปสักคำก็ควรต้องไต่ตรองให้ดีก่อน มิฉะนั้น คำแนะนำของเธออาจชักนำสองแม่ลูกไปสู่ปากเหวก็เป็นได้
หลินจิงซูเข้าใจดีถึงความกังวลภายในหัวของติงเสวี่ยเหม่ย แต่เรื่องแบบนี้เธอก็ต้องเปิดใจยอมรับความเสี่ยงเช่นกัน เพราะเรื่องธุรกิจนั้นไม่มีคำว่าจับเสื้อมือเปล่า!
แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ พวกเธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากเริ่มทำธุรกิจ!
“แม่คะ แต่เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเหมือนกัน แทนที่จะอยู่เฉยๆนั่งกินเงินก้อนสุดท้ายรอคอยความหายนะ ทำไมเราไม่ลองเสี่ยงโชคกับเรื่องธุรกิจดูบ้างล่ะ?”
“แม่เองก็ยังทำงานหาเงินได้อยู่ แม่ไม่ยอมนั่งเฉยๆกินเงินก้อนไปวันๆหรอก”
ติงเสวี่ยเหม่ยยังคงไม่เห็นด้วยอยู่ดี
เธอเคยได้ฟังผ่านหูมามากเกี่ยวกับเรื่องถูกหลอกให้ลงทุนในธุรกิจจนล้มละลายหมดตัว บางครอบครัวถึงขั้นบ้านแตกสาแหรกขาด ดังนั้นในสายตาของเธอ การทำธุรกิจจึงมีค่าไม่ต่างอะไรจากการถือเงินไปเล่นพนันเลย
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น จำนวนเงินในมือของพวกเธอก็มีเพียงแค่ไม่กี่พันหยวนเท่านั้น หากพลาดพลั้งขึ้นมาก็เท่ากับเจ็บตัวหนัก!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







