LOGIN43 2-2
ตอนที่ 85 เริ่มธุรกิจจากการขายชานมไข่มุก? (2)
หลินจิงซูครุ่นคิดกับตัวเองอยู่ภายในใจครู่หนึ่ง พยายามปลอบใจตัวเองด้วยการมองว่า จู้หยานนั้นร่ำเรียนมาสูงกว่าอาจจะเป็นนักวิเคราะห์ที่เก่งกาจก็จริง แต่สุดท้ายในการลงมือทำจริงๆนั้น เธอมั่นใจว่าด้วยประสบการณ์ชีวิตที่มีมากกว่า ย่อมมองอะไรได้ขาดกว่าเสมอ รวมไปถึงปัญหาละเอียดในเชิงการค้าขายด้วย
เห็นว่าข้างนอกเริ่มมืดแล้ว แขกภายในบ้านต่างก็ทยอยกลับกันไป ส่วนเรื่องธุรกิจชานมไข่มุกนั้น ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปอะไรในท้ายที่สุด
ภายหลังโบกมือร่ำลาส่งทุกคนกลับบ้านแล้ว รอยยิ้มประดับทั่วใบหน้าของติงเสวี่ยเหม่ยก็เลือนหายไปฉับพลัน เหลียวหันมองไปทางหลินจิงซูพร้อมพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังว่า
“ซูซู เรื่องที่พูดบนโต๊ะอาหารเมื่อครู่จริงรึเปล่า? ลูกคิดจะหาเงินจากธุรกิจชานมไข่มุกจริงๆน่ะเหรอ?”
หลินจิงซูพยักหน้าตอบ
“แน่นอนค่ะแม่ หนูเอาจริง”
หลังได้ฟังการวิเคราะห์ถึงข้อดีและข้อเสียมากมายเกี่ยวกับธุรกิจประเภทนี้ ติงเสวี่ยเหม่ยเองก็มีคำตอบภายในใจแล้วเช่นกัน และคำตอบที่ว่าก็คือ เธอต้องการเปิดโอกาสให้ลูกสาวได้ทำในสิ่งที่ต้องการมากที่สุด
เธอไม่ได้ให้คำตอบในทันที แต่ถามย้ำเพื่อความมั่นใจว่า
“จะมีคนยอมจ่ายเงินซื้อชานมไข่มุกกินจริงๆใช่มั้ย?”
หลินจิงซูตาเป็นประกายสว่างสดใสขึ้นในทันทีที่ได้ยิน การที่ติงเสวี่ยเหม่ยตั้งคำถามทำนองนี้ออกมา ย่อมหมายความว่าเธอยินยอมแล้ว
ในเมืออนุมัติแล้ว ติงเสวี่ยเหม่ยจึงได้ยิงคำถามเจาะลึกต่อในทันที
“แล้วเราจะเริ่มต้นธุรกิจยังไง?”
เมื่อติงเสวี่ยเหม่ยเอ่ยถาม หลินจิงซูก็อธิบายตอบทันที
“ขั้นแรก เราต้องหาช่างไม้มาทำรถเข็นขายสินค้าก่อน จากนั้นค่อยซื้อตู้เย็นสำหรับกักตุนวัตถุดิบต่อไป ชานมไข่มุกต้องกินแบบเย็นเท่านั้น น้ำแข็งจึงจำเป็นอย่างมาก จะให้คอยวิ่งไปซื้อจากร้านค้าตลอดเวลาก็คงไม่ไหว มีหวังต้นทุนบานปลายแน่นอน”
เมื่อได้ยินคำแรกว่าต้องจ้างช่างไม้มาทำรถเข็นสินค้า ติงเสวี่ยเหม่ยยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง เพราะรถเข็นไม้คันหนึ่งอย่างมากสุดก็ไม่เกินสามร้อยหยวน ซึ่งไม่ได้แพงอะไรมากมาย ตรงข้ามกับตู้เย็นที่มีราคานับหลายพันหยวน!
ประโยคหลังทำเอาติงเสวี่ยเหม่ยอดเสียวสะท้านขึ้นมาไม่ได้!
เธอตกใจมากจนแทบทรุดฮวบลงกับพื้น รีบถามย้ำซ้ำอีกทีว่า
“ซูซู นี่ลูกพูดจริงเหรอ? ตู้เย็นราคาแพงมากเลยนะ?”
“แม่คะ ตู้เย็นจำเป็นกับธุรกิจของกินแทบทุกชนิด ต่อให้ไม่ขายชานมไข่มุก ตู้เย็นก็เป็นสิ่งจำเป็นอยู่ดี เพราะถ้าไม่มีตู้เย็นสำหรับเก็บวัตถุดิบต่างๆ แล้วของกินที่ทำออกมาเกิดบูดแล้วมีลูกค้าทานเข้าไป ผลลัพธ์ที่ตามมาจะเข้าขั้นหายนะได้เลยนะคะ”
คำนึงถึงจำนวนเงินที่มีเพียงเล็กน้อยในมือตอนนี้ ติงเสวี่ยเหม่ยก็รู้สึกเจ็บปวดใจอย่างมาก เธอพูดเสียงอ่อนขึ้นว่า
“แต่ตู้เย็นเครื่องหนึ่งราคาก็มากกว่าพันหยวนแล้วนะลูก”
หลินจิงซูเอ่ยตอบ
“เราจะซื้อเป็นตู้เย็นชนิดเครื่องแช่ รุ่นที่ราคาถูกสุดน่าจะอยู่ที่ 1,400หยวน ตอนนี้เรายังมีเงินเหลืออยู่ในมือราว 4,000หยวน หลังหักค่าเช่าบ้านครึ่งปีกับค่าอาหารที่จำเป็นแล้ว เราก็ยังมีเงินเหลือติดกระเป๋าอยู่ราวสามร้อยหยวนนิดๆ”
ติงเสวี่ยเหม่ยดูค่อนข้างเป็นกังวล เธอถามขึ้นว่า
“งั้นก็หมายความว่า ครึ่งปีหลังจากนี้เราจะเหลือเงินประทังชีวิตอยู่แค่สามร้อยหยวนนิดๆน่ะสิ?”
นี่ไม่เท่ากับว่าพวกเธอกำลังจะอดตายงั้นเหรอ? แล้วถ้าธุรกิจไปไม่รอดขึ้นมา สองแม่ลูกจะต้องเผชิญพบกับชีวิตที่แสนลำบากเสมือนตกนรกทั้งเป็นอย่างแน่นอน!
หลินจิงซูมองโลกในแง่ดีกว่ามาก เธอพูดปลอบใจผู้เป็นแม่ว่า
“แม่คะ ช่วงเริ่มต้นธุรกิจแบบนี้ไม่มีใครไม่เคยลำบากมาก่อนหรอกค่ะ แม้กระทั่งมหาเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จอยู่ในตอนนี้”
ติงเสวี่ยเหม่ยยอมจำนนในที่สุด
“แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ค่าเล่าเรียนกับค่าอาหารของลูก ในส่วนนี้แม่จะไม่มีวันยอมลดลงเด็ดขาด ถ้าเงินเกิดขาดมือขึ้นมาจริงๆ แม่จะไปขอยืมจากป้าใหญ่ของลูกเอง”
ได้ยินชื่อนี้เข้าหลินจิงซูถึงกับกลอกตามองบน พ่นลมหายใจออกมาด้วยความรังเกียจ
“หมายถึงป้าใหญ่ที่เป็นพี่สาวแม่น่ะเหรอคะ? ถ้าคนแบบนั้นยอมให้แม่ยืมเงินจริงๆล่ะก็ เชื่อเถอะว่าคงต้องขูดเลือดขูดเนื้อแม่จนตายแน่ๆ รับรองว่าดอกเบื้ยที่คิดคงไม่ถูกกว่าพวกเงินกู้นอกระบบแน่นอน”
ติงเสวี่ยเหม่ยรู้ดีอยู่แก่ใจว่า พี่สาวของตนนั้นมีอุปนิสัยใจคออย่างไร แต่ทันใดนั้นเอง จู่ๆเธอก็นึกถึงพี่ชายในตระกูลติงอีกคน แต่คนๆนี้ประกอบอาชีพเป็นพวกเต้นกินรำกิน ส่วนเรื่องความมั่นคงในชีวิตนั้นดูเหมือนจะไม่มีสักเท่าไหร่
ที่พูดแบบนี้ใช่ว่าเป็นเพราะเธอดูถูกอาชีพของพี่ชาย แต่เป็นเพราะนิสัยที่ชอบใช้เงินสุรุ่ยสะร่ายของเขาต่างหาก
สิ่งที่เธอพอจะรู้ก็คือ พี่ชายของเธอคนนี้ทำงานอยู่กับคณะตลก ช่วงไหนมีงานเยอะ เขามักจะใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง ทั้งข้อมือทั้งลำคอล้วนสวมสร้อยกำไลทองคำเต็มไปหมด แต่ช่วงไหนที่ไม่มีงาน แทบจะเมาหลับอยู่ตามข้างถนน เงินเก็บออมไม่มีแม้แต่หยวนเดียว คติการใช้ชีวิตของผู้ชายคนนี้นิยามได้สั้นๆว่า ‘มีเหล้าสักขวด ไม่ว่าตรงไหนก็คือที่นอน’ เพราะแบบนี้ ชีวิตของเขาจึงไม่มีความมั่นคง
เมื่อนึกถึงติงจูฮั่วผู้เป็นพี่ชายขึ้นมา ติงเสวี่ยเหม่ยก็ถึงกับถอดถอนหายใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า
“ถ้าลุงของลูกรู้จักหัดเก็บเงินซะบ้างก็คงจะดีมาก! ยืมเงินกับเขาแม่หนักใจน้อยที่สุดแล้ว!”
เมื่อหลินจิงซูได้ยินติงเสวี่ยพูดถึงติงจูฮั่ว คลื่นความไม่สบายใจก็ได้ถาโถมเข้าสู้หัวใจของเธออีกครั้ง
จะเป็นเรื่องอะไรไปได้อีก? เพราะจุดจบของชีวิตผู้ชายที่ชื่อติงจูฮั่วนั้น…ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







