แชร์

ตอนที่ 86 ความจริงในความฝัน

ผู้เขียน: Chawin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-12 14:29:49

44 1-2

ตอนที่ 86 ความจริงในความฝัน

            ในช่วงกลางดึก ติงเสวี่ยเหม่ยตื่นขึ้นมาเพราะความกระหายน้ำจัด ระหว่างเดินลงบันไดไปที่ห้องรับแขกเพื่อหาน้ำกิน เธอได้เดินผ่านห้องนอนของหลินจิงซู และบังเอิญได้ยินเสียงร้องคร่ำครวญดังลั่นมาจากด้านใน

            “จูฮั่ว จูฮั่ว อย่าไป!”

            “หนูอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีลุง อย่าทิ้งหนูไป!!”

            เมื่อติงเสวี่ยเหม่ยได้ยินเสียงร้องตะโกนเช่นนั้น หัวใจของเธอพลันบีบรัดสั่นระรัว เธอมั่นใจว่าลูกสาวของเธอต้องกำลังฝันร้ายอยู่แน่ ด้วยความกังวลใจเธอจึงลืมอาการกระหายน้ำไปเสียสนิท และรีบเดินปรี่ไปเปิดประตูห้องนอนของหลินจิงซูด้วยความตื่นตระหนกใจ

            หลินจิงซูนอนตะเกียกตะกายอยู่บนเตียง ทั้งเนื้อทั้งตัวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ หน้านิ่วคิ้วขมวดบิดเบี้ยวดูทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง และเอาแต่ร่ำร้องตะโกนว่า

            “จูฮั่ว จูฮั่ว อย่าทิ้งหนูไป!!”

            ตัวหลินจิงซูเองก็ไม่ค่อยชอบติงจูฮั่วเท่าไหร่นัก เพราะเขาและหลินชิงอี้ต่างฝ่ายต่างก็กลียดขี้หน้ากันและกันเป็นที่สุด ในฐานะลูกสาว ใครก็ตามที่พ่อผู้ให้กำเนิดไม่ชอบ เธอเองย่อมต้องไม่ชอบด้วยเป็นเรื่องปกติ

            เธอมักจะเรียกติงจูฮั่วด้วยชื่อจริงของเขาเสมอ เป็นเพราะไม่ชอบอีกฝ่าย เธอจึงปีนเกลียวเรียกขานชื่อของเขาจนติดปาก แต่ติงจูฮั่วเองกลับไม่เคยถือโกรธหรือนึกรังเกียจ เพราะไม่ว่าหลานสาวจะต้องการสิ่งใด เขาก็เคยไม่ขัดใจเลยแม้แต่เรื่องเดียว

            แต่คราวนี้ ติงเสวี่ยเหม่ยกลับต้องรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ไม่ใช่เรื่องที่เรียกขานชื่อจริงของติงจูฮั่วแบบห้วนๆ ทว่าเป็นประโยคท้ายหลังที่แสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่เปลี่ยนไปของหลินจิงซูที่มีต่อติงจูฮั่วต่างหาก

            เธอรีบปลุกหลินจิงซูให้ตื่นจากภวังค์ฝันร้ายทันที

            หลินจิงซูเบิกตาโพลง ลูกตาดำหดแคบเท่ารูเข็มด้วยความตื่นตกใจสุดขีด ต่อมาเมื่อเห็นว่าติงเสวี่ยเหม่ยนั่งอยู่ข้างเตียงด้วยสีหน้าเป็นกังวล วินาทีนั้น เธอจึงโผเข้าสวมกอดอยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นแม่แนบแน่น

            ติงเสวี่ยเหม่ยกระชับกอดตอบบุตรสาว ยกมือตบแผ่นหลังของสาวน้อยอย่างแผ่วเบาเป็นการปลอบประโลม

            “ซูซู บอกแม่สิ ลูกฝันเห็นอะไรถึงได้ตกใจกลัวขนาดนี้?”

            หลินจิงซูฝังศีรษะซุกหลบอยู่ในอ้อมแขนของติงเสวี่ยเหม่ย ปิดปากเงียบสนิทไร้ซึ่งคำคอบใดๆ

            สัมผัสถึงความเงียบงันของอีกฝ่าย ติงเสวี่ยดเหม่ยจึงเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

            “ลูกฝันเห็นลุงติงงั้นเหรอ? เมื่อครู่แม่ได้ยินลูกตะโกนลั่นว่าจูฮั่วอยู่ตลอด”

            ร่างกายของหลินจิงซูชักกระตุกอย่างแรงเสมือนถูกไฟดูด นี่เธอละเมอเรียกชื่อติงจูฮั่วระหว่างที่นอนหลับงั้นเหรอ?

“ลูกฝันเห็นอะไรเหรอจ๊ะ? มันน่ากลัวขนาดนั้นเชียว?”

ติงเสวี่ยเหม่ยเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาอย่างระมัดระวัง

หลินจิงซูตอบกลับไปว่า

“หนูฝันเห็นลุงติงค่ะแม่ ในฝันลุงไม่ต้องการหนูอีกต่อไปแล้ว หนูกลัวมาก”

ภายหลังได้ยินเช่นนั้น ติงเสวี่ยเหม่ยจึงเอื้อมมือออกไปลูบศีรษะของเธอ พร้อมกับยิ้มตอบว่า

“เด็กโง่ ลุงติงของลูกจะทิ้งลูกได้ยังไงกันจ๊ะ? คนที่เขารักและเอ็นดูที่สุดก็คือลูกนะ แม้เขาจะไม่ใช่คนดีอะไรนักก็ตาม แต่ความห่วงใยที่เขามีให้ลูกล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น”

“เชื่อคำพูดแม่แล้วนอนต่อเถอะนะจ๊ะ เดี๋ยวแม่จะคอยเฝ้าอยู่ตรงนี้ให้เอง แม่จะไม่ยอมให้ฝันร้ายรังแกลูกได้อีก”

ติงเสวี่ยเหม่ยเขยิบเข้าไปนั่งที่ขอบเตียง ยกมือตบหลังอีกฝ่ายเป็นจังวะอย่างแผ่วเบา พร้อมกับฮัมเพลงขับกลอมให้หลับฝันดี

ไม่ว่าจะเป็นติงเสวี่ยเหม่ยหรือติงจูฮั่ว ทั้งคู่ต่างก็มีเสียงร้องเพลงที่เป็นเอกลักษณ์และไพเราะจับใจเป็นอย่างมาก เวลาที่ติงเสวี่ยเหม่ยร้องเพลง หลินจิงซูมักจะหลับตาดื่มด่ำไปกับท่วงทำนองให้ได้มากที่สุดเสมอ

น้ำเสียงหวานล้ำขับกล่อมบรรเลงต่อไป หลินจิงซูค่อยๆหลับตาลงจนกระทั่งปิดสนิท แต่จิตใจของเธอก็ยังคงดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความฝันอีกครั้ง

ภายในความฝัน ติงจูฮั่วกำลังเดินกระเผลกลากขาที่หักอยู่ท่ามกลางสายฝนหนัก หลินจิงซูที่อยู่เบื้องหลังพยายามวิ่งไล่ตามไปเท่าไหร่ก็ไม่ทันสักที

จนกระทั่งหลินจิงซูต้องกรีดร้องตะโกนสุดเสียง

“จูฮั่ว! จูฮั่ว!! อย่าทิ้งหนูไป! อย่าทิ้งหนูไว้ตามลำพัง!!”

ไม่! นี่ไม่ใช่ความฝัน! ส่วนหนึ่งในนั้นคือความจริง!

ในชีวิตก่อนหน้า ติงจูฮั่วต้องพิการขาหักเพราะไม่มีเงินจ่ายหนี้ก้อนโตให้กับเจ้าพ่อเงินกู้นอกระบบ นี่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากที่ติงเสวี่ยเหม่ยเสียชีวิตไปแล้ว

เหตุการณ์นี้ทำให้เธอรู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ตาเฒ่าติงรักลูกชายคนนี้มากขนาดไหน

ผู้เฒ่าติงที่รังเกียจลูกชายคนนี้มาโดยตลอด ถึงกับยอมไปคุกเข่าอยู่ที่หน้าบ้านตระกูลหลิน เพื่อขอยืมเงินจากหลินชิงอี้มาจ่ายหนี้จ่ายสินแทนลูกชายของตน ชายชราต้องนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนั้นเกือบหนึ่งวันเต็ม และท้ายที่สุด ก็ถูกอู๋ซิ่วเหลียนสาดน้ำเย็นใส่ อีกทั้งยังใช้ไม้กวาดหวดไล่ผู้เฒ่าติงให้ไสหัวออกไปไม่ต่างจากหมูจากหมาด้วย

ในช่วงเวลานั้น หลินจิงซูกำลังหมกมุ่นอยู่กับความเศร้าโศกจากการสูญเสียแม่อันเป็นที่รักไป และความผิดหวังอย่างมากที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ เดิมทีเธอต้องเรียนซ้ำชั้นอีกหนึ่งปีตามระบบการศึกษาของประเทศนี้ แต่เธอกลับถูกหลินชิงอี้ผลักไสให้เข้าไปทำงานในโรงงานแทน ส่วนหลินเสวี่ยที่สอบไม่ผ่านเหมือนกัน กลับได้เรียนซ้ำชั้นอีกหนึ่งปี และสามารถสอบติดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางตอนใต้ในท้ายที่สุด

หลินจิงซูประชดต่อความอยุติธรรมที่ได้รับจากผู้เป็นพ่อ เธอปฏิเสธการทำงานที่นั่นและได้ไปทำงานในโรงงานอาหารกระป๋องแมวนับตั้งแต่นั้น

ต่อมา ภายหลังจากที่หลินจิงซูเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง เธอตั้งใจว่าจะลองออกเดินทางเพื่อตามหาติงจูฮั่ว แต่ยิ่งพยายามค้นหาเขาเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้ยินข่าวลือหนาหูว่า ติงจูฮั่วได้ตัดสินใจขึ้นเรือประมงมุ่งหน้าสู่ประเทศไทยไปแล้ว และระหว่างทางกลับได้เผชิญกับพายุมรสุมลูกใหญ่เข้า ไม่มีใครสักคนในเรือที่รอดตายจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นเลย สิ่งที่เหลือทิ้งไว้ในประเทศไทยเพียงอย่างเดียวก็คือเศษซากของเรือประมงลำนั้น

วินาทีที่ทราบข่าวการเสียชีวิตของติงจูฮั่ว หลินจิงซูรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา สิ่งที่แวบเข้ามาในหัวก็คือคำพูดประชดประชันเต็มไปด้วยความหยาบคายของเธอที่ใช้พูดกับเขา ครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองได้พบเจอกัน จึงจบลงด้วยการจากลาที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก เมื่อเธอรู้ว่าตนเองไม่มีโอกาสได้ขอโทษอีกฝ่ายแล้วตลอดกาล หัวใจดวงนี้ก็พลันบิดเบี้ยวสับสนไปหมด

ในช่วงเวลานั้น เธอมักจะเก็บเรื่องของติงจูฮั่วและความรู้สึกผิดภายในใจไปฝันในตอนกลางคืน แต่เมื่อกาลเวลาล่วงเลยผ่านไป ความถี่ของฝันร้ายก็ลดหลั่นลงตามลำดับ

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอฝันถึงติงจูฮั่วนับตั้งแต่ได้เกิดใหม่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status