LOGIN47 1-2
ตอนที่ 92 ห้องมืดที่เก็บซ่อนความลับ
แม้หลินจิงซูจะค่อนข้างงุนงงไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก แต่เธอยังคงความเคารพการตัดสินใจของอีกฝ่าย
ถ้าหากจู้หยานไม่ต้องการให้เธอเข้าไปข้างใน เธอก็แค่รออยู่ตรงนี้
เธอกระชับกอดเจ้าสาหร่ายไว้ในอ้อมแขนแนบแน่น และยืนรออยู่หน้าประตูอย่างเชื่อฟัง ปากก็พูดออกไปว่า
“ถ้างั้นนายก็เข้าไปเถอะ เดี๋ยวฉันกับเจ้าสาหร่ายจะรออยู่ตรงนี้”
จู้หยานพยักหน้าส่งเสียงตอบกลับมาเพียงสั้นๆว่า “อืม” ก่อนจะหยิบกุญแจไขเข้าห้องมืดไปเพียงลำพัง
เมื่อร่างของจู้หยานหายเข้าไปในห้องมืด และบานประตูตรงหน้ากำลังจะปิดลงนั้น จู่ๆเจ้าสาหร่ายก็ดีดตัวพุ่งหนีออกจากอ้อมแขนของหลินจิงซูอย่างกะทันหันพร้อมกับเสียงร้อง “เมี้ยวว~” ด้วยสรีระที่ยืดหยุ่นของมัน พริบตาต่อมา มันก็ไปยืนสี่ขาอยู่ข้างน้ำยาล้างฟิล์มตรงโต๊ะทำงานในห้องแล้ว
“ไม่นะเจ้าสาหร่าย!”
หลินจิงซูรีบพุ่งตัวติดตามเข้าไป พยายามจะเอื้อมมือออกไปคว้าจับตัวเจ้าสาหร่ายไว้ไม่ให้เล่นซนไปมากกว่านี้
แต่จู้หยานก็ได้รีบช้อนตูดของเจ้าสาหร่ายที่มีนิสัยซุกซน ให้ออกห่างจากขวดน้ำยาล้างฟิล์มได้อย่างทันท่วงที
เมื่อใดที่ผิวหนังของแมวเกิดสัมผัสโดนน้ำยาล้างฟิล์มพวกนี้ อาจทำให้ผิวหนังของมันเกิดแผลไหม้จากสารเคมีได้ เจ้าสาหร่ายเกือบต้องบอกลาเจ้านายของมันอย่างหวุดหวิดแล้วเชียว
“ทำไมถึงได้ดื้อแบบนี้นะ!”
น้ำเสียงเย็นยะเยือกของชายหนุ่มที่ฟังออกว่ากำลังอารมณ์เสียไม่น้อย พริบตาไม่ทันได้ยั้งคิด เขาก็ยกมือขึ้นตบก้นอวบอ้วนของเจ้าสาหร่ายอย่างแรงไปหลายที
“จู้หยาน นาย…”
คำพูดของหลินจิงซูช่วยดึงสติของเขากลับคืนมา และเพิ่งรู้ตัวว่าใครบางคนได้เข้ามาในห้องนี้โดยไม่รับอนุญาตเสียแล้ว จู้หยานรีบชี้นิ้วไปที่ประตูด้วยสีหน้าตื่นตระหนกซึ่งยากนักจะได้เห็น พร้อมกับตะคอกเสียงดังไล่เธอออกไปทันที
“ออกไป!”
บนผนังด้านหนึ่งในห้องมืด ปรากฏภาพถ่ายของหลินจิงซูครอบคลุมพื้นที่ไปกว่าครึ่ง สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงที่ชื่อหลินจิงซูนั้นมีอิทธิพลต่อจิตใจเจ้าของห้องมืดแห่งนี้มากเพียงใด
และไม่ใช่เรื่องยากเช่นกันที่หลินจิงซูจะสังเกตเห็นรูปภาพเหล่านั้น
คราวก่อนไม่ใช่ว่ามีภาพเธอยืนหันหลังแค่เธอรูปเดียวหรอกเหรอ? ทำไมครั้งนี้ถึงได้เปลี่ยนไปมาก?
หลินจิงซูเริ่มกลับมาย้อนคิดกับตัวเอง หรือแท้ที่จริงแล้ว…ตัวเธอเองจะมีพรสวรรค์ในการเป็นนางแบบด้วย? ไม่ยักรู้เหมือนกันว่าตัวเองจะเป็นคนที่ถ่ายรูปขึ้นขนาดนี้? คงเพราะแบบนั้นล่ะมั้ง จู้หยานในฐานะตากล้องคงจะอดใจไม่ให้ถ่ายรูปเธอเก็บไว้ได้สินะ?
อืม อืม พอเข้าใจได้ล่ะ ก็คนมันสวยนี่นะ!
“ออกไป!!”
จู้หยานเพิ่มระดับเสียงขับไล่ให้ดังขึ้นไปอีก อ้อมแขนทั้งสองข้างที่กำลังอุ้มแมวเริ่มสั่นเทาเกินควบคุม
แม้แต่เจ้าสาหร่ายยังสัมผัสได้ถึงความตื่นตระหนกของผู้เป็นเจ้านาย มันส่งเสียงร้องเหมียวๆอยู่หลายครั้งหวังปลอบประโลม และถึงกับยกอุ้งเท้าที่เต็มไปด้วยขนสีขาวปกปุยขึ้นมาเขี่ยๆ ราวกับต้องการจะบอกอีกฝ่ายให้ใจเย็นๆ
หลินจิงซูไม่เพียงไม่ออกไปไหนทั้งนั้น แต่ยังขยับเข้าไปใกล้ทิศทางที่จู้หยานยืนอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ
“จู้หยาน นี่นายถ่ายรูปฉันทำไม?”
เธอเพียงแค่ต้องการให้จู้หยานยอมรับความจริง การฝึกให้เด็กหนุ่มรู้จักกล้าแสดงออก นี่ล่ะคือหน้าที่ของผู้ใหญ่อย่างเธอ
“ผมบอกให้ออกไป!!”
จู้หยานสืบเท้าก้าวถอยหนีอย่างต่อเนื่อง แรงสั่นของน้ำเสียงยิ่งเพิ่มความหวาดหวั่นมากขึ้นเรื่อยๆ เขาพยายามดีดตัวให้ออกห่างจากหลินจิงซูมากที่สุด
เห็นจู้หยานมีท่าทีขวัญผวาแบบนั้น หลินจิงซูก็เริ่มรู้สึกสงสัย นี่เธอทำให้เขาหวาดกลัวรึเปล่านะ?
ไม่ว่าความคิดความอ่านของจู้หยานจะโตเกินวัยเพียงใด แต่สุดท้ายเขาก็ยังเป็นเพียงแค่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งเท่านั้น
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ในฐานะที่เธอเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง เธอจึงมีหน้าที่ต้องรับฟังปัญหาของเด็กๆ และช่วยแก้ไขให้
หลินจิงซูยิ้มกล่าวว่า
“จู้หยาน นายใฝ่ฝันอยากจะเป็นช่างภาพใช่มั้ยล่ะ?”
“ก็พอเข้าใจล่ะว่านายต้องการใช้ฉันเป็นนางแบบสำหรับฝึกถ่ายรูป แต่ว่า..ไม่ถ่ายเยอะเกินไปหน่อยเหรอ?”
“ถ้าอยากให้ฉันเป็นนางแบบก็บอกกันตรงๆได้ ฉันยินดีและเต็มใจให้ความร่วมมืออยู่แล้ว ก็เหมือนกับที่ฉันต้องการใช้รูปของเจ้าสาหร่ายไปแปะบนแก้วชานมไข่มุกนั่นแหละ”
“จู้หยาน นายไม่ต้องเขินไปหรอกน่า ถ่ายรูปฉันออกมาได้สวยขนาดนี้ ฉันเองก็ชอบมากเลย!”
หลินจิงซูใช้เสียงอ่อนเสียงหวาน พยายามพูดให้กำลังใจจู้หยาน หวังว่าคำพูดเหล่านี้จะช่วยปลอบประโลมเขาจากอาการตื่นตระหนกลงได้บ้าง
ชายหนุ่มตรงหน้ายืนจ้องหน้าเธอด้วยสายตาดุดัน เสมือนว่าเพิ่งถูกเปิดโปงความลับที่น่าอายที่สุดของตนไป เขาจึงตะคอกเสียงดังอย่างดื้อรั้นว่า
“ผมไม่ได้อยากให้คุณมาเป็นนางแบบให้ซะหน่อย!”
“อ้าว แล้วทำไมถึงถ่าย…”
หลินจิงซูยังไม่ทันจะพูดจบ ก็ถูกจู้หยานพูดแทรกขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน เขาตะโกนเสียงดังอธิบายด้วยความร้อนรนว่า
“ผมก็แค่อยากถ่ายรูปทิวทัศน์! ใครใช้ให้คุณมายืนขวางกล้องทุกครั้งที่ผมถ่ายล่ะ!”
หลินจิงซูถึงกับพูดไม่ออก “….”
ปรากฏว่าเธอรวบรัดสรุปไปเองว่า จู้หยานอยากให้เธอเป็นนางแบบสำหรับถ่ายภาพเหรอนี่
หลงตัวเองไปซะอย่างนั้น
“เอ่อ…งั้นฉันก็ต้องขอโทษนายด้วยละกัน”
หลินจิงซูฝืนยิ้มแห้ง แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“ยังไงก็…ขอรูปถ่ายเจ้าสาหร่ายหน่อยนะ ฉันจะออกไปรอข้างนอกเดี๋ยวนี้ล่ะ”
“อืม”
จู้หยานหันกลับไปเก็บรวบรวมรูปภาพของเจ้าสาหร่ายภายในห้องมืดต่อไป
แต่ทันใดนั้นเอง ขณะที่เธอกำลังจะหมุนตัวออกไปจากห้อง ก็บังเอิญสะดุดเข้ากับขอบประตู จนล้มคะมำหน้าทิ่มลงกับพื้นทันที!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







