Accueil / แฟนตาซี / ทายาทจักรพรรดิมังกร / บทที่ 21 กระจกจันทรา

Partager

บทที่ 21 กระจกจันทรา

last update Date de publication: 2026-10-20 19:58:31

เสียงระฆังประจำป้อมมังกรเหนือดังขึ้นในยามที่หมอกขาวยังปกคลุมยอดกำแพง

เฟิงอ้าวเทียนลืมตาจากการนั่งปรับลมหายใจ พลังมังกรสีทองดำที่โคจรอยู่รอบกายค่อย ๆ สงบลง เขาสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวบริเวณประตูป้อม แม้จะอยู่ห่างออกมาหลายลานก็ตาม

เสียงระฆังดังอีกสองครั้ง เป็นสัญญาณว่ามีผู้มาเยือนจากภายนอก และผู้มาเยือนผู้นั้นมีพลังมังกรที่ไม่อาจระบุสายเลือดได้ชัดเจน

อ้าวเทียนลุกขึ้น สวมเสื้อคลุม แล้วเดินออกจากห้องฝึก

มู่ชางยืนรออยู่ใต้ชายคา สีหน้าของผู้เป็นอาจารย์เคร่งขรึมกว่าปกติ

“มีอะไรเกิดขึ้นหรือ?” อ้าวเทียนถาม

“ทหารลาดตระเวนพบคนผู้หนึ่งอยู่บนเส้นทางตะวันตก เขาไม่ได้เดินทางมาคนเดียว แต่ผู้ติดตามที่เหลือหายไปตั้งแต่เมื่อคืน”

“เป็นคนจากเผ่ามังกรหรือไม่?”

“ยังยืนยันไม่ได้ เขาสวมเสื้อคลุมปิดบังใบหน้า แต่มีตราหยกเก่าแก่ติดอยู่ที่เอว”

มู่ชางหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ

“ตรานั้นมีลวดลายมังกรสองตัวพันเกี่ยวกัน”

อ้าวเทียนหรี่ตา

ลวดลายดังกล่าวปรากฏซ้ำหลายครั้งตั้งแต่พวกเขาพบประตูโบราณ ใต้ธารน้ำแข็ง กระทั่งแท่นศิลาที่ป้อมแห่งนี้

“พาเขาเข้ามาอย่างระมัดระวัง อย่าเพิ่งจับกุม หากเขาไม่ได้แสดงท่าทีเป็นศัตรู”

“ข้าสั่งการไปแล้ว”

ทั้งสองเดินไปยังห้องรับรองด้านใน ขณะที่ทหารกำลังนำผู้มาเยือนเข้ามา

ชายผู้นั้นมีรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าซีดเซียว และมีรอยบาดแผลบริเวณลำคอ เสื้อคลุมของเขาขาดเป็นทางยาวตรงชายแขน ราวกับเพิ่งผ่านการต่อสู้มาอย่างหนัก

เมื่อเข้ามาในห้อง เขาก็ถอดหมวกคลุมออก เผยให้เห็นดวงตาสีเทาอ่อนที่มีประกายสีเงินจาง ๆ

สายตาของเขาหยุดอยู่บนใบหน้าของอ้าวเทียน ก่อนจะเลื่อนไปยังหลินซีเหยาซึ่งเพิ่งเดินเข้ามาจากอีกประตูหนึ่ง

ทันทีที่เห็นนาง สีหน้าของชายผู้นั้นก็เปลี่ยนไป

“ในที่สุด…ข้าก็พบผู้พิทักษ์แล้ว”

ซีเหยาชะงัก

“ท่านเป็นใคร?”

ชายผู้นั้นไม่ได้ตอบในทันที เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง แล้วประสานมือคำนับอย่างยากลำบาก

“ข้าน้อยชื่ออวี้เหิง เป็นผู้ดูแลศาลเก่าแห่งหุบเขาเหมันต์”

มู่ชางขมวดคิ้ว

“ศาลเก่าแห่งหุบเขาเหมันต์? ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีสถานที่เช่นนั้น”

“เพราะมันถูกปิดตายไปนานแล้วขอรับ” อวี้เหิงตอบ “คนส่วนใหญ่เชื่อว่าศาลแห่งนั้นพังทลายไปพร้อมกับเหตุแผ่นดินสั่นสะเทือนเมื่อหลายพันปีก่อน แต่ความจริงยังมีผู้ดูแลสืบทอดหน้าที่อยู่”

อ้าวเทียนนั่งลงตรงข้ามเขา

“แล้วเหตุใดเจ้าจึงมาที่ป้อมมังกรเหนือ?”

อวี้เหิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า

“เพราะผนึกใต้ธารน้ำแข็งเริ่มเปลี่ยนแปลง และกระจกจันทรากำลังตื่นขึ้นอีกครั้ง”

ภายในห้องเงียบลงทันที

ซีเหยาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะ

“ท่านรู้จักกระจกจันทราหรือ?”

“ขอรับ ข้าเคยเห็นมันครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว แต่ตอนนั้นข้ายังเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับต้น และไม่รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับสายเลือดของผู้ใด”

เขาล้วงมือเข้าไปในเสื้อคลุม หยิบแผ่นหยกสีหม่นออกมาวางบนโต๊ะ

“นี่เป็นสิ่งที่บรรพชนของข้าฝากไว้ หากผนึกเริ่มสั่นคลอน ให้ส่งมันมอบแก่ผู้พิทักษ์มังกรเงิน”

ซีเหยาไม่ได้รีบหยิบหยกขึ้นมา นางมองตราบนแผ่นหยกอย่างพินิจ

ลวดลายบนหยกเหมือนกับสัญลักษณ์ที่นางเคยเห็นในวิหารใต้ธารน้ำแข็ง แต่ตรงกลางมีรูปวงกลมเล็ก ๆ คล้ายกระจก

“ก่อนที่ข้าจะรับสิ่งนี้ ข้าต้องรู้ว่าท่านนำมันมาจากที่ใด”

อวี้เหิงพยักหน้า ราวกับคาดไว้อยู่แล้วว่านางจะถามเช่นนั้น

“ใต้ศาลเก่ามีห้องหินซึ่งเก็บรักษาความทรงจำของผู้ดูแลรุ่นก่อน ข้าเข้าไปที่นั่นเมื่อสามวันก่อน หลังจากพบว่าผนึกด้านเหนือสั่นสะเทือน แต่เมื่อข้าเปิดห้องหิน กลับพบว่าภาพสลักบนผนังถูกทำลายไปเกือบทั้งหมด”

“ใครเป็นคนทำ?” อ้าวเทียนถาม

“ข้าไม่ทราบขอรับ แต่มีร่องรอยพลังมืดอยู่ในห้อง และผู้ติดตามของข้าสองคนหายตัวไปหลังจากเข้าไปตรวจสอบทางเดินด้านใน”

มู่ชางกอดอก

“เจ้ามั่นใจหรือไม่ว่าพวกเขาหายตัวไป ไม่ใช่หลบหนีไปเอง?”

อวี้เหิงส่ายหน้า

“ข้าพบรอยเลือดของพวกเขา แต่ไม่พบศพ และก่อนที่ข้าจะออกจากศาล ข้าได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากใต้พื้นหิน มันเรียกชื่อข้า ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น”

ซีเหยารู้สึกเย็นวาบที่ต้นคอ

เสียงเรียกจากสถานที่ที่ไม่มีผู้ใดอยู่

เรื่องนี้คล้ายกับสิ่งที่นางสัมผัสได้จากเกล็ดเงิน แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอจะเชื่อมโยงกัน

“ท่านนำแผ่นหยกนี้ออกมาได้อย่างไร?” นางถาม

“เพราะมันไม่ยอมให้ผู้ใดแตะต้อง นอกจากคนที่มีพลังมังกรเงิน เมื่อข้าเข้าไปใกล้ มันกลับไม่ตอบสนอง แต่เมื่อข้าคิดจะนำมันออกจากห้องหิน แผ่นหยกกลับส่องแสงขึ้นเอง และปรากฏข้อความว่าให้นำมันไปมอบแก่ผู้พิทักษ์”

อวี้เหิงมองนางอย่างจริงจัง

“ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็นผู้พิทักษ์คนสุดท้ายหรือไม่ แต่ข้ารู้ว่าหากไม่ทำตามคำสั่ง ผนึกอาจพังทลายลงก่อนที่เราจะเข้าใจสิ่งที่อยู่ข้างใน”

ซีเหยายังคงไม่หยิบหยกขึ้นมา

“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่?”

“ข้าไม่ได้รู้มาก่อนขอรับ ข้าเพียงเดินทางตามแสงที่ปรากฏบนแผ่นหยก เมื่อมาถึงบริเวณป้อม แสงนั้นก็ดับลง จากนั้นทหารของพวกท่านก็พบข้า”

อ้าวเทียนหันไปมองซีเหยา

“เราควรตรวจสอบแผ่นหยกก่อน”

นางพยักหน้า

“ข้าเห็นด้วยค่ะ หากมันเกี่ยวข้องกับกระจกจันทรา เราต้องระวังไม่ให้มันดึงความทรงจำของใครออกมาโดยไม่ตั้งใจ”

มู่ชางเรียกผู้ดูแลป้อมให้เตรียมห้องตรวจพลังที่แยกจากพื้นที่พักอาศัย จากนั้นจึงให้ทหารนำแผ่นหยกไปวางบนแท่นหินซึ่งใช้ตรวจสอบวัตถุโบราณ

ทุกคนเดินตามไปอย่างระมัดระวัง

เมื่อแผ่นหยกถูกวางลงบนแท่น

มันกลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ

ซีเหยาลองยืนห่างออกไปหลายก้าว แล้วค่อย ๆ ปล่อยพลังเงินออกจากปลายนิ้ว

แผ่นหยกส่องแสงขึ้นทันที

เส้นสีเงินไหลไปตามลวดลายมังกรทั้งสอง ก่อนรวมตัวเป็นวงกลมตรงกลาง

จากนั้นเสียงหนึ่งก็ดังออกมาจากแผ่นหยก

“ผู้พิทักษ์แห่งจันทราเงิน…หากเจ้าได้ยินข้อความนี้ แสดงว่าความทรงจำเริ่มถูกช่วงชิงอีกครั้ง”

ซีเหยาหยุดหายใจไปชั่วขณะ

เสียงนั้นเป็นเสียงของหญิงชรา ฟังดูอ่อนล้าแต่หนักแน่น

“จงอย่าเชื่อภาพที่ปรากฏในกระจกทั้งหมด เพราะสิ่งที่เจ้ามองเห็นอาจเป็นความทรงจำของผู้อื่น และผู้ที่นำความทรงจำเหล่านั้นมาสู่เจ้า อาจต้องการให้เจ้าจดจำสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น”

แสงบนแผ่นหยกสั่นไหว

“เมื่อกระจกจันทราเปิดออก ผู้พิทักษ์ต้องเลือกว่าจะเก็บรักษาความทรงจำ หรือปล่อยให้ความจริงถูกฝังอยู่ใต้เงามืดตลอดกาล”

เสียงนั้นเงียบไป ก่อนทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำที่ทำให้ทุกคนในห้องนิ่งงัน

“จงตามหาผู้เฝ้าราตรีไร้นาม ก่อนที่เขาจะพบผู้สืบสายเลือดทั้งสอง”

แผ่นหยกดับแสงลงทันที

อวี้เหิงทรุดตัวลงกับพื้น ราวกับเพิ่งยกภูเขาออกจากอก

“ในที่สุด…ข้อความก็ถูกส่งออกไปแล้ว”

อ้าวเทียนหันไปมองเขา

“ผู้เฝ้าราตรีไร้นามคือใคร?”

อวี้เหิงส่ายหน้าอย่างช้า ๆ

“ข้าไม่รู้ขอรับ บรรพชนของข้าไม่ได้บันทึกชื่อจริงไว้ มีเพียงคำเตือนว่าคนผู้นี้สามารถเดินทางผ่านความทรงจำ และปรากฏตัวในภาพที่ผู้อื่นมองเห็น”

ซีเหยากำมือแน่น

หากคำเตือนนี้เป็นจริง คนที่อยู่เบื้องหลังความผิดปกติทั้งหมดอาจไม่ได้ซ่อนตัวอยู่เพียงหลังประตูโบราณ

เขาอาจกำลังเข้าถึงความทรงจำของพวกเขาอยู่แล้ว

อ้าวเทียนมองแผ่นหยกที่ดับสนิท ก่อนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ตั้งแต่บัดนี้ ห้ามผู้ใดทดลองใช้พลังกับแผ่นหยกโดยไม่ได้รับอนุญาต เก็บมันไว้ในห้องผนึก และให้ตรวจสอบพลังที่เหลืออยู่โดยไม่กระตุ้นมันอีก”

มู่ชางรับคำสั่ง แล้วหันไปกำชับทหารให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ซีเหยายังคงยืนอยู่หน้าแท่นหิน นางรู้สึกถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไปภายในจิตใจ

ไม่ใช่ความทรงจำใหม่ แต่เป็นความรู้สึกคุ้นเคยกับเสียงของหญิงชราในข้อความนั้น ราวกับเคยได้ยินเสียงนี้มาก่อนในวัยเยาว์

นางพยายามนึก แต่ภาพที่ปรากฏกลับพร่าเลือน

มีเพียงมือของใครบางคนที่ลูบศีรษะนางอย่างอ่อนโยน และเสียงที่กล่าวว่า

“หากวันหนึ่งเจ้าต้องเลือกระหว่างความทรงจำกับชีวิต จงอย่ารีบตัดสินใจ”

ซีเหยาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนภาพนั้นจะหายไป

“ซีเหยา?” อ้าวเทียนเรียก

นางเงยหน้าขึ้น

“ข้าไม่เป็นไรค่ะ เพียงแต่…เสียงของหญิงชราเมื่อครู่ทำให้ข้านึกถึงใครบางคน”

“คนที่เจ้ารู้จักหรือ?”

“ข้าไม่แน่ใจค่ะ ข้าจำใบหน้าไม่ได้”

อ้าวเทียนไม่ได้ซักถามต่อ เขารู้ดีว่าการพยายามบังคับความทรงจำให้ปรากฏอาจทำให้เกิดอันตรายได้

“ถ้าเช่นนั้นอย่าฝืนคิด รอให้เรามีข้อมูลมากกว่านี้ก่อน”

ซีเหยาพยักหน้าอย่างช้า ๆ

นางไม่รู้ว่าข้อความบนแผ่นหยกเป็นคำเตือนจากอดีต หรือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่ใครบางคนกำลังดำเนินอยู่

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนขึ้นแล้ว

ผู้เฝ้าราตรีไร้นามกำลังตามหาพวกเขา และกระจกจันทราอาจเป็นหนทางที่ทำให้เขาเข้าถึงความทรงจำของผู้สืบสายเลือดทั้งสองได้

ในขณะเดียวกัน ไกลออกไปใต้ธารน้ำแข็ง เงาร่างหนึ่งยืนอยู่หน้ากระจกจันทราที่มีรอยร้าวเพิ่มขึ้นอีกเส้น

มันรับรู้ได้ว่าข้อความจากศาลเก่าถูกเปิดอ่านแล้ว

“อวี้เหิงยังทำตามหน้าที่ของตน…”

เสียงนั้นดังขึ้นท่ามกลางความมืด

“แต่พวกเขายังไม่รู้ว่า ความทรงจำที่หายไปไม่ได้ถูกขโมยเพียงจากเผ่ามังกรเงินเท่านั้น”

เงาร่างยกมือขึ้นแตะผิวกระจก

ภาพของเฟิงอ้าวเทียนปรากฏขึ้นชั่วครู่ ก่อนถูกความมืดกลืนกิน

“ทายาทมังกรทองดำ…ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องรู้แล้วว่าเหตุใดบรรพชนของเจ้าจึงยอมผนึกความทรงจำของตนเอง”

กระจกจันทราส่องแสงสีเงินขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายพันปี

และในส่วนลึกของผนึกโบราณ เสียงโซ่ที่เคยเงียบงันก็เริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 40 หัวใจที่จักรพรรดิเลือก

    พระราชวังมังกรกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง รายงานจากหุบเขามังกรถูกส่งมายังห้องทรงงานอย่างต่อเนื่อง ข้อพิพาทระหว่างเผ่าเกล็ดแดงและเผ่าเกล็ดเงินถูกยุติลงชั่วคราว แหล่งแร่พลังถูกแบ่งเขตใหม่ นักรบทั้งสองฝ่ายได้รับคำสั่งให้หยุดการปะทะ และที่สำคัญที่สุด... ทั้งสองเผ่าเริ่มส่งตัวแทนมาพูดคุยกันแทนการใช้อาวุธ ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ริมหน้าต่างของห้องทรงงาน อ่านรายงานฉบับหนึ่งอย่างตั้งใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่หลังโต๊ะ แต่สายตาของเขากลับไม่ได้อยู่บนเอกสาร มันอยู่ที่นาง ไป๋อวี้เหยารู้สึกได้ จึงเงยหน้าขึ้น "ท่านมองข้าทำไม?" "มองไม่ได้หรือ?" "ท่านมองมาเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว" "ข้าเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีความอดทนมาก" นางวางรายงานลง "ท่านไม่มีงานทำหรือ?" "มี" "แล้วทำไมไม่ทำ?" "ข้ากำลังทำ" "ทำอะไร?" "มองเจ้า" นางถอนหายใจ "นี่เรียกว่างานหรือ?" "สำหรับข้าใช่" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "จักรพรรดิมังกรนี่จริง ๆ เลย" เฟิงเทียนหลงยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ "ออกไปเดินกัน" "ตอนนี้?" "ใช่" "ท่านไม่มีประชุมหรือ?" "เลื่อนแล้ว" "อีกแล้ว?" "ข้าเป็นจักรพรรดิ" "แล้ว?" "ข้ามีสิทธิ์เลื่อนประชุม" นางห

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 39 มังกรเหนือเปลวเพลิง

    ลานหินของหุบเขามังกรยังคงมีรอยแตกจากเหตุการณ์ก่อนหน้า เหล่ามังกรกำลังช่วยกันซ่อมแซมพื้นที่ ขณะที่ผู้นำทั้งสองเผ่ายืนมองสถานการณ์ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ไป๋อวี้เหยาเดินอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง "ดูเหมือนทุกคนจะสงบลงแล้ว" "ชั่วคราว" เขาตอบ "ความขัดแย้งที่สะสมมานานไม่หายไปในวันเดียว" "แต่วันนี้อย่างน้อยก็ไม่มีใครต่อสู้กัน" "เพราะพวกเขากลัวข้า" นางหันมองเขา "แล้วท่านไม่อยากให้พวกเขาเชื่อใจกันหรือ?" "อยาก" เฟิงเทียนหลงมองไปยังมังกรสองเผ่า "แต่ความเชื่อใจต้องเกิดจากพวกเขาเอง" ไป๋อวี้เหยาพยักหน้า ทันใดนั้นมังกรหนุ่มเกล็ดแดงคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาคือคนที่เคยเปิดฉากต่อสู้ในวันก่อน ชายหนุ่มคุกเข่าลง "ฝ่าบาท" เฟิงเทียนหลงหยุด "มีอะไร?" "ข้าต้องการขอทดสอบฝีมือกับเผ่าเกล็ดเงิน" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "ยังจะสู้กันอีกหรือ?" มังกรหนุ่มรีบส่ายหน้า "ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชนะ" เขามองไปยังอีกฝ่าย "ข้าต้องการประลองอย่างเป็นทางการ" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินนิ่งไป "ประลอง?" "ใช่" ชายหนุ่มพูด "เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเราไม่ได้จำเป็นต้องเกลียดกัน" ไป๋อวี้เหยามองเขาอย่างแปลกใจ เฟิงเทียนหลงเองก็ไม่ได้พูด

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 38 คำตัดสินเหนือสองเผ่า

    ลานประชุมของหุบเขามังกรถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง ผู้นำของสองเผ่านั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะหิน เผ่าเกล็ดแดงขึ้นชื่อเรื่องพลังเพลิง เผ่าเกล็ดเงินมีพลังน้ำแข็ง ทั้งสองเผ่าเคยร่วมมือกันปกป้องชายแดนมาหลายครั้ง แต่ความขัดแย้งเรื่องเขตแดนสะสมมานานจนกลายเป็นความไม่ไว้วางใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่ตรงกลาง ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ข้างเขา ไม่มีใครกล้าพูดอะไรในช่วงแรก จนกระทั่งผู้นำเผ่าเกล็ดแดงเป็นฝ่ายเปิดปาก "ฝ่าบาท พวกเราไม่ได้ต้องการทำสงคราม" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินมองอีกฝ่าย "แต่พวกเจ้ารุกล้ำเขตของเรา" "เขตนั้นเป็นของพวกเรามาก่อน" เสียงเริ่มดังขึ้น เฟิงเทียนหลงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะหนึ่งครั้ง กึก ทุกคนเงียบ "ข้าจะฟังทีละคน" ผู้นำทั้งสองฝ่ายก้มศีรษะ เฟิงเทียนหลงหันไปหาเผ่าเกล็ดแดง "พูด" อีกฝ่ายจึงอธิบายว่าพื้นที่ริมแม่น้ำเคยเป็นแหล่งแร่พลังของพวกเขา แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเผ่าเกล็ดเงินขยายพื้นที่เข้ามา เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินก็รีบโต้แย้ง "พวกเราไม่ได้ยึดพื้นที่" "แต่พวกเจ้าตั้งเสาหินของเผ่าไว้!" "เพราะแม่น้ำเปลี่ยนทาง!" เสียงเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง เฟิงเทียนหลงยังคงนิ่ง ไป๋อวี้เหยา

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 37 ศึกกลางเวหามังกร

    ลานฝึกของหุบเขามังกรถูกปิดลงชั่วคราว เศษหินจากการต่อสู้ยังคงกระจายอยู่ทั่วพื้น ผู้คนของทั้งสองเผ่าต่างช่วยกันเก็บกวาด ไม่มีใครกล้าพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากนัก ไป๋อวี้เหยาเดินเคียงข้างเฟิงเทียนหลงกลับเข้าสู่เขตพักของราชสำนัก รอยถลอกเล็ก ๆ บนแขนของนางถูกพันด้วยผ้าสีขาวเรียบร้อยแล้ว แต่คนที่เดินอยู่ข้างกันยังคงมองมันเป็นระยะ นางถอนหายใจ "ท่านมองแผลข้ามาสิบรอบแล้ว" "สิบเอ็ด" "นับด้วยหรือ?" "แน่นอน" "มันไม่ได้เจ็บแล้ว" "ข้ารู้" "ถ้ารู้แล้วจะมองทำไม?" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป "เพื่อให้แน่ใจ" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "ท่านนี่..." ยังไม่ทันพูดจบ เสียงมังกรคำรามก็ดังขึ้นจากท้องฟ้า ทั้งคู่เงยหน้าพร้อมกัน มังกรเกล็ดแดงสามตัวกำลังบินไล่ตามมังกรเกล็ดเงินอีกสองตัว เปลวไฟสีแดงพุ่งผ่านอากาศ น้ำแข็งสีฟ้าตอบโต้ทันที "พวกเขายังไม่หยุดอีกหรือ?" ไป๋อวี้เหยาถาม เฟิงเทียนหลงถอนหายใจ "ดูเหมือนจะไม่" เขาหันไปหาองครักษ์ "พานางกลับตำหนัก" "ไม่" ไป๋อวี้เหยาขัดขึ้น เฟิงเทียนหลงหันมามอง "อวี้เหยา" "ข้าไม่เข้าไปในสนามรบ" นางชี้ขึ้นฟ้า "แต่ข้าอยากเห็นว่าท่านจะจัดการอย่างไร" เขานิ่งไปเล็กน

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 36 ศึกสองเผ่ามังกร

    ลานหินกลางหุบเขามังกรเต็มไปด้วยความตึงเครียด มังกรสองกลุ่มยืนประจันหน้ากันคนละฝั่ง ฝั่งหนึ่งมีเกล็ดสีแดงเข้ม อีกฝั่งมีเกล็ดสีเงินอมฟ้า ไม่มีใครยอมถอย ไป๋อวี้เหยาที่กำลังเดินกลับจากริมแม่น้ำกับเฟิงเทียนหลงหยุดลงเมื่อเห็นความผิดปกติ "เกิดอะไรขึ้น?" เฟิงเทียนหลงมองไปยังลานหิน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที "พวกเขากำลังจะสู้กัน" "ทำไม?" "ความขัดแย้งระหว่างสองสายเลือด" เขาตอบสั้น ๆ ก่อนหันไปหาองครักษ์ "พานางออกไปจากตรงนี้" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "แล้วท่านล่ะ?" "ข้าจะจัดการเอง" "อีกแล้วหรือ?" เขามองนาง "อวี้เหยา ที่นี่อันตราย" "ข้ารู้" นางมองมังกรสองกลุ่ม "แต่ถ้าท่านเข้าไป ข้าก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป เขาไม่อยากให้นางเข้าใกล้การต่อสู้ แต่ก็รู้ดีว่านางไม่ใช่คนที่จะยอมกลับไปนั่งรอโดยไม่ถามอะไร "อยู่ข้างข้า" เขาพูดในที่สุด "ห้ามวิ่งเข้าไป" "ตกลง" "หากข้าบอกให้ถอย เจ้าต้องถอยทันที" "ได้" เขาจับมือนาง "และอย่าปล่อยมือข้า" ไป๋อวี้เหยามองมือที่ถูกจับไว้ "ท่านกลัวข้าหายหรือ?" "มาก" คำตอบตรง ๆ ทำให้นางพูดไม่ออก ทั้งคู่เดินเข้าไปใกล้ลานหิน เสียงโต้เถี

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 35 หุบเขามังกรใต้บัลลังก์

    ประตูหินขนาดมหึมาเปิดออกช้า ๆ ไป๋อวี้เหยายืนอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง มองเส้นทางเบื้องหน้าด้วยความสนใจ หุบเขาที่อยู่ตรงหน้าต่างจากพื้นที่อื่นในแดนมังกรอย่างชัดเจน ภูเขาสูงเรียงตัวล้อมรอบผืนดินกว้างใหญ่ หน้าผาสีดำมีเส้นแร่สีทองแทรกอยู่เป็นแนวยาว น้ำตกจากยอดเขาไหลลงสู่แม่น้ำสีเงินที่ทอดผ่านกลางหุบเขา บนท้องฟ้ามีมังกรจำนวนมากบินอยู่ บางตนบินเป็นกลุ่ม บางตนฝึกเปลี่ยนร่าง บางตนต่อสู้กันกลางอากาศ และบางตนนอนขดตัวอยู่บนหน้าผารับแสงอาทิตย์ ไป๋อวี้เหยามองทุกอย่างอย่างตื่นตาตื่นใจ "ที่นี่คือหุบเขามังกร?" "ใช่" เฟิงเทียนหลงเดินเคียงข้างนาง "ที่นี่เป็นสถานที่ที่มังกรสายเลือดโบราณใช้ฝึกฝนและเติบโต" "แล้วท่านเคยมาที่นี่บ่อยไหม?" "ตอนเด็ก" นางหันมองเขา "ตอนเด็กท่านเป็นอย่างไร?" เขานิ่งไปครู่หนึ่ง "ซน" ไป๋อวี้เหยาหัวเราะ "ข้าเดาไว้แล้ว" "เจ้ารู้ได้อย่างไร?" "ดูจากตอนนี้ก็รู้" เฟิงเทียนหลงเลิกคิ้ว "ตอนนี้ข้าซนตรงไหน?" "ชอบตามข้า" "นั่นไม่เรียกว่าซน" "ชอบหวงข้า" "นั่นก็ไม่ใช่" "ชอบหาเรื่องมานั่งข้าง ๆ" เขาเงียบ ไป๋อวี้เหยายิ้มกว้าง "เห็นไหม?" "ข้าแค่ชอบอยู่ใกล้เจ้า" คำตอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status