Home / แฟนตาซี / ทายาทจักรพรรดิมังกร / บทที่ 22 ผู้เฝ้าราตรี

Share

บทที่ 22 ผู้เฝ้าราตรี

last update publish date: 2026-10-20 19:59:04

แผ่นหยกจากศาลเก่าถูกเก็บไว้ในห้องผนึกของป้อมมังกรเหนือ ทว่าข้อความที่ปรากฏบนผิวหยกยังคงติดอยู่ในความคิดของเฟิงอ้าวเทียนไม่จางหาย

ผู้เฝ้าราตรีไร้นาม

นามนี้ปรากฏขึ้นทั้งในบันทึกเก่าของราชวงศ์และคำเตือนจากศาลโบราณ ราวกับมีใครบางคนจงใจลบตัวตนของเจ้าของชื่อนี้ออกจากประวัติศาสตร์ แต่กลับทิ้งร่องรอยไว้มากพอให้ผู้คนในยุคหลังรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขา

อ้าวเทียนยืนอยู่หน้าหน้าต่าง มองยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ

“ท่านกำลังคิดเรื่องข้อความเมื่อคืนหรือคะ?”

หลินซีเหยาเดินเข้ามาในห้องพร้อมถ้วยชาสมุนไพรสองถ้วย นางวางถ้วยหนึ่งไว้ตรงหน้าเขา ส่วนอีกถ้วยถือไว้ในมือ

อ้าวเทียนหันกลับมา

“ข้ากำลังคิดว่าเหตุใดผู้เฝ้าราตรีไร้นามจึงต้องซ่อนตัวตนของตนเอง หากเขาเป็นเพียงผู้รักษาความทรงจำ ก็ไม่มีเหตุผลให้ลบชื่อออกจากบันทึกทั้งหมด”

“เว้นแต่ว่าเขาจะเป็นผู้ทำให้ความทรงจำของผู้อื่นหายไปค่ะ”

“หรือเขาอาจเป็นคนที่รู้ความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต”

ซีเหยานั่งลงตรงข้ามเขา

“ไม่ว่าจะเป็นข้อใด เราก็ยังไม่มีหลักฐานพอจะกล่าวหาใครได้ สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือหาความเชื่อมโยงระหว่างศาลเก่ากับกระจกจันทรา”

อ้าวเทียนยกถ้วยชาขึ้นจิบ ก่อนพยักหน้า

“ข้าคิดเหมือนกัน ศาลเก่าของอวี้เหิงอาจเก็บบันทึกที่ไม่เคยถูกส่งเข้าหอคัมภีร์ของราชวงศ์”

“ถ้าเช่นนั้นเราควรไปที่นั่นหรือไม่คะ?”

“ข้าจะถามอวี้เหิงก่อนว่าเส้นทางไปศาลเก่ายังปลอดภัยหรือไม่ หากสถานที่นั้นถูกพลังมืดแทรกซึม เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม”

ซีเหยามองเขาอย่างพอใจ

“ดีค่ะ อย่างน้อยคราวนี้ท่านก็ไม่ได้คิดจะออกเดินทางทันทีที่พบสถานที่น่าสงสัย”

อ้าวเทียนเลิกคิ้ว

“เจ้าคิดว่าข้าทำเช่นนั้นบ่อยหรือ?”

“ข้าไม่กล้านับค่ะ”

เขาส่ายหน้าอย่างจนใจ แต่ก็ไม่ได้โต้แย้ง

ทั้งสองดื่มชาจนหมด ก่อนเดินไปยังห้องรับรองซึ่งอวี้เหิงพักอยู่

คำบอกเล่าของผู้ดูแลศาลเก่า

อวี้เหิงกำลังนั่งสมาธิอยู่ในห้อง เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เขาจึงลืมตาขึ้นและเชิญทั้งสองเข้ามา

สีหน้าของเขาดีขึ้นกว่าวันก่อน แต่บาดแผลบริเวณลำคอยังคงมีรอยพลังมืดหลงเหลืออยู่

อ้าวเทียนไม่เสียเวลาอ้อมค้อม

“ข้าต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับศาลเก่าของเจ้า โดยเฉพาะห้องหินที่เก็บรักษาความทรงจำ”

อวี้เหิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า

“ศาลเก่าตั้งอยู่ทางตะวันตกของหุบเขาเหมันต์ ใกล้กับหน้าผาที่มีต้นสนเงินขึ้นอยู่จำนวนมาก บรรพชนของข้าได้รับหน้าที่ดูแลสถานที่แห่งนั้นตั้งแต่ยุคที่ผนึกโบราณถูกสร้างขึ้น”

“พวกเจ้าเป็นเผ่ามังกรหรือ?” ซีเหยาถาม

“สายเลือดของพวกเราเป็นมังกรที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนขอรับ ไม่ได้สืบทอดพลังราชวงศ์หรือสายเลือดมังกรเงินโดยตรง หน้าที่ของพวกเราคือดูแลทางผ่านและรักษาบันทึกที่เกี่ยวข้องกับผนึก”

“เหตุใดจึงไม่ส่งบันทึกเหล่านั้นให้วังมังกร?” อ้าวเทียนถาม

อวี้เหิงก้มหน้าลงเล็กน้อย

“เพราะคำสั่งจากบรรพชนระบุว่า หากผนึกยังมั่นคง ห้ามเปิดเผยบันทึกของศาลแก่ผู้ใด แม้แต่จักรพรรดิมังกรก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น”

อ้าวเทียนขมวดคิ้ว

“เจ้ากำลังบอกว่าบรรพชนของเจ้าไม่ไว้วางใจราชวงศ์มังกร?”

“ข้าไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงขอรับ ข้ารู้เพียงว่าคำสั่งนั้นถูกส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน และผู้ดูแลศาลทุกคนต้องสาบานว่าจะไม่เปิดห้องหินด้วยตนเอง เว้นแต่ผนึกจะเริ่มอ่อนกำลังลง”

ซีเหยาสังเกตเห็นความลังเลในแววตาของเขา

“ท่านยังมีเรื่องที่ไม่ได้บอกพวกเราใช่หรือไม่?”

อวี้เหิงเงยหน้าขึ้น ก่อนถอนหายใจ

“มีอีกเรื่องหนึ่งขอรับ ก่อนที่ข้าจะออกจากศาล ข้าได้พบภาพสลักที่ยังหลงเหลืออยู่บนผนัง ภาพนั้นแสดงให้เห็นมังกรสีทองดำยืนอยู่หน้าประตูหิน ส่วนมังกรสีเงินยืนอยู่หลังประตู”

อ้าวเทียนชะงัก

“หลังประตู?”

“ขอรับ ไม่ใช่ยืนอยู่เคียงข้างกันเหมือนภาพสลักที่พวกท่านพบในวิหารใต้ธารน้ำแข็ง”

ซีเหยารู้สึกถึงเกล็ดเงินที่เอวเย็นลงเล็กน้อย

“แล้วมีข้อความกำกับหรือไม่คะ?”

“มีเพียงประโยคเดียว แต่ตัวอักษรเสียหายไปหลายส่วน ข้าจำได้ว่าเขียนไว้ว่า ‘ผู้หนึ่งปิดประตู อีกผู้หนึ่งถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง’”

ห้องทั้งห้องเงียบลง

คำกล่าวนั้นแตกต่างจากสิ่งที่พวกเขาเคยเห็นอย่างสิ้นเชิง ภาพสลักในวิหารใต้ธารน้ำแข็งบอกว่ามังกรทั้งสองสายเลือดร่วมมือกันรักษาผนึก แต่ภาพที่อวี้เหิงพบกลับแสดงให้เห็นความแตกแยก

“เจ้าแน่ใจหรือไม่ว่าจำข้อความได้ถูกต้อง?” อ้าวเทียนถาม

“ข้าไม่กล้ายืนยันทุกคำขอรับ เพราะตัวอักษรเสียหาย แต่ข้าจำคำว่า ‘ปิดประตู’ และ ‘ทิ้งไว้เบื้องหลัง’ ได้ชัดเจน”

ซีเหยาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“บางทีภาพทั้งสองอาจเป็นคนละช่วงเวลา ภาพหนึ่งแสดงการสร้างผนึก ส่วนอีกภาพแสดงสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง”

“เป็นไปได้” อ้าวเทียนกล่าว “แต่เรายังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ปิดประตู และใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”

เขาหันไปหาอวี้เหิง

“เจ้าจำทางไปยังศาลได้หรือไม่?”

“จำได้ขอรับ แต่ข้าไม่แนะนำให้เดินทางไปตอนนี้ เส้นทางด้านตะวันตกมีหมอกดำปกคลุม และข้าไม่แน่ใจว่าพลังมืดได้แพร่เข้าไปถึงศาลแล้วหรือยัง”

มู่ชางซึ่งเพิ่งเดินเข้ามาในห้องได้ยินประโยคสุดท้ายพอดี

“ถ้าเช่นนั้น เราต้องตรวจเส้นทางก่อน ไม่ควรนำคนเข้าไปโดยไม่รู้สภาพพื้นที่”

อ้าวเทียนพยักหน้า

“ให้หน่วยลาดตระเวนตรวจสอบจากระยะไกล หากพบสิ่งผิดปกติให้กลับมาทันที ห้ามเข้าไปในศาล”

มู่ชางรับคำสั่งแล้วออกไปจัดการ

ซีเหยาหันกลับมาหาอวี้เหิง

“หากเราพบว่าศาลยังปลอดภัย ข้าอยากเข้าไปดูภาพสลักด้วยตนเอง ท่านจะพาพวกเราไปได้หรือไม่?”

อวี้เหิงประสานมือคำนับ

“หากผู้พิทักษ์ต้องการ ข้ายินดีนำทางขอรับ”

การทดสอบพลังที่ไม่ควรเกิดขึ้น

หลังการสนทนาจบลง อ้าวเทียนกลับไปยังลานฝึก เขาต้องการตรวจสอบว่าพลังสีเงินในร่างมีปฏิกิริยาต่อข้อความที่ได้รับหรือไม่ แต่คราวนี้เขาไม่ได้เรียกมู่ชางมาควบคุมการฝึก เพราะต้องการเริ่มจากการตรวจสอบพลังของตนเองในระดับต่ำที่สุด

เขายืนอยู่กลางลาน หลับตา และปล่อยพลังสีทองดำให้ไหลเวียนตามเส้นปราณอย่างช้า ๆ

เมื่อพลังสายแรกสงบลง เขาจึงค่อย ๆ สัมผัสพลังสีเงินที่ซ่อนอยู่ลึกภายใน

ความเย็นแผ่วเบาแผ่จากกลางอกไปยังปลายนิ้ว

ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีแรงต่อต้าน

อ้าวเทียนกำลังจะหยุดการฝึกตามที่ตั้งใจไว้ ทว่าพลังสีเงินกลับเคลื่อนไหวขึ้นเองอย่างฉับพลัน

พื้นหินใต้เท้าส่องแสงเป็นวงกลม

ลวดลายมังกรสองตัวปรากฏขึ้นรอบตัวเขา ก่อนที่เงาของประตูหินจะก่อตัวกลางอากาศ

อ้าวเทียนลืมตาทันที

ภาพที่เห็นไม่เหมือนนิมิตก่อนหน้า เพราะครั้งนี้เขามองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนกว่าเดิม

ประตูหินตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลหมอกสีเงิน ด้านหนึ่งมีมังกรสีทองดำขดตัวล้อมแก่นผลึกไว้ ส่วนอีกด้านมีมังกรสีเงินยืนอยู่หน้ากระจกทรงกลม

มังกรสีเงินหันหน้ามาทางเขา

แม้ใบหน้าของมันจะไม่ชัดเจน แต่อ้าวเทียนกลับได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นภายในจิตใจ

“อย่าเปิดประตูเพื่อค้นหาสิ่งที่เจ้าสูญเสียไป”

เขาขมวดคิ้ว

“เจ้าเป็นใคร?”

ภาพนั้นสั่นไหว

“หากความทรงจำกลับคืนมาโดยไม่ผ่านการยินยอม เจ้าจะสูญเสียสิ่งที่ยังเหลืออยู่”

เสียงดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เงาประตูจะเริ่มแตกออกเป็นเส้น ๆ

อ้าวเทียนรีบรวบรวมพลังสีทองดำเพื่อหยุดการขยายตัวของภาพ แต่แทนที่นิมิตจะสลายไปตามปกติ เงาดำกลับพุ่งออกมาจากกลางประตู

มันไม่สามารถสัมผัสร่างของเขาได้ ทว่าทิ้งความเย็นเยียบไว้ตรงกลางหน้าผาก

อ้าวเทียนถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วกดพลังสีทองดำลงอย่างรวดเร็ว

ภาพทั้งหมดหายไป

เขายืนนิ่งอยู่กลางลาน หายใจหนักขึ้นเล็กน้อย ขณะที่พลังทั้งสองสายกลับเข้าสู่ความสงบ

“อ้าวเทียน!”

ซีเหยาวิ่งเข้ามาหา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 40 หัวใจที่จักรพรรดิเลือก

    พระราชวังมังกรกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง รายงานจากหุบเขามังกรถูกส่งมายังห้องทรงงานอย่างต่อเนื่อง ข้อพิพาทระหว่างเผ่าเกล็ดแดงและเผ่าเกล็ดเงินถูกยุติลงชั่วคราว แหล่งแร่พลังถูกแบ่งเขตใหม่ นักรบทั้งสองฝ่ายได้รับคำสั่งให้หยุดการปะทะ และที่สำคัญที่สุด... ทั้งสองเผ่าเริ่มส่งตัวแทนมาพูดคุยกันแทนการใช้อาวุธ ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ริมหน้าต่างของห้องทรงงาน อ่านรายงานฉบับหนึ่งอย่างตั้งใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่หลังโต๊ะ แต่สายตาของเขากลับไม่ได้อยู่บนเอกสาร มันอยู่ที่นาง ไป๋อวี้เหยารู้สึกได้ จึงเงยหน้าขึ้น "ท่านมองข้าทำไม?" "มองไม่ได้หรือ?" "ท่านมองมาเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว" "ข้าเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีความอดทนมาก" นางวางรายงานลง "ท่านไม่มีงานทำหรือ?" "มี" "แล้วทำไมไม่ทำ?" "ข้ากำลังทำ" "ทำอะไร?" "มองเจ้า" นางถอนหายใจ "นี่เรียกว่างานหรือ?" "สำหรับข้าใช่" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "จักรพรรดิมังกรนี่จริง ๆ เลย" เฟิงเทียนหลงยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ "ออกไปเดินกัน" "ตอนนี้?" "ใช่" "ท่านไม่มีประชุมหรือ?" "เลื่อนแล้ว" "อีกแล้ว?" "ข้าเป็นจักรพรรดิ" "แล้ว?" "ข้ามีสิทธิ์เลื่อนประชุม" นางห

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 39 มังกรเหนือเปลวเพลิง

    ลานหินของหุบเขามังกรยังคงมีรอยแตกจากเหตุการณ์ก่อนหน้า เหล่ามังกรกำลังช่วยกันซ่อมแซมพื้นที่ ขณะที่ผู้นำทั้งสองเผ่ายืนมองสถานการณ์ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ไป๋อวี้เหยาเดินอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง "ดูเหมือนทุกคนจะสงบลงแล้ว" "ชั่วคราว" เขาตอบ "ความขัดแย้งที่สะสมมานานไม่หายไปในวันเดียว" "แต่วันนี้อย่างน้อยก็ไม่มีใครต่อสู้กัน" "เพราะพวกเขากลัวข้า" นางหันมองเขา "แล้วท่านไม่อยากให้พวกเขาเชื่อใจกันหรือ?" "อยาก" เฟิงเทียนหลงมองไปยังมังกรสองเผ่า "แต่ความเชื่อใจต้องเกิดจากพวกเขาเอง" ไป๋อวี้เหยาพยักหน้า ทันใดนั้นมังกรหนุ่มเกล็ดแดงคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาคือคนที่เคยเปิดฉากต่อสู้ในวันก่อน ชายหนุ่มคุกเข่าลง "ฝ่าบาท" เฟิงเทียนหลงหยุด "มีอะไร?" "ข้าต้องการขอทดสอบฝีมือกับเผ่าเกล็ดเงิน" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "ยังจะสู้กันอีกหรือ?" มังกรหนุ่มรีบส่ายหน้า "ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชนะ" เขามองไปยังอีกฝ่าย "ข้าต้องการประลองอย่างเป็นทางการ" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินนิ่งไป "ประลอง?" "ใช่" ชายหนุ่มพูด "เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเราไม่ได้จำเป็นต้องเกลียดกัน" ไป๋อวี้เหยามองเขาอย่างแปลกใจ เฟิงเทียนหลงเองก็ไม่ได้พูด

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 38 คำตัดสินเหนือสองเผ่า

    ลานประชุมของหุบเขามังกรถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง ผู้นำของสองเผ่านั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะหิน เผ่าเกล็ดแดงขึ้นชื่อเรื่องพลังเพลิง เผ่าเกล็ดเงินมีพลังน้ำแข็ง ทั้งสองเผ่าเคยร่วมมือกันปกป้องชายแดนมาหลายครั้ง แต่ความขัดแย้งเรื่องเขตแดนสะสมมานานจนกลายเป็นความไม่ไว้วางใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่ตรงกลาง ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ข้างเขา ไม่มีใครกล้าพูดอะไรในช่วงแรก จนกระทั่งผู้นำเผ่าเกล็ดแดงเป็นฝ่ายเปิดปาก "ฝ่าบาท พวกเราไม่ได้ต้องการทำสงคราม" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินมองอีกฝ่าย "แต่พวกเจ้ารุกล้ำเขตของเรา" "เขตนั้นเป็นของพวกเรามาก่อน" เสียงเริ่มดังขึ้น เฟิงเทียนหลงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะหนึ่งครั้ง กึก ทุกคนเงียบ "ข้าจะฟังทีละคน" ผู้นำทั้งสองฝ่ายก้มศีรษะ เฟิงเทียนหลงหันไปหาเผ่าเกล็ดแดง "พูด" อีกฝ่ายจึงอธิบายว่าพื้นที่ริมแม่น้ำเคยเป็นแหล่งแร่พลังของพวกเขา แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเผ่าเกล็ดเงินขยายพื้นที่เข้ามา เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินก็รีบโต้แย้ง "พวกเราไม่ได้ยึดพื้นที่" "แต่พวกเจ้าตั้งเสาหินของเผ่าไว้!" "เพราะแม่น้ำเปลี่ยนทาง!" เสียงเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง เฟิงเทียนหลงยังคงนิ่ง ไป๋อวี้เหยา

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 37 ศึกกลางเวหามังกร

    ลานฝึกของหุบเขามังกรถูกปิดลงชั่วคราว เศษหินจากการต่อสู้ยังคงกระจายอยู่ทั่วพื้น ผู้คนของทั้งสองเผ่าต่างช่วยกันเก็บกวาด ไม่มีใครกล้าพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากนัก ไป๋อวี้เหยาเดินเคียงข้างเฟิงเทียนหลงกลับเข้าสู่เขตพักของราชสำนัก รอยถลอกเล็ก ๆ บนแขนของนางถูกพันด้วยผ้าสีขาวเรียบร้อยแล้ว แต่คนที่เดินอยู่ข้างกันยังคงมองมันเป็นระยะ นางถอนหายใจ "ท่านมองแผลข้ามาสิบรอบแล้ว" "สิบเอ็ด" "นับด้วยหรือ?" "แน่นอน" "มันไม่ได้เจ็บแล้ว" "ข้ารู้" "ถ้ารู้แล้วจะมองทำไม?" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป "เพื่อให้แน่ใจ" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "ท่านนี่..." ยังไม่ทันพูดจบ เสียงมังกรคำรามก็ดังขึ้นจากท้องฟ้า ทั้งคู่เงยหน้าพร้อมกัน มังกรเกล็ดแดงสามตัวกำลังบินไล่ตามมังกรเกล็ดเงินอีกสองตัว เปลวไฟสีแดงพุ่งผ่านอากาศ น้ำแข็งสีฟ้าตอบโต้ทันที "พวกเขายังไม่หยุดอีกหรือ?" ไป๋อวี้เหยาถาม เฟิงเทียนหลงถอนหายใจ "ดูเหมือนจะไม่" เขาหันไปหาองครักษ์ "พานางกลับตำหนัก" "ไม่" ไป๋อวี้เหยาขัดขึ้น เฟิงเทียนหลงหันมามอง "อวี้เหยา" "ข้าไม่เข้าไปในสนามรบ" นางชี้ขึ้นฟ้า "แต่ข้าอยากเห็นว่าท่านจะจัดการอย่างไร" เขานิ่งไปเล็กน

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 36 ศึกสองเผ่ามังกร

    ลานหินกลางหุบเขามังกรเต็มไปด้วยความตึงเครียด มังกรสองกลุ่มยืนประจันหน้ากันคนละฝั่ง ฝั่งหนึ่งมีเกล็ดสีแดงเข้ม อีกฝั่งมีเกล็ดสีเงินอมฟ้า ไม่มีใครยอมถอย ไป๋อวี้เหยาที่กำลังเดินกลับจากริมแม่น้ำกับเฟิงเทียนหลงหยุดลงเมื่อเห็นความผิดปกติ "เกิดอะไรขึ้น?" เฟิงเทียนหลงมองไปยังลานหิน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที "พวกเขากำลังจะสู้กัน" "ทำไม?" "ความขัดแย้งระหว่างสองสายเลือด" เขาตอบสั้น ๆ ก่อนหันไปหาองครักษ์ "พานางออกไปจากตรงนี้" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "แล้วท่านล่ะ?" "ข้าจะจัดการเอง" "อีกแล้วหรือ?" เขามองนาง "อวี้เหยา ที่นี่อันตราย" "ข้ารู้" นางมองมังกรสองกลุ่ม "แต่ถ้าท่านเข้าไป ข้าก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป เขาไม่อยากให้นางเข้าใกล้การต่อสู้ แต่ก็รู้ดีว่านางไม่ใช่คนที่จะยอมกลับไปนั่งรอโดยไม่ถามอะไร "อยู่ข้างข้า" เขาพูดในที่สุด "ห้ามวิ่งเข้าไป" "ตกลง" "หากข้าบอกให้ถอย เจ้าต้องถอยทันที" "ได้" เขาจับมือนาง "และอย่าปล่อยมือข้า" ไป๋อวี้เหยามองมือที่ถูกจับไว้ "ท่านกลัวข้าหายหรือ?" "มาก" คำตอบตรง ๆ ทำให้นางพูดไม่ออก ทั้งคู่เดินเข้าไปใกล้ลานหิน เสียงโต้เถี

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 35 หุบเขามังกรใต้บัลลังก์

    ประตูหินขนาดมหึมาเปิดออกช้า ๆ ไป๋อวี้เหยายืนอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง มองเส้นทางเบื้องหน้าด้วยความสนใจ หุบเขาที่อยู่ตรงหน้าต่างจากพื้นที่อื่นในแดนมังกรอย่างชัดเจน ภูเขาสูงเรียงตัวล้อมรอบผืนดินกว้างใหญ่ หน้าผาสีดำมีเส้นแร่สีทองแทรกอยู่เป็นแนวยาว น้ำตกจากยอดเขาไหลลงสู่แม่น้ำสีเงินที่ทอดผ่านกลางหุบเขา บนท้องฟ้ามีมังกรจำนวนมากบินอยู่ บางตนบินเป็นกลุ่ม บางตนฝึกเปลี่ยนร่าง บางตนต่อสู้กันกลางอากาศ และบางตนนอนขดตัวอยู่บนหน้าผารับแสงอาทิตย์ ไป๋อวี้เหยามองทุกอย่างอย่างตื่นตาตื่นใจ "ที่นี่คือหุบเขามังกร?" "ใช่" เฟิงเทียนหลงเดินเคียงข้างนาง "ที่นี่เป็นสถานที่ที่มังกรสายเลือดโบราณใช้ฝึกฝนและเติบโต" "แล้วท่านเคยมาที่นี่บ่อยไหม?" "ตอนเด็ก" นางหันมองเขา "ตอนเด็กท่านเป็นอย่างไร?" เขานิ่งไปครู่หนึ่ง "ซน" ไป๋อวี้เหยาหัวเราะ "ข้าเดาไว้แล้ว" "เจ้ารู้ได้อย่างไร?" "ดูจากตอนนี้ก็รู้" เฟิงเทียนหลงเลิกคิ้ว "ตอนนี้ข้าซนตรงไหน?" "ชอบตามข้า" "นั่นไม่เรียกว่าซน" "ชอบหวงข้า" "นั่นก็ไม่ใช่" "ชอบหาเรื่องมานั่งข้าง ๆ" เขาเงียบ ไป๋อวี้เหยายิ้มกว้าง "เห็นไหม?" "ข้าแค่ชอบอยู่ใกล้เจ้า" คำตอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status