Accueil / แฟนตาซี / ทายาทจักรพรรดิมังกร / บทที่ 23 ศิลาผนึกมังกร

Partager

บทที่ 23 ศิลาผนึกมังกร

last update Date de publication: 2026-10-21 19:09:52

เฟิงอ้าวเทียนออกจากป้อมมังกรเหนือพร้อมกับมู่ชาง หลินซีเหยา และอวี้เหิงตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ จุดหมายของพวกเขาคือศาลโบราณทางตะวันตกของหุบเขาเหมันต์ สถานที่ซึ่งตระกูลของอวี้เหิงดูแลสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าศาลแห่งนั้นถูกสร้างขึ้นเมื่อใด บันทึกที่เหลืออยู่ระบุเพียงว่า ที่นี่เคยเป็นสถานที่ประกอบพิธีของผู้พิทักษ์มังกรทั้งสองสายเลือด ก่อนที่เส้นทางเข้าสู่ศาลจะถูกปิดตายลงในยุคที่ประวัติศาสตร์ของเผ่ามังกรเริ่มขาดหาย

ระหว่างทาง อวี้เหิงแทบไม่ได้พูดอะไร เขาเดินนำอยู่ด้านหน้า มือหนึ่งถือไม้เท้าหยก อีกมือคอยตรวจสอบแผ่นหยกที่นำติดตัวมาด้วยเป็นระยะ

หลินซีเหยาเดินอยู่ข้างเฟิงอ้าวเทียน นางสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงระมัดระวังพลังสีเงินของตนเอง หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน เขาไม่ได้พูดถึงภาพที่เห็นอีก แต่สีหน้าของเขาบอกว่ายังมีบางสิ่งติดค้างอยู่ในใจ

“ท่านยังคิดถึงคำเตือนนั้นอยู่หรือ?” นางถาม

เฟิงอ้าวเทียนหันมามอง

“คำเตือนที่ว่าอย่าเปิดประตูเพื่อค้นหาสิ่งที่สูญเสียไปน่ะหรือ?”

“เพคะ”

“ข้าไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ส่งคำเตือน แต่ข้ารู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับความทรงจำที่ถูกปิดผนึกไว้”

“แล้วท่านจะทำอย่างไร หากภายในศาลมีคำตอบที่ท่านต้องการ?”

เขานิ่งคิดเล็กน้อยก่อนตอบ

“ข้าจะพิจารณาก่อนว่าการรู้คำตอบนั้นต้องแลกกับอะไร”

หลินซีเหยามองเขาอย่างแปลกใจ

“ข้านึกว่าท่านจะรีบเข้าไปค้นหาความจริงเสียอีก”

“หากเป็นเมื่อก่อน ข้าอาจทำเช่นนั้น แต่ตอนนี้ข้าไม่คิดว่าการได้คำตอบมาโดยไม่เข้าใจผลที่จะตามมาเป็นเรื่องฉลาด”

เขาหยุดเดินเล็กน้อยเพื่อรอให้นางก้าวข้ามก้อนหินที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง

“อีกอย่าง เราไม่ได้เดินทางมาที่นี่เพื่อตามหาความทรงจำของข้าเพียงคนเดียว”

หลินซีเหยามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ

“ดูเหมือนท่านจะเรียนรู้ที่จะอดทนมากขึ้นแล้ว”

“ข้าควรถือว่านั่นเป็นคำชมใช่หรือไม่?”

“หากท่านอยากถือเช่นนั้นก็ได้เพคะ”

มู่ชางที่เดินตามหลังได้ยินบทสนทนาทั้งหมด เขากระแอมเบา ๆ แล้วหันไปมองภูเขาด้านข้าง ราวกับไม่ได้ยินสิ่งใดทั้งนั้น

เฟิงอ้าวเทียนเหลือบมองเขา

“เจ้ามีอะไรจะพูดหรือ?”

“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเพียงคิดว่าทิวทัศน์ของหุบเขาเหมันต์งดงามยิ่งนัก”

“ถ้าเช่นนั้นก็มองต่อไป”

“รับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”

หลินซีเหยากลั้นหัวเราะไม่อยู่ บรรยากาศที่ตึงเครียดมาตั้งแต่ต้นทางจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย

แต่ความสงบเช่นนั้นอยู่ได้ไม่นาน

เมื่อพวกเขาเดินผ่านแนวสนที่ปกคลุมด้วยหิมะ อวี้เหิงก็หยุดกะทันหัน เขายกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนหยุดตาม

“มีอะไรหรือ?” เฟิงอ้าวเทียนถาม

อวี้เหิงคุกเข่าลงตรวจสอบพื้นหิมะ ก่อนใช้นิ้วแตะรอยสีดำที่ปรากฏอยู่ระหว่างก้อนหิน

“รอยพลังมังกร”

มู่ชางเดินเข้ามาดูทันที

“มีคนมาก่อนพวกเราหรือ?”

“เป็นไปได้ แต่รอยนี้ไม่เหมือนพลังมังกรทั่วไป” อวี้เหิงขมวดคิ้ว “มันเหมือนถูกบางสิ่งดูดกลืนจนเหลือเพียงเศษพลัง”

เฟิงอ้าวเทียนย่อตัวลงใกล้รอยนั้น เขาไม่ได้สัมผัสมันโดยตรง เพียงปล่อยพลังมังกรสีดำทองออกมาเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบ

ทันทีที่พลังทั้งสองเข้าใกล้กัน รอยสีดำก็สั่นไหว ก่อนจะแตกสลายเป็นละอองบาง ๆ แล้วหายไปในอากาศ

หลินซีเหยารู้สึกถึงความเย็นวาบที่เกล็ดเงินข้างเอว

“เงากลืนมังกร”

นางกล่าวเบา ๆ

เฟิงอ้าวเทียนพยักหน้า

“ดูเหมือนมันจะมาถึงที่นี่ก่อนเราแล้ว”

“หรืออาจเฝ้ารอเราอยู่ก็ได้” มู่ชางกล่าวพลางมองไปรอบด้าน

อวี้เหิงลุกขึ้นยืน สีหน้าของเขาเคร่งเครียดกว่าเดิม

“เราต้องรีบไป ศาลอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้แล้ว”

ไม่มีใครคัดค้าน

พวกเขาเดินต่อไปตามทางแคบ จนกระทั่งแนวสนสิ้นสุดลงและเผยให้เห็นหน้าผาสูงตระหง่าน บริเวณเชิงผามีบันไดหินทอดลงไปยังหุบเขาลึก ด้านล่างสุดมีสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ตั้งอยู่ท่ามกลางหมอกสีขาว

ศาลโบราณมีขนาดใหญ่กว่าที่เฟิงอ้าวเทียนคาดไว้ เสาหินสีเทาตั้งเรียงรายอยู่หน้าทางเข้า หลังคาบางส่วนพังทลาย แต่รูปสลักมังกรบนชายคายังคงสมบูรณ์อย่างน่าประหลาด

เหนือประตูหลักมีมังกรสองตัวสลักอยู่ ตัวหนึ่งเป็นสีดำทอง อีกตัวเป็นสีเงิน ทั้งคู่หันหน้าเข้าหากัน โดยมีวงกลมคล้ายดวงจันทร์อยู่ตรงกลาง

หลินซีเหยาหยุดมองภาพนั้น

“ลวดลายเดียวกับที่เราเห็นในวิหารใต้ธารน้ำแข็ง”

เฟิงอ้าวเทียนเดินเข้าไปใกล้ประตู

“แต่ที่นี่ไม่มีภาพของมังกรตัวใดอยู่เหนืออีกตัวหนึ่ง”

“หมายความว่าอย่างไร?” มู่ชางถาม

“หากผู้สร้างต้องการบอกว่าฝ่ายหนึ่งมีอำนาจเหนืออีกฝ่าย ก็น่าจะสลักลำดับให้เห็นชัดเจน แต่ภาพนี้กลับแสดงให้เห็นว่าทั้งสองอยู่ในระดับเดียวกัน”

อวี้เหิงพยักหน้า

“บรรพบุรุษของข้าเคยกล่าวว่า ศาลแห่งนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อบูชามังกรสายเลือดใดสายเลือดหนึ่ง แต่สร้างขึ้นเพื่อรักษาสมดุลของพลังทั้งสอง”

หลินซีเหยามองประตูหินอีกครั้ง ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างเกิดขึ้นภายในใจ ทั้งที่นางไม่เคยเดินทางมาที่นี่มาก่อน

นางยกมือขึ้นแตะเกล็ดเงินข้างเอว

เกล็ดนั้นอุ่นขึ้นอย่างช้า ๆ

เฟิงอ้าวเทียนสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงหันมาหานาง

“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”

“ข้าไม่เป็นไร เพียงแต่รู้สึกเหมือนเคยมาที่นี่”

“ความทรงจำหรือ?”

“ข้าไม่แน่ใจ อาจเป็นเพียงความรู้สึกที่เกิดจากพลังของศาลก็ได้”

เฟิงอ้าวเทียนไม่ได้ซักถามต่อ เขาเพียงยืนอยู่ใกล้นางเพื่อให้แน่ใจว่านางจะไม่ต้องเผชิญกับสิ่งผิดปกติเพียงลำพัง

อวี้เหิงก้าวขึ้นไปยังประตูหลัก เขาวางฝ่ามือลงบนแผ่นหินตรงกลาง ก่อนถ่ายทอดพลังของตนเองเข้าไป

ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

เขาลองอีกครั้ง แต่ประตูยังคงนิ่งสนิท

“เป็นไปไม่ได้” เขาพึมพำ “ข้าเคยเปิดประตูชั้นนอกด้วยพลังของตระกูลมาแล้ว”

มู่ชางกอดอก

“หรือผนึกจะเปลี่ยนไปหลังจากเกิดความผิดปกติใต้ธารน้ำแข็ง?”

อวี้เหิงส่ายหน้า

“ต่อให้ผนึกเปลี่ยนไป ประตูชั้นนอกก็ไม่ควรปิดกั้นข้า”

เฟิงอ้าวเทียนมองลวดลายบนประตู ก่อนสังเกตเห็นรอยเส้นบาง ๆ ระหว่างมังกรทั้งสอง เส้นนั้นเชื่อมต่อกับวงกลมตรงกลางและทอดยาวลงไปถึงฐานประตู

“บางทีประตูอาจไม่ได้ต้องการพลังจากผู้พิทักษ์ตระกูลของเจ้าเพียงอย่างเดียว”

เขาหันไปหาหลินซีเหยา

“ลองดูด้วยกันหรือไม่?”

นางพยักหน้า แต่ยกมือขึ้นห้ามเขาไว้ก่อน

“เราควรเริ่มจากพลังเพียงเล็กน้อย หากเกิดสิ่งผิดปกติจะได้หยุดทัน”

เฟิงอ้าวเทียนเห็นด้วย

ทั้งสองยืนคนละด้านของประตู โดยไม่แตะต้องลวดลายโดยตรง เฟิงอ้าวเทียนปล่อยพลังมังกรสีดำทองออกมาเป็นเส้นบาง ๆ ขณะที่หลินซีเหยาถ่ายทอดพลังสีเงินตามออกไปอย่างช้า ๆ

เมื่อพลังทั้งสองสัมผัสกับวงกลมตรงกลาง ประตูหินก็สั่นสะเทือนเบา ๆ

ลวดลายมังกรเริ่มเปล่งประกาย

เสียงกลไกเก่าแก่ดังขึ้นจากภายในศาล ตามด้วยเสียงครูดของหินที่เสียดสีกัน ประตูซึ่งปิดตายมานานหลายร้อยปีค่อย ๆ แยกออกเป็นช่องแคบ

ลมเย็นพัดออกมาจากด้านใน พาเอากลิ่นหินเก่าและพลังมังกรที่หลับใหลมานานมาด้วย

หลินซีเหยารู้สึกได้ทันทีว่าพลังสีเงินของตนกำลังตอบสนองต่อบางสิ่งที่อยู่ลึกเข้าไป

แต่ก่อนที่ทั้งสองจะถอนพลังกลับ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากภายในประตู

“ผู้สืบสายเลือดทั้งสอง...ในที่สุดพวกเจ้าก็มาถึง”

มู่ชางชักดาบออกจากฝักทันที

อวี้เหิงถอยหลังไปครึ่งก้าว สีหน้าซีดลง

“เสียงนี้...ไม่เคยอยู่ในศาลมาก่อน”

เฟิงอ้าวเทียนหยุดถ่ายทอดพลังทันที ประตูหินหยุดเคลื่อน แต่ไม่ได้ปิดกลับเหมือนเดิม

เขามองเข้าไปในช่องมืดเบื้องหน้า

“เจ้าเป็นใคร?”

ไม่มีคำตอบในทันที

มีเพียงแสงสีเงินจาง ๆ ที่ปรากฏอยู่ลึกเข้าไปในศาล ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว

จากนั้นเสียงเดิมก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“อย่าเข้ามา หากพวกเจ้ายังไม่รู้ว่าตนเองกำลังตามหาอะไร”

เฟิงอ้าวเทียนสบตาหลินซีเหยา ทั้งสองต่างรับรู้ได้ว่าคำเตือนนี้ไม่ใช่เพียงการข่มขู่

หลินซีเหยาก้าวเข้าใกล้ประตูเล็กน้อย แต่ยังรักษาระยะห่างจากช่องเปิด

“พวกเรามาเพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับผนึกและความทรงจำที่ถูกปิดบัง หากท่านรู้บางสิ่ง โปรดบอกเรา”

คราวนี้เสียงนั้นเงียบไปนานกว่าเดิม

ก่อนจะมีภาพเลือนรางปรากฏขึ้นบนผนังด้านใน

เป็นภาพมังกรสีดำทองยืนอยู่หน้าประตูหิน ขณะที่มังกรสีเงินยืนอยู่ด้านหลัง ท่าทางของทั้งคู่ตรงกับภาพสลักที่อวี้เหิงเคยเห็นในศาลทุกประการ

แต่สิ่งที่แตกต่างคือ มังกรสีดำทองไม่ได้หันหลังให้มังกรเงินอย่างที่พวกเขาคิด

มันกำลังยื่นกรงเล็บออกไป ราวกับพยายามช่วยอีกฝ่ายให้หลุดพ้นจากพันธนาการ

ทันใดนั้น เงาดำก็พุ่งผ่านภาพ ทำให้ภาพทั้งหมดแตกกระจายเป็นเส้นแสง

เสียงคำรามต่ำดังมาจากส่วนลึกของศาล

เฟิงอ้าวเทียนรู้สึกถึงพลังเย็นจัดพุ่งเข้าหาแก่นมังกรของตนเอง เขารีบถอยออกมา ขณะที่หลินซีเหยายกมือขึ้นสร้างม่านพลังสีเงินป้องกันทั้งสองคน

เงาดำพยายามแทรกผ่านช่องประตู แต่เมื่อสัมผัสกับม่านพลัง มันกลับส่งเสียงแหลมคล้ายโลหะเสียดสีกัน ก่อนถอยกลับเข้าไปในความมืด

มู่ชางยกดาบขึ้นเตรียมต่อสู้

“เราควรปิดประตูเสีย!”

“เดี๋ยวก่อน!” หลินซีเหยาร้องห้าม “มันไม่ได้พยายามออกมาอย่างเต็มกำลัง ดูเหมือนมันกำลังทดสอบพลังของเรา”

เฟิงอ้าวเทียนมองช่องประตูที่ยังเปิดอยู่

เขาไม่รู้ว่าเงาดำนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเงากลืนมังกรหรือเป็นสิ่งที่ศาลสร้างขึ้นเพื่อป้องกันผู้บุกรุก แต่เขารู้ว่าการเปิดประตูต่อไปโดยไม่เข้าใจสิ่งที่อยู่ข้างในเป็นเรื่องอันตราย

“เราจะไม่เข้าไปในวันนี้” เขาตัดสินใจ “อวี้เหิง เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีทางเข้าอื่นอีกหรือเปล่า?”

อวี้เหิงส่ายหน้า

“มีเพียงประตูนี้ที่ข้ารู้จัก แต่ด้านหลังศาลมีทางลงสู่ห้องเก็บบันทึกเก่า บรรพบุรุษของข้าเคยใช้ทางนั้นตรวจสอบผนึก”

“พาเราไปที่นั่น”

ทั้งสี่คนถอยออกจากประตูหลัก โดยเฟิงอ้าวเทียนกับหลินซีเหยาค่อย ๆ ถอนพลังของตนออกจากลวดลาย เมื่อพลังทั้งสองหยุดไหลเวียน ประตูหินก็เคลื่อนกลับเข้าหากันอย่างช้า ๆ จนปิดสนิทในที่สุด

ก่อนช่องสุดท้ายจะหายไป หลินซีเหยาเห็นแสงสีเงินวาบขึ้นภายในศาลอีกครั้ง

คราวนี้นางเห็นเงาของหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่หลังประตู

หญิงสาวผู้นั้นมีเส้นผมสีเงินยาว ใบหน้าคล้ายคลึงกับนางอย่างน่าประหลาด

ริมฝีปากของหญิงสาวขยับราวกับกำลังกล่าวบางสิ่ง แต่เสียงกลับไม่อาจลอดผ่านประตูออกมาได้

จากนั้นภาพก็หายไป

หลินซีเหยายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มมองเกล็ดเงินข้างเอว

ลวดลายบนเกล็ดเปลี่ยนเป็นสีทองอ่อนเพียงชั่วพริบตา แล้วกลับคืนสู่สีเดิม

เฟิงอ้าวเทียนเดินมาหยุดข้างนาง

“เจ้าเห็นอะไร?”

นางลังเลอยู่เล็กน้อย ก่อนตอบตามจริง

“ข้าเห็นหญิงสาวคนหนึ่งอยู่หลังประตู นางมีใบหน้าคล้ายข้ามาก”

เฟิงอ้าวเทียนไม่ได้แสดงความประหลาดใจอย่างที่นางคาด เขาเพียงมองประตูหินด้วยแววตาครุ่นคิด

“บางทีนางอาจเป็นหนึ่งในผู้พิทักษ์รุ่นก่อน”

“หรืออาจเป็นคนที่ความทรงจำของข้าพยายามบอกให้ตามหา”

“เราจะหาคำตอบด้วยกัน แต่จำคำเตือนที่ได้รับไว้ อย่าปล่อยให้ภาพเพียงภาพเดียวกำหนดสิ่งที่เราเชื่อ”

หลินซีเหยาพยักหน้า

ทั้งสองเดินตามอวี้เหิงไปยังด้านหลังศาล โดยมีมู่ชางคอยระวังภัยอยู่ท้ายขบวน

พวกเขายังไม่ได้ค้นพบความจริงเกี่ยวกับประตูโบราณ และยังไม่รู้ว่าเสียงที่เรียกพวกเขาว่าผู้สืบสายเลือดทั้งสองเป็นของใคร

แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนขึ้นคือ ศาลแห่งนี้ยังคงมีบางสิ่งเฝ้ารออยู่ภายใน

และสิ่งนั้นรู้จักพวกเขามากกว่าที่พวกเขารู้จักตัวเอง

ใต้ธารน้ำแข็งอันห่างไกล รอยร้าวบนกระจกจันทราขยายออกอีกเล็กน้อย

เงากลืนมังกรเคลื่อนตัวผ่านห้องลับ ก่อนหยุดอยู่ตรงหน้าภาพสะท้อนของหญิงสาวผมสีเงิน

“พวกเขาพบประตูแล้ว”

เสียงนั้นแผ่วเบา แต่แฝงความเย็นเยียบ

“หากพวกเขาได้เห็นความทรงจำทั้งหมด ผนึกที่ข้ารักษาไว้ก็จะไม่มีความหมายอีกต่อไป”

ภาพบนกระจกสั่นไหว

ในเงาสะท้อน หญิงสาวผมสีเงินค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ราวกับรับรู้ว่ามีใครบางคนกำลังจับตามองอยู่

จากนั้นนางก็เอ่ยคำหนึ่งออกมาอย่างไร้เสียง

“อย่าเชื่อเขา”

เงากลืนมังกรหยุดนิ่ง

เป็นครั้งแรกที่มันไม่ได้ตอบโต้ทันที

เพราะแม้แต่ตัวมันเองก็ไม่แน่ใจว่า คำเตือนนั้นกำลังกล่าวถึงใครกันแน่

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 40 หัวใจที่จักรพรรดิเลือก

    พระราชวังมังกรกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง รายงานจากหุบเขามังกรถูกส่งมายังห้องทรงงานอย่างต่อเนื่อง ข้อพิพาทระหว่างเผ่าเกล็ดแดงและเผ่าเกล็ดเงินถูกยุติลงชั่วคราว แหล่งแร่พลังถูกแบ่งเขตใหม่ นักรบทั้งสองฝ่ายได้รับคำสั่งให้หยุดการปะทะ และที่สำคัญที่สุด... ทั้งสองเผ่าเริ่มส่งตัวแทนมาพูดคุยกันแทนการใช้อาวุธ ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ริมหน้าต่างของห้องทรงงาน อ่านรายงานฉบับหนึ่งอย่างตั้งใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่หลังโต๊ะ แต่สายตาของเขากลับไม่ได้อยู่บนเอกสาร มันอยู่ที่นาง ไป๋อวี้เหยารู้สึกได้ จึงเงยหน้าขึ้น "ท่านมองข้าทำไม?" "มองไม่ได้หรือ?" "ท่านมองมาเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว" "ข้าเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีความอดทนมาก" นางวางรายงานลง "ท่านไม่มีงานทำหรือ?" "มี" "แล้วทำไมไม่ทำ?" "ข้ากำลังทำ" "ทำอะไร?" "มองเจ้า" นางถอนหายใจ "นี่เรียกว่างานหรือ?" "สำหรับข้าใช่" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "จักรพรรดิมังกรนี่จริง ๆ เลย" เฟิงเทียนหลงยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ "ออกไปเดินกัน" "ตอนนี้?" "ใช่" "ท่านไม่มีประชุมหรือ?" "เลื่อนแล้ว" "อีกแล้ว?" "ข้าเป็นจักรพรรดิ" "แล้ว?" "ข้ามีสิทธิ์เลื่อนประชุม" นางห

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 39 มังกรเหนือเปลวเพลิง

    ลานหินของหุบเขามังกรยังคงมีรอยแตกจากเหตุการณ์ก่อนหน้า เหล่ามังกรกำลังช่วยกันซ่อมแซมพื้นที่ ขณะที่ผู้นำทั้งสองเผ่ายืนมองสถานการณ์ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ไป๋อวี้เหยาเดินอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง "ดูเหมือนทุกคนจะสงบลงแล้ว" "ชั่วคราว" เขาตอบ "ความขัดแย้งที่สะสมมานานไม่หายไปในวันเดียว" "แต่วันนี้อย่างน้อยก็ไม่มีใครต่อสู้กัน" "เพราะพวกเขากลัวข้า" นางหันมองเขา "แล้วท่านไม่อยากให้พวกเขาเชื่อใจกันหรือ?" "อยาก" เฟิงเทียนหลงมองไปยังมังกรสองเผ่า "แต่ความเชื่อใจต้องเกิดจากพวกเขาเอง" ไป๋อวี้เหยาพยักหน้า ทันใดนั้นมังกรหนุ่มเกล็ดแดงคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาคือคนที่เคยเปิดฉากต่อสู้ในวันก่อน ชายหนุ่มคุกเข่าลง "ฝ่าบาท" เฟิงเทียนหลงหยุด "มีอะไร?" "ข้าต้องการขอทดสอบฝีมือกับเผ่าเกล็ดเงิน" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "ยังจะสู้กันอีกหรือ?" มังกรหนุ่มรีบส่ายหน้า "ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชนะ" เขามองไปยังอีกฝ่าย "ข้าต้องการประลองอย่างเป็นทางการ" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินนิ่งไป "ประลอง?" "ใช่" ชายหนุ่มพูด "เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเราไม่ได้จำเป็นต้องเกลียดกัน" ไป๋อวี้เหยามองเขาอย่างแปลกใจ เฟิงเทียนหลงเองก็ไม่ได้พูด

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 38 คำตัดสินเหนือสองเผ่า

    ลานประชุมของหุบเขามังกรถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง ผู้นำของสองเผ่านั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะหิน เผ่าเกล็ดแดงขึ้นชื่อเรื่องพลังเพลิง เผ่าเกล็ดเงินมีพลังน้ำแข็ง ทั้งสองเผ่าเคยร่วมมือกันปกป้องชายแดนมาหลายครั้ง แต่ความขัดแย้งเรื่องเขตแดนสะสมมานานจนกลายเป็นความไม่ไว้วางใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่ตรงกลาง ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ข้างเขา ไม่มีใครกล้าพูดอะไรในช่วงแรก จนกระทั่งผู้นำเผ่าเกล็ดแดงเป็นฝ่ายเปิดปาก "ฝ่าบาท พวกเราไม่ได้ต้องการทำสงคราม" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินมองอีกฝ่าย "แต่พวกเจ้ารุกล้ำเขตของเรา" "เขตนั้นเป็นของพวกเรามาก่อน" เสียงเริ่มดังขึ้น เฟิงเทียนหลงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะหนึ่งครั้ง กึก ทุกคนเงียบ "ข้าจะฟังทีละคน" ผู้นำทั้งสองฝ่ายก้มศีรษะ เฟิงเทียนหลงหันไปหาเผ่าเกล็ดแดง "พูด" อีกฝ่ายจึงอธิบายว่าพื้นที่ริมแม่น้ำเคยเป็นแหล่งแร่พลังของพวกเขา แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเผ่าเกล็ดเงินขยายพื้นที่เข้ามา เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินก็รีบโต้แย้ง "พวกเราไม่ได้ยึดพื้นที่" "แต่พวกเจ้าตั้งเสาหินของเผ่าไว้!" "เพราะแม่น้ำเปลี่ยนทาง!" เสียงเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง เฟิงเทียนหลงยังคงนิ่ง ไป๋อวี้เหยา

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 37 ศึกกลางเวหามังกร

    ลานฝึกของหุบเขามังกรถูกปิดลงชั่วคราว เศษหินจากการต่อสู้ยังคงกระจายอยู่ทั่วพื้น ผู้คนของทั้งสองเผ่าต่างช่วยกันเก็บกวาด ไม่มีใครกล้าพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากนัก ไป๋อวี้เหยาเดินเคียงข้างเฟิงเทียนหลงกลับเข้าสู่เขตพักของราชสำนัก รอยถลอกเล็ก ๆ บนแขนของนางถูกพันด้วยผ้าสีขาวเรียบร้อยแล้ว แต่คนที่เดินอยู่ข้างกันยังคงมองมันเป็นระยะ นางถอนหายใจ "ท่านมองแผลข้ามาสิบรอบแล้ว" "สิบเอ็ด" "นับด้วยหรือ?" "แน่นอน" "มันไม่ได้เจ็บแล้ว" "ข้ารู้" "ถ้ารู้แล้วจะมองทำไม?" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป "เพื่อให้แน่ใจ" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "ท่านนี่..." ยังไม่ทันพูดจบ เสียงมังกรคำรามก็ดังขึ้นจากท้องฟ้า ทั้งคู่เงยหน้าพร้อมกัน มังกรเกล็ดแดงสามตัวกำลังบินไล่ตามมังกรเกล็ดเงินอีกสองตัว เปลวไฟสีแดงพุ่งผ่านอากาศ น้ำแข็งสีฟ้าตอบโต้ทันที "พวกเขายังไม่หยุดอีกหรือ?" ไป๋อวี้เหยาถาม เฟิงเทียนหลงถอนหายใจ "ดูเหมือนจะไม่" เขาหันไปหาองครักษ์ "พานางกลับตำหนัก" "ไม่" ไป๋อวี้เหยาขัดขึ้น เฟิงเทียนหลงหันมามอง "อวี้เหยา" "ข้าไม่เข้าไปในสนามรบ" นางชี้ขึ้นฟ้า "แต่ข้าอยากเห็นว่าท่านจะจัดการอย่างไร" เขานิ่งไปเล็กน

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 36 ศึกสองเผ่ามังกร

    ลานหินกลางหุบเขามังกรเต็มไปด้วยความตึงเครียด มังกรสองกลุ่มยืนประจันหน้ากันคนละฝั่ง ฝั่งหนึ่งมีเกล็ดสีแดงเข้ม อีกฝั่งมีเกล็ดสีเงินอมฟ้า ไม่มีใครยอมถอย ไป๋อวี้เหยาที่กำลังเดินกลับจากริมแม่น้ำกับเฟิงเทียนหลงหยุดลงเมื่อเห็นความผิดปกติ "เกิดอะไรขึ้น?" เฟิงเทียนหลงมองไปยังลานหิน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที "พวกเขากำลังจะสู้กัน" "ทำไม?" "ความขัดแย้งระหว่างสองสายเลือด" เขาตอบสั้น ๆ ก่อนหันไปหาองครักษ์ "พานางออกไปจากตรงนี้" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "แล้วท่านล่ะ?" "ข้าจะจัดการเอง" "อีกแล้วหรือ?" เขามองนาง "อวี้เหยา ที่นี่อันตราย" "ข้ารู้" นางมองมังกรสองกลุ่ม "แต่ถ้าท่านเข้าไป ข้าก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป เขาไม่อยากให้นางเข้าใกล้การต่อสู้ แต่ก็รู้ดีว่านางไม่ใช่คนที่จะยอมกลับไปนั่งรอโดยไม่ถามอะไร "อยู่ข้างข้า" เขาพูดในที่สุด "ห้ามวิ่งเข้าไป" "ตกลง" "หากข้าบอกให้ถอย เจ้าต้องถอยทันที" "ได้" เขาจับมือนาง "และอย่าปล่อยมือข้า" ไป๋อวี้เหยามองมือที่ถูกจับไว้ "ท่านกลัวข้าหายหรือ?" "มาก" คำตอบตรง ๆ ทำให้นางพูดไม่ออก ทั้งคู่เดินเข้าไปใกล้ลานหิน เสียงโต้เถี

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 35 หุบเขามังกรใต้บัลลังก์

    ประตูหินขนาดมหึมาเปิดออกช้า ๆ ไป๋อวี้เหยายืนอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง มองเส้นทางเบื้องหน้าด้วยความสนใจ หุบเขาที่อยู่ตรงหน้าต่างจากพื้นที่อื่นในแดนมังกรอย่างชัดเจน ภูเขาสูงเรียงตัวล้อมรอบผืนดินกว้างใหญ่ หน้าผาสีดำมีเส้นแร่สีทองแทรกอยู่เป็นแนวยาว น้ำตกจากยอดเขาไหลลงสู่แม่น้ำสีเงินที่ทอดผ่านกลางหุบเขา บนท้องฟ้ามีมังกรจำนวนมากบินอยู่ บางตนบินเป็นกลุ่ม บางตนฝึกเปลี่ยนร่าง บางตนต่อสู้กันกลางอากาศ และบางตนนอนขดตัวอยู่บนหน้าผารับแสงอาทิตย์ ไป๋อวี้เหยามองทุกอย่างอย่างตื่นตาตื่นใจ "ที่นี่คือหุบเขามังกร?" "ใช่" เฟิงเทียนหลงเดินเคียงข้างนาง "ที่นี่เป็นสถานที่ที่มังกรสายเลือดโบราณใช้ฝึกฝนและเติบโต" "แล้วท่านเคยมาที่นี่บ่อยไหม?" "ตอนเด็ก" นางหันมองเขา "ตอนเด็กท่านเป็นอย่างไร?" เขานิ่งไปครู่หนึ่ง "ซน" ไป๋อวี้เหยาหัวเราะ "ข้าเดาไว้แล้ว" "เจ้ารู้ได้อย่างไร?" "ดูจากตอนนี้ก็รู้" เฟิงเทียนหลงเลิกคิ้ว "ตอนนี้ข้าซนตรงไหน?" "ชอบตามข้า" "นั่นไม่เรียกว่าซน" "ชอบหวงข้า" "นั่นก็ไม่ใช่" "ชอบหาเรื่องมานั่งข้าง ๆ" เขาเงียบ ไป๋อวี้เหยายิ้มกว้าง "เห็นไหม?" "ข้าแค่ชอบอยู่ใกล้เจ้า" คำตอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status