Home / แฟนตาซี / ทายาทจักรพรรดิมังกร / บทที่ 25 เงาแห่งอดีต

Share

บทที่ 25 เงาแห่งอดีต

last update publish date: 2026-10-21 19:09:58

เสียงแตกร้าวจากแผ่นศิลาภายในศาลมังกรยังคงติดอยู่ในความทรงจำของทุกคน แม้พวกเขาจะออกจากสถานที่แห่งนั้นมาหลายชั่วยามแล้วก็ตาม

เฟิงอ้าวเทียนยืนอยู่ริมหน้าต่างของห้องพักในป้อมมังกรเหนือ ดวงตาสีเข้มทอดมองแนวภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ เขาพยายามทบทวนข้อความสุดท้ายบนแผ่นศิลา

อย่าให้เขาเลือกความทรงจำแทนพวกเจ้า

คำเตือนนั้นไม่ได้ระบุชื่อผู้ใด แต่กลับทำให้เขารู้สึกว่าพวกตนกำลังถูกดึงเข้าใกล้ความลับบางอย่างที่มีผู้พยายามซ่อนไว้มานาน

“ท่านกำลังคิดถึงชายในภาพอีกแล้วหรือ?”

หลินซีเหยาถามจากด้านหลัง

เฟิงอ้าวเทียนหันกลับมา นางเพิ่งเข้ามาในห้องพร้อมถ้วยชาร้อนสองใบ ผมยาวสีดำถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย ทว่าบริเวณข้อมือกลับมีเกล็ดสีเงินเล็ก ๆ

ปรากฏขึ้นจาง ๆ

“ข้ากำลังคิดถึงคำเตือนบนแผ่นศิลา” เขาตอบ

“หากมีผู้ใดสามารถเลือกได้ว่าคนอื่นจะจดจำอะไร เรื่องในอดีตที่เราเห็นอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด”

“หรือบางส่วนอาจเป็นความจริง แต่ถูกทำให้เข้าใจผิด”

“เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ?”

หลินซีเหยาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ ก่อนนั่งตรงข้ามเขา

“ภาพที่เราเห็นในศาลโบราณมีหลายอย่างขัดแย้งกันค่ะ บางภาพแสดงให้เห็นว่ามังกรทองดำกับมังกรเงินต่อสู้กัน แต่อีกภาพกลับแสดงให้เห็นว่ามังกรทองดำยื่นมือช่วยมังกรเงิน หากทั้งสองภาพเป็นความทรงจำจริง ก็ต้องมีเหตุการณ์บางอย่างที่เราไม่รู้”

เฟิงอ้าวเทียนพยักหน้า

“ข้าไม่ต้องการตัดสินบรรพชนจากภาพเพียงไม่กี่ภาพ”

“เช่นนั้นเราก็ต้องหาความจริง โดยไม่ยอมให้ภาพเหล่านั้นบอกเราว่าควรเกลียดใคร”

คำพูดของนางทำให้เขามองนางอยู่นานกว่าปกติ

หลินซีเหยามีสายเลือดมังกรเงินโบราณ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพิทักษ์ความทรงจำที่ถูกผนึกไว้ ทว่านางกลับไม่คิดว่าการเปิดเผยอดีตทั้งหมดเป็นสิ่งที่ควรทำโดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา

บางครั้งสิ่งที่ถูกซ่อนไว้อาจไม่ใช่เพราะผู้คนต้องการโกหก แต่อาจเป็นเพราะความจริงบางอย่างอันตรายเกินกว่าจะเปิดเผยในเวลาที่ไม่เหมาะสม

“เจ้าคิดว่าหากวันหนึ่งความทรงจำของบรรพชนกลับคืนมา เราควรเชื่อมันหรือไม่?” เฟิงอ้าวเทียนถาม

“ข้าคิดว่าเราควรรับฟังค่ะ แต่การรับฟังไม่ใช่การเชื่อทุกอย่าง”

นางยกถ้วยชาขึ้นจิบ ก่อนกล่าวต่อ

“ความทรงจำเป็นสิ่งที่เจ้าของประสบพบเจอ แต่คนที่มองเห็นภาพนั้นอาจไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้น หรือหลังจากนั้นมีใครเปลี่ยนแปลงสิ่งใดบ้าง”

เฟิงอ้าวเทียนยกมุมปากเล็กน้อย

“ดูเหมือนเจ้าจะระมัดระวังมากกว่าข้าเสียอีก”

“เพราะข้าไม่อยากให้ท่านรีบพุ่งเข้าไปเปิดประตูโบราณ แล้วทำให้ภูเขาทั้งลูกถล่มลงมาค่ะ”

“ข้าไม่ได้ทำเช่นนั้นเสียหน่อย”

“ครั้งก่อนท่านเกือบใช้พลังมังกรเปิดประตูด้วยตัวเอง”

“เกือบ แต่ข้าก็หยุดแล้ว”

“เพราะข้าห้ามต่างหาก”

เฟิงอ้าวเทียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนยอมรับอย่างตรงไปตรงมา

“เรื่องนั้นข้ายอมรับ”

หลินซีเหยาหลุดหัวเราะเบา ๆ บรรยากาศที่เคร่งเครียดจึงคลายลงเล็กน้อย

แต่ในขณะที่นางกำลังจะหยิบถ้วยชาขึ้นมาอีกครั้ง เกล็ดสีเงินตรงข้อมือกลับสั่นสะเทือนอย่างแผ่วเบา

รอยยิ้มบนใบหน้าของนางค่อย ๆ จางหาย

“อ้าวเทียน...”

เขาสังเกตเห็นความผิดปกติทันที

“เกิดอะไรขึ้น?”

“เกล็ดมังกรของข้ากำลังตอบสนองต่อบางสิ่ง”

เฟิงอ้าวเทียนลุกขึ้น แต่ไม่ได้รีบแตะข้อมือของนาง

“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามาจากที่ใด?”

หลินซีเหยาหลับตาลงเพื่อสัมผัสพลังของตนเอง

นางเป็นผู้สืบทอดสายเลือดมังกรเงินโบราณ จึงสามารถรับรู้ความเปลี่ยนแปลงของพลังจันทราที่อยู่รอบตัวได้ดีกว่ามังกรทั่วไป

ทว่าพลังที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในเกล็ดเงินกลับแตกต่างจากทุกครั้ง

มันไม่ใช่พลังของเงากลืนมังกร และไม่ใช่พลังมังกรเงินที่นางคุ้นเคยอย่างสมบูรณ์

มันคล้ายเศษเสี้ยวของบางสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในสถานที่ห่างไกล ราวกับมีใครบางคนกำลังพยายามส่งสัญญาณผ่านกาลเวลา

“ข้าไม่แน่ใจค่ะ” นางตอบ “แต่ข้ารู้สึกเหมือนมันกำลังเรียกหาอะไรบางอย่าง”

เฟิงอ้าวเทียนขมวดคิ้ว

“มันกำลังเรียกหาเจ้าหรือเรียกหาสิ่งที่อยู่ในตัวเจ้า?”

“ข้าแยกไม่ออก”

ทันใดนั้นเกล็ดสีเงินก็เปล่งประกายขึ้น แสงอ่อน ๆ ลอยออกจากข้อมือของนางแล้วแผ่กระจายเป็นวงกลมกลางอากาศ

เฟิงอ้าวเทียนขยับเข้ามายืนข้างนาง พลังมังกรทองดำหมุนเวียนอยู่รอบฝ่ามือ แต่เขายังไม่ปล่อยพลังเข้าไปแทรกแซง

“หากเจ้ารู้สึกไม่ปลอดภัย ให้บอกข้าทันที”

“ข้ารู้ค่ะ”

หลินซีเหยาสูดลมหายใจลึก ก่อนยื่นมือออกไปเล็กน้อย

แสงสีเงินสั่นไหว แล้วค่อย ๆ ก่อตัวเป็นภาพเลือนราง

สถานที่ในภาพมีลักษณะคล้ายห้องโถงโบราณ ผนังรอบด้านเต็มไปด้วยอักขระที่นางอ่านไม่ออก ตรงกลางห้องมีชายผู้หนึ่งสวมเสื้อคลุมยาวยืนอยู่เบื้องหน้าวัตถุทรงกลมที่มีขอบสีเงิน

มันดูคล้ายกระจกจันทรา แต่ไม่อาจยืนยันได้ว่าเป็นสิ่งเดียวกัน

ใบหน้าของชายผู้นั้นถูกบดบังด้วยเงา เห็นเพียงมือข้างหนึ่งที่กำลังแตะขอบวัตถุทรงกลม

เบื้องหน้าเขามีหญิงสาวผมสีเงินยืนอยู่

แม้ภาพจะไม่ชัดเจน แต่หลินซีเหยากลับรู้สึกคุ้นเคยกับรูปร่างของหญิงสาวคนนั้นอย่างประหลาด

“นั่น...” นางพึมพำ “เหตุใดข้าจึงรู้สึกเหมือนเคยเห็นนางมาก่อน”

เฟิงอ้าวเทียนไม่ตอบ เขากำลังจับตาดูรายละเอียดภายในภาพอย่างระมัดระวัง

หญิงสาวในภาพยื่นมือไปหาชายคลุมหน้า

“หากเจ้าต้องการรักษาความทรงจำเหล่านี้ เจ้าต้องสัญญาว่าจะไม่ใช้มันตัดสินผู้ใด”

น้ำเสียงของนางแผ่วเบา แต่ชัดเจนราวกับดังขึ้นจากสถานที่ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว

ชายคลุมหน้านิ่งเงียบ ก่อนตอบกลับ

“ข้าสัญญา”

ภาพสั่นไหวเล็กน้อย

จากนั้นเสียงอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืด

“คำสัญญาจะไม่มีความหมาย หากผู้ให้คำสัญญาเป็นคนเลือกเองว่าผู้อื่นควรจดจำสิ่งใด”

หลินซีเหยารู้สึกเย็นวาบไปทั่วแผ่นหลัง

ชายคลุมหน้าหันไปยังต้นเสียงอย่างรวดเร็ว แต่ภาพกลับแตกกระจายก่อนที่นางจะมองเห็นว่าใครเป็นผู้พูด

เกล็ดสีเงินดับลงทันที

ภายในห้องกลับคืนสู่ความเงียบ

หลินซีเหยาลดมือลงช้า ๆ ขณะพยายามเรียบเรียงสิ่งที่เพิ่งเห็น

“หญิงสาวคนนั้นอาจเป็นผู้พิทักษ์มังกรเงินในอดีต”

เฟิงอ้าวเทียนกล่าวขึ้น

“ท่านแน่ใจหรือคะ?”

“ไม่แน่ใจ แต่พลังที่อยู่รอบตัวนางคล้ายพลังจันทราของเจ้า”

“ถ้าเช่นนั้นเหตุใดข้าจึงมองไม่เห็นใบหน้าของนางชัดเจน?”

“บางทีภาพนี้อาจไม่ได้ตั้งใจให้เราเห็นทุกอย่าง”

เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ

“หรืออาจมีใครบางคนไม่ต้องการให้เราเห็น”

หลินซีเหยามองเกล็ดสีเงินบนข้อมือ

นางเคยได้ยินจากผู้อาวุโสหลัวว่า สายเลือดมังกรเงินโบราณสามารถรักษาร่องรอยของความทรงจำที่ถูกผนึกไว้ได้ แต่ไม่ใช่ทุกความทรงจำจะเปิดเผยตัวเองตามความต้องการของผู้สืบทอด

บางความทรงจำจะปรากฏขึ้นเมื่อเงื่อนไขเหมาะสม ขณะที่บางความทรงจำอาจถูกผูกไว้กับคำสัญญาหรือพลังของผู้พิทักษ์ในอดีต

สิ่งที่นางเพิ่งเห็นอาจเป็นเพียงเศษเสี้ยวของเรื่องราวที่ยังไม่สมบูรณ์

“เราควรบอกอวี้เหิงกับมู่ชางค่ะ”

“ข้าเห็นด้วย แต่ก่อนหน้านั้นเราต้องตรวจสอบว่าเกล็ดของเจ้าปลอดภัยหรือไม่”

เฟิงอ้าวเทียนเว้นระยะให้หญิงสาวเลือกด้วยตนเอง

“ข้าขอตรวจดูพลังรอบ ๆ ได้หรือไม่? หากเจ้าไม่สบายใจ เราจะหยุดทันที”

หลินซีเหยาพยักหน้า

เขาจึงยื่นมือออกไปโดยไม่แตะตัวนาง ปล่อยพลังมังกรทองดำบางเบาให้ลอยผ่านบริเวณใกล้ข้อมือของนาง

พลังทั้งสองไม่ได้หลอมรวมกัน แต่กลับสั่นสะเทือนพร้อมกันอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะแยกออกจากกันอย่างเป็นธรรมชาติ

เฟิงอ้าวเทียนถอนมือกลับ

“ไม่พบร่องรอยของเงากลืนมังกรในพลังที่เพิ่งปรากฏ”

“หมายความว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับเงานั้นหรือคะ?”

“ยังสรุปไม่ได้ เรารู้เพียงว่าพลังนี้แตกต่างจากสิ่งที่เราเคยพบ”

หลินซีเหยาพยักหน้า นางพอใจกับคำตอบที่ไม่รีบร้อนเกินไปมากกว่าการได้รับข้อสรุปที่ไม่มีหลักฐาน

“อย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่ามันมีความเกี่ยวข้องกับความทรงจำบางอย่าง”

“และเราจะไม่พยายามบังคับให้มันเปิดเผยมากกว่านี้”

เฟิงอ้าวเทียนกล่าวอย่างหนักแน่น

“หากมันต้องการให้เราเห็นภาพอื่น มันจะปรากฏขึ้นเอง เราไม่จำเป็นต้องใช้เลือดหรือพลังของเจ้าไปกระตุ้นกระจกจันทรา”

หลินซีเหยามองเขาแล้วพยักหน้า

“ขอบคุณค่ะ”

“เรื่องเล็กน้อย”

“สำหรับท่านอาจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับข้า การที่ท่านไม่รีบตัดสินใจแทนข้าเป็นเรื่องสำคัญ”

เฟิงอ้าวเทียนนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ

“เช่นนั้นข้าจะพยายามทำให้ดีขึ้น”

คำตอบเรียบง่ายนั้นทำให้หลินซีเหยารู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

นางไม่ได้ต้องการให้เขาปกป้องนางจากทุกสิ่งเพียงฝ่ายเดียว แต่อยากให้ทั้งสองสามารถยืนอยู่ข้างกันโดยไม่ต้องมีใครเป็นผู้ตัดสินใจแทนอีกฝ่ายเสมอไป

ไม่นานนัก มู่ชางกับอวี้เหิงก็เดินทางมาถึงห้องพัก หลังได้รับแจ้งว่าพลังของเกล็ดเงินเกิดความผิดปกติอีกครั้ง

เมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมด อวี้เหิงก็ขอให้หลินซีเหยาบรรยายลักษณะของสิ่งที่ปรากฏในภาพอย่างละเอียด

“ชายคลุมหน้ามีสิ่งใดติดตัวหรือไม่?” เขาถาม

“ข้าเห็นเพียงวัตถุทรงกลมที่เขากำลังแตะอยู่ค่ะ ส่วนเสื้อคลุมของเขามีลวดลายบางอย่าง แต่ภาพไม่ชัดพอให้ข้าจำได้ทั้งหมด”

“แล้วหญิงสาวผมสีเงิน?”

หลินซีเหยาครุ่นคิด

“นางไม่ได้สวมเครื่องประดับมากนัก แต่บริเวณด้านหลังมีลวดลายคล้ายวงแหวนสามชั้น”

มู่ชางหันไปมองอวี้เหิงทันที

“วงแหวนสามชั้น?”

เขาล้วงม้วนบันทึกการลาดตระเวนเก่าที่นำติดตัวมาด้วย แล้วคลี่ออกบนโต๊ะ

“ข้าเคยเห็นสัญลักษณ์นี้ในรายงานจากถ้ำศิลาดำ แต่ตอนนั้นมันถูกบันทึกไว้เพียงเป็นรอยสลักที่ไม่สามารถระบุที่มาได้”

อวี้เหิงก้มลงตรวจดู ก่อนชี้ไปยังรูปสัญลักษณ์ที่วาดอยู่ตรงมุมกระดาษ

วงกลมสามวงซ้อนกัน โดยมีเส้นเล็ก ๆ เชื่อมต่อจากวงนอกเข้าสู่วงใน

“นี่เป็นรูปแบบเดียวกันหรือไม่?”

หลินซีเหยาพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง

“คล้ายกันมากค่ะ แต่ข้าไม่กล้ายืนยันว่าเหมือนกันทุกส่วน”

“แค่นี้ก็เพียงพอให้เราตรวจสอบต่อได้แล้ว” เฟิงอ้าวเทียนกล่าว “แต่ยังไม่ควรสรุปว่าชายคลุมหน้าเกี่ยวข้องกับถ้ำศิลาดำโดยตรง”

มู่ชางพยักหน้าเห็นด้วย

“ข้าจะส่งสำเนารายงานไปให้ซูเหวินตรวจสอบ เขาดูแลบันทึกมังกรโบราณและอาจรู้ว่าสัญลักษณ์นี้เป็นของผู้ใด”

“ส่งเฉพาะข้อมูลที่เรามี” เฟิงอ้าวเทียนกำชับ “อย่าเติมข้อสันนิษฐานลงไปในบันทึกจนกว่าจะมีหลักฐานเพิ่ม”

“รับทราบ”

หลังมู่ชางส่งข่าวออกไป ทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน โดยไม่มีผู้ใดพยายามกระตุ้นเกล็ดเงินของหลินซีเหยาอีก

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในคืนนั้นไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น

ลึกลงไปใต้ธารน้ำแข็งของหุบเขาเหมันต์ กระจกจันทราซึ่งตั้งอยู่ภายในห้องผนึกเริ่มเกิดระลอกคลื่นบางเบา ทั้งที่ไม่มีผู้ใดแตะต้องมัน

ภาพชายคลุมหน้าปรากฏขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้เขายืนอยู่ตรงข้ามหญิงสาวผมสีเงินคนเดิม

ใบหน้าของชายผู้นั้นยังคงถูกเงาบดบัง แต่ท่าทางของเขาดูเหนื่อยล้า ราวกับแบกรับสิ่งที่หนักเกินกว่าจะกล่าวออกมาได้

“ข้าไม่สามารถคืนทุกสิ่งที่ถูกแบ่งแยกไปแล้วได้”

หญิงสาวมองเขาอย่างสงบ

“เช่นนั้นเจ้าก็ไม่ควรพยายามเลือกแทนพวกเขาว่าควรจดจำสิ่งใด”

ชายคลุมหน้าก้มลงมองมือของตนเอง

“หากความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมา พวกเขาอาจทำลายทุกสิ่งที่เหลืออยู่”

“และหากเจ้ายังคงปิดบัง พวกเขาก็อาจไม่มีวันรู้ว่าตนเองสูญเสียอะไรไป”

ทั้งสองเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง

ทันใดนั้น เสียงของเงากลืนมังกรก็ดังขึ้นจากส่วนลึกของห้องผนึก

“เช่นนั้นก็อย่าให้พวกเขาพบเจ้าก่อนที่ความทรงจำจะกลับคืนมา”

ชายคลุมหน้าหันไปยังความมืด

“เจ้าต้องการอะไรกันแน่?”

ไม่มีคำตอบ

มีเพียงเงาดำที่ค่อย ๆ เลื้อยผ่านขอบกระจก ก่อนภาพทั้งหมดจะดับลง

กระจกจันทรากลับมาเรียบนิ่งอีกครั้ง ทว่าใต้ผิวกระจกมีประกายสีเงินเล็ก ๆ กะพริบอยู่ชั่วขณะ

ราวกับมันกำลังรอคอยผู้สืบสายเลือดมังกรเงินโบราณและมังกรทองดำให้เดินทางมาถึง

และเมื่อถึงเวลานั้น ความทรงจำที่ถูกเก็บรักษาไว้อาจไม่ได้เปิดเผยเพียงเรื่องราวในอดีต

แต่อาจเปิดเผยด้วยว่า เหตุใดผู้คนบางกลุ่มจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ใครจดจำมันได้อีกเลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 40 หัวใจที่จักรพรรดิเลือก

    พระราชวังมังกรกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง รายงานจากหุบเขามังกรถูกส่งมายังห้องทรงงานอย่างต่อเนื่อง ข้อพิพาทระหว่างเผ่าเกล็ดแดงและเผ่าเกล็ดเงินถูกยุติลงชั่วคราว แหล่งแร่พลังถูกแบ่งเขตใหม่ นักรบทั้งสองฝ่ายได้รับคำสั่งให้หยุดการปะทะ และที่สำคัญที่สุด... ทั้งสองเผ่าเริ่มส่งตัวแทนมาพูดคุยกันแทนการใช้อาวุธ ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ริมหน้าต่างของห้องทรงงาน อ่านรายงานฉบับหนึ่งอย่างตั้งใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่หลังโต๊ะ แต่สายตาของเขากลับไม่ได้อยู่บนเอกสาร มันอยู่ที่นาง ไป๋อวี้เหยารู้สึกได้ จึงเงยหน้าขึ้น "ท่านมองข้าทำไม?" "มองไม่ได้หรือ?" "ท่านมองมาเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว" "ข้าเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีความอดทนมาก" นางวางรายงานลง "ท่านไม่มีงานทำหรือ?" "มี" "แล้วทำไมไม่ทำ?" "ข้ากำลังทำ" "ทำอะไร?" "มองเจ้า" นางถอนหายใจ "นี่เรียกว่างานหรือ?" "สำหรับข้าใช่" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "จักรพรรดิมังกรนี่จริง ๆ เลย" เฟิงเทียนหลงยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ "ออกไปเดินกัน" "ตอนนี้?" "ใช่" "ท่านไม่มีประชุมหรือ?" "เลื่อนแล้ว" "อีกแล้ว?" "ข้าเป็นจักรพรรดิ" "แล้ว?" "ข้ามีสิทธิ์เลื่อนประชุม" นางห

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 39 มังกรเหนือเปลวเพลิง

    ลานหินของหุบเขามังกรยังคงมีรอยแตกจากเหตุการณ์ก่อนหน้า เหล่ามังกรกำลังช่วยกันซ่อมแซมพื้นที่ ขณะที่ผู้นำทั้งสองเผ่ายืนมองสถานการณ์ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ไป๋อวี้เหยาเดินอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง "ดูเหมือนทุกคนจะสงบลงแล้ว" "ชั่วคราว" เขาตอบ "ความขัดแย้งที่สะสมมานานไม่หายไปในวันเดียว" "แต่วันนี้อย่างน้อยก็ไม่มีใครต่อสู้กัน" "เพราะพวกเขากลัวข้า" นางหันมองเขา "แล้วท่านไม่อยากให้พวกเขาเชื่อใจกันหรือ?" "อยาก" เฟิงเทียนหลงมองไปยังมังกรสองเผ่า "แต่ความเชื่อใจต้องเกิดจากพวกเขาเอง" ไป๋อวี้เหยาพยักหน้า ทันใดนั้นมังกรหนุ่มเกล็ดแดงคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาคือคนที่เคยเปิดฉากต่อสู้ในวันก่อน ชายหนุ่มคุกเข่าลง "ฝ่าบาท" เฟิงเทียนหลงหยุด "มีอะไร?" "ข้าต้องการขอทดสอบฝีมือกับเผ่าเกล็ดเงิน" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "ยังจะสู้กันอีกหรือ?" มังกรหนุ่มรีบส่ายหน้า "ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชนะ" เขามองไปยังอีกฝ่าย "ข้าต้องการประลองอย่างเป็นทางการ" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินนิ่งไป "ประลอง?" "ใช่" ชายหนุ่มพูด "เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเราไม่ได้จำเป็นต้องเกลียดกัน" ไป๋อวี้เหยามองเขาอย่างแปลกใจ เฟิงเทียนหลงเองก็ไม่ได้พูด

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 38 คำตัดสินเหนือสองเผ่า

    ลานประชุมของหุบเขามังกรถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง ผู้นำของสองเผ่านั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะหิน เผ่าเกล็ดแดงขึ้นชื่อเรื่องพลังเพลิง เผ่าเกล็ดเงินมีพลังน้ำแข็ง ทั้งสองเผ่าเคยร่วมมือกันปกป้องชายแดนมาหลายครั้ง แต่ความขัดแย้งเรื่องเขตแดนสะสมมานานจนกลายเป็นความไม่ไว้วางใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่ตรงกลาง ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ข้างเขา ไม่มีใครกล้าพูดอะไรในช่วงแรก จนกระทั่งผู้นำเผ่าเกล็ดแดงเป็นฝ่ายเปิดปาก "ฝ่าบาท พวกเราไม่ได้ต้องการทำสงคราม" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินมองอีกฝ่าย "แต่พวกเจ้ารุกล้ำเขตของเรา" "เขตนั้นเป็นของพวกเรามาก่อน" เสียงเริ่มดังขึ้น เฟิงเทียนหลงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะหนึ่งครั้ง กึก ทุกคนเงียบ "ข้าจะฟังทีละคน" ผู้นำทั้งสองฝ่ายก้มศีรษะ เฟิงเทียนหลงหันไปหาเผ่าเกล็ดแดง "พูด" อีกฝ่ายจึงอธิบายว่าพื้นที่ริมแม่น้ำเคยเป็นแหล่งแร่พลังของพวกเขา แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเผ่าเกล็ดเงินขยายพื้นที่เข้ามา เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินก็รีบโต้แย้ง "พวกเราไม่ได้ยึดพื้นที่" "แต่พวกเจ้าตั้งเสาหินของเผ่าไว้!" "เพราะแม่น้ำเปลี่ยนทาง!" เสียงเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง เฟิงเทียนหลงยังคงนิ่ง ไป๋อวี้เหยา

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 37 ศึกกลางเวหามังกร

    ลานฝึกของหุบเขามังกรถูกปิดลงชั่วคราว เศษหินจากการต่อสู้ยังคงกระจายอยู่ทั่วพื้น ผู้คนของทั้งสองเผ่าต่างช่วยกันเก็บกวาด ไม่มีใครกล้าพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากนัก ไป๋อวี้เหยาเดินเคียงข้างเฟิงเทียนหลงกลับเข้าสู่เขตพักของราชสำนัก รอยถลอกเล็ก ๆ บนแขนของนางถูกพันด้วยผ้าสีขาวเรียบร้อยแล้ว แต่คนที่เดินอยู่ข้างกันยังคงมองมันเป็นระยะ นางถอนหายใจ "ท่านมองแผลข้ามาสิบรอบแล้ว" "สิบเอ็ด" "นับด้วยหรือ?" "แน่นอน" "มันไม่ได้เจ็บแล้ว" "ข้ารู้" "ถ้ารู้แล้วจะมองทำไม?" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป "เพื่อให้แน่ใจ" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "ท่านนี่..." ยังไม่ทันพูดจบ เสียงมังกรคำรามก็ดังขึ้นจากท้องฟ้า ทั้งคู่เงยหน้าพร้อมกัน มังกรเกล็ดแดงสามตัวกำลังบินไล่ตามมังกรเกล็ดเงินอีกสองตัว เปลวไฟสีแดงพุ่งผ่านอากาศ น้ำแข็งสีฟ้าตอบโต้ทันที "พวกเขายังไม่หยุดอีกหรือ?" ไป๋อวี้เหยาถาม เฟิงเทียนหลงถอนหายใจ "ดูเหมือนจะไม่" เขาหันไปหาองครักษ์ "พานางกลับตำหนัก" "ไม่" ไป๋อวี้เหยาขัดขึ้น เฟิงเทียนหลงหันมามอง "อวี้เหยา" "ข้าไม่เข้าไปในสนามรบ" นางชี้ขึ้นฟ้า "แต่ข้าอยากเห็นว่าท่านจะจัดการอย่างไร" เขานิ่งไปเล็กน

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 36 ศึกสองเผ่ามังกร

    ลานหินกลางหุบเขามังกรเต็มไปด้วยความตึงเครียด มังกรสองกลุ่มยืนประจันหน้ากันคนละฝั่ง ฝั่งหนึ่งมีเกล็ดสีแดงเข้ม อีกฝั่งมีเกล็ดสีเงินอมฟ้า ไม่มีใครยอมถอย ไป๋อวี้เหยาที่กำลังเดินกลับจากริมแม่น้ำกับเฟิงเทียนหลงหยุดลงเมื่อเห็นความผิดปกติ "เกิดอะไรขึ้น?" เฟิงเทียนหลงมองไปยังลานหิน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที "พวกเขากำลังจะสู้กัน" "ทำไม?" "ความขัดแย้งระหว่างสองสายเลือด" เขาตอบสั้น ๆ ก่อนหันไปหาองครักษ์ "พานางออกไปจากตรงนี้" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "แล้วท่านล่ะ?" "ข้าจะจัดการเอง" "อีกแล้วหรือ?" เขามองนาง "อวี้เหยา ที่นี่อันตราย" "ข้ารู้" นางมองมังกรสองกลุ่ม "แต่ถ้าท่านเข้าไป ข้าก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป เขาไม่อยากให้นางเข้าใกล้การต่อสู้ แต่ก็รู้ดีว่านางไม่ใช่คนที่จะยอมกลับไปนั่งรอโดยไม่ถามอะไร "อยู่ข้างข้า" เขาพูดในที่สุด "ห้ามวิ่งเข้าไป" "ตกลง" "หากข้าบอกให้ถอย เจ้าต้องถอยทันที" "ได้" เขาจับมือนาง "และอย่าปล่อยมือข้า" ไป๋อวี้เหยามองมือที่ถูกจับไว้ "ท่านกลัวข้าหายหรือ?" "มาก" คำตอบตรง ๆ ทำให้นางพูดไม่ออก ทั้งคู่เดินเข้าไปใกล้ลานหิน เสียงโต้เถี

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 35 หุบเขามังกรใต้บัลลังก์

    ประตูหินขนาดมหึมาเปิดออกช้า ๆ ไป๋อวี้เหยายืนอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง มองเส้นทางเบื้องหน้าด้วยความสนใจ หุบเขาที่อยู่ตรงหน้าต่างจากพื้นที่อื่นในแดนมังกรอย่างชัดเจน ภูเขาสูงเรียงตัวล้อมรอบผืนดินกว้างใหญ่ หน้าผาสีดำมีเส้นแร่สีทองแทรกอยู่เป็นแนวยาว น้ำตกจากยอดเขาไหลลงสู่แม่น้ำสีเงินที่ทอดผ่านกลางหุบเขา บนท้องฟ้ามีมังกรจำนวนมากบินอยู่ บางตนบินเป็นกลุ่ม บางตนฝึกเปลี่ยนร่าง บางตนต่อสู้กันกลางอากาศ และบางตนนอนขดตัวอยู่บนหน้าผารับแสงอาทิตย์ ไป๋อวี้เหยามองทุกอย่างอย่างตื่นตาตื่นใจ "ที่นี่คือหุบเขามังกร?" "ใช่" เฟิงเทียนหลงเดินเคียงข้างนาง "ที่นี่เป็นสถานที่ที่มังกรสายเลือดโบราณใช้ฝึกฝนและเติบโต" "แล้วท่านเคยมาที่นี่บ่อยไหม?" "ตอนเด็ก" นางหันมองเขา "ตอนเด็กท่านเป็นอย่างไร?" เขานิ่งไปครู่หนึ่ง "ซน" ไป๋อวี้เหยาหัวเราะ "ข้าเดาไว้แล้ว" "เจ้ารู้ได้อย่างไร?" "ดูจากตอนนี้ก็รู้" เฟิงเทียนหลงเลิกคิ้ว "ตอนนี้ข้าซนตรงไหน?" "ชอบตามข้า" "นั่นไม่เรียกว่าซน" "ชอบหวงข้า" "นั่นก็ไม่ใช่" "ชอบหาเรื่องมานั่งข้าง ๆ" เขาเงียบ ไป๋อวี้เหยายิ้มกว้าง "เห็นไหม?" "ข้าแค่ชอบอยู่ใกล้เจ้า" คำตอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status