Home / แฟนตาซี / ทายาทจักรพรรดิมังกร / บทที่ 26 ประตูต้องห้าม

Share

บทที่ 26 ประตูต้องห้าม

last update publish date: 2026-10-21 19:10:00

ลมหนาวพัดผ่านเนินหินทางตะวันตกของถ้ำศิลาดำ ขณะที่เฟิงอ้าวเทียนยืนพิจารณารอยวงแหวนสามชั้นบนผนังหินอีกครั้ง หลังจากแสงสีทองดำและสีเงินดับลง รอยสลักก็กลับไปดูเก่าแก่เหมือนไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น

หลินซีเหยายืนอยู่ข้างเขา ดวงตาสีเงินอมฟ้าจับจ้องเกล็ดเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงกลางตรา

นางรู้สึกได้ว่ามันมีบางอย่างคล้ายกับสายเลือดของตนเอง แต่ไม่ใช่พลังมังกรเงินที่ไหลเวียนอยู่ในร่างอย่างปกติ

มันเงียบงันเกินไป

ราวกับสิ่งที่อยู่หลังผนังหินกำลังรอคอยมานาน และเพิ่งตื่นขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงการมาถึงของพวกเขา

“ท่านคิดว่าเราควรเข้าไปหรือไม่?” นางถาม

เฟิงอ้าวเทียนไม่ได้ตอบทันที เขาหันไปมองมู่ชางกับอวี้เหิงซึ่งกำลังตรวจสอบบริเวณรอบทางเข้า ก่อนหันกลับมาหานาง

“ข้าอยากรู้ว่าด้านในมีอะไร แต่ความอยากรู้ไม่ใช่เหตุผลที่ดีพอให้เราเสี่ยงโดยไม่เตรียมตัว”

หลินซีเหยายิ้มบาง ๆ

“ข้านึกว่าท่านจะบอกว่า ในเมื่อประตูตอบสนองต่อพวกเรา ก็แสดงว่าเราควรเข้าไป”

“หากข้าพูดเช่นนั้น เจ้าคงตำหนิข้าอีก”

“ท่านรู้ตัวก็ดีแล้วค่ะ”

เฟิงอ้าวเทียนหัวเราะเบา ๆ ก่อนยกมือส่งสัญญาณให้มู่ชางเข้ามา

“ตรวจสอบเส้นทางด้านนอกก่อน เราต้องรู้ว่ามีทางถอยกลับหรือไม่ หากด้านในเกิดความผิดปกติ”

“ขอรับ”

มู่ชางรับคำแล้วเดินไปตามแนวหินทางด้านซ้าย

ส่วนอวี้เหิงนำหยกประจำตัวออกมาถือไว้เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงของพลังรอบพื้นที่

หลินซีเหยาก้มลงสำรวจพื้นดิน นางพบร่องรอยบางอย่างอยู่ใกล้โคนผนัง เป็นเส้นบาง ๆ คล้ายถูกของมีคมลากผ่านหิน แต่เมื่อเพ่งมองให้ชัด กลับพบว่าเส้นเหล่านั้นเรียงตัวเป็นอักขระโบราณ

นางไม่ได้แตะต้อง เพียงเรียกเฟิงอ้าวเทียนให้มาดู

“ท่านเห็นหรือไม่คะ?”

เขาย่อตัวลงข้างนาง

“อักขระพวกนี้อยู่ใต้รอยสลักวงแหวนสามชั้น”

“และมันไม่ได้ถูกสลักขึ้นพร้อมกันค่ะ รอยด้านล่างเก่ากว่า ส่วนรอยวงแหวนดูเหมือนถูกเพิ่มเข้ามาภายหลัง”

เฟิงอ้าวเทียนใช้สายตามังกรตรวจดูร่องรอยบนผิวหิน แต่ไม่ได้ปล่อยพลังเข้าไปสัมผัสโดยตรง

“เจ้ามองเห็นข้อความหรือไม่?”

“ยังไม่ครบค่ะ แต่มีคำหนึ่งที่ข้าอ่านออก”

“คำว่าอะไร?”

หลินซีเหยาชี้ไปยังอักขระสามตัวที่ยังหลงเหลืออยู่

“ความทรงจำ”

เฟิงอ้าวเทียนนิ่งไป

คำนี้ปรากฏซ้ำหลายครั้งตั้งแต่พวกเขาเดินทางมาถึงศาลโบราณ ตั้งแต่ข้อความบนแผ่นศิลาไปจนถึงภาพชายคลุมหน้าที่เกล็ดมังกรเงินของนางแสดงออกมา

แต่การที่คำเดียวกันปรากฏในสถานที่อีกแห่ง ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างต้องเชื่อมโยงกันโดยตรง

“เราต้องหาบันทึกที่อธิบายอักขระชุดนี้ได้ก่อน”

เขากล่าว

หลินซีเหยาพยักหน้า

“ข้าเห็นด้วยค่ะ”

ไม่นาน มู่ชางก็กลับมาพร้อมข่าวว่ามีทางเดินแคบ ๆ อ้อมไปยังด้านหลังของถ้ำ แม้จะมีหินกีดขวางอยู่หลายจุด แต่ยังสามารถใช้เป็นเส้นทางถอยกลับได้หากจำเป็น

อวี้เหิงตรวจสอบหยกประจำตัวอีกครั้ง ก่อนกล่าวว่า

“พลังที่อยู่หลังผนังไม่ได้แผ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง มันเหมือนถูกกักอยู่ในพื้นที่ปิด ข้าไม่แน่ใจว่าหากเปิดทางเข้า พลังนั้นจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่”

“เช่นนั้นเราจะไม่เปิดประตูในวันนี้”

เฟิงอ้าวเทียนตัดสินใจ

มู่ชางหันมองเขาเล็กน้อย

“แต่ตราเพิ่งตอบสนองต่อพลังของพระองค์

กับคุณหนูซีเหยา หากรอไปนานกว่านี้ เราอาจไม่สามารถกระตุ้นมันได้อีก”

“ถ้ามันเปิดได้เพียงครั้งเดียวโดยไม่มีวิธีควบคุม

เราก็ยิ่งไม่ควรเปิดในตอนนี้”

น้ำเสียงของเฟิงอ้าวเทียนหนักแน่น

“เราไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ด้านใน ไม่รู้ว่าประตูจะปิดกลับได้หรือไม่ และไม่รู้ว่าพลังของซีเหยาจะได้รับผลกระทบอย่างไร ข้าจะไม่ให้นางต้องเสี่ยงเพียงเพราะเราต้องการคำตอบเร็วขึ้น”

หลินซีเหยาหันมองเขา

นางรับรู้ได้ว่าเขากำลังระมัดระวังเพราะห่วงใย แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ตัดสินใจแทนนางทั้งหมด เขาอธิบายเหตุผล และเปิดโอกาสให้นางแสดงความคิดเห็น

“ข้าเองก็ไม่อยากเปิดประตูค่ะ” นางกล่าว

“แต่ข้าอยากรู้ว่ามันกำลังปิดผนึกสิ่งใด หากเราจะกลับไป ข้าอยากให้เรานำข้อมูลที่ตรวจสอบได้กลับไปด้วย”

อวี้เหิงมองอักขระบนพื้นอีกครั้ง

“ข้าสามารถคัดลอกรอยสลักที่มองเห็นได้ ส่วนข้อความที่ขาดหายจะทำเครื่องหมายไว้ เราจะไม่เติมคำที่ไม่มีหลักฐาน”

“ดี” เฟิงอ้าวเทียนตอบ “ทำตามนั้น”

ระหว่างที่อวี้เหิงกำลังบันทึกอักขระ หลินซีเหยากลับรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนแผ่วเบาจากเกล็ดมังกรเงิน

นางหยุดนิ่งทันที

คราวนี้ไม่ใช่ความรู้สึกว่ามีใครเรียกหา แต่คล้ายกับมีสิ่งหนึ่งกำลังรับรู้ว่านางยืนอยู่ตรงนี้

“อ้าวเทียน...”

เฟิงอ้าวเทียนหันมาหานางทันที

“พลังของเจ้าเปลี่ยนไปหรือ?”

“เล็กน้อยค่ะ แต่ไม่เหมือนตอนที่ภาพปรากฏเมื่อคืน”

เขามองเกล็ดเงินตรงข้อมือของนาง แสงยังไม่ปรากฏขึ้น มีเพียงความเย็นบาง ๆ ที่แผ่ออกมาจากผิวเกล็ด

“เจ้าเจ็บหรือไม่?”

“ไม่เจ็บค่ะ เพียงแต่รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งอยู่ใกล้มาก ทั้งที่ข้าไม่เห็นอะไรเลย”

เฟิงอ้าวเทียนไม่ได้ยื่นมือไปจับนาง

เขาเพียงยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วปล่อยพลังมังกรทองดำออกมาในระดับอ่อนที่สุด เพื่อสังเกตว่ามีสิ่งใดตอบสนองหรือไม่

ทันทีที่พลังของเขาแผ่ออกไป รอยวงแหวนสามชั้นบนผนังก็ปรากฏประกายขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้แสงไม่ได้ส่องออกมาจากวงแหวนทั้งหมด แต่เกิดขึ้นตรงเส้นเล็ก ๆ ที่เชื่อมระหว่างวงนอกกับวงกลาง

อวี้เหิงรีบถอยออกจากผนัง

“อย่าเพิ่มพลังเข้าไป!”

เฟิงอ้าวเทียนหยุดการปล่อยพลังทันที

แสงบนผนังสั่นไหว ก่อนค่อย ๆ รวมตัวเป็นเส้นบาง ๆ คล้ายลายเส้นของแผนที่ มันทอดจากวงแหวนไปยังด้านข้างของผนังหิน แล้วหยุดอยู่ตรงก้อนหินขนาดใหญ่ที่ดูไม่ต่างจากก้อนอื่น

ทุกคนมองตามเส้นแสงนั้น

มู่ชางเดินเข้าไปใกล้เพียงเล็กน้อย ก่อนใช้ด้ามอาวุธแตะพื้นรอบก้อนหินอย่างระมัดระวัง

เสียงก้องเบา ๆ ดังขึ้นจากใต้พื้น

“ตรงนี้มีช่องว่างขอรับ!”

เฟิงอ้าวเทียนยกมือห้ามไม่ให้เขาขยับก้อนหิน

“อย่าเพิ่งเคลื่อนย้าย เราต้องตรวจสอบก่อนว่ามีสิ่งใดรองรับอยู่ด้านล่าง”

อวี้เหิงนำหยกประจำตัวไปวางห่างจากก้อนหินเล็กน้อย แสงบนหยกสั่นไหวสองครั้งแล้วหยุดลง

“ช่องว่างนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของทางเดินเก่า แต่ข้าไม่สามารถยืนยันได้ว่ามันเชื่อมกับห้องด้านในหรือไม่”

หลินซีเหยามองเส้นแสงที่กำลังจางลง

“ดูเหมือนตราจะไม่ได้ต้องการให้เราเปิดประตูหลักค่ะ มันกำลังชี้ให้เห็นทางอื่น”

เฟิงอ้าวเทียนครุ่นคิด

“หรือกำลังทดสอบว่าเราจะรีบร้อนเปิดประตูหรือไม่”

“ท่านคิดว่ามันมีเจตนาเช่นนั้นหรือคะ?”

“ข้าไม่รู้ แต่หลังจากสิ่งที่เราเห็นมา ข้าจะไม่ถือว่ากลไกโบราณทุกอย่างเป็นเพียงเครื่องมือธรรมดาอีกแล้ว”

หลินซีเหยาพยักหน้า

แสงบนผนังดับลงในที่สุด ทิ้งไว้เพียงรอยสลักเดิม ไม่มีข้อความใหม่ปรากฏ และไม่มีเสียงใดดังขึ้นจากด้านใน

พวกเขาจึงตัดสินใจกลับไปยังป้อมมังกรเหนือ พร้อมข้อมูลที่บันทึกได้และตำแหน่งของช่องว่างใต้ผนัง

ก่อนออกจากเนินหิน หลินซีเหยาหันกลับไปมองตราวงแหวนสามชั้นเป็นครั้งสุดท้าย

นางไม่รู้ว่าผู้สร้างตรานี้ต้องการปกป้องสิ่งใด และไม่รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับหญิงสาวผมสีเงินในภาพหรือไม่

แต่มีสิ่งหนึ่งที่นางมั่นใจ

หากประตูนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษาความทรงจำ ก็ย่อมมีเหตุผลที่ทำให้ผู้สร้างเลือกปิดมันไว้

และเหตุผลนั้นอาจสำคัญกว่าความจริงที่อยู่ภายในเสียอีก

ภายในห้องผนึกใต้ธารน้ำแข็ง กระจกจันทรายังคงตั้งอยู่ท่ามกลางโซ่ตรวนโบราณ

พื้นผิวของมันเรียบนิ่ง ทว่าในส่วนลึกกลับมีเงาร่างหนึ่งยืนอยู่หลังม่านหมอก

เงากลืนมังกรเคลื่อนผ่านพื้นห้องอย่างเชื่องช้า มันไม่ได้มุ่งไปยังกระจกโดยตรง แต่หยุดอยู่ตรงแท่นหินที่มีรอยวงแหวนสามชั้นสลักไว้

“พวกเขาพบตราแล้ว”

เสียงนั้นดังก้องอยู่ในห้องที่ไร้ผู้คน

กระจกจันทราไม่ได้ตอบสนอง

เงาดำค่อย ๆ ยืดตัวสูงขึ้น ก่อนแผ่กระจายไปตามรอยแตกบนพื้น

“หากพวกเขาเลือกเปิดประตู ความทรงจำก็จะเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง”

ภาพหนึ่งปรากฏขึ้นบนผิวกระจก

เป็นภาพหญิงสาวผมสีเงินยืนอยู่เบื้องหน้าประตูหิน นางหันกลับไปมองใครบางคนที่อยู่นอกกรอบภาพ แต่ใบหน้าของคนผู้นั้นถูกตัดขาดจากความทรงจำ

หญิงสาวเอ่ยเพียงประโยคเดียว

“อย่าเปิดมัน หากเจ้ายังไม่รู้ว่าต้องสูญเสียอะไร”

ภาพเลือนหายไป

เงากลืนมังกรนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะเสียงต่ำ

“แต่พวกเขาต้องเลือกด้วยตนเอง”

โซ่ตรวนรอบแท่นหินสั่นสะเทือนเบา ๆ

ไกลออกไปในหุบเขาเหมันต์ เฟิงอ้าวเทียนกับหลินซีเหยากำลังเดินทางกลับ โดยยังไม่รู้ว่าข้อความเตือนที่ปรากฏในกระจกนั้นหมายถึงสิ่งใด

พวกเขาเพียงรู้ว่าประตูยังไม่เปิด และตราวงแหวนสามชั้นกำลังชี้ไปยังทางเดินที่ไม่มีอยู่ในแผนที่ฉบับใด

บางทีคำตอบแรกอาจไม่ได้อยู่หลังประตู

แต่อยู่ในเส้นทางที่ผู้สร้างตั้งใจซ่อนไว้ต่างหาก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 40 หัวใจที่จักรพรรดิเลือก

    พระราชวังมังกรกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง รายงานจากหุบเขามังกรถูกส่งมายังห้องทรงงานอย่างต่อเนื่อง ข้อพิพาทระหว่างเผ่าเกล็ดแดงและเผ่าเกล็ดเงินถูกยุติลงชั่วคราว แหล่งแร่พลังถูกแบ่งเขตใหม่ นักรบทั้งสองฝ่ายได้รับคำสั่งให้หยุดการปะทะ และที่สำคัญที่สุด... ทั้งสองเผ่าเริ่มส่งตัวแทนมาพูดคุยกันแทนการใช้อาวุธ ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ริมหน้าต่างของห้องทรงงาน อ่านรายงานฉบับหนึ่งอย่างตั้งใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่หลังโต๊ะ แต่สายตาของเขากลับไม่ได้อยู่บนเอกสาร มันอยู่ที่นาง ไป๋อวี้เหยารู้สึกได้ จึงเงยหน้าขึ้น "ท่านมองข้าทำไม?" "มองไม่ได้หรือ?" "ท่านมองมาเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว" "ข้าเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีความอดทนมาก" นางวางรายงานลง "ท่านไม่มีงานทำหรือ?" "มี" "แล้วทำไมไม่ทำ?" "ข้ากำลังทำ" "ทำอะไร?" "มองเจ้า" นางถอนหายใจ "นี่เรียกว่างานหรือ?" "สำหรับข้าใช่" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "จักรพรรดิมังกรนี่จริง ๆ เลย" เฟิงเทียนหลงยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ "ออกไปเดินกัน" "ตอนนี้?" "ใช่" "ท่านไม่มีประชุมหรือ?" "เลื่อนแล้ว" "อีกแล้ว?" "ข้าเป็นจักรพรรดิ" "แล้ว?" "ข้ามีสิทธิ์เลื่อนประชุม" นางห

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 39 มังกรเหนือเปลวเพลิง

    ลานหินของหุบเขามังกรยังคงมีรอยแตกจากเหตุการณ์ก่อนหน้า เหล่ามังกรกำลังช่วยกันซ่อมแซมพื้นที่ ขณะที่ผู้นำทั้งสองเผ่ายืนมองสถานการณ์ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ไป๋อวี้เหยาเดินอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง "ดูเหมือนทุกคนจะสงบลงแล้ว" "ชั่วคราว" เขาตอบ "ความขัดแย้งที่สะสมมานานไม่หายไปในวันเดียว" "แต่วันนี้อย่างน้อยก็ไม่มีใครต่อสู้กัน" "เพราะพวกเขากลัวข้า" นางหันมองเขา "แล้วท่านไม่อยากให้พวกเขาเชื่อใจกันหรือ?" "อยาก" เฟิงเทียนหลงมองไปยังมังกรสองเผ่า "แต่ความเชื่อใจต้องเกิดจากพวกเขาเอง" ไป๋อวี้เหยาพยักหน้า ทันใดนั้นมังกรหนุ่มเกล็ดแดงคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาคือคนที่เคยเปิดฉากต่อสู้ในวันก่อน ชายหนุ่มคุกเข่าลง "ฝ่าบาท" เฟิงเทียนหลงหยุด "มีอะไร?" "ข้าต้องการขอทดสอบฝีมือกับเผ่าเกล็ดเงิน" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "ยังจะสู้กันอีกหรือ?" มังกรหนุ่มรีบส่ายหน้า "ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชนะ" เขามองไปยังอีกฝ่าย "ข้าต้องการประลองอย่างเป็นทางการ" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินนิ่งไป "ประลอง?" "ใช่" ชายหนุ่มพูด "เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเราไม่ได้จำเป็นต้องเกลียดกัน" ไป๋อวี้เหยามองเขาอย่างแปลกใจ เฟิงเทียนหลงเองก็ไม่ได้พูด

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 38 คำตัดสินเหนือสองเผ่า

    ลานประชุมของหุบเขามังกรถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง ผู้นำของสองเผ่านั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะหิน เผ่าเกล็ดแดงขึ้นชื่อเรื่องพลังเพลิง เผ่าเกล็ดเงินมีพลังน้ำแข็ง ทั้งสองเผ่าเคยร่วมมือกันปกป้องชายแดนมาหลายครั้ง แต่ความขัดแย้งเรื่องเขตแดนสะสมมานานจนกลายเป็นความไม่ไว้วางใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่ตรงกลาง ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ข้างเขา ไม่มีใครกล้าพูดอะไรในช่วงแรก จนกระทั่งผู้นำเผ่าเกล็ดแดงเป็นฝ่ายเปิดปาก "ฝ่าบาท พวกเราไม่ได้ต้องการทำสงคราม" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินมองอีกฝ่าย "แต่พวกเจ้ารุกล้ำเขตของเรา" "เขตนั้นเป็นของพวกเรามาก่อน" เสียงเริ่มดังขึ้น เฟิงเทียนหลงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะหนึ่งครั้ง กึก ทุกคนเงียบ "ข้าจะฟังทีละคน" ผู้นำทั้งสองฝ่ายก้มศีรษะ เฟิงเทียนหลงหันไปหาเผ่าเกล็ดแดง "พูด" อีกฝ่ายจึงอธิบายว่าพื้นที่ริมแม่น้ำเคยเป็นแหล่งแร่พลังของพวกเขา แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเผ่าเกล็ดเงินขยายพื้นที่เข้ามา เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินก็รีบโต้แย้ง "พวกเราไม่ได้ยึดพื้นที่" "แต่พวกเจ้าตั้งเสาหินของเผ่าไว้!" "เพราะแม่น้ำเปลี่ยนทาง!" เสียงเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง เฟิงเทียนหลงยังคงนิ่ง ไป๋อวี้เหยา

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 37 ศึกกลางเวหามังกร

    ลานฝึกของหุบเขามังกรถูกปิดลงชั่วคราว เศษหินจากการต่อสู้ยังคงกระจายอยู่ทั่วพื้น ผู้คนของทั้งสองเผ่าต่างช่วยกันเก็บกวาด ไม่มีใครกล้าพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากนัก ไป๋อวี้เหยาเดินเคียงข้างเฟิงเทียนหลงกลับเข้าสู่เขตพักของราชสำนัก รอยถลอกเล็ก ๆ บนแขนของนางถูกพันด้วยผ้าสีขาวเรียบร้อยแล้ว แต่คนที่เดินอยู่ข้างกันยังคงมองมันเป็นระยะ นางถอนหายใจ "ท่านมองแผลข้ามาสิบรอบแล้ว" "สิบเอ็ด" "นับด้วยหรือ?" "แน่นอน" "มันไม่ได้เจ็บแล้ว" "ข้ารู้" "ถ้ารู้แล้วจะมองทำไม?" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป "เพื่อให้แน่ใจ" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "ท่านนี่..." ยังไม่ทันพูดจบ เสียงมังกรคำรามก็ดังขึ้นจากท้องฟ้า ทั้งคู่เงยหน้าพร้อมกัน มังกรเกล็ดแดงสามตัวกำลังบินไล่ตามมังกรเกล็ดเงินอีกสองตัว เปลวไฟสีแดงพุ่งผ่านอากาศ น้ำแข็งสีฟ้าตอบโต้ทันที "พวกเขายังไม่หยุดอีกหรือ?" ไป๋อวี้เหยาถาม เฟิงเทียนหลงถอนหายใจ "ดูเหมือนจะไม่" เขาหันไปหาองครักษ์ "พานางกลับตำหนัก" "ไม่" ไป๋อวี้เหยาขัดขึ้น เฟิงเทียนหลงหันมามอง "อวี้เหยา" "ข้าไม่เข้าไปในสนามรบ" นางชี้ขึ้นฟ้า "แต่ข้าอยากเห็นว่าท่านจะจัดการอย่างไร" เขานิ่งไปเล็กน

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 36 ศึกสองเผ่ามังกร

    ลานหินกลางหุบเขามังกรเต็มไปด้วยความตึงเครียด มังกรสองกลุ่มยืนประจันหน้ากันคนละฝั่ง ฝั่งหนึ่งมีเกล็ดสีแดงเข้ม อีกฝั่งมีเกล็ดสีเงินอมฟ้า ไม่มีใครยอมถอย ไป๋อวี้เหยาที่กำลังเดินกลับจากริมแม่น้ำกับเฟิงเทียนหลงหยุดลงเมื่อเห็นความผิดปกติ "เกิดอะไรขึ้น?" เฟิงเทียนหลงมองไปยังลานหิน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที "พวกเขากำลังจะสู้กัน" "ทำไม?" "ความขัดแย้งระหว่างสองสายเลือด" เขาตอบสั้น ๆ ก่อนหันไปหาองครักษ์ "พานางออกไปจากตรงนี้" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "แล้วท่านล่ะ?" "ข้าจะจัดการเอง" "อีกแล้วหรือ?" เขามองนาง "อวี้เหยา ที่นี่อันตราย" "ข้ารู้" นางมองมังกรสองกลุ่ม "แต่ถ้าท่านเข้าไป ข้าก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป เขาไม่อยากให้นางเข้าใกล้การต่อสู้ แต่ก็รู้ดีว่านางไม่ใช่คนที่จะยอมกลับไปนั่งรอโดยไม่ถามอะไร "อยู่ข้างข้า" เขาพูดในที่สุด "ห้ามวิ่งเข้าไป" "ตกลง" "หากข้าบอกให้ถอย เจ้าต้องถอยทันที" "ได้" เขาจับมือนาง "และอย่าปล่อยมือข้า" ไป๋อวี้เหยามองมือที่ถูกจับไว้ "ท่านกลัวข้าหายหรือ?" "มาก" คำตอบตรง ๆ ทำให้นางพูดไม่ออก ทั้งคู่เดินเข้าไปใกล้ลานหิน เสียงโต้เถี

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 35 หุบเขามังกรใต้บัลลังก์

    ประตูหินขนาดมหึมาเปิดออกช้า ๆ ไป๋อวี้เหยายืนอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง มองเส้นทางเบื้องหน้าด้วยความสนใจ หุบเขาที่อยู่ตรงหน้าต่างจากพื้นที่อื่นในแดนมังกรอย่างชัดเจน ภูเขาสูงเรียงตัวล้อมรอบผืนดินกว้างใหญ่ หน้าผาสีดำมีเส้นแร่สีทองแทรกอยู่เป็นแนวยาว น้ำตกจากยอดเขาไหลลงสู่แม่น้ำสีเงินที่ทอดผ่านกลางหุบเขา บนท้องฟ้ามีมังกรจำนวนมากบินอยู่ บางตนบินเป็นกลุ่ม บางตนฝึกเปลี่ยนร่าง บางตนต่อสู้กันกลางอากาศ และบางตนนอนขดตัวอยู่บนหน้าผารับแสงอาทิตย์ ไป๋อวี้เหยามองทุกอย่างอย่างตื่นตาตื่นใจ "ที่นี่คือหุบเขามังกร?" "ใช่" เฟิงเทียนหลงเดินเคียงข้างนาง "ที่นี่เป็นสถานที่ที่มังกรสายเลือดโบราณใช้ฝึกฝนและเติบโต" "แล้วท่านเคยมาที่นี่บ่อยไหม?" "ตอนเด็ก" นางหันมองเขา "ตอนเด็กท่านเป็นอย่างไร?" เขานิ่งไปครู่หนึ่ง "ซน" ไป๋อวี้เหยาหัวเราะ "ข้าเดาไว้แล้ว" "เจ้ารู้ได้อย่างไร?" "ดูจากตอนนี้ก็รู้" เฟิงเทียนหลงเลิกคิ้ว "ตอนนี้ข้าซนตรงไหน?" "ชอบตามข้า" "นั่นไม่เรียกว่าซน" "ชอบหวงข้า" "นั่นก็ไม่ใช่" "ชอบหาเรื่องมานั่งข้าง ๆ" เขาเงียบ ไป๋อวี้เหยายิ้มกว้าง "เห็นไหม?" "ข้าแค่ชอบอยู่ใกล้เจ้า" คำตอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status