ANMELDENคำพูดแสลงหูที่ออกจากปากแม่เฒ่าทำให้เทียนเอ๋อร์สุดจะทนฟังต่อไปได้อีก
“ข้ากับเขาเลิกกันแล้วเจ้าค่ะท่านป้า อย่าพูดถึงอดีตอย่างเขาอีกเลยเจ้าค่ะ”
“หา! นี่เจ้าเลิกกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมข้าถึงไม่รู้เล่า”
“ไม่ต้องพูดถึงเขาอีกแล้ว ข้าขอร้องนะท่านป้า ข้าไปเอาของก่อนนะเจ้าคะ ท่าน..อา ไปรอที่รถก่อนเถิด” แล้วแอบส่งสายตาเคือง ๆ ไล่เขาไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
ใบหน้าหล่อคมเข้มค่อย ๆ โน้มเข้าหาคนหน้าเชิดที่ทำให้ใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เพราะความงามที่บาดใจอย่างจังอย่างจงใจ
“ขอรับ ๆ คุณหลานสาวคนงาม” เอ่ยขึ้นเนิบ ๆ ยิ้ม ๆ ในระยะห่างจากใบหน้าที่ดูตื่นแต่ไม่กล้าหลบไม่ถึงคืบ “รีบลงมา อย่าให้ข้าต้องขึ้นไปตาม ไม่เช่นนั้นเจ็บตัวแน่” ทิ้งคำพูดมีนัยแอบแฝงแล้วเดินอมยิ้มจากไป
“เสี่ยวเอ๋อร์ ๆ” แม่เฒ่าเจ้าของหอรีบกวักมือเรียกหญิงสาวที่กำลังจะเดินจากไปอีกคนเอาไว้
“ท่านป้า”
“ท่านอาของเจ้ารูปงามมากเลย หุ่นก็ทระนงองอาจ ขนาดข้าอายุห้าสิบแล้ว เห็นเขาแล้วยังใจเต้นรัว”
ต้าเทียนเอ๋อร์ร้องหึในใจ “ท่านป้าอยากให้ข้าบอกเขาไหม เดี๋ยวข้าจะบอกเขาให้”
“แหมเจ้านี่ล่ะก็ ถ้าข้าเกิดช้ากว่านี้สักยี่สิบปี อาของเจ้าต้องเสร็จข้าแน่ แต่ตอนนี้ข้าหมดสิทธิ์แล้ว” สตรีสูงวัยตอบไปหัวเราะไป
นางหัวเราะตามเล็กน้อย “ข้าไปก่อนนะเจ้าคะท่านป้า เดี๋ยวอาของข้าเขาจะหงุดหงิดใส่ข้าที่ต้องรอนาน” หญิงสาวตัดบท
“รีบไปเถิด”
....................
กริ๊ง ๆ ๆ
ซินหลางเขย่ากระดิ่งส่งสัญญาณเรียกสตรีที่เมียง ๆ มอง ๆ อยู่หน้าหอพัก
ต้าเทียนเอ๋อร์รีบเดินไปหาบุรุษสูงวัยเบ้าหน้าฟ้าประทานที่เปิดม่านประตูรถม้ามองนาง เมื่อเห็นเขาทำท่าเหมือนจะลงจากรถม้า
“มุดศีรษะเข้าไปในรถท่านเถิด” สะบัดเสียงใส่แล้วรีบก้าวขึ้นไปนั่งในรถ เพราะกลัวจะมีสายตาสอดรู้สอดเห็นของคนในหอมาเจอเข้า
ซินหลางกระดกหางคิ้วหนาเล็กน้อย ปิดม่านแล้วมองใบหน้างามที่เชิดมองเขาด้วยสายตาเอาเรื่อง.. ยิ่งได้เห็นใกล้ ๆ แบบนี้ก็ยิ่งมองเห็นถึงความงดงามชวนให้หลงใหลชัดเจน
“ไปโรงเตี๊ยมกันเลยนะ” ไม่ถามพร่ำให้เสียเวลา เข้าประเด็นตามที่ใจปรารถนาทันควัน
“จะบ้าหรือ! วันนี้ข้าแค่มาทำข้อตกลงกับท่านเท่านั้นนะ”
“ข้าก็บอกไปชัดเจนแล้วว่าไม่รับข้อตกลงอื่นนอกจากยอม ไม่อย่างนั้นพี่ชายของเจ้าก็เตรียมตัวเข้าคุกหลวงได้เลย.. จะเอายังไงก็ว่ามา ยอมเป็นของข้าหรือยอมให้พี่ชายติดคุก” หนุ่มใหญ่ถามเสียงเย็นหน้าตาขึงขัง
“ท่าน..ท่านมันเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ จิตใจไร้ความปราณีที่สุด” อยากจะยกมือฟาดใส่ใบหน้าหล่อเหลานั่นให้น่วม แต่เพราะความที่เขาตัวสูงใหญ่กว่ามาก และยังเป็นคนที่กำชีวิตพี่ชายของนางไว้ในมือ จึงทำได้แค่ต่อว่าเขาด้วยความโกรธแค้นใจ
“ถ้าข้าไร้ความปราณีจริง พี่ชายของเจ้าคงได้เข้าไปอยู่ในคุกหลวงแล้วสาวน้อย”
“ข้าชื่อเทียนเอ๋อร์ อย่ามาเรียกข้าว่าสาวน้อย ข้าไม่ชอบ!” สะบัดเสียงใส่ไม่พอใจ
“เสี่ยวเอ๋อร์ เอ่อร์เอ๋อร์”
“เทียนเอ๋อร์! แค่เทียนเอ๋อร์ ไม่ต้องเรียกอย่างอื่น ถ้าอยากจะให้เกียรติกันก็เรียกกูเหนี่ยง เทียนเอ๋อร์กูเหนี่ยง แต่อย่ามาเรียกข้าเหมือนข้าเป็นสาวน้อยของท่าน”
ดวงตาได้รูปใต้คิ้วเข้มหนาหรี่ตามเสียงแวด ๆ ของสตรีรุ่นลูกที่เขาไม่เคยคิดจะเอ็นดูแบบลูก แต่อยากเอ็นดูแบบถึงพริกถึงขิงบนเตียงนอนมากกว่า.. เลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วโน้มหน้าไปหานาง อมยิ้มนิด ๆ กับอาการรีบถอยหลังร่นหนีจนหลังไปชิดผนังรถม้าจนถอยต่อไม่ได้
“แต่เดี๋ยวก็ต้องใช่ไม่ใช่หรือ” ตาลุ่มลึกหรี่ถามในระยะห่างไม่ถึงศอก
หัวใจดวงน้อยของสตรีวัยใสเต้นโครมครามผิดจังหวะ ประหม่าด้วยความกลัวและอายในเวลาเดียวกัน
เห็นสายตาลุ่มลึกมองจ้องไม่กะพริบ.. สุดท้ายก็ต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหลบเสียเอง
“เอาหน้าออกไปให้ห่าง ๆ เลย” ไม่พูดเปล่าแต่ยังเอาฝ่ามือดันใบหน้าคมที่ทำให้ใจกระตุกนั้นออกไปด้วย
เห็นนางประหม่าก็ยิ่งได้ใจ ใบหน้าที่เซไปตามแรงผลักจึงวกไปหานางอีกครั้ง ใกล้จนจมูกชนแก้มนุ่มอย่างจงใจ และอาศัยจังหวะที่นางหันมาจะต่อว่าด้วยท่าทางตกใจนั้นจูบกลีบปากนุ่มเสียเลย แม้นางทำท่าจะขัดขืนแต่เขาก็อาศัยความชำนาญกดหน้านวลเอาไว้อยู่หมัด
เมื่อใบหน้าไม่อาจขยับหนีไปไหนได้แล้วเพราะถอยร่นจนหมดทางหนี หญิงสาวที่กำลังตกใจกับการกระทำแสนอุกอาจก็ยกมือจิกมวยผมที่รวบตึงของเขา กระชากเต็มแรงจนใบหน้าคมหงายตาม
“โอ๊ย!” ซินหลางร้องลั่น รีบตะปบมือบางที่ยังออกแรงดึงไม่เลิก “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” ข่มความเจ็บได้แล้วจึงใช้โทนเสียงเข้มแต่ทุ้มต่ำ หน้าตาเอาเรื่องข่มขู่สาวเจ้า แต่นางกลับไม่ยอมเชื่อฟัง มือที่จับมือนุ่มจึงบีบแรงขึ้น
“โอ๊ย!” ต้าเทียนเอ๋อร์ร้องลั่นด้วยความเจ็บ พยายามจะคลายมือที่ขยุ้มมวยผมเขาไว้ แต่ก็ถูกมือใหญ่กำไว้แน่นจนคลายไม่ออก “ข้าเจ็บนะ! ปล่อยสิ!!!”
“ทำไมเล่า ข้าน่ารังเกียจมากเลยหรือ” ถามเสียงเศร้าหน้าหม่นหมอง ด้วยคิดว่านางมองว่าเขาเป็นแค่ตาแก่ที่ไม่คู่ควรนางรีบส่ายหน้าปฏิเสธความคิดที่ตรงกันข้าม “ท่านดูดีผิดจากที่ข้าคาดไว้ราวฟ้ากับเหว เพราะตอนแรกข้าคิดว่าท่านเป็นชายแก่ตัณหากลับที่ผมอาจจะขาวหมดศีรษะไปแล้ว”ซินหลางหัวเราะกับความคิดของนาง “มิน่าเล่าเจ้าถึงตาโตมากตอนเจอข้าครั้งแรก แปลกใจมากเลยสินะที่ข้าหนุ่มกว่าอายุมาก”“ใช่ ท่านเหมือนคนที่เพิ่งอายุสามสิบต้น ๆ เท่านั้น ข้าพูดจริง ๆ นะ”“เมื่อเห็นว่าข้าไม่ใช่ชายชราผมสีขาวแล้วรู้สึกอย่างไร ตอนนี้เล่าเจ้าคิดอย่างไรกับข้าอีก”“ท่านหล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว อ่อนโยนและเอาใจใส่ต่อข้า..ในแบบที่ข้าไม่เคยได้รับจากคุณชายหลินมาก่อน.. และตอนนี้ข้าก็รู้ตัวแล้วว่าเผลอใจรักท่านเข้าให้แล้ว ตอนแรกมันอาจจะเป็นความรักแบบเผลอไผล แต่ยิ่งใกล้ชิดท่านก็ยิ่งรู้สึกผูกพันลึกซึ้งจนยากจะตัดใจ” แม้จะขัดเขินที่ต้องเป็นฝ่ายสารภาพความในใจกับเขาบ้าง แต่ก็ตอบอย่างที่ใจคิดคำสารภาพพร้อมกับอาการหน้าแดงก่ำของนางทำให้หัวใจของซินหลางเต้นรัว รู้สึกถึงความเบ่งบานที่ขยายแน่นคับอก แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าดีใจจนหัวใจพองโต“เอ่อร
สะโพกสอบกระแทกหนักหน่วง ปากก็พร่ำเสียงสั่นพร่าแสดงความหวงแหน แต่แค่นี้ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงงัดร่างบางขึ้นมาจากที่นอน คร่อมบนตักแกร่งแล้วจับเอวคอดกิ่วให้ขยับขึ้นลงเต็มแรงเสียงกระแทกแห่งรักดังกระฉอกตับ ๆ ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่หยุดหย่อนเสียงครวญครางด้วยความเสียวซ่านของพวกเขาทั้งสองก็ดังสอดคล้องกันไม่แผ่ว“อ๊า..อืม..” ต้าเทียนเอ๋อร์ครางลั่นด้วยความเสียวสะท้าน กอดคอหนาไว้แน่นไร้แรงจะตอบโต้ ยอมปล่อยให้เขาควบคุมเรือนร่างของตน จะขยับซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้าย บดบี้เช่นใดก็ได้แต่ร้องครวญครางรับความเสียว สุขสมครั้งแล้วครั้งเล่าไม่รู้จักอิ่มซินหลางเหงื่อกาฬท่วมกายกว่าจะจบเพลงรัก ทิ้งตัวลงนอนข้างกายนางในดวงใจแล้วกอดร่างบางไว้แนบอก จูบทั่วใบหน้านวลอย่างรักใคร่“ข้ารักเจ้าหมดหัวใจเอ่อร์เอ๋อร์” กระซิบถ้อยคำหวานก่อนจะบอกให้นางหลับตานอนพักผ่อนหญิงสาวที่ถูกกระซิบเขินอายจนทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะตอบคำพูดของเขาอย่างไรดี“ไม่อาบน้ำกินข้าวก่อนหรือ ท่านไม่หิวหรือ”“ข้าอิ่มมากตอนนี้ นอนสักตื่นค่อยลุกมาอา
“อาจจะเป็นคนของเจ้าที่ให้ท่าท่านหลางของข้าก่อน” ได้ยินเขาต่อว่าต่อขานบุรุษที่ตนหมายใจมานานปีด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก็แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างไม่ไว้หน้า แต่เมื่อนึกได้ว่าไม่ควรทำให้ไก่ตื่นท่าทีก็อ่อนลง “แต่เรื่องแบบนี้คงโทษแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ข้าจึงต้องมาพบเจ้านี่ไง”“ฮูหยินหมายความเช่นใด”“หมายความว่าเราต้องร่วมมือกัน จับพวกเขาแยกออกจากกันให้ได้ เจ้าเอาคนของเจ้าไปให้พ้นจากคนของข้า”“ข้าก็ต้องการเช่นนั้น แต่ตอนนี้เทียนเอ๋อร์อยู่ในคุ้มของท่านซินหลาง ข้าไม่มีโอกาสจะได้พบนางด้วยซ้ำ แล้วจะพานางออกมาได้อย่างไรเล่า”“เราถึงต้องมาเจอกันนี่ไง มาวางแผนร่วมกัน เจ้าสนใจจะร่วมมือกับเข้าหรือไม่..ถ้าเจ้ามัวแต่ลังเลข้าก็จะกลับเดี๋ยวนี้” เห็นเขาทำอึก ๆ อัก ๆ ลังเลไม่แน่ใจ ก็เริ่มเสียงขุ่นด้วยความขัดใจ“ข้าตกลง” เห็นนางลุกขึ้นก็รีบตอบรับไป๋หลานคลี่ยิ้มพึงพอใจ หย่อนก้นลงบนที่นั่งอีกครั้ง“แบบนี้ค่อยน่าเชื่อว่าเจ้ามีใจรักจริง”หลินเกิงพยักหน้ารับไร้คำ
“แล้วด้วยเหตุผลใด บอกข้ามาตามตรงเถิด” เห็นท่าทางอมพะนำไม่อยากพูดต่อของเขาก็ยิ่งอยากรู้“เรื่องนี้มันเป็นเหตุผลส่วนตัวของข้าเองฮูหยิน”“อย่างไรเล่า ช่วยบอกให้ข้าหายข้องใจหน่อยเถิด ถ้าท่านมัวแต่อมพะนำแบบนี้ข้าได้อกแตกตายเพราะความคับข้องใจแน่”“เช่นนั้นข้าจะให้ป้ากงบอกฮูหยินแทนข้าก็แล้วกัน” แล้วหันไปหาป้ากง “ป้ากง”นางกงที่นั่งนิ่งแทบไม่กระดิก ได้แต่ทนนั่งด้วยความอึดอัดใจทำหน้าตาตื่นเมื่อถูกพาดพิง“เจ้า เจ้าค่ะท่านหลาง..” ตอบลิ้นพันกัน แม้ใจไม่อยากจะพูด แต่ปากก็ไม่อาจต่อต้านคำสั่งได้ มองฮูหยินหลินแล้วกล้ำกลืนส่งยิ้มฝืนให้นาง “ต้ากูเหนี่ยงที่ฮูหยินต้องการทาบทามเป็นลูกสะใภ้นั้น แท้จริงแล้วคือสตรีที่ท่านหลางหมายใจจะแต่งเป็นฮูหยินเจ้าค่ะ” ด้วยความขุ่นเคืองนางจึงพูดเกินเลยไปจากที่รับรู้ซินหลางกระตุกยิ้มบางเบา เขารู้ว่านางกงเจตนาทำให้เขาลำบากใจ แต่คำพูดของนางดันตรงกับความต้องการของเขาจริง ๆ เสียนี่ เอาเป็นว่าเขาจะยกความดีความชอบให้นางในเรื่องนี้ก็แล้วกัน และอาจจะพิจา
“ตาเฒ่าหลาง! ถ้าท่านไม่หยุดข้าจะโกรธแล้วนะ” ด้วยความกลัวว่าจะมีใครมาตามเขาตอนนี้ มาพบความน่าอับอายนี้เข้า นางจึงเสียงแข็งใส่เขามือที่เริ่มซุกซนหยุดชะงัก ค่อย ๆ ละจากเนื้อนิ่มชวนคลึงอย่างนึกเสียดาย แต่เวลานี้อย่าทำให้นางโกรธจะดีที่สุด“ข้าหยุดก็ได้ ข้าจะไปคุยกับฮูหยินหลินก่อน เสร็จแล้วจะมาเล่นจ้ำจี้กับฮูหยินของข้าต่อ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นข้าจะเปลี่ยนลำดับใหม่ตอนนี้เลย” เขาข่มขู่อย่างได้ใจเมื่อได้ยินเสียงสาวใช้เรียกหาอยู่ที่ด้านนอก“ก็ได้” รีบรับปากเมื่อมือใหญ่เริ่มยุ่มย่ามอีกครั้งโดยไม่สนใจเสียงที่เรียกอยู่ด้านนอก “ไปทำธุระให้เรียบร้อยก่อนแล้วข้าจะยอมเล่นกับท่าน”มือใหญ่ที่เริ่มซนยังไม่ยอมหยุด มองนางยิ้ม ๆ “วาจามีค่าดั่งทองคำ พูดแล้วห้ามคืนคำเสียเล่า”“ข้าไม่คืนแน่ รีบไปสักทีสิ ขานรับนางด้วยสิตาเฒ่าเอ๊ย”“ได้ยินแล้ว” ขานรับตามที่นางบงการแล้วจูบปากอิ่มชวนหลงใหลที่กล้าเรียกตนว่าตาเฒ่าอย่างโหยหาก่อนจะเดินออกไป.....................
ที่เขากลับมาถึงก่อนกำหนดก็เพราะครั้งนี้เขาไม่ได้ไปนอนค้างที่บ้านของหลานสาวนั่นเอง เพียงแต่ไปเจอกับหลานสาวคนเล็ก คุยด้วยสักครึ่งชั่วยามก็บอกลา โดยให้เหตุผลว่ามีงานต้องสะสาง แต่ความจริงแล้วอยากกลับมากอดร่างนุ่ม ๆ อุ่น ๆ หอม ๆ ของใครบางคนมากกว่า“ท่านหลางช่างเป็นเจ้านายที่น้ำใจโอบอ้อมอารีนัก ห่วงใยคนของตนดุจดั่งคนในครอบครัว”“เข้าใจผิดแล้วฮูหยิน ข้าห่วงใยคนที่จะมาเป็นคนในอ้อมกอดของข้าต่างหาก”ริมฝีปากที่มีริ้วรอยตามวัยคลี่ยิ้มละมุน “เช่นนั้นข้าก็ต้องรีบแสดงความยินดีกับป้ากงเสียแล้ว จากแม่บ้านจะกลายมาเป็นแม่ยาย นางช่างโชคดีเสียนี่กระไร”คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย กลั้วหัวเราะนุ่ม ๆ พร้อมโบกมือปฏิเสธเบา ๆ“ฮูหยินเข้าใจผิดไปใหญ่โตแล้ว ข้ากับกงลี่ไม่มีเรื่องเกินเลยไปมากกว่าบ่าวกับนาย พี่กับน้องหรอก” พูดโดยเจตนาให้สตรีอีกนางรับรู้ด้วยฮูหยินหลินทำหน้าแปลกใจ “แล้วใครคือสตรีนางนั้น ไยข้าจึงไม่เคยระแคะระคายเลย”“เมื่อถึงวันมงคลของข้าท่านได้รู้แน่”“ไยต้องปิดบังกัน







