تسجيل الدخول“เจ็บเหรอ ทีทำคนอื่นทำไมไม่คิดบ้าง”
“ก็ท่านมาทำรุ่มร่ามใส่ข้าก่อนทำไมเล่า!” ตะคอกหน้าแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอาย
“ถ้าแค่นี้เรียกรุ่มร่ามแล้วเรื่องที่เราต้องทำด้วยกันจะเรียกว่าอะไรเล่าสาวน้อย”
“..อุบาทว์ที่สุด!” ต่อว่าหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม
“อ้อ! เรียกว่าอุบาทว์หรือ งั้นเรารีบไปทำอะไรอุบาทว์ ๆ กันดีกว่านะสาวน้อย” มือใหญ่ยอมปล่อยมือเล็กเป็นอิสระ ดีดนิ้วส่งสัญญาณให้คนสนิทที่ทำหน้าที่ขับรถม้าออกเดินทาง
มือที่เพิ่งถูกปล่อยให้เป็นอิสระรีบหาหลักยึด “นี่! ออกรถแรงแบบนี้จะฆ่ากันให้ตายหรือไง!”
“หึ!” หนุ่มใหญ่สบถในลำคอ มุมปากกระตุกเล็กน้อย ไม่สนใจเสียงแวด ๆ ของนาง จิตใจพุ่งเป้าไปที่โรงเตี๊ยมที่เช่าไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่สั่งให้คนของตนชะลอความเร็วลง
....................
โรงเตี๊ยม
“ปล่อยข้า ข้าไม่ลงนะ!” เทียนเอ๋อร์ฝืนตัวเอาไว้เต็มที่ เมื่อถูกเขาพยายามจะดึงมือให้ลงจากรถม้า
“ดังอีกหน่อยสิ เอาดัง ๆ กว่านี้อีก” ซินหลางประชดใส่เมื่อชาวบ้านที่เดินผ่านมองมาทางพวกเขาอย่างสนใจ “ถ้าอยากให้เขารู้ว่ามานอนกับข้าเพื่อลดความผิดให้พี่ชายก็ร้องดัง ๆ เลย” กระซิบเบา ๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคนอย่างข่มขู่กลาย ๆ
คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวสะอึกไปเลยทีเดียว เหลือบมองสตรีวัยกลางคนที่ชะลอฝีเท้ามองมา แล้วค่อย ๆ ฝืนยิ้มส่งให้นาง
“มีอะไรให้ข้าช่วยไหมแม่หนู” สตรีวัยกลางคนคลางแคลงใจกับท่าทีของหญิงสาว ไม่ยอมจากไปง่าย ๆ “บอกข้าได้นะ สามีข้าเป็นทหารตรวจเมืองอยู่ในเมืองนี้แหละ”
หญิงสาวหน้าบานด้วยความยินดีเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่เมื่อเห็นแววตาลุ่มลึกหรี่มองพร้อมรอยยิ้มมุมปากก็หน้าหดเหลือเท่าเดิม ฝืนยิ้มกว้างส่งให้ชาวบ้านผู้หวังดี
“ขอบคุณท่านป้า แต่ข้ากับเขาแค่ผิดใจกันนิดหน่อยเท่านั้นเองเจ้าค่ะ”
“อ้อ” แม้จะสงสัยแต่ผู้หวังดีก็พยักหน้ายอมรับ และมองหน้าบุรุษหน้าตาดี แต่งกายดี แต่ทำตัวแปลก ๆ อย่างถี่ถ้วน
“นางยังเด็กก็เลยแสนงอนไปหน่อยเท่านั้นเอง นิสัยแบบนี้ถือว่าปกติมากสำหรับนาง ข้าชินแล้วเหล่าเหนียง”
ได้ยินคำพูดและท่าทางนอบน้อมของชายหนุ่ม ผู้หวังดีก็เริ่มให้ความเชื่อถือ
“ถ้าไม่มีอะไรก็แล้วไป”
“ไม่แปลกหรอก ก็ข้ากับคนรักต่างกันขนาดนี้” เขาหมายถึงอายุที่ห่างกันมากจนเหมือนตาเฒ่าหัวงูหนีเมียมาล่อลวงเด็ก “จริงไหมเอ่อร์เอ๋อร์ของข้า”
หญิงสาวแอบถลึงตาใส่เขาก่อนจะรีบกลบเกลื่อนด้วยการฝืนยิ้มส่งให้ผู้หวังดี
“เจ้าค่ะท่านป้า ข้าแค่งอนเขาเท่านั้นจริง ๆ ยังไงก็ขอบคุณท่านแม่นะเจ้าคะ” โค้งศีรษะขอบคุณที่อีกฝ่ายอุตส่าห์มีน้ำใจและมีลางสังหรณ์ที่แม่นยำ แต่นางก็ไม่อาจเผยความจริงออกไปได้
“เป็นธรรมดาของคู่รักแหละแม่หนู ข้ากับสามีแก่จนปูนนี้แล้วก็ยังงอนกันอยู่บ่อย ๆ ขอให้รักกันนาน ๆ นะ ข้าไม่รบกวนแล้ว”
“เจ้าค่ะ”
“โชคดีเหล่าเหนียง” ซินหลางบอกลาตามหลัง มองตามจนผู้หวังดีเดินห่างออกไปมาก จึงใช้จังหวะที่หญิงสาวเผลอฉวยข้อมือพานางลงมาจากรถม้า
“นี่ท่าน!”
“รอบนี้คนในโรงเตี๊ยมทั้งหมดเลยนะ อยากเด่นอยากดังก็ร้องดัง ๆ เลยนะ แต่ข้าไม่สนใจหรอก ส่วนคนที่เดือดร้อนคือพี่ชายเจ้าแน่ ๆ ข้าไม่ปล่อยเขาลอยนวลหรอกนะ ข้าแนะนำให้นึกถึงพี่สะใภ้กับหลานไว้บ้างนะ” คำขู่ของเขาทำให้อาการดิ้นรนแข็งขืนเปลี่ยนเป็นโอนอ่อนได้เกือบจะทันที “ทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อยสิสาวน้อยของข้า..ดีมาก”
แม้แทบจะไม่ได้ดีขึ้นจากหน้าเดิมแต่เขาก็ชมเชยอย่างนึกเอ็นดูระคนยั่วเย้า ก็นางกำลังโกรธอยู่นี่นา ถ้ายิ้มหน้าระรื่นได้ทันทีเขานี่แหละที่ต้องเป็นฝ่ายคิดมาก เพราะนั่นแสดงว่านางต้องเป็นสตรีที่มีมารยาสาไถ ไม่ใช่ใสซื่อ
“ไปกัน.. มัวแต่ชักช้าลีลาก็เสียเวลาเปล่า ยังไงมันก็ต้องจบลงที่เตียงอยู่ดีแหละนะ” ค้อมตัวไปพูดใกล้ ๆ หูนางแล้วออกแรงจูงมือที่ฝืนไว้ให้เดินตาม
เทียนเอ๋อร์ใจเต้นรัวขณะที่ก้าวเท้าเดินตามเขาไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจ เกิดอาการแข็งขืนขึ้นอีกครั้งเมื่อเขาเปิดประตูบานหนึ่งบนชั้นสองของโรงเตี๊ยม
“ทำไม มาถึงขั้นนี้แล้วข้าไม่ยอมให้เปลี่ยนใจแล้วนะเอ่อร์เอ๋อร์” เสียงทุ้มไม่ได้พูดด้วยความหงุดหงิดแต่อย่างใด แต่กลับเป็นน้ำเสียงอ่อนโยนหลอกล่อ “ไปคุยกันข้างในถ้าไม่อยากตกเป็นเป้าสายตา”
นางยอมก้าวเท้าเข้าไปในห้องอย่างง่ายดาย เมื่อเห็นสตรีชาวยุทธ์แต่งตัวแบบบุรุษห้องข้าง ๆ เปิดประตูออกมา มองนางอย่างสนใจก่อนจะส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เขา
ซินหลางเขม้นใส่สาวน้อยวัยละอ่อนในคราบบุรุษ บุ้ยใบด้วยสายตาว่าให้รีบไปตามทางของเจ้าก่อนจะปิดประตูหนีหน้า
เข้ามาในห้องแล้วเขาก็เดินนำนางไปที่ตั่งตัวยาวข้างประตู
“นั่งสิ” ชี้นำให้นั่งก่อนจะชี้ไปที่กาสองใบ
“ดื่มอะไรดี น้ำชา เหล้า”
“น้ำเปล่าก็พอ”
หนุ่มใหญ่อมยิ้มกับน้ำเสียงไม่เป็นมิตรและคำตอบ หยิบน้ำเปล่าในขวดน้ำเต้ารินให้นางและรินเหล้าให้ตัวเอง นั่งลงเผชิญหน้ากับนางด้วยท่าทางสบาย ๆ ผิดกับนางที่แม้แต่ท่าดื่มน้ำยังดูสั่น ๆ ไม่เป็นธรรมชาติ
เมื่อจัดการนางอยู่หมัดแล้วก็รีบอุ้มนางไปที่เตียง วางลงอย่างทะนุถนอม มองบุปผาดอกงามที่นอนหายใจระรินด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าอย่างไม่มีปิดบังต้าเทียนเอ๋อร์สะท้านอายระคนขัดเคืองใจตัวเองอยู่บ้าง ที่หลงระเริงกับความวาบหวามหวั่นไหวที่เขามอบให้ อยากขัดขืนแต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวเขาจะเล่นงานพี่ชายของตน นางหาข้ออ้างบอกกับใจตัวเองทั้งที่ลึก ๆ นั้นแอบคิดว่าไม่ใช่เพราะพี่ชายหรอก แต่เป็นเพราะนางเองนั่นแหละที่โหยหา“กอดข้าสิเอ่อร์เอ๋อร์”เสียงกระซิบข้างหูสั่นพร่าก่อนจะถูกเลียเบา ๆ ทำให้นางสะดุ้งวาบ เผลอตอบสนองต่อความต้องการของเขาทันควัน เมื่อรู้สึกตัวก็เผลอชะงักเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะทำตาม ปล่อยเนื้อปล่อยใจไปกับเขา“อา..” ครางสะท้านแผ่วเบาเมื่อความเจ็บแปลบเล็กน้อยสายหนึ่งเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่าน.. ทั่วเรือนร่างของนางวาบหวาม ร้อนรุ่มไปทุกอณูที่เขาไล่สัมผัส เพลิดเพลินจนไม่รู้ตัวว่าอาภรณ์หลุดจากร่างไปตั้งแต่เมื่อใด รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เห็นเขายืนขึ้นปลดอาภรณ์ของตัวเองนางสะท้านอายต่อสายตาพราวระยับที่เต็มไปด้วยแววตัณหาจนสุดจะสู้สายตา จึงเลื่อนมองต่ำที่ลูกกระเดือกกลางลำคอ..แม่เจ้า! แค่ลูกกระเดือกทำ
“จะให้ข้าทำอย่างไรเล่าเสี่ยวเอ๋อร์ มันเป็นความต้องการของท่านหลาง”“แต่ข้าไม่ต้องการ!”พี่ชายมองหน้าน้องสาวด้วยสายตาขึ้งเครียดกังวล“แล้วเจ้าจะขัดคำสั่งเขาหรือ”สายตาและคำถามของพี่ชายทำให้อาการตึงตังของหญิงสาวเพลาลง นางหลับตาสูดลมหายใจลึก ๆ เข้าปอด.. มันมาถึงขั้นนี้แล้ว นางกลายเป็นสตรีของเขาไปแล้ว นางจะต้องทนทำตามคำสั่งของเขาไปอีกสองเดือนเพื่อพี่ชาย นางต้องทำให้ได้“ข้าเข้าใจแล้ว..” มองเรือนหลังเล็กกะทัดรัดแต่ดูสวยงามและเงียบสงบ เรือนหลังนี้น่าจะเป็นเรือนที่อยู่หลังในสุดภายในคุ้มซินหลางแห่งนี้ “ข้าต้องอยู่ที่นี่ใช่ไหมต้าเกอ”“ใช่ คิดว่าอยู่ได้ไหมเสี่ยวเอ๋อร์ ถ้าเจ้าอยู่ไม่ได้ข้าจะไปขอร้องท่านหลางให้เขาเปลี่ยนเรือนให้เจ้า” เรือนหลังนี้อยู่ห่างจากเรือนหลังอื่นมาก ได้ยินว่าเป็นเรือนหลังโปรดของท่านหลาง ในยามที่ท่านต้องการความเป็นส่วนตัว ตัดขาดจากความวุ่นวาย ท่านมักจะมาพักอยู่ที่เรือนหลังนี้แต่ความเป็นส่วนตัวแบบนี้ถ้าถึงยามค่ำคืน น้องสาวของเขาต้องรู้สึกกลัวอยู่บ้างไม่มากก็น้อย“จะไปขอร้องเขาทำไม ท่านมีสิทธิ์ต่อรองเขาขนาดนั้นเชียวหรือ”“ข้าก็คิดว่าน่าจะพูดได้”“ถ้าท่านพูดได้จริง เขาคงไม่ทำก
หัวใจที่แข็งแกร่งดั่งหินผาสะท้านวาบ มองไปที่หญิงสาวบนเตียงแล้วยิ่งปวดใจ ที่นางเพ้อแบบนี้ก็เพราะเขาเป็นต้นเหตุสินะ“..นางร้องไห้”“เจ้าค่ะ”“..เพราะข้าสินะ” รำพันเบา ๆ แล้วรีบดึงสติให้กลับมาสุขุมเยือกเย็นดั่งซินหลางคนเดิม “รีบเช็ดตัวให้นางเถิด” บอกกับหญิงสาวและเฝ้ามองนางปรนนิบัติคนป่วยอย่างเอาใจใส่.. แล้วคิ้วหนาก็ค่อย ๆ ขมวดมุ่น หรี่ตามองจ้องคนที่นอนนิ่งอย่างจับผิด “เสี่ยวปา”“ท่านหลาง”“ส่งผ้ามาให้ข้า ข้าจะเช็ดตัวให้นางเอง”เสี่ยวปาไม่กล้ายื่นผ้าในมือให้แม้จะเกรงกลัวเขาอยู่เป็นนิจ นั่นเพราะคนป่วยที่นอนซมไร้สติอยู่บนเตียงเป็นสตรีนั่นเอง“แต่นางเป็นสตรี.. บุรุษสตรีที่ไม่ใช่คู่สามีภรรยากันไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกันนะเจ้าคะ” เตือนสติเขาเสียงเบาหวิว ใบหน้าหวาดหวั่นแดงซ่านอย่างสะท้านอาย“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ากับนางไม่ใช่สามีภรรยากัน” บุรุษรูปงามแสร้งถามเสียงดัง มองร่างระหงอวบอิ่มที่นอนอยู่บนเตียงไปด้วย.. กระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้มีชัยเมื่อเห็นเปลือกตาที่ปิดสนิทขยับไหว ปากที่ประกบกันก็เผลอเม้มเข้าหากัน แม้จะเพียงแค่เล็กน้อยแต่เขาก็มองเห็นชัดเจนกว่าในตอนแรกมากทีเดียวที่แท้นางก็แค่แกล้งหลับอยู
เขารีบเดินไปเปิดตู้ หยิบชุดผาวที่ใส่ง่ายที่สุดออกมา “ไปหาหมอกันเถิด อาการเจ้าไม่ดีเลย”“ใส่ชุดชั้นในให้ข้าก่อน” รีบท้วงคนที่กำลังสวมเสื้อให้“จะใส่ทำไม เสียเวลา เอาผ้าห่มคลุมอีกชั้นก็ดูไม่ออกแล้ว”หญิงสาวไม่มีสิทธิ์โต้ใด ๆ เพราะไร้เรี่ยวแรงและปวดศีรษะเจียนระเบิด ไม่มีอารมณ์จะเถียงเขาสักนิด ได้แต่ยอมอยู่นิ่ง ๆ ให้เขาทำอะไรกับตัวเองด้วยสติที่ไม่เต็มร้อยนัก......................สถานพยาบาลฉิ่งหยา“นางเป็นอย่างไรบ้างหมอฉิ่ง” ซินหลางถามอาการของหญิงสาวหลังจากเห็นหมอฉิ่งวางแขนนางลงและห่มผ้าให้หมอฉิ่งบอกให้ผู้ช่วยออกไปจากห้องเพื่อเตรียมยา รอจนนางปิดประตูสนิทแล้วจึงมองหน้าหนุ่มใหญ่ผู้สง่างาม ผู้เป็นเจ้าของคุ้มการค้าซินหลางที่ยิ่งใหญ่“ท่านหลางนี่นะ..” พูดพร้อมกับส่ายศีรษะ สายตาติดตำหนิ “ทำไมไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาเสียบ้าง นางบอบบางดั่งปุยนุ่นท่านน่าจะรู้ดีที่สุด” หมอฉิ่งตำหนิเสียงเบา“ข้าก็ถนอมนางอย่างที่สุดแล้วนะท่านหมอ” บุรุษวัยกลางคนรีบแก้ตัวจริงจัง เขาถนอมนางที่สุด ละมุนละม่อมอย่างที่ไม่เคยทำกับสตรีใดมาก่อนด้วยซ้ำ“ถ้าท่านถนอมนางจริงนางคงไม่ป่วยหนักขนาดนี้ ร่างกายของนางบอบบาง จิตใจก็กำล
เขาเร่งทะยานสะโพกสอบหนักหน่วงแล้วกลับมาแผ่วเบาเพื่อยั่วเย้าให้นางคลั่ง เหงื่อกาฬของเขาแตกพลั่กแม้มีไอความเย็นครอบคลุม แต่ความร้อนก็ไม่ได้ทำให้ความกระสันในตัวสาวน้อยลดถอยลงบุรุษไร้พันธะวัยสี่สิบปลาย ๆ อย่างเขาทำงานเยี่ยงกรรมกรมาตั้งแต่แตกหนุ่มจนกระทั่งปัจจุบัน พละกำลังจึงเหลือล้น มีแรงขับเคลื่อนเหลือเฟือ เหงื่อแตกแค่นี้ยิ่งส่งผลดีต่อร่างกายเขาออกแรงบดขยี้แต่ก็ยังทะนุถนอมร่างนุ่มในอ้อมแขน ทำให้นางสุขสะท้านจนสาสมแล้วจึงทำตามใจตัวเอง เมื่อใกล้จะระเบิดก็รีบชักอาวุธคู่กายออกมาพ่นพิษด้านนอก นึกโกรธตัวเองที่หลงใหลสาวเจ้าจนลืมเตรียมวิธีป้องกัน แต่รอบหน้าไม่มีพลาดแน่เสร็จสมอารมณ์หมายแล้วจึงค่อย ๆ หย่อนสะโพกงามลงบนตั่ง มองนางที่หน้าตาบูดบึ้งแต่แดงก่ำยิ้ม ๆ ก่อนจะเฉไฉไปมองทางอื่นเมื่อถูกเขม้นใส่อย่างไม่พอใจ“สมใจแล้วก็ไปให้พ้นจากตัวข้าเสียที!” เทียนเอ๋อร์ตะคอกเสียงขุ่น เมื่อคนตัวโตนั้นยังกอดขาของนางไว้ แต่แทนที่เขาจะรีบทำตามกลับออกแรงกอดแน่นขึ้นกว่าเดิมพร้อมทำสีหน้ายียวนใส่อีก“ไม่ปล่อยหรอก เพราะข้ายังไม่สมใจอยากเลย” แล้วหนุ่มใหญ่ก็ชันเข่าที่นั่งทับไว้ โถมกายหนาลงบนร่างบาง โอบรัดไว้ในอ้อมแขนแล
“พี่เจ้าบอกว่าเจ้ายังเรียนอยู่” เริ่มชวนคุยเพื่อให้นางคลายกังวลนางมองหน้าเขา “ใช่” ตอบห้วน ๆ “เจ้าค่ะ” เห็นแววตาลุ่มลึกเขม้นใส่ก็ลดน้ำเสียงให้อ่อนลง“ด้านไหน”“สมุนไพร จะถามไปทำไมเจ้าคะ” แค่นเสียงถามไม่พอใจเล็กน้อย“ผู้ใหญ่ถามก็ตอบดี ๆ ชักสีหน้าแบบนี้ไม่น่ารักเลย”“เฉพาะผู้ใหญ่อย่างท่านนี่แหละที่ข้าไม่อยากทำตัวน่ารักด้วย”เหล้าร้อนในกาถูกยกดื่มกรอกปากอึกใหญ่เกือบครึ่งกาก่อนจะวางลง“งั้นก็ไม่ต้องตอบ เปลี่ยนมาทำอย่างอื่นแทนก็แล้วกัน”หญิงสาวรีบกระถดตัวหนีคนที่ลุกพรวดพราดมานั่งลงข้างกาย แต่เขาไวกว่ามาก ร่างเล็ก ๆ ของนางจึงถูกเขาตรึงเอาไว้ใต้ร่างหนา“จะทำอะไรน่ะ! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!” ตวาดเสียงตื่นตระหนกตกใจ“ก็รู้ ๆ กันอยู่ ไม่เห็นต้องถาม” ปลายจมูกโด่งเป็นสันฉวยโอกาสแนบลงบนแก้มแดงปลั่งขณะตอบเสียงทุ้ม นางตื่นตระหนกไม่ได้ทำให้เขาหวาดหวั่นแต่อย่างใด เพราะเชื่อว่าจะจัดการนางอยู่หมัดได้ในไม่ช้า “คิดถึงหน้าพี่ชายของเจ้าเอาไว้สิ แล้วเจ้าจะได้คำตอบ”ร่างที่พยายามดิ้นรนสุดฤทธิ์หยุดกึกดั่งถูกจี้จุด จุกจนพูดไม่ออก ไร้คำย้อนแย้งใด ๆ.. รีบหลับตาลงแล้วปล่อยให้เขาเริ่มรุกรานเรือนร่างแข็งทื่อของตนแรก







